คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 657
ตอนที่ 1313 เมตตาน้องชายคนสุดท้อง แต่งตั้งเขาเป็นอ๋อง
ฎีกาฉบับนี้เป็นเมิ่งจ่างเต๋อที่ถวายให้ ขอให้ฮ่องเต้แสดงความกรุณาต่อน้องชายคนสุดท้อง แต่งตั้งเขาเป็นอ๋อง
น้องชายคนสุดท้องที่เขาพูดถึงย่อมเป็นองค์ชายเก้า ฉู่เจวี๋ย
เด็กที่ยังอายุไม่ครบสองปีเต็ม จะรีบร้อนแต่งตั้งเป็นอ๋องไปทำไมกัน
ดูท่าทางเจตนาขอแต่งตั้งอ๋องจะเป็นของปลอม ส่วนเจตนาแอบแฝงต่างหากที่เป็นของจริง!
กลัวว่าขุนนางทั้งบู๊และบุ๋นจะลืมว่าฮ่องเต้องค์ก่อนมีโอรสองค์เล็กอยู่ด้วยหรือ
สกุลเมิ่งไม่ใช่สกุลเมิ่งในความทรงจำของเขาอีกต่อไปแล้ว
เมิ่งหนานรู้เรื่องนี้หรือไม่
หมอกหนาที่อยู่ตรงหน้าคลายออกทีละชั้น ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหมอกพวกนั้นปรากฏชัดแจ้งทีละนิด
ที่แท้คนร้ายที่สังหารเสด็จพ่อ มือมืดเบื้องหลังการฆ่าคนปิดปาก นักฆ่าที่ทำร้ายหมอหลวงสวี่และลอบจู่โจมอาอู่ คนที่บงการทุกอย่างนี้ก็คือคนใกล้ตัวเขาเอง
ฉู่เยี่ยนเงยหน้าขึ้น จากนั้นก็วางฎีกาในมือลง แล้วค่อยส่งเสียงพูดเบาๆ
ทว่าสองคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นได้ยินแล้ว กลับเหมือนมีฟ้าผ่าที่ข้างหูเลยทีเดียว
“พูด!”
รองหัวหน้าจางมองไปที่หลี่เต้า อีกฝ่ายก้มหน้าลง ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาจับจ้องไปที่พื้นตรงหน้า ราวกับว่ามองอะไรไม่เห็นแล้ว
เขาไม่อาจได้ข้อมูลอะไรจากหลี่เต้า ในใจว้าวุ่นเป็นอย่างมาก เขาไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากพูดอย่างไร และไม่รู้ว่าฮ่องเต้รู้เรื่องราวมากน้อยเท่าไรแล้ว
“เป็นอะไรไป ต้องให้องครักษ์มังกรงัดปากเจ้า เจ้าถึงจะยอมพูดใช่หรือไม่” ฉู่เยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าน่าเกรงขามและเย็นชาสำหรับทุกคนยิ่งนัก เหมือนกับคมดาบอันเยือกเย็นที่กรีดลำคอของรองหัวหน้าจางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รองหัวหน้าจางโขกศีรษะทันที “ฝ่าบาท กระหม่อมเข้าวังมายี่สิบห้าปีแล้ว กระหม่อมภักดีและจริงใจเพียงใดฟ้าดินล้วนรู้แจ้ง ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรองด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ภักดีและจริงใจเพียงใดฟ้าดินล้วนรู้แจ้ง? แล้วเจ้าภักดีต่อใครเล่า เป็นพวกข้าสกุลฉู่ หรือพวกเขาสกุลเมิ่ง”
ร่างสูงใหญ่ของรองหัวหน้าจางซึมเซาลงเจ็ดส่วนในทันที สีหน้าซีดขาว เดิมทีเขายังมีความหวังอยู่บ้าง ทว่าตอนนี้ความหวังเหือดหาย จบเห่แล้ว
“ฝะ ฝ่าบาท กระหม่อมไม่รู้ว่า...พระองค์กำลังพูดอะไร กระหม่อม...”
ฉู่เยี่ยนไหนเลยจะมีกะใจฟังเขาแก้ตัว แค่เห็นเขามีท่าทางเช่นนี้ก็เดาได้เจ็ดแปดส่วนแล้ว ยังมีอะไรให้แก้ตัวได้อีก
“เด็กๆ!”
