คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 658
ตอนที่ 1315 ฉู่เจียงผู้ไม่มีการศึกษา
“ฮ่องเต้ในใจของเขามีเพียงฝ่าบาท คืนที่ฝ่าบาทส่งหนังสือฉบับนั้นให้ถึงมือเขา เขาโยนมันทิ้งลงในกองไฟ เผาจนสิ้นซาก”
“แต่ต่อมาเขาเห็นฝ่าบาทตัดสินใจแล้ว รู้ว่าไม่อาจรั้งฝ่าบาทได้อีกต่อไป จึงเริ่มไปพบจ้าวไท่เฟยบ่อยครั้งขึ้น”
จ้าวไท่เฟย? ตรงหน้าของฉู่เยี่ยนปรากฎใบหน้าที่ซีดขาวเพราะป่วยไข้ขึ้นมา
จ้าวไท่เฟยคือพระมารดาของอ๋องแปด
บัดนี้อ๋องแปดอายุสิบเจ็ดปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังชอบเล่นสนุก และเป็นเพราะเขาอออกจากวังไปอยู่ตามลำพังตั้งแต่อายุได้ห้าปี ส่วนจ้าวไท่เฟยก็ไม่อยากแยกจากเสด็จพ่อ อ๋องแปดผู้นี้จึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนอ๋องที่โอ่โถงเพียงคนเดียวตั้งแต่เด็ก ค่อยๆ กลายเป็นบุรุษเจ้าชู้ตัวจริงเสียงจริง มีชื่อเสียงค่อยดีเท่าไรนัก
แต่ไหนแต่ไรฉู่เยี่ยนไม่เคยคาดคิดเลย ว่าเสด็จพ่อจะมองอ๋องแปดผู้นี้
ฉู่เจียงผู้ไม่มีการศึกษา ไม่มีคุณสมบัติจะปกครองแว่นแคว้นโดยสิ้นเชิง
“ท่านจึงตัดสินใจวางยาพิษเสด็จพ่อหรือ” ฉู่เยี่ยนไม่อาจเชื่อได้ ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าจะลงมือวางยาพิษเสด็จพ่อจริงๆ
ถึงแม้หลักฐานจะกระจ่างชัดอยู่ตรงหน้า ทว่าเขาก็ยังคงอยากฟังนางยอมรับด้วยตัวเอง
เมิ่งเสวียนหลิงพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ใช่เพคะ หม่อมฉันเป็นคนทำเอง หากอ๋องแปดได้เป็นฮ่องเต้ นั่นเท่านั้นชีวิตของโอรสหม่อมฉันจบสิ้น อ๋องแปดเป็นเช่นไรหม่อมฉันไม่รู้ ทว่าจ้าวไท่เฟยผู้นั้นเป็นเห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้เป็นอย่างยิ่ง หลายปีมานี้นางเกลียดชังหม่อมฉัน เกลียดที่หม่อมฉันได้รับความโปรดปราน ส่วนไท่ซ่างหวงทอดทิ้งนาง เกลียดที่โอรสของนางต้องออกจากวังตั้งแต่เด็ก ไท่ซ่างหวงกอดและอุ้มเขาไม่ถึงสองครั้งด้วยซ้ำไป ส่วนโอรสของหม่อมฉันกลับได้เจอเสด็จพ่อของเขาทุกวัน”
ในดวงตาของเมิ่งเสวียนหลิงพลันมีน้ำตารื้นขึ้นมา “หากให้อ๋องแปดนั่งตำแหน่งฮ่องเต้ ฝ่าบาทคิดว่าจุดจบของหม่อมฉันและเจวี๋ยเอ๋อร์จะเป็นเช่นไร”
ฉู่เยี่ยนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดจบของนางจะเป็นเช่นไร แต่เขารู้ว่าในตำหนักของจ้าวไท่เฟยผู้นั้นจะมีนางกำนัลและขันทีตายอย่างน้อยสิบกว่าคนทุกปี
“ต่อให้เป็นเช่นนั้น ท่านก็ไม่ควรวางยาพิษเสด็จพ่อ ทำความผิดมหันต์เช่นนี้แล้ว เมื่อเจวี๋ยเอ๋อร์ของท่านเติบใหญ่ขึ้น หากเขารู้ว่าเสด็จพ่อของตนเองถูกเสด็จแม่วางยาพิษจนตาย เขาจะคิดเห็นอย่างไร”
เมิ่งเสวียนหลิงยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่ได้คิดมากเช่นนั้น หม่อมฉันเพียงอยากให้โอรสของหม่อมฉันมีชีวิตต่อไป มีโอกาสได้เติบใหญ่อย่างเป็นสุข ส่วนเรื่องอื่น หม่อมฉันไม่ได้คิดอะไรมาก”
“เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ ว่าผลสุดท้ายจะเป็นเช่นไร” ฉู่เยี่ยนถาม
