คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 656
ตอนที่ 1311 หลี่เต้า
คนที่ได้อยู่รับใช้ข้างกายฮ่องเต้ ย่อมทำงานชุ่ยๆ ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว หลังจากฝูเซิ่งอ่านเอกสารแล้ว เขาก็สอบถามอย่างดีอีกรอบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายตอบคำถามอย่างลื่นไหล อีกทั้งรู้จักตัวหนังสือและมหัพภาค พูดจามีจังหวะจะโคน ทั้งฉลาดและคล่องแคล่วจริงๆ จึงเกิดความรู้สึกอยากได้คนเก่งไว้ใกล้ตัว เขาให้อีกฝ่ายอยู่ต่อชั่วคราว ให้ลองทำงานอีกสองวันค่อยว่ากล่าว
ขันทีหนุ่มตามฝูเซิ่งเข้าไปในห้องทรงอักษร เมื่อเข้าไปแล้วก็ช่วยชงชาอย่างกระตือรือร้น ไม่มีสีหน้าหวาดกลัวเลยสักนิด
ฝูเซิ่งเห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ คนผู้นี้นับว่าใช้ได้ อีกทั้งใจกล้ามากทีเดียว เข้ามารับใช้ฮ่องเต้ในห้องทรงอักษรครั้งแรกก็สงบจิตใจได้เช่นนี้แล้ว ราวกับว่าเคยมาที่นี่แล้วหลายครั้ง คุ้นชินเป็นอย่างยิ่ง
เขาสังเกตขันทีหนุ่มเงียบๆ ก่อนที่ขันทีหนุ่มจะยกชาที่เพิ่งชงใหม่ไปที่หน้าโต๊ะทรงอักษรของฮ่องเต้
ฉู่เยี่ยนกำลังอ่านฎีกา จอกชาถูกวางลงใกล้ๆ กับแขนข้างขวา เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เขายื่นมือไปก็ถึงแล้ว อีกทั้งไม่ขัดขวางงานของเขาในตอนนี้ด้วย
เขาคิดว่าเป็นฝูเซิ่ง จึงไม่ได้หันไปมองอะไร สายตายังคงอยู่บนฎีกา ตอนที่คนที่ยกชามาให้หมุนตัวไป กลิ่นหอมจางๆ สายหนึ่งค่อยเตะจมูกเขา
กลิ่นนี้คุ้นๆ กลิ่นดอกไป่เหอเจือจางผสมกับกลิ่นดอกกล้วยไม้สด เป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์มาก เขาเคยได้กลิ่นนี้จากคนคนเดียวเท่านั้น
เมิ่งไท่เฟย!
หลายวันนั้นที่เสด็จพ่อไม่ได้สติ เมิ่งไท่เฟยเฝ้าอยู่ที่หน้าเตียงของเสด็จพ่อตลอด บนตัวนางมีกลิ่นเช่นนี้เหมือนกัน
และเขาไม่เคยได้กลิ่นนี้จากตัวใครอีก
ขันทีคนหนึ่งมีกลิ่นเช่นนี้บนตัวได้อย่างไร
ไม่มีทางที่จะพบเจอระหว่างทาง จนมีกลิ่นติดตัวมาได้เช่นนี้
แต่จะต้องเป็นกลิ่นที่ติดตัวมาเพราะใช้เวลาร่วมกันมานานมากกว่า!
