คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 650

#650คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1299 จับนางกำนัลเมื่อครู่ไว้

แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ที่จะได้ประโยชน์ หากไท่ซ่างหวงสวรรคต

โจวอาอู่คิดจนศีรษะแทบระเบิดก็คิดไม่ออก ถึงอย่างไรไท่ซ่างหวงก็คือไท่ซ่างหวง เขาไม่ใช่ฮ่องเต้

ไท่ซ่างหวงสวรรคตแล้วไม่น่าจะมีใครได้ประโยชน์กระมัง

อีกด้านหนึ่ง หมอหลวงสวี่ฟื้นแล้ว ไป๋จื่อและหมอหลวงจางรีบออกจากห้องตำรามาที่ห้องตรวจ และพบกับนางกำนัลที่หน้าซีดขาวคนหนึ่งที่หน้าประตู

ในมือนางกำนัลถือถาดรอง บนตัวส่งกลิ่นสมุนไพรจางๆ

ไป๋จื่อรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง การแต่งกายของนางกำนัลไม่เหมือนสาวใช้ที่อยู่ในสำนักหมอหลวง อีกทั้งสีหน้าตระหนกยามมองหน้านาง แม้กระทั่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยซ้ำ

นางไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงเข้าไปในห้องตรวจพร้อมกับหมอหลวงจาง แต่กลับเห็นว่าหมอหลวงสวี่ตกลงจากเตียง ถ้วยกระเบื้องใบหนึ่งตกแตก เศษกระเบื้องกระจายอยู่บนพื้น ยาสีน้ำตาลเปื้อนพื้นเช่นกัน

หมอหลวงจางปรี่เข้าไปอย่างสุดชีวิต ส่วนไป๋จื่อตะโกนบอกองครักษ์อวี่หลินที่อู่ข้างนอก “เร็วเข้า จับนางกำนัลเมื่อครู่ไว้”

องครักษ์อวี่หลินตามไปแล้ว ไป๋จื่อจึงค่อยเร่งฝีเท้าไปที่ข้างเตียง หมอหลวงสวี่ยังมีลมหายใจอยู่ ทว่าน้ำลายฟูมปากแล้ว

นางรีบหยิบเข็มเงินออกมาห่อเข็ม จากนั้นก็ยัดยาถอนพิษที่เพิ่งหลอมเสร็จก่อนหน้านี้ใส่ปากหมอหลวงสวี่

ยาถอนพิษเจอน้ำเข้าก็ละลาย มันไหลลงสู่กระเพาะของหมอหลวงสวี่อย่างรวดเร็ว บวกกับมีเข็มเงินฝังอยู่ที่หลายจุด หยุดพิษไม่ให้เข้าสู่ทางเดินเลือดลม จึงไม่ต้องกังวลว่าชีวิตของหมอหลวงสวี่จะจบสิ้น

ไป๋จื่อกล่าวกับหมอหลวงจางว่า “ข้าต้องฝังเข็มกำจัดพิษ หากท่านอยากเรียนรู้ จะคอยดูอยู่ข้างๆ ข้าก็ได้ ถือโอกาสช่วยข้าไปด้วยเลย ทว่าอย่าให้ใครมารบกวนเชียว”

หมอหลวงจางพยักหน้าด้วยความดีใจ บัดนี้พูดอะไรไม่ออกแล้ว

เขาเคยได้ยินหมอหลวงสวี่พูดถึงวิชาฝังเข็มกำจัดพิษของไป๋จื่อ ฟังแล้วก็รู้สึกอิจฉาเป็นอย่างยิ่ง ด้วยอยากจะเห็นกับตามาโดยตลอด

คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ ไม่เพียงได้เห็นใกล้ๆ กับตาตัวเอง แต่ยังได้เรียนรู้อีกต่างหาก นี่ถือเป็นเรื่องดีที่เหมือนกับสวรรค์ประทานให้ทีเดียว

ขณะที่ไป๋จื่อกำลังฝังเข็ม องครักษ์อวี่หลินที่ตามนางกำนัลไปก็กลับมาแล้ว พร้อมด้วยสีหน้าเซื่องซึม

ไป๋จื่อฟังจากเสียงฝีเท้าก็รู้แล้วว่าเป็นพวกเขา ทว่าจำต้องทำการฝังเข็มกำจัดพิษรวดเดียวให้เสร็จสิ้น ระหว่างนั้นไม่อาจผิดพลาดได้แม้แต่นิดเดียว ไม่เช่นนั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่

เมื่อนางดำเนินการฝังเข็มกำจัดพิษรอบหนึ่งเสร็จสิ้น นางก็เหนื่อยจนแทบลุกไม่ขึ้น

เสี่ยวชิงส่งผ้าเช็ดหน้าให้นางซับเหงื่อ พร้อมกันนั้นนางมองไปทางหมอหลวงจาง “เป็นอย่างไรบ้าง”

หมอหลวงจางยิ้มขื่นพลางส่ายหน้า “ทีแรกพอจะเข้าใจอยู่บ้าง ทว่าสุดท้ายแล้วมีแต่ความพร่าเลือน”

