คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 646

#646คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1291 จักจั่นน้ำแข็ง

นางไม่มีวันลืมวันนั้นได้ บิดาชี้นิ้วต่อว่ามารดา บอกว่านางชั่วร้าย ไม่มีความเป็นคน

มารดาก็ชี้หน้าต่อว่าบิดาเช่นกัน บอกว่าเขาใจดำและเย็นชา

นางไม่รู้เลยว่าบิดามารดาที่เดิมทีรักนางสุดหัวใจ เหตุใดจู่ๆ ถึงกลายเป็นเช่นนั้น

เวลานั้นนางหวาดกลัวมาก นางได้แต่หลบอยู่ในมุมห้อง ไม่กล้าส่งเสียง

มารดาบอกในวันนั้นว่าหากบิดากล้าไป เช่นนั้นเขาต้องตายอยู่ข้างนอกนั่น

บิดากลับบอกว่าเขาไม่มีทางตาย เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นางเห็น

เมื่อบิดาไปแล้ว มารดายืนมองอยู่ที่หน้าประตูบ้านทุกวัน ทอดสายตามองไปไกลด้วยความคาดหวัง

คาดหวังว่าบิดาจะกลับมาได้ในสักวัน

สองเดือนผ่านไป บิดากลับมาแล้ว นำจักจั่นน้ำแข็งตัวหนึ่งกลับมาด้วย เขาชี้มารดาพลางบอกว่า “ข้าใช้จักจั่นน้ำแข็งกำจัดพิษของหนอนความรักแล้ว ข้าไม่อยากแตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายนิ้วเดียว รังเกียจที่จะมองหน้าเจ้าด้วย หลายปีมานี้ข้าไม่เคยรักเจ้าเลย หากไม่ใช่เพราะเจ้าใช้หนอนความรักควบคุมข้า บุรุษเช่นข้าจะรับศัตรูคนหนึ่งมาขึ้นเตียงได้อย่างไร”

วันนั้นนางได้เห็นจักจั่นน้ำแข็งในมือของบิดา หนอนสีขาวตลอดทั้งตัว มีแค่ปลายปีกเท่านั้นที่เป็นสีฟ้าอ่อน มันถูกบิดาจับขังอยู่ในขวดแก้วขนาดเท่าฝ่ามือ ยังมีชีวิตอยู่ ทุกสองชั่วยามมันจะถ่ายมูลสีขาวเหมือนน้ำนมออกมา และมูลของมันนี่เองเป็นเป็นยาดีกำจัดหนอนกู่ได้

บิดาอยากพานางไปด้วย บอกว่าไม่อยากให้บุตรสาวของตนเองต้องเดินเส้นทางเดียวกับมารดาของนาง

ทว่าให้ตายอย่างไรมารดาก็ไม่ยอม บิดายอมแพ้ในท้ายที่สุด เขานำจักจั่นน้ำแข็ง เสื้อผ้าสองสามชุด และจี้ห้อยคอที่นางเคยใส่ตอนยังเป็นทารกติดตัวไป

หลังจากวันนั้น นางก็ไม่ได้พบบิดาอีก นางแม้กระทั่งนางจำใบหน้าของบิดาไม่ได้แล้ว

นางไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ไป๋จื่อฟัง เพียงแค่คิดทบทวนอยู่ในใจรอบหนึ่ง

ยิ่งคิด นางก็ยิ่งโศกเศร้า

บิดาจะรู้บ้างหรือไม่ ว่านางเดินบนเส้นทางเดียวกับมารดาแล้ว

หูลี่เฟยน่าพยักหน้า “ใช่ ข้าเคยเห็นจักจั่นน้ำแข็งตัวเป็นๆ มาแล้ว เห็นกับตาตัวเองนี่แหละ”

ไป๋จื่อลอบดีใจ เวลานี้นางยินดีที่จะเชื่อหูลี่เฟยน่าเป็นอย่างยิ่ง

บางคนชอบพูดเรื่องโกหกมาตั้งแต่เกิด แค่อ้าปากก็พูดคำโกหกได้แล้ว และมันก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายเหมือนกับการกินข้าวอย่างไรอย่างนั้น

แม้บางคนจะพูดโกหกบางครั้ง แต่ตอนที่นางพูดหรือไม่พูดโกหก คนอื่นล้วนแยกแยะได้

นางเชื่อสายตาของตนเอง เชื่อว่าหูลี่เฟยน่าในตอนนี้ไม่ได้พูดโกหก

เขาคุนหลุน สถานที่ที่ลึกลับ อันตราย และเลือนราง

ไม่รู้ว่ามีกี่ตำนานที่มาจากเขาคุนหลุน

และไม่รู้ว่ามีแดนเซียนหรือปีศาจเกิดจากเขาคุนหลุนมากเพียงใด หากบอกว่าจักจั่นน้ำแข็งที่ร้ายกาจมาจากเขาคุนหลุนเช่นกัน นางก็ไม่รู้สึกว่ามันแปลกเลยสักนิด

