คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 647

#647คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1293 ในเมื่อไม่มีแรง เหตุใดต้องฝืนออกแรง

หูลี่เฟยน่ากล่าว “ข้าได้ยินมาว่าภายนอกของจักจั่นน้ำแข็งอ่อนโยนและไร้อันตราย แต่ความจริงแล้วมันร้ายกาจมาก หากมีคนรบกวนความสงบของมัน มันจะไล่กัดคนหรือสัตว์นั้นตลอดไป”

“แค่กัดครั้งเดียวก็จบเห่แล้ว ดังนั้นเจ้าต้องระวังตัวด้วย” หูลี่เฟยน่านั่งตัวตรง เก็บท่าทางทรงเสน่ห์อย่างหาได้ยาก ทำหน้าตาจริงจัง

นางยิ่งมายิ่งชอบไป๋จื่อผู้นี้ ช่างเป็นสตรีที่ไม่เหมือนใครจริงๆ ไม่เหมือนกับสตรีทุกคนที่นางเคยเจอ

ไป๋จื่อเก็บรูปวาดอย่างดี ก่อนจะยิ้มเบาๆ “ข้าจะไม่ขอบคุณเจ้า เพราะนี้เป็นสิ่งที่เจ้าควรทำแล้ว แต่หากเจ้ากลับเนื้อกลับตัวได้ บางทีพวกเราอาจจะได้เป็นเพื่อนกัน”

พวกเราอาจจะได้เป็นเพื่อนกัน การจะเป็นเพื่อนกับนางต้องมีเงื่อนไขนี่เอง

กลับเนื้อกลับตัว? มันง่ายขนาดนั้นเสียเมื่อไร

หูลี่เฟยน่ายิ้มขื่น ไม่ได้ตอบนาง

ไป๋จื่อลุกขึ้นยืนแล้ว ทิ้งท้ายไว้สบายๆ คำหนึ่ง “คุณหนูหูลี่ ทุกอย่างบนโลกมีความยากลำบากมากมายจริงๆ แต่สำหรับพวกเราแล้ว ความลำบากพวกนี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่กระมัง มีเรื่องอะไรบางที่คนอย่างพวกเราทำไม่ได้จริงๆ บ้าง ขอเพียงพวกเราคิดจะทำ แค่ใช้ความพยายามทั้งหมดของพวกเราก็ทำได้แล้วไม่ใช่หรือ”

“เจ้าคิดว่ายาก คิดว่าทำไม่ได้ แต่เจ้าเคยลองแล้วหรือ หากเจ้ายังไม่เคยลอง แล้วมาพูดได้อย่างไรว่ายาก”

เมื่อพูดทั้งหมดนี้จบแล้ว ไป๋จื่อก็มองนางอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง แล้วหมุนกายจากไป

หูลี่เฟยน่าพึมพำคำพูดพวกนั้นกับตัวเองไม่ยอมหยุด พูดออกมาจากปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกเหมือนต้นไม้แตกหน่อ

จริงด้วย นางยังไม่เคยลองมาก่อน แล้วมาพูดได้อย่างไรว่าทำไม่ได้ เหตุใดนางถึงพูดว่าทำไม่ได้กัน

ไป๋จื่อกลับไปที่ห้องหนังสือของซ่งหลาง เขาในตอนนี้ยังคงทนกับความทรมานของการไร้เรี่ยวแรง เขาคิดจะยันเก้าอี้ลุกขึ้นอยู่หลายครั้ง แต่ลองอยู่นับครั้งไม่ถ้วนก็ทำไม่ได้

ซ่งหลางที่เด็ดเดี่ยวและสง่างามในตอนแรก กลับกลายเป็นคนที่ไร้ชีวิตชีวาในตอนนี้แล้ว

ไป๋จื่อเร่งฝีเท้าไปถึงตรงหน้าเขา กดไหล่เขาที่ลุกขึ้นครึ่งร่างแล้วลงไป “ในเมื่อไม่มีแรง เหตุใดต้องฝืนออกแรงด้วย”

ซ่งหลางรีบถาม “พวกเจ้าคุยอะไรกันบ้าง นางทำอะไรเจ้าบ้างหรือไม่” เขาร้อนใจแทบตายแล้ว ก่อนหน้านี้เขากำชับเอาไว้เอง ให้ข้ารับใช้ไม่ต้องคอยท่าอยู่ในห้องหนังสือ และไม่ต้องการให้พวกเขารบกวนเขาด้วย ผลปรากฏว่าตอนนี้เขาต้องการใครสักคนประคองเขา ทว่าไม่มีใครเหลืออยู่เลย

