คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 649
ตอนที่ 1297 ผายปอด
หมอหลวงชราผู้นั้นฟุบอยู่บนโต๊ะ พวกเขาเข้ามาแล้วก็ไม่ตื่น
หมอหลวงจางปรี่ไปข้างหน้า ดันร่างอยู่สองครั้งแล้วหมอหลวงชราถึงจะค่อยๆ ตื่น
ดวงตาเลื่อนลอยคู่หนึ่งมองพวกเขา ก่อนจะคลำที่ท้ายทอยของตัวเอง “เจ็บนัก เกิดอะไรขึ้น”
ไป๋จื่อขยิบตาให้องครักษ์อวี่หลินที่อยู่ข้างหลัง หนึ่งคนในนั้นเข้าไปในห้องตำราทันที มือถือดาบไปตามชั้นหนังสือแถวแล้วแถวเล่า ก่อนจะพบหมอหลวงสวี่หมดสติอยู่ในมุมชั้นหนังสือแถวหนึ่งจริงๆ
นางได้ยินเสียงแล้วก็ตามไป หมอหลวงสวี่นอนอยู่บนพื้น ตรงมุมหน้าผากมีรอยแตก เลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุด
เสี่ยวชิงรีบหยิบผ้าออกมาจากในกล่อง แล้วกดลงตรงปากแผลของหมอหลวงสวี่
“ไม่มีลมหายใจแล้ว แม่นาง เขาไม่มีลมหายใจแล้ว” เสี่ยวชิงร้องด้วยความตกใจ
ไป๋จื่อคลำหาชีพจรที่คอของหมอหลวงสวี่ ก่อนจะกล่าวว่า “ยังช่วยทัน อย่าเพิ่งตระหนก ยกเขาไปยังที่ที่มีอากาศถ่ายเทก่อน”
องครักษ์อวี่หลินสองคนยกหมอหลวงสวี่ออกไปวางข้างนอก จากนั้นไป๋จื่อก็นั่งลงข้างๆ เขา ออกแรงกดลงตรงอกอกข้างขวา เมื่อพบชีพจรอ่อนๆ แล้ว นางก็เริ่มทำการกู้ชีพ โดยให้องครักษ์อวี่หลินผายปอด
องครักษ์อวี่หลินคนหนึ่งถูกเสี่ยวชิงขู่เข็ญ ทำได้แค่ยอมแพ้ ประกบปากภายผอดให้หมอหลวงสวี่
ผ่านไปสักพักหนึ่ง จู่ๆ หมอหลวงสวี่ก็ลืมตา
เมื่อลืมตามาก็เห็นบุรุษคนหนึ่งจูบปากเขา อ้อ ไม่ใช่สิ เป่าลมใส่ปากเขาต่างหาก...
เขารู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย ทว่าเป็นการช่วยชีวิตอย่างหนึ่ง ไป๋จื่อเคยทำเช่นนี้มาก่อนแล้ว
องครักษ์อวี่หลินกลับตกใจสะดุ้งตัวโยน เมื่อครู่คนที่ไร้ลมหายใจตายไปแล้วพลันมีชีวิตขึ้นมา อีกทั้งยังถลึงตามองเขาอีกต่างหาก ช่างน่ากลัวจนเขาขวัญหนีดีฝ่อจริงๆ
หมอหลวงสวี่หอบหายใจอย่างแรง แววตาเหม่อมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ในที่สุดจะขยับเขยื้อนมองไปยังใบหน้าของไป๋จื่อ
เขาอ้าปากเอ่ยว่า “มีนักฆ่า”
ไป๋จื่อว่า “ข้ารู้เจ้าค่ะ ข้ารู้แล้ว ท่านไม่ต้องกังวลไป” นางถอนหายใจโล่งอก เขาฟื้นก็ดีแล้ว
“ตอนนี้ท่านเสียเลือดมาก อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า ข้าจะจัดการทุกอย่างเอง” ไป๋จื่อให้คำมั่นกับหมอหลวงสวี่
หมอหลวงสวี่พยักหน้า จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้ง มีไป๋จื่ออยู่ด้วยเขาย่อมวางใจ
ไป๋จื่อให้องครักษ์อวี่หลินยกหมอหลวงสวี่ไปที่ห้องตรวจข้างหน้า แม้แต่หมอหลวงชราที่ถูกทำให้หมดสติก็นำมาสอบสวน ก่อนจะให้คนไปบอกอาอู่และฉู่เยี่ยน
นอกจากอาอู่จะเป็นรองหัวหน้าองครักษ์มังกร เขายังเป็นหัวหน้าองครักษ์อวี่หลินในวังหลวงอีกด้วย เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้ว เขาต้องออกหน้าจัดการเป็นธรรมดา
