คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 631
ตอนที่ 1261 เปิดโปง
นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันถึงหลายสิบชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่ใช้แค่เงินก็ปิดบังไว้ได้โดยสิ้นเชิง
เมื่อเรื่องนี้ถูกเปิดโปง อย่างอื่นยังพอว่า แต่แค่คำวิจารณ์ของมวลชนก็ทำให้ทั้งตระกูลอวี๋ของพวกเขาจบสิ้นได้แล้ว เขาแม้กระทั่งมองเห็นวันที่ตระกูลล่มสลายแล้วด้วยซ้ำไป
ไม่ ไม่มีทาง เป็นอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด
กลุ่มตระกูลอวี๋รุ่งเรืองมาร้อยปี เขาจะให้มันขาดสะบั้นในมือเขาไม่ได้
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางใจอ่อน
เมื่อเห็นสีหน้าของบิดาเปลี่ยนไป ดวงตาที่มองเธอฉายความเด็ดเดี่ยวและดุร้าย ม่านน่าพลันกระวนกระวายใจในทันที
เธอรู้ดีว่าสีหน้านี้ของคนเป็นพ่อหมายความว่าอย่างไร
ต่อให้หลินหยางร้ายกาจแค่ไหนก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพ่อ
อวี๋ม่านน่าคุกเข่าลงตรงหน้าเขา น้ำตาไหลพราก “พ่อคะ...หนูขอร้อง อย่าทำร้ายเขาเลย หนูจะไปหาเขาเอง หนูจะหาวิธีเอาของกลับคืนมา พ่อห้ามทำร้ายเขานะคะ หนูขาดเขาไม่ได้” หลินหยางเป็นคนที่เธอรักที่สุดในชีวิต และเป็นผู้ชายคนเดียวที่เธอรักด้วย เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าหากไม่มีหลินหยาง ชีวิตนี้ของเธอจะมีหมายความอะไรอีก
เธอมีชีวิตเพื่อหลินหยางไม่ใช่เหรอ เพื่อให้ได้ไปอยู่ข้างกายเขา ครองคู่กับเขาไม่ใช่เหรอ
ที่ผ่านมาเธอทำอะไรตั้งมากมาย ทำเรื่องเลวร้ายมากมายเช่นกัน ทั้งหมดนั่นก็เพื่อได้ให้เขามาครอง!
คุณอวี๋ว่า “ม่านน่า พ่อตามใจลูกทุกเรื่อง เพื่อช่วยลูกแล้ว พ่อทำร้ายชีวิตคนไปตั้งหลายสิบคน ตอนนี้ยังมีคนเป็นตายเท่ากันอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งเยอะ จ่ายเงินชดเชยไปก็ไม่น้อยแล้ว พ่อรับได้ทั้งหมด แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่จ่ายเงินชดเชยก็แก้ปัญหาได้ ชีวิตหลายสิบชีวิตเลยนะ พอหลินหยางเปิดโปงเรื่องนี้ ลูกคิดว่าพวกเรากลุ่มตระกูลอวี๋จะเป็นยังไง”
อวี๋ม่านน่าชะงัก ความคิดชัดเจนขึ้นมา จู่ๆ เธอก็พูดขึ้นว่า “หนูจะหาวิธีจัดการเอง”
คุณอวี๋แค่นเสียง “ลูกจะจัดการเอง? จัดการยังไง หลินหยางฟังลูกด้วยเหรอ ลูกไปขอหลักฐานคืนจากเขา เขาก็จะคืนให้ใช่ไหม ถ้าเขาเป็นคนที่เชื่อฟังขนาดนั้น งั้นวันที่พวกลูกแต่งงานกัน เขาก็คงไม่หนีไป จนทำให้คนทั้งประเทศหัวเราะเยาะลูกหรอก”
“พ่อ ให้หนูลองดูก่อนนะคะ ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าทำไม่ได้ หนูจะไปหาเดี๋ยวนี้ วันนี้หนูจะจบเรื่องนี้ให้ได้ พ่อคะ หนูของร้องละ ให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง ให้โอกาสหนูด้วย หนูขาดเขาไม่ได้จริงๆ ค่ะ” ถ้าเธอไม่เข้ามายุ่งในเรื่องนี้ ปล่อยให้พ่อจัดการเอง แบบนั้นหลินหยางจะต้องตายอย่างแน่นอน เธอให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด
คุณอวี๋ดูเวลา ใคร่ครวญอยู่ในใจครู่หนึ่งค่อยถอนหายใจเสียงยาว “เอาละ พ่อให้เวลาสองชั่วโมง ถ้าลูกจัดการเรื่องนี้ได้ภายในสองชั่วโมง พ่อจะไม่แตะต้องเขา แต่ถ้าจัดการไม่ได้ ม่านน่า อย่าโทษว่าพ่อใจร้ายเลย พ่อทำทุกอย่างเพื่อลูกทั้งนั้น”
ลูกสาวของเขาถูกตามใจมาตั้งแต่เล็ก แต่ไหนแต่ไรไม่เคยลำบาก ยิ่งไม่รู้ว่าความทรมานในชีวิตนี้คืออะไร เธอใช้ชีวิตแต่ละวันอย่างมีความสุขราวกับเป็นเจ้าหญิง
ถ้ากลุ่มตระกูลอวี๋จบเห่ เธอจะทำยังไง เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปยังไง
อวี๋ม่านน่ารีบลุกขึ้น หันหลังกลับไปคว้ากระเป๋าถือที่อยู่บนมุมโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป เมื่อเข้าไปในรถสปอร์ตคันเล็กแล้ว เธอก็เหยียบคันเร่งไปยังที่อยู่ของหลินหยางในตอนนี้ทันที
บ้านเดิมของหลินหยางถูกไฟไหม้จนไม่เหลือ เขาจึงไปอยู่ที่บ้านของไป๋จื่อ
เธอคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีสักวันที่ได้มาที่นี่อีกครั้ง
เมื่อออกมากจากลิฟต์ เธอได้ยินเสียงวิวาทอย่างรุนแรงดังมาจากทางเดินยาว
ฟังดูแล้วเหมือนเสียงวิวาท ทว่าหากฟังดูให้ดีแล้วกลับมีเพียงเสียงของผู้หญิงใจกล้าคนหนึ่ง และไม่มีเสียงใครอื่นอีก
นี่เป็นคอนโดมิเนียมสำหรับคนโสด ภายในห้องมีพื้นที่ทั้งหมดหกสิบตารางเมตร เหมาะจะอยู่เพียงลำพังเป็นที่สุด
..........
ตอนที่ 1262 ห้องหมายเลข 1314
แม้ห้องจะไม่ใหญ่มาก แต่เพราะอยู่ในพื้นที่เจริญรุ่งเรือง ราคาห้องมีแต่เพิ่มสูงขึ้น ในไป๋จื่อซื้อห้องนี้ไว้ตอนที่เพิ่งทำงานได้ปีเดียว ตอนนั้นเธอซื้อได้ในราคาหนึ่งหมื่นห้าพันหยวนต่อหนึ่งตารางเมตรเท่านั้น ส่วนตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นเป็นห้าหมื่นหยวนต่อตารางเมตรแล้ว
ถึงจะไม่ใช่ห้องใหญ่อะไร แต่กลับมีค่าไม่น้อยเลย
อวี๋ม่านน่าจำได้ว่าไป๋จื่ออยู่ที่ห้องหมายเลข 1314 ทีแรกเธอคิดว่าบังเอิญทีเดียว บังเอิญที่ซื้อห้องนี้
ต่อมาถึงได้รู้ว่านี่เป็นห้องที่หลินหยางช่วยไป๋จื่อเลือก เพื่อซื้อห้องนี้ หลินหยางแอบออกเงินช่วยไป๋จื่อด้วย
ทว่าไป๋จื่อไม่รู้เรื่องพวกนี้
ด้านหน้าห้อง 1314 ผู้หญิงคนหนึ่งขวางที่หน้าประตูห้องพร้อมกับชายหนุ่มสองคน
ชายหนุ่มสองคนนั้น คนหนึ่งอายุยี่สิบห้ายี่สิบหกปี ส่วนอีกคนหนึ่งอายุยี่สิบปีต้นๆ หน้าตาคล้ายกันมาก เป็นพี่น้องกันอย่างเห็นได้ชัด ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาก็หน้าตาคล้ายกับพวกเขาเช่นกัน
ผู้หญิงคนนั้นกำลังกระชากเสื้อของหลินหยาง ในปากพร่ำพูดอะไรบ้างอย่าง “ห้องนี้เป็นของลูกสาวฉัน ตอนนี้ลูกสาวฉันตายไปแล้ว ห้องนี้ก็สมควรเป็นของฉัน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง รีบออกไปเดี๋ยวนี้”
หลินหยางขี้เกียจจะพูดอะไรกับเธอ จึงพูดเสียงเรียบว่า “ปล่อย”