“เอาละ ข้ารู้แล้ว” ไป๋จื่อพยักหน้าให้หูลี่เฟยน่า จากนั้นก็กลับหลังหันไป

หูลี่เฟยน่ารีบลุกขึ้นยืน เรียกไป๋จื่อ “เจ้าจะไปที่เขาคุนหลุน เพื่อตามหาจักจั่นน้ำแข็งให้เขาหรือ”

ไป๋จื่อไม่ได้หันหน้ากลับไป เพียงร้องรับเบาๆ เสียงหนึ่ง

หูลี่เฟยน่ากล่าวอีกว่า “ที่นั่นคือเขาเขาคุนหลุนเชียวนะ มีคนตั้งมากมายไปแล้วไม่ได้กลับมา ตอนนั้นบิดาข้าไปตามหาจักจั่นน้ำแข็งที่เขาคุนหลุน เขาพาคนไปด้วยมากกว่าหนึ่งร้อย แต่สุดท้ายกลับมาได้เพียงไม่กี่คน เจ้าไม่กลัวหรือ”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่กลัว”

หูลี่เฟยน่ามองเงาหลังของไป๋จื่อค่อยๆ หายไปอย่างงุนงง พึมพำกับตัวเองว่า “นางไม่เคยไปที่เขาคุนหลุน ไม่รู้ความลึกลับและอันตรายของที่นั่น เมื่อนางไปแล้ว นางจะต้องเสียใจเป็นแน่”

มีทางที่ดีกว่าให้เลือกแท้ๆ เพราะเหตุใดกัน เหตุใดพวกเขาถึงต้องเลือกทางอันตรายเช่นนี้ด้วย

หรือว่าสตรีสกุลหูลี่เช่นนางน่ากลัวว่าเขาคุนหลุนเสียอีก

นางยืนอยู่ในลานบ้าน พลันหัวเราะออกมาเสียงดัง หัวเราะจนน้ำตาไหล ก่อนจะร้องไห้ยกใหญ่ เหมือนว่าหัวใจถูกฉีกทึ้ง

……….

ตอนที่ 1292 เหตุใดไม่เทน้ำชาให้ข้า

นางก็อยากเป็นสตรีธรรมดา แต่งให้กับบุรุษธรรมดา ใช้ชีวิตธรรมดาเหมือนน้ำเปล่า อ่อนโยน มีอิสระเสรี

แต่นางทำไมได้ นางฝึกวิชาเสน่ห์ตั้งแต่เด็ก วิธีที่ทำให้คนลุ่มหลงเหล่านั้นแทรกซึมเข้าไปในกระดูกของนางตั้งนานแล้ว ทุกคนจึงมีอคติและรังเกียจความคิดของนาง

เหมือนกับที่ซ่งหลางพบว่านางใช้วิชาเสน่ห์แล้ว เขาก็ไม่เคยมองนางตรงๆ อีก

สตรีที่ชื่อว่าไป๋จื่อนางนั้น นางไม่ได้ชอบซ่งหลางด้วยซ้ำไป เหตุใดนางต้องเสี่ยวอันตรายเพื่อซ่งหลางขนาดนั้น

นางรู้ว่านางจะต้องได้พบไป๋จื่ออีก

ไป๋จื่อไปแล้วก็หวนกลับมา ระยะเวลาห่างกันเพียงครึ่งชั่วยาม

หูลี่เฟยน่ากลับมามีท่าทางดังเดิมแล้ว กำลังนั่งดื่มชาอยู่ในสวนอย่างยั่วยวน ไม่รู้มีดวงตากี่คู่จับจ้องตัวนางทั้งในที่ลับและที่แจ้ง แต่นางกลับทำเป็นมองไม่เห็น โปรยเสน่ห์ต่อไป

นางเคยเห็นสายตานี้มากมาย ชินเสียแล้ว แม้กระทั่งตายด้านด้วยซ้ำไป

ตอนที่ไป๋จื่อมาถึง นางไม่ได้ประหลาดใจ บนโต๊ะวางจอกชาไว้สองใบ หนึ่งใบนางใช้อยู่ ส่วนอีกใบหนึ่งว่างเปล่า

ไป๋จื่อนั่งลงตรงข้ามกับนาง เลิกคิ้วถามว่า “เจ้ารอข้าอยู่หรือ”