ฟู่เจิงเข้ามาแล้ว
“นำตัวไป ไต่สวนให้ดี”
ฟู่เจิงอยากจะระบายโทสะในใจจะแย่แล้ว ดียิ่งนัก โอกาสมาถึงแล้ว
เมื่อเห็นสายตาดุร้ายและวาวโรจน์ของฟู่เจิง รองหัวหน้าจางก็แทบจะกลัวจนเป็นอัมพาต ในใจต่อว่าหลี่เต้ายกใหญ่
คนผู้นี้ปราดเปรียวเสมอ ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด แต่ใครเล่าจะรู้ว่าวันนี้เพิ่งมาที่ห้องทรงอักษรเป็นครั้งแรก เขาก็ถูกจับได้เสียแล้ว แถมยังนำความซวยมาถึงตนอีกต่างหาก
ชีวิตของชายชราผู้นี้จบสิ้นแล้ว!
ทว่าเพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น ฟู่เจิงกลับมาแล้ว
“เรียบร้อยแล้วหรือ” ฉู่เยี่ยนถาม
ฟู่เจิงมีสีหน้าตื่นเต้น “เขาสารภาพแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เขาส่งกระดาษประทับลายนิ้วมือสีแดงให้ฉู่เยี่ยน บนนั้นเขียนทุกอย่างไว้อย่างชัดเจน จางเฉวียนเอ๋อร์เป็นคนของสกุลเมิ่งตั้งแต่เข้าวังเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน เขาเคยเป็นขันทีของสกุลเมิ่งมาก่อน คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้สกุลเมิ่ง เรียกได้ว่าทุกชีวิตของคนทั้งสกุลอยู่ในกำมือของเมิ่งจ่างเต๋อ
สกุลเมิ่งชี้นก เขาไม่กล้าว่าเป็นไม้
คนสกุลเมิ่งให้เขาวางยาพิษฮ่องเต้ เขาก็ไม่มีทางลังเลแม้แต่นิดเดียว
สำหรับเขาจางเฉวียนเอ๋อร์ เมิ่งเสวียนหลิงและเมิ่งจ่างเต๋อต่างหากถึงจะเป็นเจ้านายของเขา
หลี่เต้าเป็นลูกน้องที่เขาฝึกมากับมือ ลูกน้องเช่นนี้ยังมีอยู่ในวังไม่น้อย แทรกซึมอยู่ทุกตำหนัก
มีเพียงห้องทรงอักษรที่ไม่มีคนของสกุลเมิ่ง เมิ่งเสวียนหลิงจึงจงใจเปิดโปงไห่กงกงต่อหน้าฉู่เยี่ยน เป้าหมายของนางก็คือให้สายข่าวของสกุลเมิ่งมาแฝงตัวอยู่ที่นี่
……….
ตอนที่ 1314 อดทนรอไม่ไหว
พวกเขาอดทนรอไม่ไหวแล้วกระมัง ถึงได้วางยาพิษในจอกชาตั้งแต่วันแรกเช่นนี้
หากไม่ใช่เพราะบนตัวของหลี่เต้ามีหลิ่นเฉพาะตัวของเมิ่งเสวียนหลิง และเขาบังเอิญจับพิรุธนี้ได้ ตอนนี้เขาคงกลายเป็นฮ่องเต้ผู้ล่วงลับแล้วใช่หรือไม่
เหตุใดเมิ่งเสวียนหลิงและเมิ่งจ่างเต๋อถึงทำเช่นนี้ เพื่อตำแหน่งฮ่องเต้หรือ ทว่าฉู่เจวี๋ยผู้นั้นยังอายุไม่ถึงสองปีเลย!
เด็กเล็กเช่นนั้นจะเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไร
แล้วผู้สำเร็จราชการแทนจะเป็นใคร เมิ่งจ่างเต๋อ? เมิ่งหนาน?
