คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 643

#643คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1285 อย่าบอกไป๋จื่อ

หูลี่เฟยน่าบิดเอวพลางเดินเข้าไปในลานบ้าน เสี่ยวชิงเรียกพ่อบ้านมา ก่อนจะบอกให้เขาเตรียมสาวใช้อาวุโสฝีมือดีให้หูลี่เฟยน่าสักสองสามคน ขณะที่รับใช้หูลี่เฟยน่าก็ให้จับตาดูนางเอาไว้ด้วย อย่าให้นางก่อเรื่องวุ่นวายอะไรในจวน

เสี่ยวชิงจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จแล้วก็กลับไปที่ห้องหนังสือ เห็นคุณชายนั่งพิงพนักเก้าอี้พร้อมเหงื่อไหลเหมือนตากฝน สีหน้าทรมาน จึงรีบพุ่งไปข้างหน้า ยื่นมือไปประคองแขนเขา เมื่อสัมผัสถูกตัวถึงได้รู้ว่าแขนของคุณชายผอมบางเหมือนกับกิ่งไม้ ผอมจนดูไม่ได้ นางพลันรีบปล่อยมือ ด้วยกลัวว่าหากไม่ระวังจะทำให้คุณชายแขนหัก

“คุณชาย เป็นอะไรไปเจ้าคะ” เสี่ยวชิงตกใจไม่น้อย น้ำตาไหลเหมือนสายฝนเช่นกัน แม้อยากจะจับตัวเขาอีกครั้งก็ไม่กล้า

ซ่งหลางสูดลมหายใจเขาลึก เงยหน้ามองเสี่ยวชิง ขณะเดียวกันก็ทนความทรมาน เอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรงและคลุมเครือ “เสี่ยวชิง อย่าบอกไป๋จื่อ ข้ารู้ว่านางจงใจให้เจ้ากลับมากับข้า อย่าบอกนางเด็ดขาด”

เสี่ยวชิงส่ายหน้า “เพราะเหตุใดถึงบอกนางไม่ได้ ท่านมีสภาพเช่นนี้แล้ว อาจจะมีเพียงนางที่ช่วยท่านได้ก็ได้”

ซ่งหลางว่า “วิชาแพทย์ของข้าไม่ได้ด้อยไปกว่านาง หากนางรักษาข้าหายได้ เหตุใดข้าทำไม่ได้เล่า นี่ไม่ใช่อาการป่วย เสี่ยวชิง ข้าไม่ได้ป่วย นางช่วยข้าไม่ได้”

“อย่าบอกนาง ไม่มีประโยชน์ที่นางจะเป็นห่วงข้าทุกวัน” ซ่งหลางยิ้มขมขื่น เป็นรอยยิ้มแห่งความขมขื่นอย่างแท้จริง

เสี่ยวชิงร้องไห้อยู่เงียบๆ จากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต “ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ คุณชายโชคดีเสมอ ตอนที่เรือล่มเมื่อปีนั้น ท่านก็ไม่เป็นอะไรเลยสักนิดไม่ใช่หรือ คราวเคราะห์ที่ได้รับตอนอยู่ที่แคว้นจิน ท่านก็รอดมาได้เช่นกันนะเจ้าคะ ครั้งนี้ก็ไม่มีทางเป็นอะไรไปได้เช่นกัน”

นางเช็ดน้ำตาแรงๆ ยืดตัวตรงพูดว่า “ไม่ได้ ข้าจะต้องบอกเรื่องนี้กับแม่นาง หูลี่เฟยน่าผู้นั้นบอกว่าจักจั่นน้ำแข็งรักษาท่านได้ไม่ใช่หรือ วันนี้ฉู่เยี่ยนเป็นฮ่องเต้ เป็นประมุขของแคว้น อยากได้อะไรย่อมต้องได้ ขอเพียงแม่นางเอ่ยปาก ย่อมต้องหาจักจั่นน้ำแข็งมาให้คุณชายได้แน่นอน”

“อีกอย่าง ท่านไปที่ดินแดนตะวันตกเพราะใครกัน เพราะฉู่เยี่ยนไม่ใช่หรือ เขากินยาถอนพิษแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมบอกแม่นาง แสร้งตาบอดต่อหน้าแม่นางและคนทั่วทั้งเมืองหลวง ตอนนี้เขาสมดังใจหวังแล้ว ทว่าคุณชายกลับเป็นเช่นนี้ หรือว่าท่านจะยอมทนดูต่อไปเช่นนี้”

ซ่งหลางเห็นเสี่ยวชิงจะเดินออกไป ก็คิดจะรั้งนางไว้ ทว่าทั่วทั้งร่างกายของเขามีแต่ความเจ็บปวดราวกับถูกรถม้าทับไว้ ไม่มีเรี่ยวแรงเลยสักนิด ครั้นเอ่ยปากเรียกนาง เสียงของเขากลับแหบพร่าเสียจนฟังไม่รู้เรื่อง ส่งเสียงตามปกติออกมาไม่ได้โดยสิ้นเชิง