อาอู่รีบร้อนมาถึง เมื่อเห็นไป๋จื่ออยู่ด้วยก็ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”
ไป๋จื่อกำลังเย็บแผลให้หมอหลวงสวี่ ข้างๆ มีหมอหลวงมุงดูอยู่กลุ่มหนึ่ง หมอหลวงจางเป็นลูกมือนาง มีตรงไหนไม่เข้าใจก็สอบถาม ฝ่ายไป๋จื่อเองก็ตอบอย่างอดทนเช่นกัน
นางไม่มีเวลาสนใจอาอู่ องครักษ์อวี่หลินที่ติดตามนางมาจึงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้อาอู่ฟัง
“ใครกล้าอุกอาจในวังหลวงเช่นนี้ ขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริงๆ” อาอู่ออกคำสั่งให้ตรวจตราอย่างเข้มงวดในทันที
องครักษ์อวี่หลินพูดว่า “ตอนที่พวกข้ามาถึง บาดแผลของหมอหลวงสวี่ยังมีเลือดไหลอยู่ ดูท่าทางนักฆ่าผู้นั้นเพิ่งจะลงมือไม่นาน หลังจากช่วยหมอหลวงสวี่ได้แล้ว ข้าสั่งให้คนปิดตายประตูวัง และข้าเดาว่าคนผู้นั้นน่าจะยังอยู่ในวังขอรับ”
อาอู่พยักหน้า ก่อนจะหันไปมองหมอหลวงสวี่ที่ยังคงไม่ได้สติ เอ่ยว่า “พวกเจ้าไปจัดการสืบดู เมื่อหมอหลวงสวี่ฟื้นแล้ว ข้าจะถามเรื่องทั้งหมดจากเขาเอง” อาอู่รู้สึกไม่สบายใจ ช่วงนี้สถานการณ์ในวังไม่ค่อยสงบ แม้จะไม่มีเรื่องใหญ่โต ทว่าก็มีเรื่องยิบย่อยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มองดูแล้วเหมือนจะเป็นความบังเอิญ ทว่าก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น
ฮ่องเต้ให้เขาระแวดระวังมากขึ้นเช่นกัน คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถึงสองเรื่องเชียว
……….
ตอนที่ 1298 ล่อยุงออกจากถ้ำ
จู่ๆ ไท่ซ่างหวงก็หมดสติเพราะโรคประหลาด หมอหลวงสวี่ถูกนักฆ่าทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส สองเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่นอน
ไป๋จื่อจัดการแผลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบอาอู่ทันที เอ่ยอย่างตรงประเด็นว่า “นักฆ่าขโมยตำราแพทย์ไปเล่มหนึ่ง เป้าหมายของเขาไม่ใช่หมอหลวงสวี่ แต่เป็นไท่ซ่างหวงต่างหาก”
อาอู่พลันตะลึงงัน เร่งถามว่า “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ไป๋จื่อว่า “ท่านอาจจะไม่รู้ว่าหลังจากหมอลหวงสวี่กลับมาจากตำหนักอวี้ชิงแล้ว เขามาหาตำราเล่มหนึ่งในทันที ตำราที่สามารถอธิบายโรคประหลาดของไท่ซ่างหวงได้ ทว่าเพิ่งจะพบตำราเล่มนั้น เขาก็ถูกลอบทำร้ายแล้ว ส่วนตำรานั้นก็ถูกขโมยไป ตอนที่พวกข้ามาถึง หมอหลวงสวี่ไม่มีลมหายใจแล้ว โชคดีที่ข้ามาถึงทันกาล ถึงได้ช่วยเขากลับมาได้”
หมอหลวงสวี่เป็นเพียงหมอหลวงคนหนึ่ง สิ่งเขาทำมีแต่การทำความดีอย่างการรักษาโรคและช่วยชีวิตคน เขาจะไปสร้างศัตรูที่ไหนได้ และเขาไม่มีทางขวางทางใครเช่นกัน
นอกเสียจากมีคนไม่อยากให้เขารักษาไท่ซ่างหวง แม้กระทั่งไม่อยากให้เขาตรวจพบว่าไท่ซ่างหวงกลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร
อาอู่เข้าใจในทันที “ข้าเข้าใจแล้ว”