ตรงหน้าปรกฏรอยยิ้มสดใสใต้แสงแดดของเมิ่งหนาน หรือว่าจะเป็นเขา
เมิ่งหนานในความทรงจำของฉู่เยี่ยนไม่ใช่คนที่ฝักใฝ่ในอำนาจ ไม่อาจเชื่อมโยมเขากับแผนการนี้ได้เลยจริงๆ
แล้วเมิ่งเสวียนหลิงทำไปเพื่ออะไร ไม่ได้มอบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนให้เสด็จพ่อไปแล้วหรือ เสด็จพ่ออยู่กับนางทุกวัน นางไม่มีทางไม่รู้เรื่องผู้สำเร็จราชการนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่นางจะไม่รู้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดต้องทำเรื่องพรรค์นี้ด้วย
เมิ่งเสวียนหลิงกำลังเหม่ออยู่ในห้อง มองเด็กชายที่กำลังเล่นสนุกกับแม่นม ใบหน้าที่เดิมทีควรยิ้มแย้มกลับยิ้มไม่ออก
จางเฉวียนเอ๋อร์ถูกนำตัวไปแล้ว ท่าทางเรื่องจะแดงแล้วกระมัง
อีกไม่นานองครักษ์อวี่หลินและองครักษ์มังกรก็จะมาที่นี่ นางจะต้องแยกจากเจวี๋ยเอ๋อร์แล้วใช่หรือไม่ นางจะไม่ได้พบเขาอีกแล้วใช่หรือไม่
จู่ๆ นางก็รู้สึกเสียใจ เหตุใดต้องทำเรื่องพรรค์นี้ด้วยนะ ได้อยู่กับโอรส มองเขาเติบใหญ่อย่างมีความสุขไม่ดีหรือ
เหตุใดต้องไปแย่งสิ่งของที่ไม่มีค่าพวกนั้นด้วย
ตอนที่ฟู่เจิงนำคนมาถึงตำหนักไป่หยวน เมิ่งเสวียนหลิงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนตามเดิม เพียงแต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังถือหนังสือกลับด้าน
“เมิ่งไท่เฟย ฝ่าบาทให้มาเชิญพระนางพ่ะย่ะค่ะ”
ถึงอย่างไรก็เป็นชายาของฮ่องเต้องค์ก่อน ต่อให้ทำเรื่องร้ายแรงก็ต้องไว้หน้าอยู่หลายส่วน ฟู่เจิงไม่กล้าทำเกินไปอยู่แล้ว
เมิ่งเสวียนหลิงรู้ว่าหนีไม่พ้น จึงไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น แค่วางหนังสือ แล้วลุกขึ้นไปพยักหน้าให้แม่นมที่กำลังอุ้มโอรสของตนอยู่
ในดวงตาของแม่นมพลันมีน้ำตาคลอ ฝืนไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมา ยิ่งเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้คนพบเห็นปวดใจ
“เชิญเถอะพ่ะย่ะค่ะ!” ฟู่เจิงเอ่ย
เมิ่งเสวียนหลิงขยับมือ อยากจะกอดโอรสของนางอีกครั้ง ทว่ายกมือขึ้นได้ไม่ทันไรนางก็ปล่อยมือลง ไม่กอดคงจะดีกว่า เพราะยิ่งกอดก็ยิ่งตัดใจไม่ได้
นางไม่อยากให้โอรสเห็นนางร้องไห้ และหวังว่าในความทรงจำของเจวี๋ยเอ๋อร์จะมีเพียงมารดาที่งดงาม สง่างามเท่านั้น
เมื่อตามฟู่เจิงไปถึงห้องทรงอักษร ฉู่เยี่ยนไม่ได้ให้นางคุกเข่า นางจึงยืนตัวตรงแหน็ว หลังตรงกว่าปกติเสียอีก
“เหตุใดถึงทำเช่นนี้” ฉู่เยี่ยนถาม
เมิ่งเสวียนหลิงยิ้มจางๆ บนใบหน้างดงามเหมือนกับมีดอกสาลี่บานสะพรั่ง ไม่นับว่าสดใส แต่กลับชวนมองเป็นอย่างมาก
เสด็จพ่อชอบรอยยิ้มเช่นนี้ของนาง ชอบนิสัยใจเย็นของนาง และชอบที่นางเรียบง่าย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงใดๆ
แท้จริงแล้วเสด็จพ่อเข้าใจผิด
เกรงว่าก่อนจากโลกนี้ไปเสด็จพ่อก็ไม่รู้ ว่าตนเองตายด้วยน้ำมือของสตรีที่ตนเองเชื่อใจมากที่สุด
“ไม่มีใครปกป้องเจวี๋ยเอ๋อร์ของหม่อมฉันได้ บนโลกใบนี้ หากไม่มีอำนาจ แล้วเขาจะเติบใหญ่อย่างเป็นสุขได้อย่างไร”
“ท่านไม่เชื่อใจข้าหรือ” ฉู่เยี่ยนถาม
เมิ่งเสวียนหลิงส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่ได้ไม่เชื่อใจฝ่าบาท แต่หม่อมฉันไม่เชื่อใจเสด็จพ่อของพระองค์ ฝ่าบาทคงไม่รู้ว่าเสด็จพ่อของพระองค์กำลังทำอะไรกระมัง”
ฉู่เยี่ยนเลิกคิ้ว “พูดมาสิ!”
เมิ่งเสวียนหลิงเดินไปข้างหน้าสองก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าขมขื่นขึ้นเรื่อยๆ “หม่อมฉันรู้ว่าฝ่าบาทตั้งใจจะมอบบัลลังก์ให้เจวี๋ยเอ๋อร์ และฝ่าบาทคิดจะให้เสด็จพ่อของพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการแทนด้วย ให้เขาดูแลงานราชการต่อไป หลังจากเจวี๋ยเอ๋อร์โตแล้วค่อยคืนอำนาจฮ่องเต้ให้เขา แต่ฝ่าบาท เสด็จพ่อของพระองค์กลับไม่คิดเช่นนั้น”