เขาเงยหน้ามองขันทีตัวผอมบางผู้นั้น ถามว่า “เจ้ามาใหม่หรือ”
ขันทีหนุ่มรีบโค้งตัวตอบรับ “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมหลี่เต้า เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ที่ห้องทรงอักษรในวันนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนมองไปทางฝูเซิ่ง “ย้ายมาจากตำหนักใดกัน”
ฝูเซิ่งว่า “ฝ่าบาท เดิมทีหลี่เต้าเป็นนักการในกรมกิจการภายในพ่ะย่ะค่ะ เขาเขียนหนังสือเก่ง รู้จักบทกลอน อีกทั้งฉลาดและคล่องแคล่ว กระหม่อมคิดว่าคนที่จะคอยเตรียมพู่กันหรือฝนหมึกให้ฝ่าบาทได้ ควรจะมีคุณสมบัติเช่นนี้ถึงจะถูกต้องพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนวางฎีกาในมือลง ใช้สายตาเยือกเย็นมองไปที่หลี่เต้า ทว่าอีกฝ่ายก้มหน้าลงตลอด สีหน้าราบเรียบ
ราบเรียบจนน่าแปลก
ตามปกติแล้วเขาควรจะเครียดเกร็งไม่ใช่หรือไร
ทั้งแปลกและประหลาด
ฉู่เยี่ยนลุกขึ้นยืน เดินไปที่ข้างกายหลี่เต้า กลิ่นหอมเบาๆ สายนั้นยิ่งชัดเจน
“เจ้าเพิ่งพบเมิ่งไท่เฟยมาหรือ” ฉู่เยี่ยนถาม
สีหน้าราบเรียบของหลี่เต้าพลันเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินนามเมิ่งไท่เฟย ทว่าแค่พริบตาเดียวเท่านั้น เขากลับมาสงบนิ่งดังเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างใจเย็น
แม้สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเพียงพริบตาเดียว ทว่าฉู่เยี่ยนมองเห็นชัดเจน
หากเขายอมรับและพูดเหตุผลออกมาอย่างตรงไปตรงมา ฉู่เยี่ยนอาจจะไม่เชื่อ แต่เขาไม่ยอมรับ นั่นต่างหากถึงมีพิรุธ
พริบตานี้เอง ฉู่เยี่ยนนึกหลายๆ เรื่องขึ้นได้
จู่ๆ เสด็จพ่อก็ถูกยาพิษไม่ได้สติ ทุกครั้งที่พวกเขาเคลื่อนไหว ก็มักจะถูกจับได้ก่อนทุกครั้ง แต่หลังจากการลอบจู่โจมเมื่อคืนแล้ว นางก็มาสอบถามทันที
ทุกเรื่องล้วนมีร่องรอยของนาง
เรื่องที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคาดคิด ความจริงที่เป็นเหมือนหมอกหนาเหล่านั้น ตอนนี้ปรากฏชัดเจนตรงหน้าแล้ว
สีหน้าของฉู่เยี่ยนเย็นชาราวกับน้ำแข็ง เขาหันไปมองจอกชาที่วางอยู่บนโต๊ะทรงอักษร แล้วค่อยเอ่ยกับขันทีหนุ่มว่า “ข้ายกชาจอกนี้ให้เจ้า”
หลี่เต้ารักษาสีหน้าราบเรียบต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นทันควัน ครั้นเห็นสายตาเย็นชาและแหลมคมของฮ่องเต้แล้ว หัวใจเขาพลันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
……….
ตอนที่ 1312 รองหัวหน้าจาง
เขาถูกจับได้แล้วหรือ เป็นไปได้อย่างไร เขายังไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด ฮ่องเต้จับได้ได้อย่างไรกัน
ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ฮ่องเต้ก็แค่หยั่งเชิงเขาเท่านั้นแน่นอน เพราะเขามารับใช้ที่ห้องทรงอักษรเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ต้องมีการหยั่งเชิงถามสักหน่อย ไม่มีทางให้เขาดื่มชาจริงๆ หรอก
“เป็นอะไรไป ไม่ทำตามที่ข้าบอกหรือ” ฉู่เยี่ยนกอดอก มองหลี่เต้าอย่างเย็นชา
ฝูเซิ่งก็รู้สึกได้ว่าไม่ชอบมาพากลแล้ว แผ่นหลังเขามีเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมา ในใจเอ่ยว่าไม่ใช่กระมัง ไม่น่าจะเป็นไปได้หรอก...หรือว่าเขาจะซวยเช่นนี้แล้วจริงๆ
หลี่เต้าไม่กล้าลังเลอีก จึงถอยกลับไปที่หน้าโต๊ะทรงอักษรพร้อมขาสั่นพั่บๆ มือที่ยกจอกชาขึ้นก็สั่นเทาเล็กน้อยด้วยเช่นกัน เลื่อนจอกชาไปไม่ถึงปากเสียที
“ดื่มสิ!” ฉู่เยี่ยนคำรามเสียงต่ำ