หูลี่เฟยน่ายิ้มจางๆ ถึงแม้จะแย้มยิ้มเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงงดงามอย่างยิ่งยวด “เป็นเช่นนั้นกระมัง ในสวนชิงเฟิงแห่งนี้ นอกจากเจ้าแล้ว ยังมีใครอยากพบข้าอีกหรือ”

ไป๋จื่อหันไปมองทางอื่น กวาดสายตามองไปไกลๆ และยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาร้อนรุ่มอยู่ดี “ข้าคิดว่ามีอยู่ไม่น้อยเลย”

หูลี่เฟยน่าส่ายหน้า “เจ้าก็รู้ คนที่ข้าอยากพบไม่ใช่พวกเขา”

ไป๋จื่อชี้ไปที่จอกน้ำชาตรงหน้า ถามว่า “เหตุใดไม่เทน้ำชาให้ข้า”

หูลี่เฟยน่าช้อนสายตาขึ้นเล็กน้อย มองนางด้วยความจริงจัง “เจ้าไม่กลัวข้าใส่หนอนกู่ให้เจ้าหรือ”

ไป๋จื่อหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่ใช่บุรุษ เหตุใดเจ้าต้องใส่หนอนกู่ให้สตรีด้วยเล่า อีกอย่าง หนอนกู่เป็นสิ่งมีค่าราคาแพง หากจะใส่ก็ต้องใส่ให้คนที่เกลียดสุดขีด หรือไม่ก็รักสุดหัวใจ และข้าก็ไม่ใช่คนทั้งสองประเภทนั้นกระมัง!”

จู่ๆ หูลี่เฟยน่าก็รู้สึกชอบนางขึ้นมาบ้าง

สตรีมากมายเกลียดนางหูลี่เฟยน่าเข้ากระดูกดำ เกลียดเหมือนมูล แม้แต่มองสักครั้งก็รู้สึกว่าดวงตาจะสกปรกไปด้วย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงนั่งลงดื่มชากับนางเลย

ที่นางนำจอกน้ำชามาวางไว้สองจอก ก็เพื่อให้ตนเองโดดเดี่ยวน้อยลงเท่านั้นเอง

นางยกกาน้ำชา เทน้ำชา แล้ววางกาน้ำชาลง

ท่วงท่าที่สง่างามเจือความงดงามชวนมอง วิชานี้ไม่ใช่ว่าฝึกหนึ่งวันหนึ่งคืนก็เป็นได้ ดูท่าทางเพื่อฝึกวิชาเสน่ห์นี้ นางต้องลำบากยากเข็ญไม่น้อยเลย

ไป๋จื่อยกจอกชาขึ้น ครั้นจรดขอบจอกชาที่ริมฝีปาก กำลังจะจิบสักคำหนึ่ง เสี่ยวชิงกลับดึงมือนางเอาไว้ “แม่นาง อย่าเลยเจ้าค่ะ”

ทันใดนั้นไป๋จื่อจับมือนาง ดันมือนางลงเบาๆ แล้วยิ้มจางเอ่ยว่า “อะไรกัน แค่ดื่มชาเท่านั้นเอง”

เสี่ยวชิงรู้สึกร้อนใจ ทว่านางทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงมองไป๋จื่อดื่มชาที่หูลี่เฟยน่าเทให้ทั้งอย่างนั้น

หูลี่เฟยน่ามองเสี่ยวชิง ไม่มีความรู้สึกอยากกล่าวโทษอีกฝ่ายแม้สักนิด “เป็นซ่งหลางที่บอกเจ้ากระมัง บอกว่าขอเพียงเป็นสิ่งของของข้าก็ห้ามจับ ห้ามกิน ถูกต้องหรือไม่”

เสี่ยวชิงหลุบตาลงไม่พูดจา ในใจนึกโมโหแทบตายอยู่แล้ว หากแม่นางดื่มชาของนางแล้วเป็นอะไรไป เสี่ยวชิงผู้นี้จะบอกคุณชายอย่างไรดี

ไป๋จื่อกล่าวกับหูลี่เฟยน่าว่า “ในเมื่อเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ดูท่าเจ้าคงจะรู้ว่าข้ามาหาเจ้าเพราะอะไรกระมัง”

หูลี่เฟยน่าเองก็ไม่อมพะนำ หยิบกระดาษที่พับไว้ออกมาจากในกระเป๋าแขนเสื้อทันที แล้วยื่นมันให้ไป๋จื่อ

มันเป็นภาพวาดของจักจั่นน้ำแข็งที่นางเคยเห็นเมื่อก่อนหน้านี้

คล้ายกับจักจั่นมากจริงๆ เพียงแต่นอกจากสีผ้าอ่อนตรงปลายปีกแล้ว ตลอดทั้งตัวของมันเป็นสีขาวละเอียดราวกับหิมะก็ไม่ปาน

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 646