เสี่ยวชิงออกไปแล้ว ส่วนเขาล้มลงกับพื้น ตะกายลุกขึ้นไม่ได้อีก จากนั้นเขาก็หมดสติไป นอนอยู่บนพื้นเย็บเยียบโดยที่ไม่มีใครสนใจ

ฝ่ายเสี่ยวชิงวิ่งไปตลอดทางจนถึงคฤหาสน์ตงฟาง ตอนนี้ฉู่เยี่ยนกลับวังไปแล้ว ส่วนไป๋จื่อกับสนทนากับอยู่ตงฟางมู่ในลานบ้าน ราวกับกำลังปรึกษาเรื่องการเปิดโรงหมออยู่

นางปรี่เข้าไปถึงตรงหน้าไป๋จื่อ คุกเข่าลงทันควัน น้ำตาไหลเหมือนหยาดน้ำฝน ครั้นอ้าปากก็มีแต่เสียงสะอื้น ด้วยกระวนกระวายใจจนพูดไม่ออก

“เสี่ยวชิง เจ้าเป็นอะไรไป” ไป๋จื่อประคองนางลุกขื้น จากนั้นก็มุ่นคิ้วถาม “หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับซ่งหลาง”

เสี่ยวชิงร้องไห้พลางพยักหน้า ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดเสียรอบหนึ่ง ไป๋จื่อฟังแล้วได้แต่ชะงักงันไป

นางไม่เคยพบสถานการณ์เช่นนี้เลยจริงๆ นางเคยอ่านเจอเรื่องของจักจั่นน้ำแข็งแค่ในหนังสือ แต่ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ของมันมาก่อน

จากนั้นนางก็ลุกขึ้นยืน กล่าวกับเสี่ยวชิงว่า “ไปเถอะ ข้าจะไปดูสักหน่อย”

ตงฟางมุ่ขวางนางไว้ทันที “อย่าไป เหตุใดเจ้ายังสนใจคนพรรค์นั้นอีก หรือว่าเจ้าลืมไปแล้วว่าตอนนั้นเป็นเขาที่ลักพาตัวเจ้าไป ทำให้เจ้าต้องแยกจากพวกข้านานถึงสามปี แม่ของเจ้าเกือบจะตรอมใจตาย เจ้าลืมไปหมดแล้วหรือ”

..........

ตอนที่ 1286 เจ้าต้องจดจำฐานะของตัวเองอยู่เสมอ

ไป๋จื่อถอนหายใจเสียงหนึ่ง “ใช่ ตอนนั้นเขาผิดจริงๆ ข้าเองก็เกลียดเขาเช่นกัน แต่เขาก็สูญเสียไปไม่น้อยเพราะเหตุนี้ ได้รับความขมขื่นอยู่ในคุกนานถึงสามปี ตอนอยู่ที่เมืองหลิวเซี่ยน เขาช่วยชีวิตของฉู่เยี่ยนเอาไว้ หากไม่มีเขา เกรงว่าฉู่เยี่ยนคงจะตายไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ครั้งนี้เขาเป็นเช่นนี้ก็เพราะไปตามหายาให้ฉู่เยี่ยนถึงดินแดนตะวันตก ไม่ว่าจะพูดจากความรู้สึกหรือเหตุผล ข้าล้วนนั่งนิ่งดูดายไม่ได้”

ตงฟางมู่ใจอ่อน เมื่อเช้าเขามองเห็นซ่งหลางอยู่ไกลๆ บุรุษผู้นั้นไม่เหมือนกับเมื่อสามปีก่อนโดยสิ้นเชิง ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่มีความคมปลาบในแววตาเช่นในอดีต ไม่มีความปราดเปรียว ความขมขื่นเพราะอยู่ในคุกสามปีทำให้สิ่งเหล่านี้ค่อยๆ สูญหายไปกระมัง

บุรุษผู้มีความกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา และมีความเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อตอนนั้น

“เอาละ เจ้าจะไปก็ได้ แต่ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าพักที่นั่น ป้องกันไม่ให้ใครพูดเรื่อยเปื่อย เจ้าต้องจดจำฐานะของตัวเองอยู่เสมอ ตอนนี้ฉู่เยี่ยนรับศึกหนักในราชสำนักอยู่แล้ว เจ้าอย่าเพิ่มความลำบากให้เขาอีกเด็ดขาด” ตงฟางมู่กำชับอย่างจริงจัง

ไป๋จื่อพยักหน้าหงึกหงัก “ข้ารู้แล้ว ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ” นางพูดจบแล้วก็ให้เสี่ยวชิงไปหยิบล่วมยา ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบร้อนออกจากคฤหาสน์ตงฟางไป

...

