คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 637

#637คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1273 หมอรักษาตัวเองไม่ได้!

นางรู้สึกอบอุ่นหัวใจ อยากจะวิ่งไปข้างหน้า เพื่อให้ไปถึงข้างกายเขาเร็วกว่านี้

แต่นางก็รู้สึกว่ามีคนมัดมือนางไว้ ดึงนางไปข้างหลังอย่างแรง ทำให้นางไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้

เมื่อหันกลับไปก็สบเข้ากับดวงตาเป็นกังวลของหลินหยาง ในแววตาของเขาเจือการร้องขออย่างลึกซึ้ง ขอให้นางอย่าไป ขอให้นางอยู่ต่อ

ไป๋จื่ออ้าปากอยากพูด แต่กลับพูดอะไรไม่ออก

ทันใดนั้นมือข้างหนึ่งก็จับนางไว้เช่นกัน เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นฉู่เยี่ยน เขามาถึงข้างกายนางแล้ว จับนางไว้แน่นขนัด ส่วนมือของนางอีกข้างเป็นหลินหยางที่จับเอาไว้

นางไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร แม้อ้าปากอยากพูดจา แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมา นางรู้ทางเลือกในหัวใจตัวเองแล้ว แต่ตอนนี้นางกลับเสียความสามารถที่จะแสดงออกไป

ทำอย่างไรดี ควรทำอย่างไร

บุรุษสองคนยื้อยุดนาง นางรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะแหลกสลาย เจ็บจนหายใจไม่ออก แต่จู่ๆ นางก็ลืมตาทั้งสองข้างขึ้น

“ฟื้นแล้วหรือ ขอบคุณฟ้าดิน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว แม่ตกใจแทบแน่” ตงฟางหว่านเอ๋อร์อยากจะออกไปกราบฟ้าดิน ขอบคุณทวยเทพและบรรพบุรุษเสียตอนนี้

ไป๋จื่อมองม่านเตียงด้วยความงุนงง ด้วยรู้สึกไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง หรือว่านางจะแค่ฝันไป

ไม่ ไม่มีทางเป็นแค่ความฝัน มันสมจริงเกินไป ฝันนั้นสมจริงเกินไปจริงๆ

นางที่อยู่ในอีกโลกหนึ่งตายไปแล้ว และนางเกือบจะกลับมาที่นี่ไม่ได้

“จื่อเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป อย่าทำให้แม่กลัวเช่นนี้ เหตุใดเจ้าไม่พูดเล่า” ว่ากันว่าสมองของคนที่ถูกความร้อนแผดเผาแม้จะไม่ถือว่าตาย ทว่าเมื่อไข้ลดลงแล้วจะกลายเป็นคนโง่งม จื่อเอ๋อร์ของนางคงไม่...

ตอนที่ตงฟางหว่านเอ๋อร์กำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย จู่ๆ ไป๋จื่อก็พูดขึ้น “ท่านแม่ ข้าหลับไปนานเท่าไรหรือเจ้าคะ”

ขอบคุณฟ้าดิน จื่อเอ๋อร์ของนางไม่ได้กลายเป็นคนโง่

ตงฟางหว่านเอ๋อร์เช็ดน้ำตาที่หางตา ยิ้มว่า “เจ้าหมดสติไปสามวันสามคืน ไข้ขึ้นสูงไม่ลดลงเลย ร่างกายก็เหมือนถูกไฟเผา กินยาอะไรไปล้วนไม่เห็นผลทั้งสิ้น”

ไป๋จื่อยันกายลุกขึ้นนั่ง นวดขมับที่ปวดตุบๆ “ข้าละเมอบ้างหรือไม่”

ตงฟางหว่านเอ๋อร์พยักหน้า “ละเมอสิ เจ้าละเมอตลอด แต่ไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ได้ยินเพียงชื่อของคนผู้หนึ่ง เหมือนจะเป็นหลินหยางอะไรนี่แหละ ฉู่เยี่ยนได้ยินชื่อนี้แล้วก็ไม่พอใจอย่างมาก หลินหยางผู้นี้เป็นใครกัน”

ไป๋จื่อกุมหน้าผากพลางยิ้มขื่น หลินหยางเป็นใคร นางจะอธิบายอย่างไรดีนะ

“ท่านแม่ ข้าหิวแล้ว” ไม่อยากตอบก็ทำได้แค่เปลี่ยนเรื่องสินะ

ตงฟางหว่านเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็ไม่ถามมากอีก สั่งข้ารับใช้ให้ไปนำโจ๊กที่เพิ่งต้มเสร็จมาทีนี้ หลังเห็นบุตรีกินโจ๊กไปคำแล้วคำเล่าโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติอะไรอีก คราวนี้นางถึงจะวางใจลงได้

