คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 618

#618คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1235 ไม่เหลืออะไรแล้ว

จนถึงตอนนี้แล้วฉู่หนิงเพิ่งจะเข้าใจกระจ่างแจ้ง

เรื่องไม่ได้เป็นเช่นที่นางจินตนาการเอาไว้ ไม่มีทางสวยงามเช่นที่นางคิด

ราชโองการนั้นไม่ใช่ของเก๊ แต่เป็นของจริง

ไม่มีทางจริงไปมากกว่านี้ได้แล้ว

นั่นหมายความว่าเพราะนางไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ ทำเรื่องผิดมหันต์จำนวนหนึ่ง ผิดสุดท้ายกลับจบทั้งชีวิตของตนเอง

ไม่ เป็นเช่นนี้ไม่ได้!

เมิ่งหนานรีบเข้ามา เห็นดังนั้นแล้วจะยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก เขาไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เพียงประสานมือให้ขันที จากนั้นก็หมุนกายเดินไป

“เมิ่งหนาน เจ้ากลับมานะ ข้าบอกให้เจ้ากลับมา! เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่ ข้าเป็นภรรยาของเจ้า เจ้าจะไม่สนใจข้าไม่ได้ รีบกลับมา!”

เมิ่งหนานไม่กลับมา ไม่แม้กระทั่งหันมามอง จนกระทั่งเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย

ฉู่หนิงถูกจับเข้าไปในรถม้าที่คับแคบ ซอมซ่ออย่างไร้ความปราณีและป่าเถื่อน รถม้าไม่มีหน้าต่าง ภายในรถม้าจึงตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นแปลกๆ เหม็นเสียจนนางต้องปิดจมูก “นี่มันรถม้าบ้าอะไรกัน รีบปล่อยข้าลง ข้าเป็นถึงอี๋ผิงจวิ้นจู่เชียวนะ พวกเจ้าทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้ รีบปล่อยข้าลงไป”

นางออกแรงทุบประตูไม้ภายในตัวรถที่มืดสลัว ทว่าคนที่อยู่นอกรถกลับเหมือนไม่ได้ยินเสียงของนางโดยสิ้นเชิง

จู่ๆ รถม้าก็เคลื่อนที่ ทำเอานางซวดเซ หน้าผากกระแทกที่มุมเก้าอี้จนเขียวช้ำไปทั้งผืน

นางร้องไห้เสียงดัง ทว่าไม่มีคนสนใจนางเลย จนกระทั่งตอนนี้นางเพิ่งจะเริ่มเข้าใจ ว่าความสุขสบายก่อนหน้านี้ไม่มีวันหวนกลับมาแล้ว

ตอนนี้นางเริ่มรู้สึกเสียดาย เสียดายที่เมื่อครู่ไม่เชื่อฟังมารดา หากหนีไปได้ก่อนสักก้าวหนึ่ง อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องถูกจับไปโกนหัว อย่างน้อยก็ไม่ต้องมีชีวิตขมขื่นในวัด อย่างน้อยนางก็ยังมีโอกาสได้พบบิดามารดาของตัวเองอีกครั้ง! รวมถึงเมิ่งหนานด้วย

ทว่าตอนนี้หมดสิ้นทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรแล้ว

นางเสียดายที่ไม่ได้หนี กลับไม่เสียดายที่ตนกระทำความผิดลงไป ไม่เสียดายเลยสักนิดเดียว

หากให้นางมีโอกาสอีกครั้ง นางก็ยังคงจะทำเรื่องเดิม

ขณะเดียวกันนางก็มีความหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่าบิดามารดาจะยังจดจำบุตรีคนนี้ และคิดหาวิธีมาช่วยนาง

ทว่านางรออยู่ในอารามเทียนฝูวันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่าก็ไม่มีใครมาช่วยนาง บิดามารดาคล้ายกับลืมบุตรีคนนี้ไปแล้ว ไม่เพียงไม่มาช่วยนาง จะมาเยี่ยมนางสักครั้งยังไม่มี

เรื่องราวหลังจากนี้ คงไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว

...

นอกจวนจิ้นอ๋อง ฉู่เยี่ยนยืนอยู่ข้างทางฝั่งตรงข้ามประตูหน้าของจวนอ๋อง มองเมิ่งหนานที่รีบร้อนเดินออกมาจากข้างในด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง

เมิ่งหนานรู้สึกว่ามีคนมองตัวเองอยู่ แผ่นหลังรู้สึกเย็นวาบอยู่บ้าง จึงเงยหน้ากวาดสายตามองไปทั่ว ๆ ก่อนจะพบว่าฉู่เยี่ยนยืนอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของถนนเส้นยาว

เขารีบก้าวเข้าไปทำความเคารพ

ฉู่เยี่ยนมองเมิ่งหนานด้วยสายตาเย็นชา แล้วยกมือขึ้นเบาๆ “อยู่นอกวัง ไม่ต้องมากพิธี”

เมิ่งหนานลุกขึ้นยืน ทว่ายังคงก้มหน้าอยู่ ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมาก เขาไม่ได้พบฉู่เยี่ยนมานานมากแล้ว แม้เขาจะเป็นขุนนางใหญ่ของเมืองหลวง มีตำแหน่งอยู่ในขั้นที่สี่ แต่เพราะความพิเศษของสำนักฮั่นหลิน[footnoteRef:1] เขาจึงไม่ต้องเข้าร่วมการว่าราชการทุกวัน [1: สำนักฮั่นหลิน (翰林院) หมายถึง สำนักราชบัณฑิต]

“ฝ่าบาทมาได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” เมิ่งหนานช้อนสายตาขึ้น มองไปยังบุรุษที่กำลังมีโทสะตรงหน้า เขาคล้ายกับมีท่าทางเช่นนี้เสมอ มั่นคง ฉลาด มีวิสัยทัศน์ ทั้งยังเต็มไปด้วยอำนาจบารมี

ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านหวงถัว เขาเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทว่ากลับมองเห็นกลิ่นอายพวกนี้ได้จากกายเขา

เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย!

แล้วตัวเขาเมิ่งหนานเล่า

เมื่ออยู่ต่อหน้าฉู่เยี่ยน เขาดูต่ำต้อยและถ่อมตนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด

ความรู้สึกเช่นนี้ช่างย่ำแย่เสียจริง

“ดูท่าสำนักฮั่นหลินจะว่างมาก นักวิชาการของสำนักฮั่นหลินไม่เรียบเรียงสาส์นตราตั้งอยู่ในสำนักฮั่นหลิน กลับมีเวลามาเตร่ที่จวนของคนอื่นเช่นนี้”

เมิ่งหนานว่า “วันนี้กระหม่อมขอลางานพ่ะย่ะค่ะ ด้วยมีธุระต้องพูดกับจื่อเอ๋อร์ จึงมีที่นี่สักเที่ยวหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะได้พบฝ่าบาทที่นี่ ฝ่าบาทเองก็ดูว่างมากเหมือนกันนะพ่ะย่ะค่ะ”

……….

ตอนที่ 1236 ยิ่งมายิ่งไม่เหมาะสม

ฉู่เยี่ยนยิ้มจาง ประกายในดวงตาวาววับไม่หยุดนิ่ง สีหน้าคร่ำเคร่ง มองไม่ออกว่าปีติหรือว่าโมโห ทว่าเมิ่งหนานรู้ดีมากว่าฉู่เยี่ยนไม่ชอบให้เขามาพบจื่อเอ๋อร์

“ได้ยินมาว่าช่วงนี้มารดาของเจ้ากำลังหาหญิงงามให้เจ้าอยู่ ทว่าพบแม่นางหลายคนแล้วก็ยังไม่พอใจ ต้องให้ข้าช่วยหรือไม่” ฉู่เยี่ยนถาม

เมิ่งหนานยิ้มเช่นกัน “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ คงไม่ต้องรบกวนฝ่าบาทหรอกพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจัดการอย่างเหมาะสมเอง”

ฉู่เยี่ยนก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง บัดนี้ยืนห่างจากเมิ่งหนานเพียงแค่ฝ่ามือเดียวเท่านั้น

“เมิ่งหนาน เรื่องบางเรื่องถูกกำหนดไว้แล้ว อย่าฝืนอีกต่อไปเลย มันไม่มีทางเกิดผลลัพธ์ที่ดีหรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำเสียงจะเย็นชาขึ้นสองส่วน กล่าวอีกว่า “เพราะวาสนาที่เมืองชิงหยวน ทำให้เจ้าเสียสละช่วยจื่อเอ๋อร์ เรื่องบางเรื่องข้าไม่คิดบัญชีกับเจ้า แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าไม่สนใจ ข้าหมายความว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าเห็นเจ้าออกจากจวนจิ้นอ๋องแล้ว”

เมิ่งหนานมุ่นคิ้วเป็นปม เงียบเชียบไม่พูดจา ฝ่ายฉู่เยี่ยนเดินตรงไปแล้ว สาวเท้าก้าวใหญ่เข้าไปในจวนจิ้นอ๋อง

เขาหันกลับไปมองเงาหลังของฉู่เยี่ยนค่อยๆ หายไป วินาทีนี้แววตาของเขาซับซ้อนมาก ต้นไม้ที่ปลูกไว้ในใจแตกหน่อโดยที่ไม่รู้ตัวเสียแล้ว

...

ฉู่เยี่ยนเดินเข้าไปในเรือนที่ไป๋จื่อพักอยู่ ก่อนจะเห็นไป๋จื่อและเสี่ยวชิงนั่งอาบแดดอยู่ใต้ดวงตะวัน

คนหนึ่งอ่านหนังสือและจิบชา ส่วนอีกคนหนึ่งหลับตางีบ

จนกระทั่งเสียงฝีเท้าของฉู่เยี่ยนเข้ามาใกล้แล้ว เสี่ยวชิงถึงจะลืมตาขึ้น ครั้นเห็นว่าเป็นฉู่เยี่ยนก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ถอยไปอยู่อีกด้านหนึ่งทันที

“เขามาทำอะไร” ฉู่เยี่ยนนั่งลงข้างๆ ไป๋จื่อ

ไป๋จื่อเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองเขา เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรคืออะไร เขาตั้งใจลางานมาที่นี่ หากไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ เขาคงไม่ต้องถึงขั้นลางานหรอกกระมัง”

“ในเมื่อเจ้ารู้ว่าเขาลางานมาที่นี่ เหตุใดไม่ถามเขาไปตรงๆ เสียเล่า”

ไม่ถูกต้อง วันนี้ไป๋จื่ออารมณ์ไม่ดีอย่างนั้นหรือ เรื่องที่เขาแกล้งตาบอดหลอกนางก่อนหน้านี้ผ่านไปแล้วไม่ใช่หรือไร ตอนนี้นางโกรธเรื่องอะไรกัน

“เจ้าเป็นอะไรไป” เขาเทน้ำชาให้ตนเองจอกหนึ่ง ยังไม่ทันได้ดื่มก็เห็นไป๋จื่อหมุนกายหันหลังให้เขาเสียก่อน ตอนนี้เขามองเห็นเพียงท้ายทอยของนาง

ไป๋จื่อไม่ส่งเสียง เพียงอ่านหนังสือต่อไป ฉู่เยี่ยนจึงหันไปมองเสี่ยวชิงที่อยู่อีกมุมหนึ่ง แล้วกวักมือเรียกนาง

เสี่ยวชิงทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังทักทายสาวใช้ที่กำลังตัดกิ่งดอกไม้อยู่ในลานบ้าน ก่อนจะไปหาอีกฝ่ายในทันที

ฉู่เยี่ยนหลุดยิ้มออกมา มีเพียงอยู่ที่นี่เขาถึงจะรู้สึกว่าตนเองเหมือนคนธรรมดา คนที่มีชีวิตจิตใจคนหนึ่ง

มีเพียงอยู่ที่นี่เขาถึงจะรับรู้ความรู้สึกของคนอื่น ไม่ได้มีแต่เพียงความรู้สึกของตนเอง

คนที่อยู่ในวังเหล่านั้น ลงไม้ลงมือก็ไม่โต้ตอบ ต่อว่าก็ไม่ต่อปากต่อคำ ใบหน้าแต่ละคนล้วนใส่หน้าหาก ไม่มีความยินดี โกรธเกรี้ยว เสียใจ หรือเจ็บปวด ยิ่งไม่มีใครกล้าไม่สนใจเขาอย่างโจ่งแจ้ง

แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยรู้ ว่าบางครั้งความรู้สึกที่ถูกคนอื่นมองข้ามก็เป็นความรู้สึกที่ดีทีเดียว

ในลานบ้านไม่มีคนอื่นแล้ว เขาขยับไปข้างหน้า ร่างกายเข้าใกล้แผ่นหลังของไป๋จื่อ จากนั้นเขาก็เกยคางบนไหล่ของนาง แล้วประทับจุมพิตลงบนกกหูและใบหน้าบึ้งตึง ทำเอานางหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา

นางรีบลุกขึ้นยืน เปลี่ยนเก้าอี้ตัวใหม่นั่งลง ถลึงตามองเขาทั้งหน้าแดงๆ เช่นนั้น “เหตุใดเจ้ายิ่งมายิ่งทำตัวไม่เหมาะสม หากใครเห็นเข้าแล้วจะทำอย่างไร”

ฉู่เยี่ยนชอบมองเวลานางเขินอายเช่นนี้ที่สุด เพราะนางต้องสูญเสียท่าทางสุขุมยามปกติ ทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้หัวใจขึ้นมา

เขาหัวเราะเบาๆ “เจ้าเป็นภรรยาของข้า ข้านั่งใกล้กับภรรยาของข้าสักหน่อย ใครเล่าจะว่าอะไรได้ เห็นแล้วจะเป็นอย่างไรไปได้”

ไป๋จื่อคร้านจะต่อปากกับเขา “บอกมาสิ เจ้ามาทำอะไรที่นี่ อ่านฎีกากองเท่าภูเขานั่นหมดแล้วหรือไร”

ฉู่เยี่ยนหัวเราะฮ่าๆ “ข้าอยากกินปลาไนต้มผักดองของเจ้า รวมถึงเนื้อวัวต้ม และ...”

……….

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 618