ไป๋จื่อส่ายหน้า “นางไม่ได้ทำอะไรข้าทั้งนั้น หูลี่เฟยน่าไม่ได้ร้ายกาจเช่นที่เจ้าจินตนาการไว้ พูดตามตรง นางเป็นสตรีที่น่าสงสารคนหนึ่ง บางอย่างไม่ใช่นิสัยของนาง”

ซ่งหลางไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้ เขาหันไปมองเสี่ยวชิง “เจ้าพูดสิ”

ไหนเลยเสี่ยวชิงจะกล้าปิดบัง นางอ้าปากพูดว่า “คุณหนูหูลี่บอกว่าจักจั่นน้ำแข็งกำจัดพิษให้คุณชายได้ แถมยังบอกว่ามันอยู่ที่เขาคุนหลุนด้วย” นางพูดพลางกวาดสายตามองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อ “แม่นางบอกว่าจะไปตามหาจักจั่นน้ำแข็งมาถอนพิษให้ท่าน คุณหนูหูลี่มอบรูปภาพของจักจั่นน้ำแข็งให้แม่นางด้วยเจ้าค่ะ”

สีหน้าของซ่งหลางเปลี่ยนไปในทันที เขาเอ่ยด้วยความโมโห “ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด เขาคุนหลุนนั่นเป็นสถานที่เช่นใด คนเข้าไปเป็นร้อย แต่อาจจะกลับมาได้เพียงคนเดียวด้วยซ้ำ ไม่ได้เด็ดขาด ข้ายอมตายดีกว่าให้เจ้าไป”

ไป๋จื่อกลับกล่าวว่า “ข้าเชื่อที่นางพูด อีกอย่าง ข้าเป็นหมอ แล้วก็เป็นหมอยาด้วย ตอนที่ได้ยินว่าบนโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าจักจั่นน้ำแข็ง ต่อให้ไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าก็อยากจะไปเห็นสักครั้ง เพิ่มความรู้ให้ตัวเองสักหน่อย”

ซ่งหลางจะเชื่อคำพูดนี้ได้อย่างไร หากต้องการเห็นสัตว์พิษหรือสัตว์วิเศษหายาก ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปที่เขาคุนหลุน บนโลกมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณวิเศษตั้งมากมาย

……….

ตอนที่ 1294 เมารถ

ทว่าเขาคุนหลุนเป็นสถานที่อันตราย อันตรายซ้อนอันตราย

“ไม่ได้เด็ดขาด เจ้าไปไม่ได้ หากเจ้าจะไปที่เขาคุนหลุน ข้าจะตายตรงหน้าเจ้าเดี๋ยวนี้”

ไป๋จื่อจ้องหน้าเขาเขม็ง แววตาคล้ำลง ไม่เอ่ยวาจาอยู่เนิ่นนาน จนสุดท้ายนางก็แค่หมุนกายเดินไป ไม่ได้พูดอะไรอีก

ซ่งหลางยื่นมือไป หมายจะคว้านางเอาไว้ ทว่านางเดินไปไกลแล้ว หรืออาจจะเป็นเพราะนางไม่ได้เข้าใกล้เขาตั้งแต่แรก

ความรู้สึกหดหู่จากความว่างเปล่าแทบจะกัดกินเขา ครั้นอ้าปากอยากพูดอะไรบางอย่าง กลับไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมา

เสี่ยวชิงกล่าวว่า “คุณชาย ข้าไปส่งแม่นางก่อนนะเจ้าคะ” ไป๋จื่อไม่เป็นวรยุทธ์ นางกลับคฤหาสน์ตงฟางเพียงลำพัง อย่างไรเสี่ยวชิงก็ไม่วางใจ

ใครจะรู้ว่าเมื่อออกจากสวนชิงเฟิง รถม้าคันหรูก็จอดรออยู่ข้างนอกประตูแล้ว กงกงสวมชุดขันทีคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ รถม้า เมื่อไป๋จื่อออกมา เขาก็เข้ามาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มทันที “คุณหนูไป๋ ท่านออกมาเสียที ฝ่าบาทให้มาเชิญท่านเข้าวังขอรับ”

ตั้งแต่ไป๋จื่อออกจากวังคราวก่อน นางก็ไม่ได้เข้าวังอีก ฉู่เยี่ยนเรียกนางเข้าวังไปทำอะไรกัน

หากกงกงที่มารับนางไม่ใช่ฝูเซิ่งที่คอยรับใช้อยู่ข้างกายฉู่เยี่ยนตลอด นางก็สงสัยนักว่ามีใครสวมรอยมาหลอกนางหรือไม่

“จู่ๆ ฮ่องเต้เรียกข้าเข้าวังด้วยเหตุใดกัน” ไป๋จื่อถามฝูกงกง

ฝูเซิ่งตอบว่า “ข้าน้อยก็ไม่ทราบขอรับ เพียงแต่ทำตามพระบัญชาของฮ่องเต้ คุณหนูโปรดอย่าทำให้ข้าน้อยลำบากใจเลย”