ไป๋จื่อกินโจ๊กเสร็จแล้วถึงจะรู้ตัวว่าตอนนี้เป็นช่วงเย็น ท้องฟ้าข้างนอกหน้าต่างยังคงมีแสงอาทิตย์อัสดงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ไม่ได้สว่างโร่ปานนั้น ตงฟางหว่านเอ๋อร์เฝ้านางตลอดทั้งคืนเลยหรือ

นางเงยหน้ามองไปทางตงฟางหว่านเอ๋อร์ สีหน้าของผู้เป็นมารดาไม่ค่อยสู้ดีจริงๆ ผิวพรรณที่ได้เพิ่งได้รับการบำรุงอย่างดีคล้ายกับย่ำแย่ลงมาก

“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรแล้ว ท่านไปพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อวางชามโจ๊กลง แล้วจับมือตงฟางหว่านเอ๋อร์ไว้จนแน่น ในใจรู้สึกอบอุ่นมาก ได้กลับมาที่นี่แล้วช่างดีจริงๆ

มีครอบครัวที่รักและต้องการปกป้องนาง ขอเพียงลืมตาขึ้นก็มองเห็นพวกเขา ยามหลับตาก็ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะหายไปไหน ความรู้สึกเช่นนี้ดีเหลือเกิน

ตงฟางหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า “ข้าไม่ง่วง เห็นเจ้าฟื้นแล้วข้าก็ดีใจจริงๆ เด็กคนนี้นี่นะ ใครๆ ต่างก็เรียกเจ้าว่าหมอเทวดา แต่ไฉนตนเองป่วยถึงไม่รู้เล่า”

ไป๋จื่อหัวเราะแห้งๆ “ท่านแม่เคยได้ยินประโยคนี้หรือไม่ หมอรักษาตัวเองไม่ได้!”

“จริงของเจ้า เจ้าพูดมีเหตุผล!”

สองแม่ลูกสบตากันพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็กอดกันกลม น้ำตาคลอดเบ้า

……….

ตอนที่ 1274 หมอหลวงสวี่

พวกนางรู้ว่าพวกนางไม่มีทางแยกจากกัน ความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ต่อให้เคยแยกจากกันสิบกว่าปี แต่กลับไม่ส่งผลกระทบถึงความรักระหว่างแม่ลูกที่มีแต่จะหยั่งรากลึกขึ้นทุกวันของพวกนางเลย

ท้องฟ้าเพิ่งจะสว่างขึ้นมา หมอหลวงสวี่ก็มาถึงแล้ว เขาถือล่วมยาก้าวเดินอย่างว่องไว้ สีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก

ไป๋จื่อไม่ได้ป่วย ไม่ได้เป็นโรคที่น่าสงสัย หรือโรคประหลาดที่ไม่สามารถเข้าใจได้

เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะรักษานางด้วยวิธีการใด จึงพาความรู้สึกหนักใจมาห้องนอนของไป๋จื่อ เมื่อเข้าไปแล้วก็เห็นว่าไป๋จื่อกำลังนั่งคุยกับตงฟางหว่านเอ๋อร์อยู่บนเตียง

สองแม่ลูกคล้ายกับกำลังพูดถึงเรื่องน่าสนุก สีหน้าของพวกนางมีแต่รอยยิ้ม ราวกับดอกไม้ที่เริ่มบานในฤดูใบไม้ผลิ งดงามจับใจยิ่งนัก

ใบหน้าที่คล้ายคลึงกันมีกลิ่นอายความงามเหนือชั้นเช่นเดียวกัน คนหนึ่งงดงามน่ารักหาใดเปรียบ ส่วนอีกคนหนึ่งอ่อนหวาน เพียบพร้อม

เขารีบก้มหน้าลม ปิดบังความเก้อเขินเพราะเสียมารยาทเอาไว้

นางเหมือนคนป่วยที่ไหนกัน เหมือนกับเจ้าหญิงนิทราที่เพิ่งตื่นมากกว่า

ส่วนมารดาของนางผู้นี้ แม้จะหน้าซีดขาวเพราะความเหนื่อยล้าที่ติดต่อกันมาหลายวัน ทว่าก็ยังคงงดงามเตะตาอยู่ดี