ในที่สุดเมิ่งเสวียนหลิงก็คุกเข่าลง โขกศีรษะให้ฉู่เยี่ยนเสียงดัง จากนั้นก็เอ่ยว่า “เรื่องนี้หม่อมฉันทำคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคนอื่น บ้านแม่ของหม่อมฉันไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด หากฝ่าบาทต้องการลงโทษประหาร เช่นนั้นก็ลงโทษหม่อมฉันเพียงคนเดียวเถอะ อย่าโยงไปถึงผู้บริสุทธิ์เลย”
ฉู่เยี่ยนแค่นเสียงเย็น “ท่านพูดอะไรของท่าน หากข้ามีหลักฐานพิสูจน์ว่าคนสกุลเมิ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยเล่า ท่านจะให้ข้าทำเป็นหูหนวกตาบอดอย่างนั้นหรือ” ใครจะเชื่อคำพูดนาง นางเป็นชายาอยู่ในวังหลัง หากไม่มีอำนาจข้างนอกคอยช่วยเหลือ นางจะทำเรื่องมากมายขนาดนี้เพียงลำพังได้อย่างไร
แต่อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องอื่นเลย นางได้ยาพิษที่ใช้สังหารเสด็จพ่อมาจากที่ใด
นักฆ่าที่ลอบจู่โจมและฆ่าปิดปากเถ้าแก่ร้านขายยามาจากที่ใด
“เมิ่งไท่เฟย ท่านใจร้ายนัก เพื่อให้โอรสของท่านมีชีวิตีอด ท่านถึงกับสังหารชีวิตที่บริสุทธิ์มากมาย ชีวิตของโอรสท่านเป็นชีวิต แล้วชีวิตของผู้อื่นเป็นเพียงต้นหญ้าหรือ ท่านรู้หรือไม่ว่าคนร้านขายยาสิบแปดคนล้วนตกตาย รวมถึงเด็กอายุเจ็ดปีด้วย เด็กคนนั้นทำอะไรผิด”
เมิ่งเสวียนหลิงคุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำตาไหลราวกับสายฝน พลางส่ายหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน “หม่อมฉันไม่ได้ให้พวกเขาทำถึงขั้นนั้น หม่อมฉันไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร” นางไม่เคยอยากทำร้ายบุตรของคนอื่นเลย
……….
คอนที่ 1316 เมิ่งจ่างเต๋อ
“ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ ท่านไม่อาจหนีพ้นความผิดไปได้ สกุลเมิ่งก็เช่นเดียวกัน”
เมิ่งเสวียนหลิงโขกศีรษะอีกสองครั้ง ร้องไห้เอ่ยว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันทำเรื่องนี้เพียงลำพัง ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่ใหญ่ของหม่อมฉันนะเพคะ เขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”
ฉู่เยี่ยนหยิบหนังสือสารภาพขึ้นจากโต๊ะ แล้วสะบัดมือโยนใส่หน้านาง “ท่านดูเอาเองเถอะ”
เมิ่งเสวียนหลิงหยิบหนังสือสารภาพด้วยมือสั่นเทา อ่านจนจบทุกตัวอักษร บนนั้นเขียนเอาไว้ชัดเจนอย่างยิ่ง ตั้งแต่จางเฉวียนเอ๋อร์เข้าวังมา เขาก็คอยทำทุกเรื่องให้สกุลเมิ่งเสมอมา
เป็นสกุลเมิ่ง ไม่ใช่เมิ่งเสวียนหลิงเพียงลำพัง
ครั้นเห็นเมิ่งเสวียนหลิงไม่ได้โต้เถียงอีก ฉู่เยี่ยนก็ถามอีกว่า “เมิ่งหนานเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่”
เมิ่งเสวียนหลิงพลันตื่นตัว ส่ายหน้าทันที ส่ายหน้ายืนกราน “ไม่เกี่ยวข้องเพคะ เมิ่งหนานไม่รู้เรื่องนี้ หากเขารู้ ด้วยนิสัยของเขาแล้ว เขาไม่มีทางยินยอมแน่นอน ฝ่าบาทรู้จักเมิ่งหนานไม่ใช่หรือเพคะ เขาไม่ใช่คนเช่นนั้น พระองค์ก็รู้ดี!”
