คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 660
ตอนที่ 1319 สถานที่ที่เคยมีนาง
“ท่านจะไปที่ใด” ไป๋จื่อถาม
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไม่รู้ ข้ายังไม่ได้ตัดสินใจ ท้องฟ้ากว้างขวาง ผืนดินกว้างใหญ่ ต้องมีสักที่ที่ข้าเมิ่งหนานตั้งหลักได้ ไป๋จื่อ จากกันวันนี้อาจจะเป็นการจากกันตลอดกาลแล้ว”
นางส่ายหน้าอยู่หลายครั้ง “อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ข้ารู้สึกว่าพวกเราจะได้พบกันอีก” กล่าวจบแล้วนางก็ยิ้มหวาน “อดีตผ่านไปแล้ว อย่าได้หวนรำลึกถึงมันอีก เริ่มต้นใหม่นะเจ้าคะ”
เขายิ้มขื่น ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ “อืม เริ่มต้นใหม่!”
นางชี้ไปยังรถม้าที่อยู่ข้างหลัง “ข้าขอมอบมันให้ท่าน อยากไปที่ใดก็ไปที่นั่น ถึงที่หมายแล้วก็เขียนจดหมายมาบอกข้าก็ได้ ทำเหมือนกับปีนั้น”
เหมือนกับปีนั้น
หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาไม่มีทางออกจากเมืองชิงหยวน ไม่มีทาง
เขาไม่ได้ปฏิเสธ เหมือนกับตอนที่เขามอบรถมาให้นางในครั้งนั้น นางก็ไม่ได้ปฏิเสธเช่นเดียวกัน
พวกเขาในอดีตไม่ได้เกรงอกเกรงใจกันขนาดนั้น
“ขอบคุณเจ้ามาก!”
ทั้งสองคนไม่ได้พูดอะไรมาก คล้ายกับว่ามีอะไรอยากพูดมากมาย แต่ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน
ในเมื่อไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน เช่นนั้นก็ไม่พูดดีกว่า
เมิ่งหนานถอนใจเสียงหนึ่ง เพียงบอกให้นางรักษาสุขภาพด้วย แล้วหมุนกายขึ้นรถม้าไป
จินเสี่ยวอันตามหลังเขา ไป๋จื่อเอ่ยเสียงเบากับจินเสี่ยวอันว่า “ดูแลเขาให้ดีนะเจ้าคะ หากต้องการให้ข้าช่วยเหลือ ท่านมาหาข้าได้ทุกเมื่อเลย”
จินเสี่ยวอันขอบตาร้อนเล็กน้อย แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
เวลาผ่านไปแล้วไม่อาจหวนคืน ทว่าพวกเขากลับเหมือนมีชีวิตกันคนละทิศทาง
ตอนที่เขากับคุณชายออกจากเมืองชิงหยวนในปีนั้น คุณชายพูดกับนางไว้เช่นนี้เหมือนกัน
แต่วันนี้กลับเป็นนางที่พูดกับคุณชายบ้าง
เขารู้ว่าคุณชายไม่มีทางได้เป็นคู่ชีวิตของนาง
การจากกันครั้งนี้อาจจะเป็นการจากกันตลอดกาลจริงๆ ก็ได้
จินเสี่ยวอันพยักหน้าแรงๆ ไม่ได้พูดอะไร เพียงตะกายขึ้นรถม้าไปบ้าง
เสียงฟาดม้าดังขึ้น ล้อรถดีดฝุ่นดินขึ้นมา ทำให้ครรลองสายตาของไป๋จื่อพร่าเลือน
“คุณชายดูสิ” จินเสี่ยวอันพบข้าวของบางอย่างในช่องลับข้างใต้ที่นั่ง เป็นห่อเงินและตั๋วเงินพันตำลึงหลายใบ อีกทั้งมีอาหารอีกหนึ่งห่อใหญ่ด้วย ทั้งหมดเป็นสิ่งที่พวกเขาชอบกิน ไม่ต้องชิม แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าเป็นอาหารฝีมือของไป๋จื่อ
เมื่อเห็นสิ่งของเหล่านี้ ท่าทางแน่วแน่ที่เมิ่งหนานแสร้งทำพลันแหลกสลาย ในดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยพลันมีน้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เขาร้องไห้เหมือนกับเด็กๆ ความเสียใจและเสียดายทำให้เขาไม่อาจทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีก
คนที่ทำเรื่องเลวร้ายได้รับบทลงโทษไปหมดแล้ว มีเพียงเขาที่ไม่ได้รับ มีเพียงเขาที่มีชีวิตต่อไปได้
เป็นความเมตตา หรือเป็นการทรมานจากฉู่เยี่ยน
เมิ่งหนานร้องไห้ จินเสี่ยวอันก็ร้องไห้ตามไปด้วย
คนรถที่บังคับรถม้าข้างนอกได้ยินดังนั้นก็กลุ้มใจ เกรงว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงหยุดรถถามว่า “คุณชายทั้งสอง เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
จินเสี่ยวอันปาดน้ำตา เอ่ยเสียงสะอื้น “ไม่มีอะไร เจ้ารีบบังคับรถไปเถอะ ไม่ต้องสนใจพวกข้า”
คนรถร้องรับเสียงหนึ่ง ก่อนจะถามอีก “แล้วพวกท่านจะไปที่ใด”
จินเสี่ยวอันมองไปทางเมิ่งหนาน
เมิ่งหนานหยุดร้องไห้ สูดลมหายใจลึก “ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เมืองชิงหยวน หมู่บ้านหวงถัว”
เขาต้องตามตนเองกลับมา ตามตนเองที่เคยยืนตระหง่านประจันแสงตะวันได้ผู้นั้น เช่นนั้นก็มีแต่กลับไปยังสถานที่ในตอนนั้น
จินเสี่ยวอันตาเป็นประกาย ยิ้มว่า “เป็นความคิดที่ดีเลยขอรับ ไป๋จื่อนางยังมีบ้านอยู่ที่นั่น บ้านหลังนั้นไม่เลวเลยทีเดียว พวกเราไปถึงหมู่บ้านหวงถัวแล้ว ก็อยู่เสียที่นั่นดีหรือไม่ขอรับ”
เมิ่งหนานพยักหน้า “อืม อยู่ที่นั่นแหละ” อยู่ในสถานที่ที่เคยมีนาง
อาจจะมีวันใดสักวันที่นางกลับไปที่นั่น ถึงตอนนั้นแล้วเขาหวังว่าเขาจะเป็นเมิ่งหนานคนใหม่ ยืนต้อนรับนางใต้แสงตะวันสดใส
……….
ตอนที่ 1320 ยอมแพ้
ไป๋จื่อกลับไปถึงคฤหาสน์ตงฟาง พบฉู่เยี่ยนที่ห้อตะบึงมาถึงหน้าประตู
ฉู่เยี่ยนเลิกคิ้วมองนาง จากนั้นก็เงยหน้ามองพระอาทิตย์ ยิ้มถามว่า “วันนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกกระมัง เจ้าถึงได้ออกไปข้างนอกในเวลานี้ได้”
ไป๋จื่อยิ้มเช่นกัน มองตามสายตาเขาไป จากนั้นก็มองพระอาทิตย์บนท้องฟ้า “วันนี้อากาศดีจริงๆ ข้าออกไปเดินเล่นแถวกำแพงเมืองตั้งแต่เช้าบ้างไม่ได้หรือ”
“โอ้ เจ้าออกไปนอกเมืองมาด้วยหรือ” เขาพลันนึกอะไรขึ้นได้ ถามอีก “เจ้าไปส่งเมิ่งหนานใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อพยักหน้า รอยยิ้มสดใสจืดจางลงหลายส่วน “ข้ามอบรถม้าคันหนึ่งให้เขาด้วย เหมือนกับที่เขามอบรถม้าให้กับพวกเราคันหนึ่งในตอนนั้น ตอนที่พวกเราต้องการรถม้ามากที่สุด ให้เขาเดินทางในโลกกว้างด้วยขาแค่สองข้างไม่ได้กระมัง”
ฉู่เยี่ยนยักไหล่ “เจ้าสุขใจก็ดีแล้ว ไม่พูดถึงเขาแล้วดีกว่า ข้าหิว”
ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันเข้าไปข้างใน ก่อนที่ไป๋จื่อจะถามอีก “เรื่องจักจั่นหิมะเป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อวานเสี่ยวชิงมาหานาง บอกว่าซ่งหลางอาการแย่ลงเรื่อยๆ และถามนางว่าเรื่องยาถอนพิษเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
หลายวันมานี้นางยุ่งจนหัวหมุน ไม่มีเวลาไปเยี่ยมซ่งหลางเลย เมื่อเสี่ยวชิงถามเช่นนี้ นางก็กลัดกลุ้มใจไม่หาย