เขาลอบมองไป ดวงตาตกลงที่ร่างของตงฟางหว่านเอ๋อร์ ทำอย่างไรก็ละสายตาไปไม่ได้

“หมอหลวงสวี่มาแล้วหรือ” ไป๋จื่อกล่าวทักทายหมอหลวงสวี่ด้วยรอยยิ้มจาง

หมอหลวงสวี่ถอนสายตาที่ลอบมองตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับมา หัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ดูจากสีหน้าของเจ้า ท่าทางจะไม่เป็นอะไรแล้วกระมัง”

ไป๋จื่อพยักหน้า “ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ทำให้พวกท่านหนักใจแล้ว”

หมอหลวงสวี่รีบโบกมือ “ไม่เป็นไรหรอก เจ้าหายดีก็ดีแล้ว ทว่าทำให้มารดาเจ้าหวาดหวั่น ข้าเองก็รู้สึกผิดยิ่งนัก”

ไป๋จื่อยิ้ม “นางหวาดหวั่นแล้วเกี่ยวอะไรกับท่านเจ้าคะ”

หมอหลวงสวี่หน้าแดงเล็กน้อย “ข้าเป็นถึงหัวหน้าสำนักหมอหลวง แต่กลับไม่อาจรักษาเจ้าให้หายเร็วกว่านี้ ทำให้มารดาเจ้ากังวลใจอยู่ตลอด”

ไป๋จื่อเงยหน้ามองมารดา เห็นหน้ามีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าหลังหูกลับมีสีแดงระเรื่อ

สตรีความรู้สึกไวเป็นที่สุด หนึ่งสายตา หนึ่งท่าทาง หนึ่งคำพูด ล้วนเก็บไปลอบคิดใคร่ครวญได้เนิ่นนาน

โดยเฉพาะสตรีเช่นมารดา นางเคยได้รับความทุกข์จากบุรุษ ทว่าก็เคยได้ลิ้มรสชาติของความรักเช่นกัน อีกทั้งนางยังคงงดงามเหมือนในวัยเยาว์ สตรีเช่นนี้ยิ่งความรู้สึกไว

ไป๋จื่อเอ่ยว่า “อาการป่วยของข้ามาอย่างกะทันหัน พวกท่านหาสาเหตุไม่เจอในทันทีจึงเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น โทษพวกท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ” นางจินตนาการได้ถึงความเป็นห่วงของฉู่เยี่ยนเชียวละ

เขาเป็นฮ่องเต้ เมื่อกังวลใจขึ้นมาแล้วก็ย่อมลงโทษบริวาร ดูท่าทางหลายวันมานี้พวกหมอหลวงสวี่คงจะอยู่ไม่เป็นสุขเช่นกัน

ไป๋จื่อลอบพิจารณาหมอหลวงสวี่ เขาอายุเพียงแค่สี่สิบปีต้นๆ แต่กลับเหมือนคนอายุใกล้ห้าสิบปีอย่างไรอย่างนั้น เขาไม่ได้หน้าแก่ แต่ไม่เคยดูแลรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นเอง

หนวดเคราบนใบหน้าเขาเหมือนกับไม่เคยได้รับการดูแล ทว่าผมเผ้ากลับเรียบกริบ กระนั้นก็ไม่ใช้รัดกวนที่ดูใช้ได้ ส่วนเสื้อผ้าดูเก่ามาก ล่วมยาที่ถืออยู่ในมือก็เป็นประเภทที่ธรรมดาสามัญมาก มองเผินๆ อาจจะคิดว่าเขาเป็นหมอในร้านขายยาสักร้าน ไหนเลยจะมีกลิ่นอายของหัวหน้าสำนักหมอหลวงอยู่

แต่แววตาของเขากลับจริงจังทีเดียว รูปร่างไม่ได้ผอมและสูงเหมือนกับเผยชิงหาน ทว่าแผ่นหลังยังคงเหยียดตรงมาก

กะจากสายตาดูแล้ว เขาน่าจะสู้สักหนึ่งหมี่เจ็บสิบห้า ส่วนสูงเท่านี้ก็นับว่าตัวสูงในยุคปัจจุบันเช่นกัน

ไป๋จื่อยังคงยิ้ม “หลายวันนี้มานี้ลำบากท่านแล้ว เช่นนั้นอยู่กินมื้อกลางวันด้วยกันนะเจ้าคะ”

หมอหลวงสวี่มองไปทางตงฟางหว่านเอ๋อร์อย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นนางจ้องมองตรงหน้าโดยไม่ละสายตาไปไหน แม้กระทั่งไม่ได้มองเขาอยู่ รรวมถึงไม่ได้มีคำตอบใดๆ ต่อคำชวนของไป๋จื่อ เขาจึงรู้สึกไม่มั่นใจอยู่บ้าง

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 637