ไป๋จื่อกล่าวยิ้มๆ “ตอนที่ข้าเพิ่งเรียนวิชานี้ ข้าไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิดเดียว ท่านยังดีกว่าข้านัก”

หมอหลวงจางรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แม่นางไป๋ช่างมีเมตตา แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยพูดให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ บางคำพูดเหมือนกัน แต่ออกจากปากของนางแล้วกลับทำให้สบายใจมากกว่ากันเยอะ

ไป๋จื่อหันไปมององครักษ์อวี่หลิน “คนเล่า”

องครักษ์อวี่หลินเหงื่อตก “ตอนที่พวกข้าตามไปถึง นางพลัดตกภูเขาหินปลอมตายแล้วขอรับ”

“รู้หรือไม่ว่าเป็นคนจากตำหนักใด” ไป๋จื่อมุ่นคิ้ว หมอหลวงสวี่เกือบจะสิ้นชีวิตด้วยเหตุนี้ หรือว่าเบาะแสจะขาดลงตรงนี้แล้ว

องครักษ์อวี่หลินกล่าวว่า “ข้ารายงานกับหัวหน้าองครักษ์แล้ว ใต้เท้ากำลังสืบอยู่ ให้พวกข้าสองคนกลับมาก่อนขอรับ”

ไป๋จื่อพยักหน้า ในใจรู้ว่าเบาะแสนี้ต้องขาดอีกแล้วเป็นแน่

ในเมื่อคนผู้นั้นกล้าให้นางกำนัลวางยาพิษ ฝ่ายนางกำนัลก็ฆ่าตัวตาย เช่นนั้นก็ไม่มีทางสืบพบอะไรแน่นอน

ไม่เช่นนั้นแล้วจะกล้าเสี่ยงอันตรายปานนี้ได้อย่างไร

เป็นใครกันแน่

ก่อนหน้านี้นางสงสัยว่าเป็นมารดาของอ๋องเจ็ด อันไท่เฟย

ทว่าอันไท่เฟยล้มป่วยมานาน อีกทั้งเสียอำนาจไปเพราะเรื่องของโอรส ชีวิตในวังของนางจึงไม่ได้ดีไปกว่าฮองไทเฮาที่อยู่ในตำหนักเย็นสักเท่าไร

หากไม่ใช่อันไท่เฟย แล้วจะเป็นใครได้

ชื่อมากมายปรากฏขึ้นในสมองของไป๋จื่อ แต่เมื่อชื่อของเมิ่งเสวียนหลิงปรากฏขึ้นมาบ้าง นางพลันส่ายหน้าในทันที เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นสตรีนางนี้ นางอ่อนโยนและไม่สนใจอะไรปานนั้น ไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นี้แน่นอน

……….

ตอนที่ 1300 แม้แต่คนธรรมดาก็เทียบไม่ได้

ไป๋จื่อให้อาอู่จัดคนคอยคุ้มครองหมอหลวงสวี่ ส่วนนาง เสี่ยวชิง และองครักษ์อวี่หลินสองคนไปที่ห้องทรงอักษร

เวลานี้ฉู่เยี่ยนน่าจะอ่านฎีกาอยู่ในห้องทรงอักษร

ใครๆ ต่างก็อิจฉาตำแหน่งที่น่าเคารพอย่างประมุขของแว่นแคว้น แต่กลับลืมคิดไปว่าการเป็นฮ่องเต้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นเรื่องยากแสนเข็ญที่คนธรรมดาไม่อาจทนรับไหว

บนบ่าแบกรับความรุ่งเรืองและเสื่อมโทรมของทั้งแคว้น ตรงหน้าเป็นขุนนางบู๊ บุ๋นที่มีความคิดแตกต่างกัน เบื้องหลังเต็มไปด้วยสนมวังหลังที่ไม่ต่างอะไรกับหมาป่าหรือเสือ อีกทั้งยังต้องคอยระวังการลอบปองร้ายจากศัตรูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องระแวงทั้งสิ้น ไม่อาจทำเรื่องที่ตนเองปรารถนาจะทำได้

ชีวิตของฮ่องเต้เช่นนี้ แม้แต่คนธรรมดาก็เทียบไม่ได้

ระหว่างที่กำลังคิด นางก็มาถึงด้านนอกของห้องทรงอักษรแล้ว ฝูเซิ่งคอยท่าอยู่ข้างนอก ครั้นเห็นนางมาถึงก็รีบเปิดประตู แล้วยิ้มแย้มเข้ามาต้อนรับนาง “ฮ่องเต้บ่นถึงท่านอยู่หลายหนแล้ว ในที่สุดท่านก็มา”

ไป๋จื่อช้อนสายตามองไปยังบุรุษที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทรงอักษรที่อยู่ด้านไหน กำลังมุ่นคิ้วอ่านฎีกา เขาเงยหน้ามองตามเสียงมา ดวงตาทั้งสองคู่สอดประสาน ภายในห้องที่เดิมทีหนาวเย็นพลันอบอุ่นขึ้นมาทันที