ฝ่ายผู้หญิงร้องขึ้น “ไม่ปล่อย เธอไม่ไปฉันก็ไม่ปล่อย นี่เป็นห้องของลูกสาวฉัน ต่อให้เธอเป็นแฟนกัน แต่พวกเธอก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน ไม่มีทางที่ทรัพย์สินชิ้นไหนจะเป็นของเธอได้ ต่อให้ต้องขึ้นศาล ที่นี่ก็ต้องเป็นของฉันอยู่วันยันค่ำ”
หลินหยางแค่นหัวเราะ “ในเมื่อมั่นใจขนาดนั้น ทำไมคุณไม่ไปขึ้นศาลซะเลยล่ะ ถ้าศาลตัดสินว่าห้องนี้เป็นของคุณ ผมหลินหยางจะไปโดยไม่พูดอะไรซักคำเลย” นี่เป็นห้องของไป๋จื่อ ใครก็แตะต้องมันไม่ได้
สีหน้าของผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ถ้าขึ้นศาลแล้วได้ห้องนี้มาครอบครองจริงๆ เธอจะมาโวยวายกับเขาอยู่ที่นี่เหรอ
“ถ้าฉันมีเวลาว่างขนาดนั้น ฉันคงไม่มาพูดไร้สาระกับเธอที่นี่หรอก”
หลินหยางนักไหล่ “แต่ผมมีเวลาเยอะมากเลยละ ไปขึ้นศาลเป็นเพื่อนคุณได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่มีเรื่องอื่นอีก พวกคุณก็กลับไปได้แล้ว ที่นี่เป็นพื้นที่อาศัยส่วนบุคคล ขืนพวกคุณยังไม่ไป ผมก็ทำได้แค่ต้องแจ้งตำรวจแล้ว”
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิงคนนั้นเบียดมาข้างหน้า ทำหน้าถมึงทึงพร้อมมุ่นคิ้ว ถลึงตามองแล้วเอ่ยว่า “ที่นี่เป็นห้องของพี่สาวผม คุณฟังไม่รู้เรื่องเหรอ ไสหัวไป ฟังรู้เรื่องไหม”
“พี่สาวคุณ? คุณเคยเจอพี่สาวคนนี้ด้วยเหรอ รู้ไหมว่าเธอชื่อว่าอะไร รู้ไหมว่าเธอทำงานอยู่ที่ไหน รู้ไหมว่าปีนี้เธออายุเท่าไรแล้ว”
ชายหนุ่มชะงัก ก่อนจะตอบในทันที “ผมรู้หรือไม่รู้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย นี่เป็นเรื่องของครอบครัวผม คุณไม่เกี่ยว!”
หลินหยางพูดขึ้น “วันนี้ผมจะพูดกับพวกคุณให้ชัดเจนนะ หนึ่ง นี่เป็นห้องของไป๋จื่อ ถูกต้องแล้ว แต่ตอนนี้ห้องนี้เป็นของผม สอง พวกคุณบอกวว่าพวกคุณเป็นคนในครอบครัวของไป๋จื่อ แค่นั้นก็มีสิทธิ์อ้าปากพูดอะไรก็ได้เลยเหรอ งั้นแมวหมาที่ไหนก็พูดได้ว่าเป็นคนในครอบครัวของไป๋จื่อ ต้องการแย่งห้องนี้ สรุปว่าต้องมอบห้องนี้ให้ใครกัน”
หลายปีมานี้หลินหยางเป็นคนดูแลไป๋จื่อตลอด เขาถือเป็นผู้คุ้มครองของไป๋จื่อตามกฎหมาย ขอแค่เขาต้องการห้องนี้ ก็ไม่มีใครแย่งมันไปจากเขาได้
“ฉันเป็นแม่ของไป๋จื่อ เธอก็รู้เรื่องนี้นี่”
หญิงวัยกลางคนเพิ่งพูดจบไม่ทันไร ก็มีเสียงฝีเท้าวุ่นวายระลอกหนึ่งดังมา ตามมาด้วยเสียงผู้ชายตะคอกด้วยความโมโห “นังสารเลวตงเหลียน ฉันโทรหาเธอรอบนึงแล้ว เธอบอกว่าอยู่ข้างนอก ไม่มีเวลามาที่นี่ แล้วตอนนี้มันยังไงกัน คิดจะฉวยห้องนี้ไปคนเดียวเหรอ”
ผู้ชายคนนี้คือพ่อแท้ๆ ของไป๋จื่อ คนที่มาด้วยกันกับเขาคือภรรยาคนปัจจุบัน
อวี๋ม่านน่ายืนห่างออกไปสิบเมตร แต่พวกเขาเหมือนกับมองไม่เห็นเธอ เสมือนเธอเป็นอากาศธาตุ
ทว่าสายตาของหลินหยางกวาดมองมาทางเธอ ตอนที่เขาเห็นเธอ ในตาของเขาฉายแววเยาะเย้ยที่หนาวยะเยือก มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาไม่ได้อบอุ่นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว