คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 653

#653คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1305 ลอบจู่โจม

ตั้งแต่ครองราชย์มา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉู่เยี่ยนได้เจอกับความดำมืดในวังหลวง มันดำมืดกว่าที่เขาจินตนาการไว้ร้อยเท่า

นี่ยิ่งช่วยให้การตัดสินใจไปจากที่นี่แน่วแน่มากขึ้น ถึงแม้เขาจะทนใช้ชีวิตเช่นนี้ได้ แต่จื่อเอ๋อร์ของเขาจะตกอยู่ในบ่อโคลนที่ลึกและหนักหนาเช่นนี้ได้อย่างไร

หลังจากส่งไท่ซ่างหวงไปที่สุสานจักรพรรดิแล้ว ฉู่เยี่ยนกลับไปจัดการราชกิจสำคัญที่ห้องทรงอักษร ขณะเดียวกันก็สั่งคนไปเรียกโจวอาอู่และฟู่เจิงมา

สองสามวันนี้เขายุ่งอยู่กับพิธีแห่ขบวนพระศพไท่ซ่างหวง จึงไม่มีเวลาถามถึงเรื่องจื่อเสวี่ยเถิงที่หายไป ตอนนี้นับว่าถึงเวลาคิดบัญชีแล้ว

ฟู่เจิงมาถึงก่อน ส่วนโจวอาอู่กลับยังคงไร้ร่องรอย

“อาอู่เล่า” ฉู่เยี่ยนถาม

ฟู่เจิงมีสีหน้าตื่นเต้น “ฝ่าบาท มีเบาะแสแล้วพ่ะย่ะค่ะ อาอู่กำลังไปตรวจสอบ อีกสักพักน่าจะกลับมาพ่ะย่ะค่ะ”

“เบาะแสอะไร” ฉู่เยี่ยนวางฎีกาในมือลง แล้วเงยหน้ามองไปทางฟู่เจิง

ฟู่เจิงก้าวไปข้างหน้าสองก้าว เอ่ยเสียงเบาว่า “ฝ่าบาท เถ้าแก่ตู้ที่ถูกปล้น ‘ฆ่า’ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่พ่อค้าธรรมดา กระหม่อมไปสืบดูแล้ว เขามีความสัมพันธ์กับขุนนางในเมืองหลวงหลายคนในระดับดีทีเดียวพ่ะย่ะค่ะ”

“โอ้? ขุนนางคนไหนบ้าง” ฉู่เยี่ยนถามอีก

ฟู่เจิงส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดพ่ะย่ะค่ะ อาอู่กำลังไปล่ารายชื่อ”

ฉู่เยี่ยนทุบกำปั้นลงบนโต๊ะทรงอักษร ทำให้ขาโต๊ะไม้หนานสีทองนวลเกิดรอยแตกหลายรอยในทันที

“ข้าอยากจะเห็นนักว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใครกันแน่”

จากนั้นฉู่เยี่ยนจัดการฎีกา ส่วนฟู่เจิงคอยอาอู่อยู่ด้านนอกห้องทรงอักษร ทว่ารอแล้วรอเล่าจนเกือบสองชั่วยาม ฉู่เยี่ยนอ่านกองฎีกาทั้งหมดแล้ว อาอู่ก็ยังไม่กลับมา

ไม่เพียงอาอู่ไม่กลับมาเท่านั้น แม้แต่คนมาส่งข่าวก็ไม่มาด้วยเช่นกัน

นี่ไม่ใช่นิสัยโดยปกติของอาอู่เลย!

ฉู่เยี่ยนกล่าวกับฟู่เจิงว่า “ส่งคนไปดูหน่อยเถอะ อาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายอะไรอีกก็เป็นได้”

ฟู่เจิงเพิ่งรับคำไม่นานนัก ยังไม่ทันหมุนกายเดินไปที่ไหน ชายหนุ่มสวมชุดองครักษ์มังกรคนหนึ่งก็รีบร้อนเข้ามา ท่าทางของเขาเหมือนกับได้รับบาดเจ็บ มือซ้ายประคองแขนขวา ฝีเท้าไม่คล่องแคล่ว หน้าตาซีดขาว ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าทั้งสองคนด้วยความตระหนก “ฝ่าบาท แม่ทัพฟู่ เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

สีหน้าของฟู่เจิงหม่นลง “รีบพูดมา!”