ใช่ เพราะฉู่เยี่ยนรู้จักนิสัยของเมิ่งหนาน รู้พฤติกรรมของอีกฝ่าย เขาถึงได้ถามออกมาเช่นนี้
“ข้าจะสืบให้ชัดเจน หากเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ ข้าย่อมไม่โยงใยถึงเขา แต่หากเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงๆ เช่นนั้นข้าคงไม่มีทางเห็นแก่มิตรภาพในอดีตแล้ว”
เมิ่งเสวียนหลิงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว วางแผนร้ายให้ฮ่องเต้ ทว่าไม่ได้รับโทษประหารเก้าชั่วโคตรในทันทีก็ถือว่าฮ่องเต้มีเมตตามากแล้ว หากเหลือเชื้อสายของสกุลเมิ่งไว้บ้าง ก็ยังมีเกียรติไปพบบรรพบุรุษสกุลเมิ่งได้อยู่
ขณะเดียวกัน เมิ่งจ่างเต๋อถือป้ายตำแหน่งที่เมิ่งเสวียนหลิงให้ไว้ รีบร้อนมาถึงตำหนักไป่หยวนแล้ว
เขาเพิ่งได้รับข่าวว่าโจวอาอู่ยังไม่ตาย ไป๋จื่อช่วยชีวิตอาอู่ไว้ได้
โจวอาอู่อ่านจดหมายลับฉบับนั้นแล้ว บนจดหมายมีชื่อของเขาเมิ่งจ่างเต๋อ
ขอเพียงฮ่องเต้เห็นชื่อเมิ่งจ่างเต๋อ ด้วยความฉลาดและความสามารถของฮ่องเต้แล้ว เขาไม่มีทางคิดเชื่อมโยงอะไรไม่ได้แน่นอน
เมิ่งจ่างเต๋อจึงรีบร้อนมาปรึกษาเรื่องนี้กับน้องสาวที่ตำหนักไป่หยวน
หากเป็นที่อื่น เขาเพียงลอบส่งนักฆ่าไปจัดการโจวอาอู่ก็สิ้นเรื่องแล้ว ทว่าตอนนี้โจวอาอู่กลับอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟาง
สถานที่นั้นไม่ต่างอะไรกับถังเหล็ก ต่อให้นักฆ่าจากยุทธภพที่เขาเชิญมาพวกนั้นเข้าไปได้ ก็ไม่มีทางลงมือทำอะไรได้แน่นอน
นอกเสียจากระดมกำลังพลองครักษ์อวี่หลินที่มีชั้นเชิงไปที่นั่น เช่นนั้นอาจจะมีความมั่นใจอยู่หลายส่วน
เพิ่งถึงตำหนักไป่หยวนไม่ทันไร เขาก็ได้รู้ว่าฮ่องเต้เชิญเมิ่งเสวียนหลิงไปที่ห้องทรงอักษรแล้ว
เมิ่งจ่างเต๋อสงสัยอยู่บ้าง จู่ๆ ฮ่องเต้จะเชิญน้องสาวตนไปที่ห้องทรงอักษรด้วยเหตุใด
“รู้หรือไม่ว่ามีเรื่องอะไร” เมิ่งจ่างเต๋อถามปี้เอ๋อร์ นางกำนัลอาวุโสคนสนิทของเมิ่งเสวียนหลิง
ปี้เอ๋อร์ขอบตาแดง สีหน้าซีดขาว แม้จะเป็นพี่ชายของไท่เฟย ทว่านางก็ไม่กล้าพูดเรื่องบางเรื่องออกไปเรื่อยเปื่อย ทำได้เพียงกัดฟันส่ายหน้า
เมิ่งจ่างเต๋อเห็นนางเป็นเช่นนั้นก็ว้าวุ่นใจ รีบตะคอก “ส่ายหน้าทำอะไร ยังไม่รีบพูดอีก เจ้าอยากให้ข้าร้อนใจตายใช่หรือไม่”
ปี้เอ๋อร์ถูกเมิ่งจ่างเต๋อบีบคั้น ในที่สุดนางก็เอ่ยปากว่า “ไท่เฟยบอกว่าอาจจะไม่ได้กลับมาแล้ว ให้พวกข้าดูแลเจวี๋ยอ๋องให้ดีๆ ใต้เท้า ท่านช่วยไท่เฟยด้วยนะเจ้าคะ” นางคุกเข่าลง โขกศีรษะให้เมิ่งจ่างเต๋ออยู่หลายครั้ง
ในหูเมิ่งจ่างเต๋อมีเสียงดังหึ่งๆ คล้ายกับมีฟ้าผ่าที่ข้างหูไม่ยอมหยุด ทำเอาเขาปวดศีรษะไปหมดแล้ว
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทุกอย่างไร้ความผิดพลาด คนที่รอดไปได้เพียงคนเดียวก็ยังไม่ได้สติ ขอเพียงคนที่เขาเตรียมไว้ไปทำหน้าที่ที่ห้องทรงอักษร แผนการที่เขาวางไว้ย่อมต้องสำเร็จ!
ทั้งหมดเตรียมการไว้อย่างดีแล้ว ขาดอีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้น อีกนิดเดียว
หรือว่าจะเกิดความผิดพลาดที่ก้าวสุดท้ายนี้
ไม่ ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้
เมิ่งจ่างเต๋อกล่าวในใจว่าเป็นไปไม่ได้ ก่อนจะห้อตะบึงออกไปข้างนอกอย่างเร่งร้อน