ไป๋จื่อไม่ค่อยเข้าใจการวางกำลังในวังหลวง จึงไม่อาจพูดอะไรได้มาก ทำได้แค่พูดความคิดและการคาดเดาของตัวเองออกมา นางพูดอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ตอนนี้นางแค่อยากรักษาหมอหลวงสวี่ให้หาย เมื่อเขาได้สติอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่แน่เขาอาจจะพูดรปพรรณสัณฐานของคนร้ายออกมาก็ได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ไป๋จื่อพลันวางแผนอยู่ในใจ แล้วเอ่ยกับอาอู่ทันที “นักฆ่าผู้นั้นกะให้หมอหลวงสวี่ตาย แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้คาดคิดว่าหมอหลวงสวี่จะดวงแข็งปานนี้ ดีทีเดียว ดังนั้นหากหมอหลวงสวี่ไม่ตาย นักฆ่าผู้นั้นจะต้องลงมืออีกครั้งอย่างแน่นอน”
อาอู่พลันตาเป็นประกาย “เจ้าคิดจะล่อยุงออกจากถ้ำหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจาง “แต่ต้องทำอย่างไรกันแน่ ท่านคิดเอาเองเถอะเจ้าค่ะ ข้าช่วยท่านได้เท่านี้”
อาอู่ฉีกยิ้ม “แม้จะเป็นเพียงคำพูด แต่กลับมีประโยชน์อย่างมาก อาจื่อ ขอบคุณเจ้ามาก ข้าจะไปจัดการตามนั้นก่อน เจ้าระวังตัวให้มากๆ ด้วยละ”
ก่อนจะไป อาอู่กำชับองครักษ์อวี่หลินอีกหน ให้พวกเขาปกป้องไป๋จื่ออย่างดี อย่าได้บกพร่องแม้แต่นิดเดียว
อาอู่ไปรายงานฉู่เยี่ยน ทั้งสองคนปรึกษากันที่หน้าแท่นบรรทมของไท่ซ่างหวงอยู่หลายคำ เมื่อแน่ใจแล้วว่าวิธีล่อยุงออกจากถ้ำสามารถทำได้ ฉู่เยี่ยนก็ให้อาอู่ไปจัดการ
ใครเล่าจะรู้ว่าอาอู่พาคนไปนั่งเฝ้าอยู่ทั้งคืน ไล่ผู้คุ้มกันของสำนักหมอหลวงไม่มากกว่าครึ่ง เรียกได้ว่าเป็นเวลาลอบฆ่าที่เหมาะสมที่สุด ทว่าคนพวกนั้นเหมือนกับอันตรธานหายไปโดยสิ้นเชิง ไม่ปรากฏร่องรอยแม้แต่ครึ่ง
คนที่ตรวจตราในวังอีกด้านหนึ่งก็ไม่พบเบาะแสเช่นกัน
ราวกับว่ามีมือข้างใหญ่ที่ไร้รูปร่างทว่ามีอำนาจ คอยควบคุมทุกอย่างอยู่
สร้างเรื่องในวังหลวงแล้วไม่เผยร่องรอยได้เช่นนี้ คนผู้นี้จะต้องมีอำนาจในวังหลวงไม่น้อยเป็นแน่
ผู้ปกครองตำหนักต่างๆ มีไม่น้อย นอกจากฮ่องเต้และสนมจำนวนหนึ่งของไท่ซ่างหวงแล้ว วันนี้ล้วนเป็นไท่เฟยกันหมด ไปจนถึงฮองไทเฮาที่ถูกทอดทิ้งอยู่นานปี
หากฮองไทเฮาไม่ได้ถูกจับขัง คนที่น่าสงสัยคนแรกย่อมเป็นนาง
ทว่าฮองไทเฮาในตอนนี้หมดอำนาจในวังเพราะโอรสถูกเนรเทศ ไม่ได้ปรากฏตัวนานมากแล้ว คนที่เชื่อฟังเพียงคำสั่งของนางก็แยกย้ายไปจากนางจนหมด
อยากจะสร้างเรื่องเช่นนี้ในวังหลวง ฮองไทเฮาทำไม่ได้แน่นอน
เช่นนั้นแล้วเป็นใครกัน
อาอู่มองไปทางไท่เฟยหลายคนของไท่ซ่างหวง
เมิ่งไท่เฟยกำลังเรืองอำนาจ อีกทั้งมีโอรสอยู่ข้างกาย นางไม่มีเหตุผลให้ทำเรื่องพรรค์นี้ ไท่เฟยคนอื่นๆ ของเขาล้วนมีโอรสและธิดาทั้งสิ้น ชีวิตในวังก็สุขสบายดี หากไท่ซ่างหวงสวรรคตแล้วจะเป็นประโยชน์กับพวกนางได้อย่างไรกัน
จะสร้างเรื่องใหญ่และฆ่าคนสักคนหนึ่ง อันดับแรกย่อมต้องมีแรงจูงใจเสียก่อน