คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 654
ตอนที่ 1307 กู้ชีพฉุกเฉิน
จื่อเอ๋อร์ก็กล่าวว่า “ใช่แล้ว ท่านแม่ ท่านพ่อไม่มีทางเป็นอะไร น้าจื่อเก่งขนาดนั้น ท่านพ่อไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน”
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร สาวน้อยที่คอยตามหลังเรียกไป๋จื่อว่าพี่สาวเติบใหญ่แล้ว รู้จักการนับรุ่นแล้วเช่นกัน และค่อยๆ เรียกไป๋จื่อว่าน้าจื่อ
จากฟ้ามืดจนฟ้าสว่าง เป็นเวลาสี่ชั่วยามเต็มๆ นั่นเท่ากับแปดชั่วโมง
นางทำทุกอย่างเพียงลำพัง ไม่มีแม้แต่ผู้ช่วยสักคน ทำการผ่าตัดทุกกระบวนการจนเสร็จสิ้นด้วยคตัวคนเดียว
หลังจากตัดปมไหมเรียบร้อย นางนั่งนิ่งงันอยู่บนเก้าอี้ เสื้อผ้าบนตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อ ปวดหลังและเอวจนยืนตรงๆ ไม่ได้
เมื่อเห็นนางหยุดมือ พวกจ้าวซู่เอ๋อและหรูเอ๋อร์ก็เข้าไปข้างใน
“เป็นอย่างไรบ้าง” จ้าวซู่เอ๋อไม่กล้าถาม ฟู่เจิงจึงช่วยเอ่ยปากให้
ไป๋จื่อมีสีหน้าคร่ำเคร่ง “แม้การผ่าตัดจะราบรื่นมาก แต่เขาเสียเลือดมากทีเดียว บาดแผลก็สาหัสมากเช่นกัน ตอนนี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทนได้หรือไม่”
นางหันไปมองอาอู่ครั้งหนึ่ง “ขอเพียงเขาผ่านหกชั่วยามหลังจากนี้ไปได้ ข้าจะใช้ยาที่มีประสิทธิภาพพิเศษกับเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเขาก็มีโอกาสรอดมาก”
จ้าวซู่เอ๋อจับมือไป๋จื่อไว้จนแน่น ร้องไห้พลางเอ่ยว่า “เจ้าใช้ยาที่มีประสิทธิภาพพิเศษตอนนี้เลยไม่ได้หรือ”
ไป๋จื่อดึงมือออกเพื่อกุมมือนาง ส่ายหน้าเบาๆ จากนั้นก็ถอนหายใจเสียงหนัก “ในสิบสองชั่วยามสามารถใช้ยาชนิดนี้ได้หนึ่งครั้ง หากใช้มากกว่านั้นมีแต่จะส่งผลเสีย ตอนนี้ร่างกายของเขาไม่มีทางรับไหว ขอเพียงทนไปได้อีกหกชั่วยาม ใช้ยานี้แล้วจะมีผลช่วยชีวิต ถึงตอนนั้นแล้วข้าจะฝังเข็มกระตุ้นชีพจรให้เขาด้วย เช่นนั้นย่อมเพิ่มโอกาสรอดได้มากขึ้น” นางตีมือของจ้าวซู่เอ๋อเบาๆ เอ่ยเสียงนุ่มว่า “พวกท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะให้คนย้ายเขาไปที่ห้อง ยังต้องให้เลือดเขาอีก”
เก็บตัวอย่างเลือด ทดสอบเลือด เจาะเลือด ทั้งหมดล้วนเป็นงาน เสี่ยวชิงไม่อยู่ที่นี่ นางต้องทำทุกอย่างเพียงลำพัง ยุ่งวุ่นวายจนถึงเที่ยงวันถึงจะให้เลือดเสร็จสิ้น
“เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไร” ไป๋จื่อหยุดงานในมือแล้วถึงพบว่าฉู่เยี่ยนนั่งอยู่ที่มุมห้อง มุ่นคิ้วไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ฉู่เยี่ยนเงยหน้ามองหน้า สีหน้าคุกรุ่นยิ่ง “ในสายตาของเจ้า ข้ายังมีตัวตนอยู่หรือไม่ ข้านั่งอยู่ตรงนี้มาสองชั่วยามแล้ว...”