ฉู่เยี่ยนวางฎีกาลงแล้วลุกขึ้น เดินมาหาไป๋จื่อ “เจ้ามาได้เสียที ขืนเจ้ายังไม่มา เห็นทีข้าต้องไปตามเจ้าเองแล้ว”

ไป๋จื่อว่า “ตอนนี้เจ้าเป็นฮ่องเต้ เจ้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร อยากพบข้าก็ให้คนมาบอกข้าสิ”

ฉู่เยี่ยนโบกมือ “ข้าอยากไปที่ไหนก็จะไปที่นั่น ใครจะกล้าพูดมาก เมื่อวานข้าเฝ้าไข้อยู่ที่ตำหนักอวี้ชิงทั้งคืน มีฎีกาด่วนมากมายยังไม่ได้จัดการ จึงกลับมาที่นี่ก่อน ไม่เช่นนั้นข้าไปหาเจ้าตั้งนานแล้ว”

ไป๋จื่อเงยหน้ามองเขา เห็นรอยดำกลุ่มหนึ่งที่ใต้ตาเขาจริงๆ ถามว่า “ไท่ซ่างหวงยังไม่ฟื้นหรือ”

ฉู่เยี่ยนจูงมือนางไปนั่งลง ก่อนจะถอนหายใจพลางส่ายหน้า “ยังไม่ฟื้น ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นอะไร ตรวจดูแล้วก็ปกติดีทุกอย่าง ทว่ายังไม่ฟื้นเสียที”

ไป๋จื่อพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ตอนนั้นองค์หญิงเชียนฟางก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ

ครั้นเห็นดวงตาของนางทอประกายเล็กน้อย ฉู่เยี่ยนก็นึกถึงเรื่องนี้ได้เช่นกัน ดวงตาเป็นประกายสองคู่สบกัน สีหน้าเปลี่ยนไปในทันที

“หรือว่าจะเป็นฝีมือซูฉุนอีกแล้ว” เขาลืมชื่อซูฉุนไปนานแล้ว คงไม่ใช่ว่าในตำหนักเย็นแห่งนั้นจะมีโลกอีกใบกระมัง

ไป๋จื่อส่ายหน้า “น่าจะไม่ใช่นาง ทว่าไท่ซ่างหวงถูกพิษชนิดที่คล้ายคลึงกับเชียนฟางมาก ข้าว่าส่งคนไปเชิญซ่งหลางเข้าวังมาเถอะ พิษในร่างกายของเชียนฟางในตอนนั้นเป็นฝีมือของเขา เขาอาจจะมองอะไรออกบ้างก็ได้”

คราวนี้ฉู่เยี่ยนถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานส่งฝูเซิ่งไปรับไป๋จื่อที่คฤหาสน์ตงฟาง แต่สุดท้ายฝูเซิ่งกลับไปรับไป๋จื่อที่คฤหาสน์ชิงเฟิงแทน

“ซ่งหลางเป็นอย่างไรบ้าง” ฉู่เยี่ยนถาม

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ค่อยดี เขาถูกพิษของหนอนความรัก เป็นหนอนกู่ที่สตรีฝึกวิชาเสน่ห์ทุ่มเทเลี้ยงดูด้วยเลือดจากหัวใจมาสิบกว่าปี ร้ายกาจยิ่งนัก ข้าเองก็จนปัญญา”

ฉู่เยี่ยนคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นเช่นนี้ สีหน้าของเขาหม่นลงทันที “หมายความว่าไม่อาจรักษาได้หรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้น สตรีเจ้าของหนอนกู่บอกว่าหากต้องการกำจัดหนอนความรัก มีอยู่สองหนทาง ทางหนึ่งครองรักกับนาง พิษของหนอนกู่จะหายไปเอง”

ฉู่เยี่ยนเห็นนางหยุดพูดไป พลันถามขึ้น “อีกหนทางหนึ่งเล่า”

ดวงตาของไป๋จื่อสาดประกาย นางมองไปทางอื่น ลดเสียงให้เบาลงอยู่หลายส่วน “นางบอกว่ามีเพียงจักจั่นน้ำแข็งที่เขาคุนหลุนเท่านั้น ที่กำจัดพิษหนอนกู่ในตัวซ่งหลางได้”

ฉู่เยี่ยนได้ยินดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี เขาคุนหลุนเป็นสถานที่เช่นไร แม้เขาจะไม่เคยไปมาก่อน แต่ก็เคยได้ยินมาแล้วหลายรอบ ที่นั่นเป็นสถานที่ต้องห้ามของมนุษย์ เป็นดินแดนอันตรายที่เข้าได้แต่ออกไม่ได้

ท่าทางเช่นนี้ของไป๋จื่อ...นางคิดจะไปเสี่ยงอันตรายเพื่อซ่งหลางหรือ

“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจ้าคงไม่คิดไปที่เขาคุนหลุนเพื่อคนผู้นั้นกระมัง”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 650