ฉู่เยี่ยนว่า “ยังไม่มีข่าวเลย เดิมทีมันก็หายากอยู่แล้ว ไหนเลยจะได้มาถึงมารวดเร็วปานนั้น เจ้ารออีกหน่อยเถอะ”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้ารอได้ แต่ซ่งหลางรอไม่ได้ เขามีเวลาเพียงสามเดือน ตอนนี้เหลือเวลาแค่สองเดือนครึ่งแล้ว”
ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว ในใจไตร่ตรองว่าควรพูดกับไป๋จื่ออย่างไร ความจริงทางเขาคุนหลุนตอบจดหมายมาแล้ว ว่าไม่อาจพบจักจั่นน้ำแข็งได้เลย โดยเฉพาะสภาพอากาศในตอนนี้ คุนหลุนมีหิมะหนาหนักปกคลุมทั้งผืน ไม่มีใครเข้าไปได้โดยสิ้นเชิง
หากฝ่าเข้าไปก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น
และหากจะรอจนหิมะละลาย อย่างน้อยก็ต้องเป็นเดือนสามปีหน้า
เกรงว่าซ่งหลางจะรอนานถึงขนาดนั้นไม่ได้
ไป๋จื่อเห็นท่าทางของเขาแล้วก็รู้สึกผิดปกติ จึงรีบถาม “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เจ้ารีบบอกความจริงข้ามาเถอะ”
ฉู่เยี่ยนรู้ว่าปิดบังเรื่องนี้กับนางไม่ได้แล้ว ต่อให้วันนี้ตอนนี้เขาไม่พูด ขอเพียงนางไปสืบดูก็ต้องรู้ข่าวแน่นอน
“ทางคุนหลุนมีหิมะปกคลุมตลอด เข้าไปไม่ได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตามหาจักจั่นน้ำแข็ง ไม่มีทางเป็นไปได้” เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ต้องรอหิมะละลายก่อน อย่างน้อยก็ต้องถึงเดือนสาปีหน้า”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ได้ หูลี่เฟยน่าบอกว่าบิดานางเคยขึ้นเขาในฤดูหนาว จากนั้นค่อยกลับออกมาในต้นฤดูใบไม้ผลิ จะเข้าไปไม่ได้ได้อย่างไร”
ฉู่เยี่ยนว่า “ข้าไม่รู้ว่าบิดาของหูลี่เฟยน่าเป็นคนอย่างไร แต่ตอนนี้คนเดินเขาที่มีประสบการณ์ที่สุดทางเขาคุนหลุนพักงานแล้ว แม้แต่พวกเขาที่มีประสบการณ์ที่สุดยังไม่ยอมขึ้นเขา แล้วใครจะกล้าขึ้นไป จักจั่นน้ำแข็งนั่นมีเพียงพวกเขาที่รู้ว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร จะหามันเจอได้ที่ไหน คนทั่วไปขึ้นเขาไปแล้วล้วนไม่มีประโยชน์”
ไป๋จื่อเข้าใจความหมายของเขา แม้จะพูดอ้อมไปอ้อมมา แต่เขาต้องการบอกว่าต่อให้นางไปเองก็ไม่มีประโยชน์ ให้นางยอมแพ้เสีย
แต่จะให้นางยอมแพ้ได้อย่างไร
เสี่ยวชิงร้องไห้จนหายใจไม่ทัน มือที่ผอมแห้งเหมือนกิ่งไม้ของซ่งหลาง และใบหน้าที่ซูบตอบลงทุกวี่วันของเขา ในฐานะที่เป็นหมอคนหนึ่ง นางจะยอมแพ้ในสถานการณ์ที่มีทางรักษาผู้ป่วยได้อย่างไร นางทำได้ที่ไหนกัน
นางไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงเดินไปข้างในอย่างเงียบๆ ยิ่งนางเป็นเช่นนี้ เขาก็ยิ่งว้าวุ่นใจ
เขาจับมือนาง “เจ้าไปไม่ได้นะ ห้ามไปเด็ดขาด”
นางยิ้มจาง “เจ้าบอกข้าแล้วไม่ใช่หรือ ว่าก่อนที่ข้าจะแต่งให้เจ้า ข้าทำอะไรที่ตนเองอยากทำก็ได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า สีหน้าร้อนใจอยู่บ้าง “ใช่ ข้าพูดไว้เช่นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าไปตายได้นะ”