ไป๋จื่อเผลอหัวเราะออกมา “ข้าไม่ได้สังเกต”
ฉู่เยี่ยนลุกขึ้นยืน เดินไปมองอาอู่ที่ยังคงไม่ได้สติ “อาอู่เป็นอย่างไรบ้าง”
ไป๋จื่อปลดผ้ากันเปื้อนสีขาวบนตัวออก ก่อนจะเดินไปล้างมือที่หน้ากะละมังทองแดง ก้มหน้าลง ปิดบังความกังวลใจสายตา “ตอนนี้ข้ายังไม่รู้ ต้องรออีกสองชั่วยามถึงจะรู้” ตอนนี้อาการของอาอู่ยังไม่ค่อยดี หัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ แทบจะไม่รู้สึกถึงชีพจรของเขาแล้วด้วย
นางไม่กล้าออกจากที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว ต้องเตรียมกู้ชีพฉุกเฉินทุกเมื่อ
มีอยู่หลายครั้งที่นางเกือบคิดว่าเขาฝืนไม่ไหวแล้ว ทว่าเขาก็ฝืนทนได้ เกินกว่าความรู้ทางการแพทย์ที่นางมี ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะยังฝืนได้ในสภาพเช่นนั้น
เห็นได้ชัดว่าเขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปมากเพียงใด
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร นางต้องรักษาชีวิตของอาอู่เอาไว้ให้ได้
“เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน” จู่ๆ นางก็หมุนกายไปพูดกับฉู่เยี่ยน แม้กระทั่งลืมเช็ดหยดน้ำบนมือตัวเอง
จ้าวซู่เอ๋อและหรูเอ๋อร์ยกน้ำแกงโสมและโสมสดเข้ามาพอดี เมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว ทั้งคู่ต่างก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ฉู่เยี่ยนกลับกังวลใจมาก เขากลัวว่าอาอู่จะฝืนไม่ไหว ยิ่งกลัวว่าไป๋จื่อจะทำตามที่ตนเองลั่นวาจาไว้ไม่ได้ ถึงตอนนั้นแล้วจ้าวซู่เอ๋อและหรูเอ๋อร์จะเสียใจเพียงใดกัน
สองชั่วยามผ่านไป จะว่านานก็นาน จะว่าสั้นก็สั้น
สำหรับคนที่กำลังมีความสุข สองชั่วยามสั้นเหมือนพริบตาเดียว
แต่สำหรับคนที่กำลังรอปาฏิหาริย์ แต่ละวินาทียาวนานเหมือนใช้เวลาทั้งชีวิต
……….
ตอนที่ 1308 วิชาฝังเข็มกระตุ้นชีพจร
สองชั่วยามสุดท้าย นางกู้ชีพฉุกเฉินให้อาอู่ไปสองครั้ง เพราะหัวใจของเขาหยุดเต้นครั้งแล้วครั้งเล่า นางกดทรวงอกของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย และให้จ้าวซู่เอ๋อภายปอดให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า
จ้าวซู่เอ๋อแทบจะเป็นบ้า แต่เห็นทรวงอกของสามีกระเพื่อมขึ้นลงอีกครั้งแล้ว นางก็กลับมามีความหวังดังเดิม
หวังว่าเวลานี้จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปโดยเร็ว
ธูปที่ปักอยู่ในเตาหมดไปดอกแล้วดอกเล่า หรูเอ๋อร์ที่คอยเฝ้ามันอยู่อยากจะเป่าลมใส่มันแทบแย่ ธูปจะได้หมดเร็วกว่านี้อีกหน่อย
ไป๋จื่อเตรียมยาพิเศษไว้แล้ว รออีกแค่หนึ่งชั่วยามก็ฉีดเข้าร่างของอาอู่ได้ทันที
เค่อสุดท้าย ก้านธูปสุดท้าย นอกจากเสียงหายใจแล้ว ภายในห้องไม่มีเสียงใดอีก เงียบจนน่ากลัว
จ้าวซู่เอ๋อและฟู่เจิงจ้องมองธูป ฉู่เยี่ยนจ้องมองกระถางธูป ส่วนไป๋จื่อจ้องมองอาอู่
“ถึงแล้ว ถึงเวลาแล้ว” เสียงอันสั่นเครือของจ้าวซู่เอ๋อดังขึ้น
ไป๋จื่อหันไปมองกระถางธูป อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น นางจึงหยิบเข็มฉีดยาที่อยู่ในกล่องขึ้นมา แล้วฉีดยาพิเศษเข้าร่างกายของอู่ทีละนิด