สวนชิงเฟิง

ไป๋จื่อและเสี่ยวชิงรีบไปถึงในห้องหนังสือของสวนชิงเฟิง ซ่งหลางยังคงหมดสติอยู่บนพื้น สีหน้าซีดขาวจนน่ากลัว

เสี่ยวชิงประคองเขาลุกขึ้น ส่วนไป๋จื่อรีบเข้าไปจับชีพจร ทว่าเพิ่งดึงมือเขาออกมาจากในแขนเสื้อ นางก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว

มือของเขาผอมกว่าที่นางเห็นตอนอยู่ในคฤหาสน์ตงฟางเสียอีก เป็นเหมือนโครงกระดูกโดยสมบูรณ์

ไม่ต้องจับชีพจร แค่ใช้ตาเนื้อมองก็รู้อัตราการเต้นของหัวใจแล้ว

ชีพจรของเขาแปลกมาก เดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า หัวใจเต้นเช่นนั้นเหมือนกัน

นางตรวจไม่พบโรคอะไร เพียงแค่อ่อนเพลีย ราวกับเขาเพียงอ่อนเพลียเท่านั้นเอง

ทว่ามันไม่มีทางเป็นแค่อาการอ่อนเพลียเพียงอย่างเดียวแน่นอน

นางหยิบเข็มเงินออกมาฝังเข็มให้ซ่งหลาง เพื่อปลุกเขาตื่นจากการหมดสติ

เสี่ยวชิงไม่เข้าใจวิชาแพทย์ บางคำพูดให้นางบอกต่อก็อาจจะไม่เข้าใจ ให้ซ่งหลางเล่าเองโดยตรงจะดีกว่า

ซ่งหลางฟื้นแล้ว ร่างกายเย็นอยู่บ้าง ริมฝีปากแข็งจนเป็นสีคล้ำๆ

เสี่ยวชิงรีบประคองเขากลับไปนั่งลงบนเก้าอี้รองเบาะนุ่มๆ จากนั้นก็หยิบเสื้อขนสัตว์มาคลุมให้เขา แล้วให้ข้ารับใช้จุดเตาถ่านสองเตาเข้ามา

ไป๋จื่อส่งน้ำชาชงใหม่จอกหนึ่งให้เขา ถามเสียงนุ่มว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

ความเจ็บปวดบนร่างกายของซ่งหลางหายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง บริเวณหน้าผากก็ไม่มีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาอีกแล้ว เห็นเสี่ยวชิงพาไป๋จื่อมาจริงๆ เขาก็ถอนหายใจเสียงยาวออกมา “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเจ้า แต่ใครจะรู้ว่าสาวใช้นางนี้จะ...” เขาพูดพลางถลึงตามองเสี่ยวชิงครั้งหนึ่ง ทว่าไม่ได้ตำหนินางสักเท่าไร เสี่ยวชิงมีเจตนาดี เพียงแต่นางไม่เข้าใจหัวใจของเขา

ซ่งหลางดื่มชาไปสองจอกแล้ว สีคล้ำบนริมฝีปากดีขึ้นมาก คราวนี้นางถึงจะถามว่า “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าเป็นเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่ได้ถูกพิษที่ถอนง่ายๆ กระมัง”

“ยังมีหูลี่เฟยน่าอะไรนั่นอีก นางเป็นใครกันแน่” เสี่ยวชิงเล่าไม่ค่อยเข้าใจ นางเองฟังแล้วก็ยังรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก

ซ่งหลางว่า “หูลี่เฟยน่าเป็นสตรีที่ข้าพบตอนอยู่ที่ดินแดนตะวันตก ตอนนั้นข้าถูกงูพิษกัด เป็นนางที่ช่วยข้าไว้ ยาถอนพิษของฉู่เยี่ยนก็เป็นนางที่ให้ข้ามา”

“ในเมื่อนางช่วยเจ้า เหตุใดต้องทำร้ายเจ้าอีก” ไป๋จื่อไม่เข้าใจ

ซ่งหลางส่ายหน้า “เจ้าอย่าถามเลย เรื่องนี้ต้องโทษที่ข้าไม่ระวังตัว ช่างเถอะ จบเพียงเท่านี้ นี่เป็นชะตาชีวิตของข้า เจ้าไม่ต้องยุ่งหรอก รีบกลับไปเถอะ”

ไป๋จื่อพลันกล่าว “ซ่งหลาง เจ้าไปดินแดนตะวันตกเพื่อข้า วันนี้เจ้ากลายเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้ายังจะบอกไม่ให้ข้าสนใจอีกหรือ เจ้าคิดว่าข้าทำได้ใช่หรือไม่”

“เรื่องนี้เจ้าช่วยข้าไม่ได้” ซ่งหลางว่า “นี่ไม่ใช่พิษธรรมดา หนอนกู่ชนิดนี้คือหนอนความรัก หากข้าไม่ดีกับนาง หนอนกู่ชนิดนี้ก็จะกินข้าเป็นอาหารจนเกลี้ยง จนสุดท้ายข้ากลายเป็นโครงกระดูท่อนหนึ่ง”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 643