หลี่เต้าคุกเข่าลงกับพื้น ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแล้ว จอกชาในมือแทบจะร่วงลงบนพื้นแล้ว
ฉู่เยี่ยนยื่นเท้าออกไป ปลายเท้าเตะถูกหลังมือของเขา จอกชาจึงหลุดออกจากมือ ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะตกลงบนฝ่ามือของเขาอย่างมั่นคง
“ฝูเซิ่ง ส่งคนไปเชิญหมอหลวงสวี่มา”
หลี่เต้าตัวอ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้น พูดอะไรไม่ออก
ฉู่เยี่ยนวางจอกชาลงบนโต๊ะทรงอักษร ก่อนจะกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ สายตาเย็นชายังคงจ้องเขม็งไปที่หลี่เต้า “พูดเถอะ ใครส่งเจ้ามา”
“กระหม่อมไม่ทราบว่าฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร เดิมทีกระหม่อมเป็นนักการของกรมกิจการภายใน วันนี้เพิ่งถูกรองหัวหน้าจางย้ายมาที่นี่ กระหม่อมไม่เคยพบเมิ่งไท่เฟยมาก่อน ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนมองไปทางฝูเซิ่ง อีกฝ่ายคุกเข่าลงทันที รีบร้อนเอ่ยว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมเพิ่งปลดไห่จื่อไป ที่นี่จึงมีตำแหน่งว่างตำแหน่งหนึ่ง กระหม่อมก็เลยไปหารองหัวหน้าจาง ให้เขาจัดเตรียมคนคนหนึ่ง หลี่เต้าคือคนที่รองหัวหน้าจางแนะนำมา กระหม่อมไม่รู้จักกับเขามาก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนย่อมรู้ว่าฝูเซิ่งไม่กล้า ไม่มีทาง และยิ่งไม่มีความจำเป็นจะต้องทำเรื่องพวกนี้
ฝูเซิ่งเป็นคนที่เสด็จพ่อมอบให้เขา นับว่าเป็นหัวหน้าขันทีภายในที่มีอำนาจมากที่สุด ด้วยฐานะของเขา เดินมาถึงก้าวนี้ได้ถือว่าสูงสุดแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องไปวุ่นวายกับเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ หากจะเปลี่ยนผู้ปกครองแว่นแคว้น ชีวิตของเขาอาจจะไม่ได้ดีเท่าตอนนี้ก็เป็นได้
ฉู่เยี่ยนว่า “เรียกรองหัวหน้าจางมาด้วย รีบไป”
ฝูเซิ่งรู้ว่าท่าไม่ค่อยดีแล้ว จึงลุกขึ้นสาวเท้าวิ่งออกไปทันที
รองหัวหน้าจางเพิ่งจัดการงานในมือเสร็จ กำลังว่าจะออกไปข้างนอก ทว่าเพิ่งออกจากประตูกรมกิจการภายในได้ไม่ทันไร ฝูเซิ่งก็ขวางเขาไว้เสียก่อน
เขากวาดสายตามององครักษ์อวี่หลินข้างหลังฝูเซิ่ง หัวใจเต้นระรัว ทว่าบนใบหน้ากลับยังคงยิ้มอย่างผ่อนคลาย “หัวหน้าฝูมาหาข้าหรือ”
ฝูเซิ่งมีความคิดจะทำลายเขาอยู่แล้ว คนผู้นี้ทำให้เขากลัวยิ่งนัก
“นำตัวไป!” ฝูเซิ่งคร้านจะพูดจาไร้สาระ จึงสั่งให้องครักษ์อวี่หลินข้างหลังลงมือ
รองหัวหน้าจางรีบถอยหนี “เจ้าจะทำอะไร ข้าเป็นถึงรองหัวหน้ากรมกิจการภายในเชียวนะ เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้”
ฝูเซิ่งแค่นเสียง “เจ้าพูดถูกต้อง เจ้าเป็นรองหัวหน้ากรมกิจการภายใน แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือ ว่ากรมกิจการภายในแห่งนี้ยังมีหัวหน้าใหญ่คนหนึ่งด้วย”
บังเอิญนัก หัวหน้าใหญ่ผู้นี้ก็คือเขาฝูเซิ่ง
รองหัวหน้าจางกำลังจะส่งเสียงร้อง ทว่าฝูเซิ่งกลับนำก้อนผ้ามาอุดปากเขาไว้แล้ว
“นำตัวไป!”
องครักษ์อวี่หลินสองคนหามรองหัวหน้าจางที่พูดอะไรไม่ออกไปยังห้องทรงอักษร เพิ่งเข้าไปข้างในได้ไม่ทันไรก็เห็นหลี่เต้าคุกเข่านิ่งงันอยู่บนพื้น สีหน้าซีดขาว ส่วนหมอหลวงกำลังตรวจสอบน้ำชาอยู่
เขาอ้อนวอนในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้ว ครั้งนี้เขาจบเห่แล้วจริงๆ
ฉู่เยี่ยนยังคงอ่านฎีกา ราวกับว่าไม่สนใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง ไม่ละสายตาจากฎีกาตรงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว