คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 619

#619คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1237 ข่าวลือ

ไป๋จื่อยกมือขึ้น “หยุด ข้าไม่ใช่แม่ครัวของเจ้า เจ้าอยากกินอะไร ไปสั่งกับห้องเครื่องโดยตรงก็สิ้นเรื่องแล้ว เหตุใดต้องมาขอข้าวกินถึงที่นี่”

ฉู่เยี่ยนพลันมีสีหน้าลำพองใจ “เสน่ห์ปลายจวักของภรรยาข้าเหนือกว่าพ่อครัวพวกนั้นมาก ข้าอยากกินเพียงอาหารที่ภรรยาทำ”

หากเป็นยามปกติ ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้เขาก็เจียดเวลาออกมาไม่ได้ แต่วันนี้เขาใช้วิธีจัดการฎีกาที่ไป๋จื่อบอกแล้ว อีกทั้งเพิ่มความคิดของตนเองเข้าไปอีกเล็กน้อย ฎีกาในห้องทรงอักษรจึงถูกจัดการจนเรียบร้อย เมื่อมีเวลาว่าง เขาจึงคิดถึงนางเป็นคนแรก

“ใครเป็นภรรยาเจ้า เจ้าไปหาเหล่ากุ้ยเหรินที่อยู่ในวังหลังของเจ้าดีกว่า” ไป๋จื่อเอ่ยพลางขมวดคิ้ว

ฉู่เยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าได้ยินข่าวลือแล้วไม่ใช่หรือ”

สีแดงระเรื่อบนใบหน้าของไป๋จื่อหายไปตั้งนานแล้ว แทนที่ด้วยสีขาวซีดและสีหน้าไม่พอใจ

ในใจนางไม่เชื่อ ทว่าได้ยินข่าวลือเช่นนั้นแล้ว จะให้นางเบิกบานใจเหมือนคนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้หรอก

“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นพ่อคนแล้ว ยินดีด้วยนะ!” ในที่สุดไป๋จื่อก็วางหนังสือในมือลง เงยหน้าขึ้นสบตาเขา จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าและดวงตาของเขา

ตอนที่เขาเข้ามา นางถือหนังสืออยู่ตลอด ดวงตาจับต้องอยู่ที่จุดหนึ่ง แต่นางไม่ได้พลิกหน้าหนังสือเลยแม้แต่หน้าเดียว ไม่ขยับลูกตาด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ต้องถาม นางไม่อยากเข้าใจอะไรผิดเพราะคำที่คนอื่นพูดต่อๆ กัน ยังคงต้องมอบโอกาสให้เขาอธิบาย

ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว เอ่ยถามเสียงขรึม “ใครบอกเจ้า” เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เมิ่งหนานออกไปจากจวน จึงถามทันที “เป็นเมิ่งหนานหรือ เขาเป็นคนพูดใช่หรือไม่”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ใช่ เขาเพียงมาขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคราวก่อน ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่น”

“ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร ข่าวลือในราชสำนักเช่นนี้ ไม่มีทางที่จะมีใครรู้เรื่องง่ายๆ”

เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่เยี่ยน หัวใจของไป๋จื่อเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบๆ “หมายความว่าเป็นเรื่องจริงหรือ อิ๋งกุ้ยเหรินผู้นั้นตั้งครรภ์จริงๆ หรือ”

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “นางตั้งครรภ์หรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้ว่าหากนางตั้งครรภ์ นั่นต้องไม่ใช่โอรสของข้าอย่างแน่นอน ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิ๋งกุ้ยเหรินเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร”

“จริงหรือ” ไป๋จื่อเลิกคิ้วถาม ถึงอย่างไรส่วนใหญ่คำโกหกบนโลกนี้ก็ไม่มีทางเกิดการจากการปั้นน้ำเป็นตัว ต้องมีเค้าลางความจริงเสียส่วนหนึ่งอยู่แล้ว

ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก!

ฉู่เยี่ยนพยักหน้าทันที “แน่นอนว่าเป็นความจริง ข้าเคยหลอกเจ้าเมื่อไร”

ไป๋จื่อเลิกคิ้ว ดวงตาทอประกาย

ฉู่เยี่ยนหัวเราะแห้งๆ และลูบคางในทันที “เรื่องแกล้งตาบอดก่อนนหน้านี้ ข้าขอโทษ เป็นข้าที่ไม่ดีเอง แต่ก็มีแค่เรื่องเดียวที่ข้าปิดบังเจ้า ข้าไม่เคยปิดบังเจ้าเรื่องอื่นเลยนะ”

