คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 644
ตอนที่ 1287 กลัวความหนาวยะเยือก
ไป๋จื่อเอ่ย “หนอนกู่กัดใจเมื่อคราวที่แล้ว เจ้าก็บอกว่ากำจัดไม่ได้ไม่ใช่หรือ แต่ภายหลังก็กำจัดมันได้ไม่ใช่หรือไร ไหนเลยบนโลกนี้จะมีพิษอะไรที่กำจัดไม่ได้จริงๆ ข้าไม่เชื่อ”
ไป๋จื่อนึกถึงจักจั่นน้ำแข็งที่เสี่ยวชิงพูดถึง ถามทันทีว่า “หูลี่เฟยน่าบอกว่าจักจั่นน้ำแข็งกำจัดหนอนกู่ชนิดนี้ได้ไม่ใช่หรือ”
ซ่งหลางส่ายหน้าทันที “อย่าไปฟังนางพูดมั่ว นางก็แค่พูดไปอย่างนั้น เชื่อไม่ได้หรอก”
ไป๋จื่อมองมือเขา และนึกถึงตอนที่แตะตัวเขาเมื่อครู่นี้ มันร้อนลวกมาก แต่เขากลับรู้สึกหนาวเย็น มันหมายถึงอะไรกัน
หนอนความรักชอบความร้อน ในทางตรงกันข้าม มันต้องกลัวความหนาวยะเยือก
จักจั่นน้ำแข็งอาจจะรักษาเขาได้จริงๆ
ครั้นเห็นสีหน้าของไป๋จื่อไม่เปลี่ยนไป ซ่งหลางก็รีบเอ่ยว่า “เจ้าอย่าได้หลงเชื่อนาง อย่าเพิ่งพูดว่าสิ่งที่หูลี่เฟยน่าพูดเป็นความจริงหรือไม่ พูดถึงเพียงจักจั่นน้ำแข็งก็พอ บนโลกนี้มีสัตว์ชนิดนี้หรือไม่ยังพูดยาก หลายร้อยปีมานี้ไม่มีใครเคยเห็นมันโดยสิ้นเชิง”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “หากไม่มีคนเคยเห็นมัน แล้วมีคนรู้จักมันได้อย่างไร แล้วมันถูกบันทึกลงในตำราสมุนไพรได้อย่างไร ดอกไม้และหญ้าวิเศษในตำราสมุนไพร มีชนิดไหนที่หายาก มีชนิดไหนที่ไม่มีจริงบนโลกบ้าง”
ซ่งหลางเถียงไม่ออก ได้แต่เปลี่ยนเรื่อง “ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่เคยมีใครเห็นมันมาก่อน แม้แต่มันหน้าตาเป็นอย่างไรเจ้าก็ไม่รู้ แล้วจะตามหามันเจอได้อย่างไร ข้าไม่เห็นด้วย อย่าได้คิดจะไปตามหามันเลย”
ไป๋จื่อไม่ตอบความ มีท่าทีครุ่นคิด
เห็นดังนั้นแล้วซ่งหลางก็ร้อนใจ พ่นลมหายใจหยาบก่อนจะเอ่ยเสียงขรึม “หากเจ้ากล้าไปตามหาจักจั่นน้ำแข็ง ข้าจะฆ่าตัวตายเดี๋ยวนี้” เขาไม่อยากให้ไป๋จื่อเป็นอะไรไปเพราะเขา
ไป๋จื่อมุ่นคิ้ว ถลึงตามองเขาอย่างดุดัน แล้วกล่าวด้วยความไม่พอใจ “ฆ่าตัวตาย? ซ่งหลาง เจ้ามีสิทธิ์อะไรพูดคำนี้ เจ้าไม่คิดดูให้ดีบ้างหรือไร คนสกุลซ่งมีมากมาย แต่วันนี้มีเพียงเจ้าที่รอดมาได้”
“หูลี่เฟยน่าผู้นั้นใช้วิธีการเช่นนี้บีบเจ้า เจ้าเลยไม่พอใจ ไม่รับรักนางย่อมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่หากยังมีทางเลือกอีกทางให้เจ้าเดิน ทว่าเจ้าไม่ยอมเดิน นั่นเท่ากับว่าเจ้ามีความผิดแล้ว”
“สกุลซ่งเหลือเพียงเจ้า หรือว่าเจ้าอยากรับความผิดทำให้สกุลสูญสิ้น แล้วลงไปพบบรรพบุรุษสกุลซ่งในปรโลก เจ้ารับความผิดนี้ไหวหรือ”
ซ่งหลางเงียบเชียบไม่พูดจา สีหน้าเจ็บปวดยังคงปรากฏให้เห็น เขาอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเช่นกัน เพื่อแผ่ขยายสกุลซ่งต่อไป
แต่ขณะเดียวกัน เขาก็อยากจับมือสตรีที่ตนเองชอบไปจนแก่
