คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 638
ตอนที่ 1275 บุรุษกากๆ
จะอยู่ต่อ หรือจะไม่อยู่ต่อดี
ไป๋จื่อไม่ให้เวลาเขาครุ่นคิด หันไปสั่งกับสาวใช้ข้างๆ ทันที “ไปบอกห้องครัวว่าวันนี้หมอหลวงสวี่และฮ่องเต้จะอยู่กินข้าวที่นี่ ให้พวกเขาเตรียมตัวให้ดี”
สาวใช้รับคำแล้วก็ออกไป หมอหลวงสวี่ไม่พูดอะไรมากอีก ได้อยู่กินข้าวก็ดีเหมือนกัน ดีทีเดียว
คิดแล้วหมอหลวงสวี่ก็มองตงฟางหว่านเอ๋อร์อีกครั้ง
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ย่อมรู้สึกได้ว่าเขากำลังมองนางอยู่ จึงมุ่นคิ้วเล็กน้อย ในใจคิดว่าหมอหลวงสวี่ผู้นี้ทำเกินไปแล้ว ไม่มีมารยาทต่อหน้าไป๋จื่อเช่นนี้ได้อย่างไร
หมอหลวงสวี่ออกจากห้องไปแล้ว ไป๋จื่อจับมือตงฟางหว่านเอ๋อร์ถามว่า “ท่านแม่ ท่านคิดว่าหมอหลวงสวี่เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์หน้าแดงทันที “อะไรเป็นอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ”
“ท่านแม่ ท่านอย่ามาแกล้งทำเลยเจ้าค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องไม่ดีสักหน่อย ท่านยังสาว ยังสวยอยู่แท้ๆ ท่านคิดจะใช้ชีวิตคนเดียวเช่นนี้ไปตลอดหรือเจ้าคะ”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์กล่าวต่อ “ข้าใช้ชีวิตคนเดียวเช่นนี้ไปตลอดแล้วอย่างไร ข้ายังได้รับความทุกข์จากบุรุษไม่พออีกหรือ หลุมที่มีแต่ไฟเช่นนั้น ตกลงไปครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว ข้าไม่อยากตกลงไปอีกเป็นครั้งที่สอง วันนี้ข้ามีเจ้าแล้ว มีอิสระเสรี มีความสุข ข้าพอใจแล้ว”
ไป๋จื่อจับมือตงฟางหว่านเอ๋อร์ ถอนใจเบาๆ เสียงหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ท่านแม่ ในอดีตท่านเคยแต่งให้กับคนที่ไม่ได้เรื่อง ท่านถึงได้มีความคิดเช่นนี้ แต่ท่านแม่ ท่านต้องรู้ว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีแต่บุรุษกากๆ ทว่ามีบุรุษผู้อบอุ่นเช่นกัน”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์พลันมีสีหน้างุนงง “บุรุษกากๆ คืออะไร แล้วบุรุษผู้อบอุ่นคืออะไร”
ไป๋จื่ออธิบายพร้อมรอยยิ้ม “บุรุษกากๆ ก็คือบุรุษที่ทั้งร้ายกาจและไม่ได้เรื่อง เหมือนกับเผยชิงหานผู้นั้น บุรุษผู้อบอุ่นก็คือบุรุษที่มักจะมอบความอบอุ่นให้สตรีเสมอ เช่นเดียวกับฉู่เยี่ยน”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์หลุดหัวเราะออกมา “เปรียบเทียบได้ดีจริงๆ นับว่าเหมาะสม เผยชิงหานเป็นบุรุษกากๆ จริงๆ”
ไป๋จื่อยังอยากพูดต่อ ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับโบกมือเป็นพัลวัน “เอาละๆ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว เจ้ารีบล้างหน้าล้างตาเถอะ อีกเดี๋ยวฮ่องเต้และคนอื่นๆ ก็น่าจะมาถึงแล้ว เจ้าจะพบพวกเขาด้วยสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร”
เด็กสาวยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรอีก เรื่องพรรค์นี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป รีบร้อนเกินไปไม่ใช่เรื่องดี
ต้องให้นางเห็นข้อดีของหมอหลวงสวี่ก่อน นางถึงจะยอมทลายกำแพงในใจ
เผยชิงหานทำร้านจิตใจนางหนักเกินไป ทำให้วันนี้นางไม่อาจเปิดใจได้โดยสิ้นเชิง
ไป๋จื่อเพิ่งล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เปลี่ยนใส่เสื้อผ้าฤดูหนาวชุดใหม่ แม้มันจะเป็นชุดที่วัดขนาดตัวแล้วค่อยตัดเย็บออกมา แต่วันนี้นางสวมแล้วกลับหลวมโพรกอย่างเห็นได้ชัด
นางถอนใจเสียงหนึ่ง พูดพึมพำว่า “เฮ้อ ผอมลงอีกแล้ว” นางดึงคอเสื้อขึ้นเพื่อมองเข้าไปข้างใน “ตรงนี้ก็เล็กลงเหมือนเดิม ปกติมันก็ไม่ใหญ่อยู่แล้ว ทำไมหดเล็กลงอีกแล้วเล่า”
ฉู่เยี่ยนก้าวเข้ามาพอดี เห็นนางทำเช่นนั้นแล้วก็หัวเราะออกมา นี่นางไม่พอใจในเรือนร่างของตนเองหรือนี่
ไป๋จื่อผูกเสื้อผ้าจนเรียบร้อยพร้อมหน้าแดงๆ ตำหนิอย่างจริงจังว่า “เหตุใดเจ้าไม่เคาะประตูก่อนจะเข้ามา”
ชายหนุ่มชี้ไปที่ประตู “ประตูไม่ได้ลงกลอนไว้ ข้ายังต้องเคาะอะไรอีก คิดว่าเจ้ารอข้าอยู่” เขาสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า แล้วยื่นแขนไปโอบรับนางเข้ามาในอ้อมกอด เกาะเกี่ยวเอวคอดกิ่ว เมื่อรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อสองก้อนบนหน้าอกของนาง เขาก็พลันจั๊กจี้หัวใจขึ้นมา
“จื่อเอ๋อร์ อย่าเป็นเช่นนี้อีกนะ”
ไป๋จื่อโอนอ่อนผ่อนตาม ซบลงบนหน้าอกของเขา ร้องรับเบาๆ ก่อนจะถามว่า “อย่าเป็นเช่นนี้อีก?”
“อย่าล้มป่วย เจ้ารู้หรือไม่ว่าสภาพของเจ้าน่ากลัวเพียงใด ข้ากลัวมาก กลัวว่าเจ้าจะ...” จะกลับไปที่โลกเดิมที่จากมา และไม่กลับมาที่นี่อีก
ไป๋จื่อร้องอ๋อเสียงหนึ่ง ฉู่เยี่ยนประคองไหล่นาง ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วจ้องมองดวงตาของนาง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล “เจ้ากลับไปทางนั้นอีกแล้วใช่หรือไม่”
……….
ตอนที่ 1276 เดิมทีเจ้าก็เป็นหงส์
ไป๋จื่อไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไร ก่อนหน้านี้เท่ากับว่านางกลับไปหรือไม่กันนะ
นางไม่รู้ว่าเท่ากับกลับไปหรือไม่ แต่นางรู้ว่าไป๋จื่อที่อยู่ทางนั้นตายแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โลกใบนี้มีไป๋จื่อเพียงคนเดียวเท่านั้น
จากนี้ไปนางไม่ต้องกังวลว่าตัวเองหลับไปแล้วจู่ๆ จะตายไป และไม่ต้องกลัวว่าจะรักษาสัญญาที่ตัวเองรับปากเอาไว้ไม่ได้อีก
“เจ้าดีใจมากเลยหรือ” ฉู่เยี่ยนเห็นนางยิ้ม ความพะวงที่เคยเห็นชัดเจนเสมอก่อนหน้านี้คล้ายกับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ไป๋จื่อพยักหน้า “ใช่ ข้าดีใจมาก ฉู่เยี่ยน ข้าดีใจมากจริงๆ”
ฉู่เยี่ยนไม่เข้าใจ “เพราะเหตุใด มีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นทางนั้นหรือ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ได้มีเรื่องดีอะไรเกิดขึ้นหรอก เหมือนจะเป็นคราวเคราะห์เสียมากกว่า คราวเคราะห์ถึงขั้นต้องตาย แต่ฉู่เยี่ยน ข้าเกิดใหม่แล้ว ครั้งนี้ข้าเกิดใหม่แล้วจริงๆ เหมือนกับหงส์ไฟที่มีชีวิตขึ้นได้อีกครั้งเพราะกองไฟ”
ฉู่เยี่ยนไม่รู้ว่านางกำลังพูดเรื่องอะไร นางดีใจ เขาเองก็พลอยดีใจไปด้วย “เด็กโง่ เดิมทีเจ้าก็เป็นหงส์อยู่แล้ว ชาติหน้าเจ้าก็ยังคงเป็นหงส์อยู่ดี”
เขาเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ที่เสด็จพ่อกำหนดไว้ตั้งแต่เล็ก ส่วนไป๋จื่อเกิดมาก็เป็นคู่หมั้นของเขาตั้งแต่นางเกิดมา แล้วนางจะไม่ใช่หงส์ได้อย่างไร
ทั้งสองคนกอดกันกลม ครั้งนี้ไป๋จื่อไม่ได้เหมือนกับก่อนหน้านี้อีก ที่กอดเขาอยู่ครู่เดียวก็ดันกายเขาออกไป
นางไม่ได้ดันร่างเขาไปจากตัวเองอีก แต่ยื่นแขนออกไปโอบเอวแกร่งของเขาอย่างแน่นหนา
“ฉู่เยี่ยน ข้าจะไม่ไปไหนแล้ว จากนี้เป็นต้นไป พวกเราจะอยู่ด้วยกันเนิ่นนาน ฉู่เยี่ยน ในที่สุดข้าก็ทำตามสัญญากับเจ้าได้แล้ว”
ฉู่เยี่ยนดีใจจนแทบคลั่ง รีบคว้าหัวไหล่ของนางพลางจ้องตาเขม็ง ในดวงตาคู่นั้นมีเพียงเขา
“จริงหรือ เจ้าพูดจริงใช่หรือไม่” หัวใจเขาเต้นโครมครามเหมือนรัวกลอง อยากจะลองหยิกตัวเองแรงๆ สักครั้ง แต่ก็กลัวว่ามันจะเป็นแค่ความฝัน หยิกแล้วเขาจะตื่นหรือไม่
ไป๋จื่อยิ้มเบิกบานใจ ในดวงตาทอประกาย “จริงสิ ครั้งนี้ข้าตัดขาดกับทางนู้นแล้วจริงๆ ตัดขาดกับทุกอย่างโดยสิ้นเชิง ฉู่เยี่ยน ข้าจะไม่ไปไหนแล้ว จากนี้ไปข้าล้วนอยู่เคียงข้างเจ้า”
ฉู่เยี่ยนดีใจเหมือนกับเด็กชายคนหนึ่ง นางพลันเขย่งปลายเท้า ใช้สองมือยึดไหล่ของเขา แล้วประทับริมฝีปากสีแดงของตนเองลงบนริมฝีปากของเขา
หลังจากจุมพิตที่แผ่วเบาราวกับผีเสื้อแตะน้ำผ่านไป เขาพลันรั้งตัวนางกลับมา ทาบทับริมฝีปากร้อนระอุกับริมฝีปากนาง ดูดกลืนความหอมหวานของนางที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียว
เรื่องที่เดิมทีเขาอยากถามหลินหยางผู้นั้นสักครั้ง เห็นทีตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องถามอีกต่อไปแล้ว
จื่อเอ๋อร์ของเขาไม่มีทางกลับไปอีกแล้ว จื่อเอ๋อร์ของเขาจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
ตงฟางมู่สาวเท้าก้าวใหญ่เขามา ครั้นเห็นทั้งสองกอดจูบกันโดยไม่สนใจใครก็รีบถอยออกไป ในใจรู้สึกปีติเป็นอย่างยิ่ง ‘คนหนุ่มสาวสมัยนี้ช่างกล้าเสียจริงๆ ทำเรื่องพรรค์นี้โดยไม่ปิดประตูได้อย่างไร สมัยก่อนตอนที่พวกข้าต้องการจะพลอดรักกันสักครั้ง ไม่เพียงต้องปิดตายประตูอย่างดี ยังต้องให้ข้ารับใช้หลบไปไกลๆ ทั้งหมด ด้วยกลัวว่าจะได้ยินเสียงแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาเก่งยิ่งนัก จูบกันโดยไม่ปิดประตูเช่นนี้’
เขาคิดในใจแล้วก็ตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย เช่นนี้เขาก็จะได้อุ้มหลานเสียที ดียิ่งนัก
เมื่อกินมื้อกลางวันเสร็จแล้ว ฉู่เยี่ยนก็จูงมือไป๋จื่อเดินเล่นอยู่ในส่วน ไม่รู้ว่าจู่ๆ เขาเกิดความคิดอะไรบางอย่าง เตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ น่าจะดีทีเดียว พลันถามว่า “จื่อเอ๋อร์ เจ้ามีเรื่องอะไรที่อยากทำหรือไม่”
ไป๋จื่อเลิกคิ้วมองเขา “เรื่องที่อยากทำ? ข้าเป็นถึงว่าที่ฮองเฮาของเจ้าเชียวนะ ข้านึกอยากทำอะไรก็จะทำสิ่งนั้นแหละ”
ฉู่เยี่ยนหลุดหัวเราะออกมา “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบชีวิตในวัง ถือโอกาสตอนนี้ที่เจ้ายังไม่เข้าวัง ทำสิ่งที่เจ้าอยากทำดีหรือไม่”