ชายหนุ่มผู้นั้นรายงานว่า “ข้าน้อยกับกับรองหัวหน้าโจวถูกลอบจู่โจมระหว่างทางกลับมารายงานขอรับ”

ฉู่เยี่ยนรีบถาม “แล้วโจวอาอู่เล่า”

“ทูลฝ่าบาท รองหัวหน้าโจวได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาสั่งให้กระหม่อมกลับมารายงานก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

ฟู่เจิงเร่งถามบ้าง “ถูกลอบจู่โจมที่ใด มีกำลังเสริมหรือไม่”

ชายหนุ่มว่า “เมื่อครู่มีสหายองครักษ์ไปแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะทันกาลหรือไม่ขอรับ”

ฟู่เจิงร้อนใจแทบตายแล้ว จึงลากตัวชายหนุ่มออกไป ก่อนจะรีบตามไปเป็นกำลังเสริม

เมื่อเขาไปถึง โจวอาอู่นอนจมกองเลือด ลมหายใจรวยริน

องครักษ์คนอื่นก็เจอหายนะเช่นกัน ทว่าไม่มีชีวิตเหลือแล้ว

ฟู่เจิงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “เร็วเข้า รีบส่งเขาไปที่คฤหาสน์ตงฟางเดี๋ยวนี้”

กลางดึกสงัด ลมยามค่ำคืนกลางฤดูหนาวเย็นยะเยือกเป็นพิเศษ เมฆดำบดบังดวงจันทร์มากกว่าครึ่ง เหลือเพียงแสงจันทร์หนาวเย็นที่สาดส่องโลกมนุษย์

ประตูหน้าของคฤหาสน์ตงฟางถูกเคาะอย่างรีบร้อน ฟู่เจิงไม่รายงานใคร ยกร่างอาอู่บุกเข้าไปข้างในทันที

เขาร้อนใจมากจริงๆ อาอู่เป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ ของเขา เขาฟู่เจิงใช้ชีวิตคนเดียว หากเจอเคราะห์หามยามร้ายอะไร ตายก็แค่ตาย ไม่มีห่วงอะไรทั้งนั้น

แต่อาอู่ไม่เหมือนกัน เขามีภรรยาและลูกสองคน หรูเอ๋อร์เพิ่งอายุได้เก้าปี ส่วนบุตรชายยังอายุไม่ครบสี่ปีเต็ม หากเขาเป็นอะไรไป ครอบครัวนั้นไม่เท่ากับจบสิ้นหรือ

……….

ตอนที่ 1306 ผ่าตัด

แม้ไป๋จื่อจะยังไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ แต่ก็นับว่านางเป็นลูกสะใภ้ของไท่ซ่างหวงแล้ว พิธีกรรมหรืองานเลี้ยงต่างๆ ไม่สามารถขาดนางได้ ทว่านางหนักใจกับสถานการณ์เช่นนี้ เหนื่อยใจยิ่งกว่าเหนื่อยกายเสียอีก

ประตูห้องถูกเคาะเสียงดัง นางขยี้ตาพลางลุกขึ้นนั่ง เสียงพูแหบพร่าอยู่บ้าง “ใครน่ะ”

“คุณหนู แม่ทัพฟู่บอกว่าแม่ทัพโจวได้รับบาดเจ็บสาหัส เชิญท่านไปดูหน่อยขอรับ”

ไป๋จื่อตื่นเต็มตาในทันที รีบกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว เมื่อสวมชุดคลุมที่อยู่บนราวแล้วก็สาวเท้าวิ่งออกไป “นำกล่องยาของข้าไปด้วย”

เมื่อออกจากลานบ้านแล้ว ไป๋จื่อก็ตรงไปที่โถงหน้าทันที

ต่อให้ฟู่เจิงใจกล้าแค่ไหน เขาก็ไม่กล้ายกร่างบุรุษวิ่งไปที่เรือนหลัง ทำได้แค่รอนางอยู่ที่โถงหน้าเช่นนี้

ภายในโถงหน้าจุดไฟสว่างจ้า ฟู่เจิงนั่งยองอยู่ข้างๆ อาอู่ น้ำตาคลอเบ้าดึงแขนเสื้ออู่ไม่ยอมหยุด “เจ้ารีบตื่นเถอะ เจ้าจะหลับไม่ได้นะ ขืนเจ้ายังหลับต่อไป เจ้าจะไม่มีทางได้ตื่นอีกแล้ว”

ชีวิตนี้ของเขาเจอกับการจากเป็นจากตายมามากเกินไปแล้ว ตอนนี้เขาจึงยังคงใช้ชีวิตเพียงลำพัง

ด้วยฐานะและตำแหน่งของเขาในตอนนี้ ไปจนถึงอายุที่ไม่นับว่ามากเท่าไร หากอยากแต่งภรรยาสักคนย่อมเป็นเรื่องง่าย

ทว่าเขาก็ไม่เคยแต่งภรรยา เพียงเพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองมีพันธะผูกพัน ยิ่งไม่อยากให้ภรรยาโชคร้ายเพราะเขาด้วย