ไม่ใช่ปีนขึ้นเตียงสตรีคนแล้วคนเล่าเพื่อสืบเชื้อสายต่อไป
ไป๋จื่อไม่พูดมากอีก เพียงหมุนกายไปกล่าวกับเสี่ยวชิง “หูลี่เฟยน่าผู้นั้นอยู่ที่ใด พาข้าไปพบนางที”
ซ่งหลางรีบร้อนยื่นมือไปคว้าไป๋จื่อไว้ ครั้งนี้ไป๋จื่อไม่หลบ ปล่อยให้นางจับแขนตนเอง
เขามองมือน่ากลัวของตัวเองจับแขนของไป๋จื่อ ด้วยรู้สึกว่ามือข้างนี้อัปลักษณ์ยิ่งนัก จึงรีบหดมือกลับมา เร่งพูดว่า “อย่าไป สตรีนางนั้นอันตรายมาก หากนางรู้ว่าเจ้า...” เขากลืนน้ำลายอย่างแรง ไม่ได้พูดจนจบประโยค เพราะกลัวว่าจะทำให้นางลำบากใจ และกลัวว่าตัวเองจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วย
“นางเป็นคนที่อันตรายมาก หากไม่ใช่เพราะข้ามีความหวังกับนาง หวังว่านางจะมอบยาถอนพิษให้ข้าได้ ให้นางกำจัดความทรมานนี้ให้ข้า ข้าคงจะฆ่านางไปแล้ว”
ไป๋จื่อว่า “โชคดีที่เจ้าไม่ได้ฆ่านาง หากฆ่านางแล้ว เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจักจั่นน้ำแข็งกำจัดหนอนความรักได้หรือไม่”
ซ่งหลางอยากพูดต่อ ทว่าไป๋จื่อตัดสินใจแล้ว “เจ้าพักผ่อนไปก่อนเถอะ ข้าจะไปพบหูลี่เฟยน่าสักหน่อย ข้าต้องแน่ใจว่าจักจั่นน้ำแข็งสามารถกำจัดหนอนความรักได้จริงหรือไม่ พวกเราจะได้เลือกเดินทางนี้กัน”
ซ่งหลางช่วยนางตอนที่นางต้องการความช่วยเหลือที่สุด ตอนนี้เขาก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน
……….
ตอนที่ 1288 คนในใจ
หากเป็นโรคอื่น พิษชนิดอื่น ไหนเลยนางจะต้องไปถามคนอื่นเช่นนี้
แต่นี่เป็นหนอนกู่อีกแล้ว หนอนกู่ที่นางไม่เข้าใจมันเลยสักนิด
ไป๋จื่อไม่พูดอะไรมากอีก หมุนกายตามเสี่ยวชิงออกไป
ซ่งหลางอยากตามไป แต่เขาเพิ่งลุกขึ้นยืนก็เข่าอ่อนอย่างไร้เรี่ยวแรง ทรุดกลับไปนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง
“เสี่ยวชิง เจ้าต้องปกป้องนางให้ดี หากบกพร่องแม้แต่นิดเดียว ข้าต้องตำหนิเจ้าอย่างแน่นอน” เขากำชับด้วยเสียงอันแหบพร่า เกลียดยิ่งนักที่ตนเองในเวลานี้ไม่อาจเดินได้
ตั้งแต่หนอนกู่แผลงฤทธิ์ในร่างกายเขา เขาจะมีอาการเจ็บจนแทบอยากจะตายทั้งเป็นทุกสามวัน เมื่อความเจ็บหายไปแล้ว ทั้งตัวเขาล้วนไร้เรี่ยวแรง ไม่อาจเดินได้เลยทีเดียว
เมื่อครู่นี้เพิ่งเริ่มต้น อย่างน้อยเขาต้องทรมานไปอีกสองชั่วยามถึงจะสบายตัวขึ้น
เสี่ยวชิงนำทางไป๋จื่อไปถึงเรือนพักแขก หญิงชราที่คอยเฝ้าประตูเห็นเสี่ยวชิงก็ผละไปทันที
ครั้นทั้งสองคนเข้าไปในลานบ้าน ก็ได้กลิ่นหอมจางๆ สายหนึ่งเป็นอันดับแรก
กลิ่นนี้พิเศษมาก เหมือนจะเป็นดอกกล้วยไม้ ทว่าก็ไม่ใช่ ในความสดชื่นมีความร้อนเร่าจางๆ เจืออยู่ด้วย
ความร้อนเร่า? มันเป็นกลิ่นอะไรกัน เหตุใดจู่ๆ นางก็คิดถึงคำนี้
นางพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง จึงหันไปมองเสี่ยวชิง แววตาของเสี่ยวชิงเปลี่ยนเป็นเหม่อลอยแล้ว บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มชนิดโง่งมด้วย