เมื่อเห็นไป๋จือดึงเข็มแหลมๆ น่าตาแปลกประหลาดออกจากเส้นเลือดบนแขนของอาอู่แล้ว จ้าวซู่เอ๋อเร่งถามว่า “เท่านี้เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ อาอู่รอดแล้วใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ตอนนี้ยังต้องฝังเข็มให้เขาอีก สุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไรก็ต้องดูหลังจากฝังเข็มเจ้าค่ะ” นางไม่อยากพูดว่าจนถึงตอนนี้แล้ว นางเพียงแค่รักษาชีวิตเขาไว้ได้ชั่วคราวเท่านั้น แต่เขาจะรอดหรือไม่ก็ต้องดูว่าเขาทนรับการฝังเข็มกระตุ้นชีพจรได้หรือไม่
หากทนได้ ก็นับว่าเขารอดตายโดยสมบูรณ์ แต่สุดท้ายแล้วจะฟื้นฟูร่างกายได้ถึงขั้นไหน กลับต้องดูความโชคดีของตัวเขาเองแล้ว
ฉู่เยี่ยนให้ทุกคนออกไปก่อน ส่วนเขาคอยเป็นลูกมือส่งเข็มให้ไป๋จื่อ เขาเคยทำเรื่องพวกนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก
ฟู่เจิงมองเงาหลังของทั้งสองคน น้ำตาไหลลงมาไม่หยุดหย่อน
คนหนึ่งเป็นฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน คนหนึ่งเป็นว่าที่ฮองเฮา แต่กลับทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยชีวิตข้าทาสบริวารตัวเล็กๆ คนหนึ่ง รักษาครอบครัวที่กำลังจะแหลกสลายเอาไว้
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ เข็มเงินแทงไปแล้วก็ถูกถอนออกมา ทำเช่นนี้ซ้ำกันหกรอบแล้ว ถึงจะนับว่าทำการฝังเข็มสามหยินสามหยางกระตุ้นชีพจรเสร็จสมบูรณ์
สัญญาณชีพของอาอู่มั่นคงขึ้นแล้ว
เมื่อเก็บเข็มเรียบร้อย นางหันไปมองจ้าวซู่เอ๋อมีสีหน้าซีดขาว ก่อนจะพยักหน้าให้ครั้งหนึ่ง
เพียงแค่การพยักหน้าน้อยๆ นี้ เส้นประสาทที่ขมวดเกร็งบนหัวใจของจ้าวซู่เอ๋อพลันคลายออก นางเลิกกัดฟันเช่นกัน พร้อมกันนั้นก็พ่นลมหายใจหนักๆ สายแล้วสายเล่าออกมา ตามมาด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม เนิ่นนานแล้วก็ไม่อาจสงบใจได้
ไป๋จื่อเดินไปข้างหน้าหลายก้าว ก่อนจะกอดจ้าวซู่เอ๋อไว้ พลางลูบหลังนางเบาๆ “ไม่เป็นอะไรแน่เจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวพี่อู่ก็หายแล้ว ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ มีข้าอยู่ตรงนี้แล้ว”
จ้าวซู่เอ๋อเพียงพยักหน้าแรงๆ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว น้ำตาเปียกเสื้อไป๋จื่อจนชุ่มแล้ว
นางเป็นเพียงสตรีธรรมดาคนหนึ่ง สามีเป็นเหมือนโลกทั้งใบของนาง เป็นเสาหลักของครอบครัวพวกนาง ยิ่งเป็นบุรุษที่นางรักและเคารพที่สุดบนโลกใบนี้
หากอาอู่เป็นอะไรไปจริงๆ นางก็ไม่รู้ว่าตัวเองจนทนรับไหวหรือไม่
เสียงของไป๋จื่อปลอบโยนหัวใจที่อ่อนแอของนาง ความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้ค่อยๆ สงบลงในที่สุด “เขาจะฟื้นเมื่อไรหรือ ข้าจะได้เตรียมอาหารให้เขากิน”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ยังไม่รู้เจ้าค่ะ บนตัวเขามีแต่บาดแผลจากกระบี่ ศีรษะถูกทุบอย่างแรง มีเลือดคั่งในสมองเล็กน้อย คาดว่าเขาจะยังไม่ฟื้นเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้เลือดคั่งสลายไปก่อน เขาถึงจะมีโอกาสฟื้นเจ้าค่ะ”
ครั้นเห็นจ้าวซู่เอ๋อมีสีหน้าตระหนก ไป๋จื่อก็รีบพูดอีกว่า “ท่านไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ เขารอดชีวิตแล้ว ถึงแม้วันนี้เขาจะยังไม่ฟื้น พรุ่งนี้ก็ยังไม่ฟื้น แต่อีกไม่นานเขาต้องฟื้นแน่เจ้าค่ะ”