คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 640
ตอนที่ 1279 ลำบากมากเป็นแน่
เสี่ยวชิงส่ายหน้า “ข้าไม่ไปเจ้าค่ะ ข้ามาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่าน”
พูดจบแล้วนางก็เดินเข้าไปใกล้เขา
ซ่งหลางถอยหลังไปสองก้าวทันที เอ่ยเสียงขรึม “ไม่ต้องหรอก ข้ามีเรื่องจะสั่งเจ้า”
เสี่ยวชิงมองมือทั้งสองข้างของเขา มันซ่อนอยู่ในแขนเสื้อตลอดเวลา
นางอยากถาม ทว่าก็ไม่กล้าถาม
ซ่งหลางไม่ให้โอกาสนางถามเช่นกัน “เจ้าไปรับคนผู้หนึ่งมาจากโรงเตี๊ยมฝูหยวน นางมีนามว่าหูลี่เฟยน่า เป็นชาวตะวันตก เจ้าบอกนางว่าข้าให้ไปรับ นางจะตามเจ้ากลับมาเอง”
“เป็นสตรีหรือ” เสี่ยวชิงมุ่นคิ้ว คุณชายพาสตรีกลับมาจากดินแดนตะวันตกได้อย่างไร
ซ่งหลางว่า “เป็นสตรี เจ้าต้องระวังนางหน่อย พยายามอย่าพูดจากับนาง และอย่ากินของที่นางให้ด้วย ยิ่งห้ามให้นางแตะต้องตัวเป็นอันขาด นำรถม้าไปสองคัน และอย่านั่งคันเดียวกับนาง”
เสี่ยวชิงพลันมีสีหน้าสงสัย “หูลี่เฟยน่าผู้นี้เป็นใครกัน เหตุใดแตะต้องตัวนางไม่ได้”
“เจ้าอย่าถามมากความเลย ทำตามที่ข้าสั่งก็พอแล้ว รีบไปเถอะ” ซ่งหลางว่า
เสี่ยวชิงรับคำโดยที่ยังคงมองคุณชายไม่ละสายตาไปไหน มือของเขายังคงไม่ยื่นออกมา ใบหน้าเขาคล้ำและผอมลงกว่าเมื่อก่อน เสื้อผ้าหลวมโพรกอย่างมาก สองเดือนที่ผ่านมานี้คุณชายต้องเจอกับอะไรบ้าง
เมื่อเสี่ยวชิงไปแล้ว ซ่งหลางถึงจะเดินไปที่หน้าประตู ยื่นศีรษะออกไปมองแล้วไม่เห็นมีใคร เขาถึงจะยื่นมือออกมาปิดประตูอย่างแน่นหนา
สองมือของเขา ข้างหนึ่งเหลือเพียงผิวหนังหุ้มกระดูก หากพูดไม่น่าฟังสักหน่อย ก็ไม่แตกต่างอะไรกับโครงกระดูกของคนตาย
ส่วนมือขวาของเขา แม้จะไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับมือซ้าย แต่กลับผอมกร่องกว่าคนทั่วไปมาก มือข้างนี้เป็นมือข้างที่ไป๋จื่อเห็นโดยบังเอิญขณะอยู่ในคฤหาสน์ตงฟาง
ตอนนั้นเขาตื่นเต้นเกินไป จึงไม่ได้ซ่อนมือไว้ให้ดี ถึงได้เผยช่องโหว่ต่อหน้านางเช่นนั้น
และด้วยนิสัยของไป๋จื่อแล้ว นางไม่มีทางปล่อยผ่านแน่นอน
เช่นนั้นแล้วเขาต้องอธิบายกับนางอย่างไรดี
เขาถกแขนเสื้อขึ้น ตรงมุมโค้งของข้อมือเป็นแอ่งน้ำ ครึ่งหนึ่งผอมแห้ง ครึ่งหนึ่งเป็นปกติ
มืออีกข้างหนึ่งก็เป็นเช่นนั้น
เขาควักขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมาจากในอกเสื้อ หยดสสารที่เหมือนกับน้ำมันสีดำหลายหยด เมื่อถูบนฝ่ามือแล้วถึงค่อยทาบนมือผอมๆ ทั้งสองข้าง
คล้ายกับว่าเจ็บมาก เขามุ่นคิ้วพลางกัดฟัน มีเหงื่อไหลออกจากตรงหน้าผาก กระนั้นเขาก็ไม่ได้ส่งเสียงใดออกมา
หลังจากความเจ็บปวดสุดขีดผ่านไปแล้ว เขาก็ลืมตามองมือของตัวเองอีกครั้ง มันคล้ายกับได้รับการเติมเต็มขึ้นมาบ้าง น่ามองกว่าสภาพน่าเวทนาก่อนหน้านี้เล็กน้อย
แต่เขารู้ดีอยู่แก่ใจว่าก็เป็นแค่ชั่วชณะหนึ่งเท่านั้น อีกไม่นานมือของเขาก็จะเป็นเหมือนเดิม มีสภาพเหมือนกับตอนก่อนที่จะทายาเมื่อครู่นี้
เขาต้องใช้วิธีเช่นนี้ตบตาหูลี่เฟยน่า
ไม่เช่นนั้นนางจะต้องกระตือรือร้นยื่นข้อเสนอให้เขาแน่
...