“อย่างนั้นหรือ ไม่มีเรื่องอื่นที่ปิดบังข้าแล้วอย่างนั้นหรือ” ไป๋จื่อถามย้ำ

ฉู่เยี่ยนแอบช้ำใจ เขาย่อมมีเรื่องที่ปิดบังนาง ทว่าตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดออกไป

เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก การจะทำให้สำเร็จไม่ได้ใช้เวลาแค่หนึ่งหรือสองวัน หรือพูดสองสามคำก็สำเร็จได้

ตอนนี้เขาไม่มั่นใจแม้สักนิดว่าจะสำเร็จ ย่อมไม่สะดวกที่จะพูดออกไป

“แน่นอน”

ไป๋จื่อให้อภัยเขาเรื่องนี้ จึงวกกลับมาที่เรื่องของอิ๋งกุ้ยเหริน “พูดมาสิ แท้จริงแล้วเรื่องของอิ๋งกุ้ยเหรินผู้นั้นเป็นมาอย่างไรกันแน่”

ฉู่เยี่ยนเล่าว่า “ข้าเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ในวันนี้ ทว่าส่งคนไปสืบแล้ว อีกเดี๋ยวอาอู่สืบรู้แล้วจะมารายงานพวกเราที่นี่”

เขารู้อยู่ในใจคร่าวๆ เพียงแต่ไม่ค่อยแน่ใจ ต้องให้องครักษ์มังกรส่งข่าวที่แน่ชัดมาถึงจะใช้ได้

เสียงของฉู่เยี่ยนเพิ่งขาดลง เงาร่างของอาอู่ก็แฉลบเข้ามาในลานบ้าน เขารีบร้อนทำความเคารพฉู่เยี่ยนครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ฝ่าบาท สืบเรื่องราวชัดเจนแล้วพ่ะย่ะค่ะ มารดาของอิ๋งกุ้ยเหรินดื่มสุราไปสองจอกในงานเลี้ยงงานหนึ่ง จากนั้นพูดคำลวงออกมาเพราะโมโห ขณะที่วิวาทกับฮูหยินลั่วที่ไม่ถูกกันกับนางพ่ะย่ะค่ะ”

……….

ตอนที่ 1238 คำโกหกที่เลือกใช้คำไม่ถูกต้อง

ฮูหยินลั่วผู้นั้นเป็นฮูหยินของใต้เท้าเฉิง เสนาบดีฝ่ายซ้าย บุตรีของนางอยู่ในวังเช่นกัน ได้รับการแต่งตั้งเป็นอวี้กุ้ยเหริน ฮูหยินสองสกุลนี้ไม่ถูกชะตากัน เพื่อแสดงความเหนือกว่า มารดาของอิ๋งกุ้ยเหรินผู้นั้นถึงได้เอ่ยคำโกหกที่เลือกใช้คำไม่ถูกต้องออกมา

ตอนนั้นนางดื่มสุราไปสองจอก สมองเลอะเลือน จำต้องรู้เรื่องนี้เอาไว้ด้วย

แต่ข่าวลือเช่นนี้ก็ยังคงแพร่ออกไป ทั้งยังเข้ามาถึงหูของไป๋จื่อด้วย

ด้วยเหตุนี้เขาถึงได้รู้สึกสงสัย ว่ามีใครจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาหรือไม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อสั่นคลอนความสัมพันธ์ของเขาและไป๋จื่อ

“สืบพบหรือไม่ว่าใครปล่อยข่าวลือ”

อาอู่ส่ายหน้า “ยังสืบอยู่พ่ะย่ะค่ะ ทว่ามีเบาะแสบ้างแล้ว อีกไม่นานน่าจะกระจ่างแจ้ง”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “อืม สืบรู้แล้วก็รีบมารายงาน”

อาอู่มองไป๋จื่อครั้งหนึ่ง เห็นนางมีสีหน้าเรียบเฉย มองไม่ออกว่าโมโหหรือไม่ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก เพียงหมุนกายเดินไป

หลังจากอาอู่ออกไปแล้ว ฉู่เยี่ยนก็พูดกับไป๋จื่อว่า “เจ้าได้ยินแล้ว ข้าถูกใส่ร้าย ข้าป้องกันสตรีเหล่านั้นที่อยู่ในวังหลังได้ ทว่าป้องกันปากยื่นยาวของมารดาพวกนางที่อยู่นอกวังไม่ได้ พวกนางอยากพูดอะไรก็พูดตามนั้นเสมอ”

ไป๋จื่อหลุบตาลง อ่านหนังสือของนางตามเดิม ท่าทางเหมือนกับก่อนหน้านี้ แต่ฉู่เยี่ยนรู้ว่าตอนนี้ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้ บนใบหน้าที่แต่เดิมมีเมฆดำปกคลุม บัดนี้เมฆนั้นสลายตัวไป มีแสงอาทิตย์ให้เห็นแล้ว

“จื่อเอ๋อร์ ข้าบอกแล้วว่าทั้งชีวิตนี้ของข้าต้องการเพียงเจ้า มันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เจ้าเชื่อข้าได้หรือไม่”

ไป๋จื่อส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เงยหน้าขึ้น “ไม่เชื่อ!”