ไป๋จื่อกวาดสายตามองรถม้าคันนั้น มันเป็นคันเดียวกับที่นางนั่งออกจากวังก่อนหน้านี้ แม้แต่ขันทีหนุ่มที่บังคับรถม้าก็ยังเป็นคนเดิมกับคราวที่แล้ว ความสงสัยเล็กน้อยในใจพลันหายไปจนสิ้น พยักหน้าตอบว่า “ตกลง”

น่าจะมีเรื่องด่วนอะไรกระมัง วันนี้นางพบกับฉู่เยี่ยนแล้ว หากเรียกนางเข้าวังเพื่อพูดเรื่องบางอย่างต่อหน้า ก็ไม่เห็นจำเป็นจำจะต้องส่งคนมารับนางตอนนี้ ในวังน่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกระมัง

ไป๋จื่อหันไปบอกกับเสี่ยวชิง “เจ้าอยู่ดูแลคุณชายของเจ้าเถอะ ข้าเข้าวังไปคนเดียวได้”

เสี่ยวชิงส่ายหน้า ครั้งนี้ยืนกรานเป็นอย่างยิ่ง “ไม่ได้เจ้าค่ะ สถานที่เช่นในวัง ข้าไม่วางใจให้ท่านไปคนเดียว ข้าต้องตามท่านไปด้วย” นางกับไป๋จื่อไม่ได้มีความสัมพันธ์เช่นนายบ่าวอย่างที่ทุกคนเห็น

ไป๋จื่อไม่เคยเห็นนางเป็นข้ารับใช้ นางเองก็นับถือไป๋จื่ออย่างถึงที่สุด จนกลายเป็นความผูกพัน และอยากจะปกป้องด้วยใจจริงในตอนนี้

สถานที่โหดร้ายเช่นวังหลวง หากนางไม่ตามเข้าไปด้วย หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับไป๋จื่อ นางไม่มีทางให้อภัยตัวเองแน่นอน

ไป๋จื่อโน้มน้าวนางไม่ได้ จึงทำได้เพียงพานางเข้าวังไปด้วย ความจริงแล้วมีเสี่ยวชิงอยู่ด้วยก็ทำให้สบายใจมากขึ้นเช่นกัน

เสี่ยวชิงเป็นวรยุทธ์ บุรุษธรรมดาเข้าใกล้ตัวนางไม่ได้ มีนางอยู่ใกล้ๆ ก็ยิ่งไม่ต้องกังวล

รถม้าแล่นเร็วมาก เพียงแค่ครึ่งชั่วยามก็ไปถึงวังหลวงแล้ว

ไป๋จื่อรู้สึกเวียนศีรษะเพราะรถม้าโคลงเคลงมาก โชคดีที่ไม่ได้ใช้เวลานานจนเกินไป ไม่เช่นนั้นนางจะต้องเมารถแล้วจริงๆ

ทั้งสองคนลงจากรถแล้วก็มีราชรถรออยู่อีกด้านหนึ่งในทันที ขันทีอาวุโสคนหนึ่งรีบเข้ามาหา ทำความเคารพไป๋จื่อแล้วก็เอ่ยว่า “คุณหนูไป๋ ฝ่าบาทรอท่านอยู่ที่ตำหนักอวี้ชิงขอรับ”

ตำหนักอวี้ชิง? นั่นไม่ใช่ที่พำนักของไท่ซ่างหวงหรือ

“ไทซ่างหวงทรงประชวรหรือ” ไป๋จื่อถาม

ขันทีผู้นั้นก้มหน้าลง ไม่กล้าตอบ

ไป๋จื่อก็ไม่ถามอะไรมาก เพียงให้เขานำทางไป

ฮ่องเต้ไม่ได้เอ่ยปาก พวกเขาไม่กล้าพูดเองเออเอง ไม่เช่นนั้นหากฮ่องเต้พิโรธขึ้นมาแล้วตัดลิ้นยังถือว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่ตัดศีรษะทิ้งย่อมเป็นเรื่องใหญ่แล้ว

ราชรถเองก็แล่นเร็วมาก โคลงเคลงจนนางทรมานนัก เดิมทีรถม้าเมื่อครู่ก็โคลงเคลงอยู่แล้ว คราวนี้มาโคลงเคลงซ้ำอีกครั้งจึงทนไม่ไหว ครั้นราชรถหยุดที่ด้านนอกตำหนักอวี้ชิง นางยังไม่ทันได้ลงมา ก็มีเสียงอาเจียนดังขึ้นระลอกหนึ่งเสียก่อน

น่าเสียดายอาหารอันโอชะเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 647