โรงเตี๊ยมฝูหยวน
หลังจากเสี่ยวชิงสอบถามกับเถ้าแก่แล้ว นางก็ตรงไปถึงหน้าประตูห้องตัวอักษรเทียน แล้วเคาะประตูเบาๆ
เสียงของสตรีนางหนึ่งดังมาจากข้างใน น่าฟังดีทีเดียว มีความอ่อนหวานที่เจือความเหนื่อยล้า แตกต่างกับเสียงหวานใสและกังวานของไป๋จื่อโดยสิ้นเชิง
“ข้ามีนามว่าเสี่ยวชิง คุณชายของข้าให้ข้ามารับเจ้ากลับจวน”
เสี่ยวชิงเพิ่งกล่าวจบ นางไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงฝีเท้า ประตูห้องก็เปิดออกแล้ว ใบหน้างดงามเย้ายวนสุดขีดพลันปรากฏที่เบื้องหน้านาง
สตรีนางนี้สวมชุดสีแดง เป็นสีแดงเหมือนไฟ ทำให้นางไม่ต่างกับเปลวเพลิง
นางมีผมยาวเป็นลอนที่แปลกตามาก ดวงตากลมโตเป็นอย่างยิ่ง ผิวขาวสะอาด นอกจากดวงตาสีน้ำตาลเหมือนกับนางแล้ว นางคล้ายกับสตรีอาณาจักรอูซุนมากจริงๆ
งดงามมาก งดงามชนิดยั่วยวน รูปร่างของนางก็อรชรยิ่งนัก เกรงว่าไม่ต้องพูดจา บุรุษที่อยู่ตรงหน้านางก็ไม่อาจจะเดินไปที่ไหนได้แล้ว
……….
ตอนที่ 1280 หูลี่เฟยน่า
“ซ่งหลางให้เจ้ามาหรือ” หูลี่เฟยน่าพิจารณาเสี่ยวชิง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มจางๆ
แม้จะเป็นรอยยิ้มจาง แต่กลับทำให้คนที่ได้เห็นหัวใจเต้นแรง
เสี่ยวชิงพลันนึกถึงคำสั่งของคุณชาย ที่ว่าให้นางอยู่ไกลกับหูลี่เฟยน่าหน่อย อย่าแตะต้องและพูดจากับอีกฝ่าย
จากนั้นเสี่ยวชิงก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ก้มหน้าลงไม่มองนาง “คุณหนูหูน่าเชิญกลับสวนชิงเฟิงไปกับข้าเถอะ”
นางรู้สึกแปลกใจมาก ขอเพียงไม่มองตาอีกฝ่าย หัวใจของนางก็เต้นช้าลงแล้ว
เป็นเช่นที่คุณชายบอกไว้ สตรีนางนี้ไม่ธรรมดา
นางเคยได้ยินว่าดินแดนตะวันตกมีวิชาเสน่ห์ หลังจากสตรีที่มีพรสวรรค์ถูกเลือกแล้ว ก็จะเริ่มการฝึกตั้งแต่อายุสามปี ความสามารถในการโปรยเสน่ห์เหล่านั้นสลักลึกอยู่ในกระดูกของพวกนาง ไม่ต้องจงใจแสดงออกก็สามารถทำให้คนหลงใหลจนลืมตัวได้ตลอดเวลา
แม้แต่นางเองที่เป็นสตรีเห็นแล้ว ก็หัวใจเต้นแรงเช่นเดียวกัน
หรือว่าสตรีนางนี้จะฝึกวิชาเสน่ห์มา
“เจ้ากลัวข้าหรือ” หูลี่เฟยน่าถามเสี่ยวชิง
เสี่ยวชิงส่ายหน้า “ไม่ได้กลัว คุณหนูหูลี่เป็นห่วงแล้ว”
หูลี่เฟยน่าส่ายหน้า “หากเจ้าไม่กลัวข้า เหตุใดไม่กล้ามองตาข้าเล่า หรือว่าซ่งหลางพูดอะไรกับเจ้าไว้”
เสี่ยวชิงหลุบตาลง สีหน้าเรียบเฉย “คุณชายไม่ได้พูดอะไร คุณหนูหูลี่เชิญเถอะ!” นางไม่ใช่เสี่ยวชิงคนที่บุ่มบ่ามทำอะไรเพราะความโมโหคนนั้นอีกแล้ว