ครั้นเห็นดังนั้น ไป๋จื่อรีบหยิบเข็มเงินออกมาจากในแขนเสื้อ แล้วแทงใส่ท้ายทอยของเสี่ยวชิงสองจุด
เสี่ยวชิงกะพริบตา ในห้วงสมองกลับมาแจ่มชัดแล้ว ก่อนจะเหลือบเห็นไป๋จื่อดึงเข็มเงินสองเล่มออกจากตัวนาง ถามทันทีว่า “อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น”
ไป๋จื่อช้อนสายตาขึ้น เพื่อกวาดสายตามองประตูที่ปิดอยู่ เอ่ยเสียงเรียบว่า “กลิ่นนี้มีพิษ มันทำให้เพ้อฝัน เมื่อครู่เจ้ามองเห็นอะไรบ้าง”
เสี่ยวชิงหน้าแดง ก้มหน้าไม่พูดจา
ไป๋จื่อก็ไม่คิดถามต่อไปเช่นกัน นั่นเป็นเรื่องของเสี่ยวชิง ไม่เกี่ยวกับนาง
“หูลี่เฟยน่าผู้นี้ ดูท่าทางอยากจะสร้างเรื่องกระมัง”
นางหยิบยาชิงซินออกมาจากในกล่องยาสองเม็ด ตนเองกินเม็ดหนึ่ง ส่วนอีกเม็ดหนึ่งยื่นให้เสี่ยวชิง
“อมไว้ ค่อยๆ ให้มันละลายในปาก อย่ากลืนลงไปในคราวเดียว”
เสี่ยวชิงอมยาชิงซินไว้อย่างว่าง่าย ความรู้สึกเย็นสดชื่นพลันปราดไปถึงสมอง กำจัดความพร่าเลือนที่ยังหลงเหลืออยู่ไปในพริบตา ทำให้สติของนางกลับมาชัดแจ้งดังเดิม
ไป๋จื่อไม่คิดจะเข้าไป ไม่มีใครรู้ว่าสตรีนางนั้นยังเตรียมอะไรรอต้อนรับนางอยู่ข้างใน นางไม่อยากให้หนอนกู่ลอดเข้าไปในร่างกายของนางหรอก
“คุณหนูหูลี่ ออกมาพบข้าสักหน่อยเถอะ” ไป๋จื่อตะโกนเข้าไปข้างใน
ตอนนี้หูลี่เฟยน่ากำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองสตรีในชุดสีอ่อนที่หลงลืมตัวเพียงชั่วพริบตาก็กลับมาสติอยู่ไกลๆ รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก
กำยานหลอกรักของนางเป็นวิชาแรกที่นางได้ฝึกกับปรมาจารย์พิษที่ดินแดนตะวันตก มีฤทธิ์ร้ายแรงเป็นอย่างมาก ยิ่งล้ำค่าอย่างยิ่งยวด เพียงแค่ปริมาณเล็กน้อยก็มีค่าหลายหมื่นตำลึงทองแล้ว
ในกล่องเล็กๆ ของนางซ่อนไว้เพียงห่อขนาดเล็กเท่านั้น ปกติแล้วนางไม่ค่อยนำออกมาใช้
เมื่อครู่นางนึกคึกขึ้นมา อยากดูสักหน่อยว่ากลิ่นของกำยานหลอกรักจะโชยไปได้ไกล และหลอกล่อคนได้มากมายเพียงใด
แต่นางเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่ทันไร ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้วสองคน
นางทำได้เพียงดับกำยานหลอกรักก่อน เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองไปมากกว่านี้
จากนั้นนางก็เปิดประตูเดินออกไป คราวนี้ถึงจะได้เผชิญหน้ากับสตรีในชุดสีอ่อน เป็นหญิงงามที่หาได้ยากยิ่งจริงๆ
ความงามของสตรีนางนี้แตกต่างกับหูลี่เฟยน่าโดยสิ้นเชิง คนหนึ่งร้อนแรงดุจไฟ คนหนึ่งสูงส่งดุจดอกบัว
คนหนึ่งเหมือนเซียนที่จุติจากสวรรค์ ส่วนอีกคนเหมือนองค์หญิงจากแดนปีศาจ
นางนึกถึงภาพเหมือนที่ซ่งหลางพกติดตัว สตรีในชุดสีอ่อนตรงหน้าผู้นี้ไม่ใช่คนในรูปภาพหรือไร
“ที่แท้เจ้าก็คือคนในใจของซ่งหลางนี่เอง!” หูลี่เฟยน่ากล่าว