เขาจึงยอมมีชีวิตเพียงลำพัง อยู่รอดปลอดภัยก็ดี ตายตกก็ช่าง ไม่มีทางทำให้ใครหนักใจอยู่แล้ว

อาอู่เป็นน้องชายที่เขาสนิทที่สุดตลอดหลายปีมานี้ ถือเป็นคนที่นับถือเป็นครอบครัว เป็นคนในครอบครัวที่เขาไม่อยากสูญเสียไป

ไป๋จื่อปรี่ไปข้างหน้า นั่งยองที่อีกข้างหนึ่งของฟู่เจิง เร่งตรวจสอบบาดแผลบนตัวเขา

ทั้งหมดเป็นบาดแผลจากกระบี่ หน้าอก หน้าท้อง แขน ต้นขา เอวข้างซ้าย ล้วนมีรอยกระบี่ทั้งสิ้น บ้างลึก บ้างตื้น ไม่รู้ว่าเลือดออกไปมากเท่าไร แม้จะยังมีชีวิตอยู่ ทว่าสติสัมปชัญญะของเขาหายไปจนสิ้นแล้ว

นางหยิบหลอดบางๆ ออกจากกล่องยา แล้วฉีดสารโปร่งแสงขวดเล็กเข้าไปในร่างกายเขา

นี่เป็นวิตามินพิเศษที่กลุ่มบริษัทยาใช้เวลาเป็นร้อยปีเพื่อค้นคว้าออกมา ทำให้คนที่บาดเจ็บสาหัสใกล้ตายยังมีลมหายใจชั่วคราว เพื่อเพิ่มเวลาและโอกาสในการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน

เดิมทีไม่ควรทำการผ่าตัดที่นี่ อย่างน้อยก็ต้องย้ายไปอยู่บนเตียงสะอาดๆ ถึงจะใช้ได้

ทว่าตอนนี้ไม่ทันกาลแล้ว จำเป็นต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน

ไป๋จื่อให้ฟู่เจิงเคลื่อนโต๊ะน้ำชาหลายตัวข้างๆ ไปรวมอยู่ด้วยกัน จากนั้นก็ค่อยยกร่างโจวอาอู่ขึ้นไปวางบนนั้น เมื่อถอดเสื้อผ้าชุ่มเลือดทั้งตัวทิ้งไปแล้ว บาดแผลที่น่ากลัวเหล่านั้นก็ปรากฏสู่สายตาของพวกเขา

“ตอนนี้ข้าต้องเริ่มผ่าตัดแล้ว ฟู่เจิง ท่านไปรับพี่พวกพี่สะใภ้และหรูเอ๋อร์มา ข้ากลัวว่าเขาจะไม่รอด”

ฟู่เจิงพยักหน้า ยามหมุนกายไป ในที่สุดเขาก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ปล่อยให้มันร่วงพรูลงมา

เมื่อจ้าวซู่เอ๋อและหรูเอ๋อร์มาถึง ไป๋จื่อยังคงทำการผ่าตัดอยู่ข้างใน พวกนางมองเห็นเพียงก้อนผ้าเปื้อนเลือดมากมายอยู่บนพื้น อีกทั้งเห็นไป๋จื่อก้มตัวลง สวมผ้าปิดปาก และสวมถุงมือโปร่งใส ใช้อุปกรณ์สีเงินที่ทั้งเย็นและคม ทำท่าทางน่ากลัวต่างๆ บนตัวของโจวอาอู่

จ้าวซู่เอ๋อแทบล้มทั้งยืน สาวใช้และหรูเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ จึงเข้าไปประคองนางไว้

“กะ เกิดอะไรขึ้น” จ้าวซู่เอ๋อไม่มีความกล้าที่จะเข้าไปดู เสียงของนางสั่นเครือจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง

ฟู่เจิงเล่าอะไรได้ไม่มาก จึงบอกเพียงว่าเจออุบัติเหตุระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่

“เขา...จะรอดใช่หรือไม่” จ้าวซู่เอ๋อร้องไห้จนพูดไม่เป็นคำ เขามีสภาพเช่นนั้นแล้ว เกรงว่าจะไม่รอดแล้วกระมัง

หากอาอู่ตาย นางกับลูกทั้งสองคนจะทำอย่างไร

ฟู่เจิงรีบปลอบใจนาง “เขาไม่มีทางเป็นอะไร เจ้ารู้จักฝีมือของไป๋จื่อดี ที่ตอนนั้นข้าและพี่ใหญ่โจวรอดมาได้ก็เพราะยาปลอมตายที่นางหลอม แถมนางยังเคยช่วยผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายตั้งมากมาย ครั้งนี้ไม่มีทางเกิดเรื่องเหนือความคาดหมาย ไม่มีทางเด็ดขาด”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 653