นางอยู่กับไป๋จื่อมาหลายปี แม้จะไม่ได้เรียนรู้อย่างอื่น แต่กลับได้ท่าทีสงบราบเรียบของไป๋จื่อมาหลายส่วน
เมื่อพบกับสถานการณ์เช่นนี้ นางยังคงใจเย็นอยู่ได้ ไม่ร้อนใจ ไม่วู่วาม
หูลี่เฟยน่ามองลึกไปที่ดวงตาของเสี่ยวชิง ไม่ได้พูดอะไรอีก จากนั้นนางหมุนกายเข้าไปหยิบกล่องไม้งดงามขนาดเล็กออกมาจากห่อผ้าที่อยู่ในห้อง
นางมองเสี่ยวชิงยืนกุมมือ พลางยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะยื่นกล่องให้เสี่ยวชิง “เจ้าช่วยข้าถือหน่อยเถอะ”
เสี่ยวชิงส่ายหน้าทันที “สิ่งของล้ำค่าเช่นนี้ คุณหนูหูลี่โปรดถือไว้เองเถอะ เสี่ยวชิงรับผิดชอบไม่ไหว” คุณชายพูดไว้แล้วว่าอย่าแตะต้องสิ่งของที่นางส่งให้
สีหน้าของหูลี่เฟยน่าเคร่งขรึมขึ้น ในดวงตาสาดประกายเยือกเย็น ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากกลับกดลึก
ทั้งสองคนตามหลังกันออกจากโรงเตี๊ยมไป หูลี่เฟยน่าขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันสวยที่อยู่ข้างหน้า ส่วนเสี่ยวชิงนั่งรถม้าธรรมดาอีกคันหนึ่ง จากนั้นรถม้าก็มุ่งหน้าไปทางสวนชิงเฟิง
ครั้นถึงสวนชิงเฟิงแล้ว เสี่ยวชิงก็นำทางหูลี่เฟยน่าเข้าไป ข้ารับใช้ระหว่างทางที่เห็นหูลี่เฟยน่าต่างก็ตกอยู่ในภวังค์ ไม่อาจละสายตาไปไหนได้ ราวกับหลงใหลกับเรือนร่างของนางอย่างไรอย่างนั้น
เสี่ยวชิงถลึงตามองคนพวกนั้น เอ่ยอย่างโมโหว่า “มองอะไรของพวกเจ้า เหตุใดยังไม่รีบไปทำงานอีก”
เสียงของเสี่ยวชิงดังกังวานและนำมาซึ่งความกดดันที่ยากจะมองข้าม พาให้สติของคนเหล่านั้นกลับมาทันที ได้แต่มองเงาหลังงามงดค่อยๆ ห่างออกไปไกล พากันแลบลิ้นออกมา พวกเขาไม่รู้ว่าเมื่อครู่ตนเองเป็นอะไรไป ถึงได้เสียกิริยากับแม่นางที่เพิ่งมาที่จวนเป็นครั้งแรกเช่นนี้
หากคุณชายรู้เรื่องนี้เข้า ไม่แน่ว่าพวกเขาจะต้องถูกลงโทษ
ไม่นานเท่าไรนักเสี่ยวชิงก็กลับมา นางกล่าวกับเหล่าข้ารับใช้ที่ยังคงตะลึงอยู่ว่า “คุณหนูหูลี่เป็นแขกผู้มีเกียรติของคุณชาย ท่าทางที่พวกเจ้าจ้องมองคุณหนูหูลี่เมื่อครู่ หากคุณชายเห็นเข้า พวกเจ้าเดาสิว่าจะเป็นอย่างไร”
เหล่าข้ารับใช้ก้มหน้าลง ไม่กล้าเอ่ยความใด
เสี่ยวชิงเอ่ยอีกว่า “เห็นแก่ที่พวกเจ้าทำงานอย่างหนักในหลายปีมานี้ ข้าจะไม่รายงานเรื่องในวันนี้กับคุณชาย แต่พวกเจ้าต้องจำไว้ให้ดี ต่อไปนี้อย่าได้ลอบมองคุณหนูหูลี่อีก นางให้พวกเจ้ามองก็อย่ามอง ยิ่งไม่อาจสนทนากับนาง ไม่อนุญาตให้แตะต้องข้าวของของนางด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม! เข้าใจหรือไม่”