“ไม่เชื่อ? เพราะเหตุ?” เขาอยากเชยคางนางขึ้น บีบให้นางตอบพร้อมกับมองตาเขา แต่ก็กลัวว่าทำเช่นนั้นจะป่าเถื่อนเกินไป ทำให้นางไม่ชอบใจ

“เพราะเจ้าเป็นฮ่องเต้!”

ฉู่เยี่ยนชะงัก มองดวงตาที่หลุบลงของไป๋จื่อ เงียบเสียงไม่เอ่ยวาจาอยู่ครู่ใหญ่

จริงสิ เพราะเขาเป็นฮ่องเต้ ในวังหลังของเขาจึงมีสตรีมากมาย ต่อให้เขาไม่สนใจพวกนางทั้งหมด สตรีเหล่านั้นก็ยังคงเป็นสตรีของเขา ไม่อาจปฏิเสธได้

ไป๋จื่อปิดหนังสือ วางมันไว้บนโต๊ะ แล้วเงยหน้ามองดวงตาของฉู่เยี่ยนที่สับสนอยู่บ้าง “ชีวิตนี้ยาวมาก ยาวเสียจนเจ้าเองก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ทว่าขณะเดียวกันชีวิตก็สั้นมาก สั้นเสียจนพรุ่งนี้อาจจะถึงจุดจบของชีวิตนี้แล้ว ฉู่เยี่ยน อย่าสัญญาอะไรตามใจชอบ สัญญาง่ายๆ แต่ทำไม่ได้ เช่นนี้เจ็บปวดใจกว่าไม่ได้สัญญาเสียอีก”

นางกล่าวในใจอีกว่า ‘ฉู่เยี่ยน ข้าไม่อาจสัญญาอะไรกับเจ้าได้ เพราะชะตาชีวิตของข้าไม่ได้อยู่ในกำมือของตนเองโดยสิ้นเชิง ข้าไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร บนตัวข้ามีความไม่แน่นอนอยู่มากมายนัก ก่อนที่จะมั่นใจอะไรได้ ข้าไม่อาจสัญญาอะไรกับเจ้า และไม่อาจรับประกันว่าข้าจะอยู่ข้างกายเจ้าไปได้อีกนานเท่าไร’

ในคืนวันนั้น จู่ๆ นางก็ถูกหลินหยางดึงเข้าไปในโลกที่ไม่คุ้นเคย หลินหยางบอกนางว่าเขามีวิธีตามนางกลับไปแล้ว ให้นางรอเขาอีกหน่อย ขอเพียงรอเขาก่อน อีกไม่นานเขาก็จะรับนางกลับไปได้แล้ว

หลินหยางต้องการรับนางกลับไป สิ่งที่เขารับไปคือจิตวิญญาณของนาง นางไม่มีทางขัดขืนได้ ไม่แน่ว่าวันไหนไป๋จื่อที่อยู่บนโลกใบนี้จะต้องหายไปอย่างแท้จริง

วาจานี้โหดร้ายนัก นางไม่อาจพูดออกไปได้ ไม่ว่าจะกับใครก็พูดออกไปไม่ได้

ฉู่เยี่ยนอึดอัดใจอยู่บ้าง ด้วยไม่อยากสานต่อปัญหานี้อีกต่อไป เขายังทำตามสัญญาในตอนแรกไม่ได้ ทว่าเขาอยากทำให้ได้ จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังคงพยายามอยู่ตลอด ไม่เคยยอมแพ้

เขารู้ว่าตัวเองจะต้องทำได้ แม้ระหว่างทางจะยากเย็นเพียงใด แต่สุดท้ายแล้วจะต้องสมบูรณ์แบบ เขาเชื่อเช่นนั้น

ไป๋จื่อกำลังจะลุกขึ้นไปทำอาหารกลางวันให้ฉู่เยี่ยนที่ห้องครัว จู่ๆ พ่อบ้านก็รีบร้อนเดินเข้ามา เอ่ยกับนางว่า “คุณหนู ใต้เท้าเฉิง เสนาบดีฝ่ายซ้ายส่งคนมาเชิญคุณหนูขอรับ”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 619