คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 652
ตอนที่ 1303 มีเพียงปากคนตายที่ปิดแน่นที่สุด
เมิ่งหนานก้าวเข้าไปรับจดหมาย เมื่อดึงกระดาษออกจากด้านในแล้ว เขาอ่านคร่าวๆ รอบหนึ่งก็ถามใต้เท้าเมิ่งทันที “จื่อเสวี่ยเถิงเป็นสิ่งที่ล้ำค่าและหายากขนาดนั้นจริงๆ หรือ”
ใต้เท้าเมิ่งว่า “ไม่ขนาดนั้น ไม่นานมานี้ทั่วทั้งเมืองหลวงมีคนเดียวที่มีของสิ่งนี้”
เมิ่งหนานไม่เข้าใจ “ใครหรือ”
ใต้เท้าเมิ่งยืนขึ้นจากโต๊ะหนังสือ แล้วเดินไปถึงตรงหน้าเมิ่งหนาน หลังจากหยิบกระดาษจดหมายออกจากมือบุตรชายแล้ว เขาพลันจุดไฟเผามันไปพร้อมกับซอง ก่อนจะโยนเข้าไปในเตาทองแดงขนาดเล็ก
“แน่นอนว่าเป็นข้า เมืองหลวงไม่มีจื่อเสวี่ยเถิงมานานแล้ว แต่ช่วงก่อนมีคนได้มันมาอยู่บ้างจริงๆ มีคนไม่กี่คนที่รู้เรื่องนี้ และบิดาเจ้าคนนี้เป็นหนึ่งในนั้น ข้าส่งคนไปจัดการแล้ว”
เมิ่งหนานถามว่า “ท่านคิดจะทำอย่างไร”
“ต้องนำมาอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นจะให้เขานำไปถวายฮ่องเต้ แล้วได้รับรางวัลไปอย่างนั้นหรือ” ตอนนี้คนในวังไปเสาะหาทุกร้ายขายยาทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว คาดว่าใช้เวลานานไม่นานก็จะมีประกาศสำนักพระราชวังออกมา และรางวัลก้อนโตจะถูกมอบให้ผู้ที่ซื้อมันได้
เช่นนั้นก็ต้องได้จื่อเสวี่ยเถิงในตอนนี้
เมิ่งหนานว่า “ท่านพ่อ อย่าทำร้ายหรือฆ่าใคร สะสมบุญเพื่อหลานของท่านเถอะ”
ใต้เท้าเมิ่งพลันมีสีหน้าเย็นชา แค่นเสียงว่า “ให้ข้าสะสมบุญเพื่อหลาน เช่นนั้นก็มีหลานให้ข้าสักคนก่อนสิ! ตอนนี้ข้าตัวคนเดียว แม้แต่สาวใช้อุ่นเตียงก็ไม่มี ยังมีหน้ามามาพูดเรื่องหลานอีก”
เมิ่งหนานขมวดคิ้ว สีหน้าเป็นกังวล “ท่านพ่อ ท่านเพิ่มเงินหน่อยก็ใช้ได้แล้ว เหตุใดต้องทำร้ายหรือฆ่าคนด้วย”
ใต้เท้าเมิ่งส่ายหน้า ด้วยหวังจะให้บุตรชายเก่งขึ้นกว่านี้ “เจ้านี่นะ อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบกว่าปีแล้ว เหตุใดถึงยังไร้เดียงสาขนาดนี้ เจ้าคิดว่าทุกเรื่องบนโลกใช้เงินแก้ปัญหาได้หมดหรือ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับทุกคน หากไม่อาจทำได้โดยสมบูรณ์แบบ วันหน้าสาวมาถึงพวกเราแล้วจะทำอย่างไร”
เมิ่งหนานไม่ได้พูดอะไร ใต้เท้าเมิ่งจึงพูดอีกว่า “โลกนี้มีเพียงปากคนตายที่ปิดแน่นที่สุด มีเพียงเขาตายเท่านั้น ก็ไม่มีทางที่จะมีใครรู้ว่าจื่อเสวี่ยเถิงอยู่ที่ใด ไม่เช่นนั้นฮ่องเต้คง...”
เขาไม่ได้พูดออกมาจนจบ ความร้ายกาจสาดประกายออกมาจากใจดวงตา เพียงเท่านั้นก็ชัดเจนแล้ว
ไม่มีจื่อเสวี่ยเถิง ไท่ซ่างหวงก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
เมิ่งหนานยังอยากโน้มน้าวอีก ทว่าใต้เท้าเมิ่งกลับไม่อยากฟังแล้ว เขาจึงสะบัดแขนเสื้อจากไป ทิ้งเมิ่งหนานให้ยืนนิ่งงันอยู่ในห้องหนังสือ เนิ่นนานแล้วก็ไม่อาจสงบใจได้
เขามองมือตัวเอง มือคู่นี้เปื้อนเลือดตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
เมื่อถึงวันที่เขาได้สมดังใจหวัง หากไป๋จื่อรู้เรื่องพวกนี้ นางจะยังรับที่เขาเป็นเช่นนี้ได้หรือไม่
ทว่าลูกศรอยู่บนสายธนู ง้างคันธนูเต็มที่แล้ว ต่อให้เขาพูดอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
...
เป็นเช่นที่ทุกคนคาดไว้ ไม่นานนักก็มีประกาศสำนักพระราชวังออกมา ภายในประกาศบอกว่าจะจ่ายเงินก้อนโตเพื่อซื้อจื่อเสวี่ยเถิงหรือมอบเงินนั้นให้กับคนที่บอกข่าวของมัน
ใต้เท้าเมิ่งรู้ข่าวของจื่อเสวี่ยเถิง ย่อมมีคนอื่นที่รู้เช่นเดียวกัน
มีคนนำข่าวมาพร้อมกับประกาศสำนักพระราชวัง ฟู่เจิงจึงพาองครักษ์มังกรติดตามคนดึงประกาศไปที่บ้านของเขา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเมืองหลวง
บ้านหลังนั้นมีทางเข้าสามทาง การตกแต่งดูดีมีระดับ นับเป็นสถานที่ที่หรูหราในเมืองหลวง มีบ้านหลังใหญ่เช่นนี้ได้ ชัดเจนว่าเจ้าของบ้านไม่ใช่คนสกุลธรรมดาทั่วไปแน่นนอน
ตอนที่ฟู่เจิงมาถึง ภายในบ้านกำลังแขวนผ้าขาว เต็มเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศของความตาย สอบถามได้ความว่าเมื่อสามชั่วยามก่อนมีโจรเข้ามาปล้นบ้านหลังนี้ กวาดสิ่งของในโกดังไปจนเกลี้ยง ข้ารับใช้ตายไปสิบกว่าคน แม้แต่นายท่านของพวกเขาก็โชคร้ายเช่นเดียวกัน
ฟู่เจิงเห็นคนจากศาลาว่าการเมืองยังไม่ไปไหน กำลังถามความอยู่
……….
ตอนที่ 1304 มีหนอนบ่อนไส้
เจ้าหน้าที่เห็นชุดที่ฟู่เจิงสวมใส่แล้วก็รู้ทันทีว่าเขามีตำแหน่งไม่น้อย จึงยิ้มแย้มตอบว่า “กล่องเงินและเครื่องประดับจำนวนหนึ่งหายไปจากโกดัง อีกทั้งมีวัตถุดิบสมุนไพรด้วยกล่องหนึ่ง พูดแล้วก็น่าแปลก ในโกดังไม่เพียงมีเงิน ยังมีทองและตั๋วเงินที่น่าขโมยไปมากกว่าอีก แต่พวกเขากลับนำกล่องเงินและข้าวของอย่างผักหญ้าไป”
ฟู่เจิงแค่นเสียง “เป้าหมายของพวกเขามีแค่วัตถุดิบสมุนไพรกล่องนั้น เงินเป็นแค่สิ่งของตบตา ให้คนอื่นคิดว่าเป็นการปล้นของมีค่าเท่านั้น”
เจ้าหน้าที่มีสีหน้างุนงง “เพราะเหตุใดกัน ไฉนพวกเขาถึงไม่ต้องการของที่มีค่ามากกว่า แต่กลับขโมยวัตถุดิบสมุนไพรกล่องหนึ่งไป”
ฟู่เจิงย่อมพูดอะไรกับเขามากไปกว่านี้ไม่ได้ จึงพาคนตรวจสอบในโกดังรอบหนึ่ง จากนั้นค่อยถามความกับภรรยาเจ้าของบ้าน จนในที่สุดก็แน่ใจเรื่องที่จื่อเสวี่ยเถิงหายไป
เขาเร่งกลับวังไปรายงาน
เมื่อเห็นฟู่เจิงกลับมามือเปล่า ฉู่เยี่ยนก็ถามด้วยความร้อนใจ “ของเล่า ไม่ใช่ว่ามีคนดึงประกาศไปแล้วหรือ”
ฟู่เจิงเล่าเรื่องราวทั้งหมดทันที
ฉู่เยี่ยนโมโหจนแทบจะกัดฟันแตก “มีหนอนบ่อนไส้ ต้องมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในวังแน่ๆ ไม่เช่นนั้นจะพลาดท่าทุกครั้งได้อย่างไร” เขากวาดสายตาเย็นชามองไปทั่วทั้งตำหนัก
เมิ่งเสวียนหลิงยังคงนั่งอยู่ที่หน้าแท่นบรรทมของไท่ซ่างหวง ดวงตาคู่งามจ้องเขม็งไปยังไท่ซ่างหวงที่ยังคงไม่ได้สติ น้ำตาคลอเบ้าทว่าไม่ไหลออกมา มองแล้วน่าสงสารจับใจ
ใครจะสงสัยสตรีเช่นนี้ได้
สายตาของฉู่เยี่ยนเคลื่อนไปที่อื่นแล้ว เหล่านางกำนัลและขันทีต่างก็คุกเข่าอยู่บนพื้นราวกับใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วงท่ามกลางฤดูหนาว ร่วงกราวลงเรื่อยๆ
“จับไปสอบสวนทั้งหมด”
ฟู่เจิงกวักมือเรียกลูกน้องข้างนอกทันที ก่อนจะมีเสียงร้องไห้ขอให้ไว้ชีวิตดังขึ้นทั่วตำหนัก
พูดถึงการสอบสวนแล้ว ความทรมานจากผิวหนังแตกเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยง พวกเขาอาจจะไม่รอดกลับมาก็ได้
ไป๋จื่อและซ่งหลางเตรียมหลอมยาอยู่ในตำหนักข้าง เมื่อได้ยินเสียงทางนี้แล้วก็รีบเข้ามา ไป๋จื่อเห็นแล้วจึงรีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”
ฉู่เยี่ยนมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “ใครก็ได้จับพวกเขาไว้ก่อน ข้าสงสัยว่าในตำหนักนี้มีหนอนบ่อนไส้”
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อได้ยินคำว่าหนอนบ่อนไส้แล้ว สายตาของไป๋จื่อมองไปยังเมิ่งเสวียนหลิงตามสัญชาตญาณ จากนั้นก็ส่ายหน้า ‘ไม่ใช่นาง เป็นไปไม่ได้’
นางถอนสายตากลับมา เอ่ยกับฉู่เยี่ยนว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้จื่อเสวี่ยเถิงหรือ”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ยังไม่ได้”
นางมองไปทางซ่งหลาง “ยังเหลือเวลาอีกเท่าไร”
ซ่งหลางหันไปมองข้างนอก ท้องฟ้ายังคงสว่างจ้า “อย่างมากที่สุดสามชั่วยาม” หากเริ่มหลอมยาตอนนี้ มีไป๋จื่อคอยช่วยย่อมประหยัดเวลาได้มากขึ้น อาจจะยังทันก็เป็นได้
ทว่าตอนนี้ไม่มีแม้กระทั่งวัตถุดิบสมุนไพรที่สำคัญที่สุด พูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น
“ใกล้ๆ เมืองหลวงของพวกเรามีป่าลึกบ้างหรือไม่” ไป๋จื่อถามอีก
ซ่งหลางเอ่ย “อย่าเพิ่งถามว่ามีหรือไม่ ต่อให้มีก็ไม่ทันแล้ว”
เมิ่งเสวียนหลิงที่นั่งอยู่หน้าแท่นบรรทมมังกรได้ยินดังนั้นแล้ว น้ำตาที่กักเอาไว้ก็ไหลออกมาในที่สุด หยดใส่หลังมือขาวละเอียดหยดแล้วหยดเล่า
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นอย่างไร ตอนนี้นางเจ็บปวดใจจริงๆ แล้ว
ทว่าแท้จริงแล้วนางปวดใจเรื่องอะไร เกรงว่าแม้แต่นางเองก็แยกแยะไม่ได้แล้วกระมัง
เป็นความรักวัยเยาว์ในอดีต หรือว่าจะเป็นความรู้สึกที่ยังไม่ทันได้ก่อตัวในใจก็เหือดหายไปแล้ว
หรืออาจจะเป็นตัวนางเองในอดีต
สามชั่วยาม...สามชั่วยาม
พริบตาเดียวก็เป็นเวลาสามชั่วยามแล้ว เป็นเช่นที่ซ่งหลางคาดการณ์ไว้ พิษของไท่ซ่างหวงออกฤทธิ์ เขาจากโลกใบนี้ไปโดยไม่ได้สั่งเสียอะไรแม้แต่คำเดียว