คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 628

#628คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1255 งานเลี้ยงตับหมู

เมื่อได้ฟังดังนั้น ฉู่เยี่ยนรู้สึกหิวขึ้นมาเหมือนกัน ขณะเดียวกันก็ฝืนความรู้สึกเวียนศีรษะด้วย “ข้าจะพาเจ้าไปกินของอร่อย”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงกล่าวขึ้น “มิสู้เสวยที่จวนกระหม่อมดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปจัดเตรียมให้” เขาพูดพลางถลึงตามองบุตรชายครั้งหนึ่ง ด้วยอยากจะตำหนิบุตรชายว่าไม่ได้เรื่อง ฮ่องเต้มาถึงจวนตั้งนานแล้ว เหตุใดไม่เตรียมอาหารไว้ด้วย

ฉู่เยี่ยนโกบมือ “ไม่ต้องหรอก” กล่าวจบแล้วเขาก็จูงมือไป๋จื่อหมายจะเดินไป ทว่าเดินได้แค่ก้าวเดียวเท่านั้น หมอกมืดมันพลันเข้ามาจู่โจมอย่างหนัก ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน

“ฝ่าบาท เป็นอะไรไปพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงกลัวจนแทบจะปัสสาวะรดกางเกง หากฮ่องเต้เป็นอะไรไปที่จวนของเขา พวกเขาทั้งสกุลเฉิงต้องจบเห่แน่

ไป๋จื่อประคองแขนเขา เอ่ยเสียงอ่อนว่า “หน้ามืดใช่หรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นอีกหรือ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “อืม ยังเวียนศีรษะอยู่บ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก”

นางถอนใจเสียงหนึ่ง “วันนี้เจ้าให้เลือดมากเกินไปถึงได้เป็นเช่นนี้ เดินช้าหน่อยแล้วกัน อีกเดี๋ยวกินข้าวแล้วก็นอนหลับสักตื่น ตื่นขึ้นมาแล้วย่อมรู้สึกดีขึ้นมาก”

ทั้งสองคนสนทนากันพลางเดินออกไปข้างนอก พ่อลูกสกุลเฉิงผ่อนฝีเท้าตามอยู่ข้างหลัง จนกระทั่งฉู่เยี่ยนและไป๋จื่อขึ้นไปบนรถม้า หายไปจากครรลองสายตาโดยสิ้นเชิงแล้ว คราวนี้พวกเขาถึงได้ถอนหายใจออกมา

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงชี้หน้าเฉิงซูผิง “เจ้านี่นะ...ขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ!”

เฉิงซูผิงไม่ได้ตอบความ สายตายังคงมองไปยังเงารถม้าที่ไกลออกไป พึมพำเสียงเบาว่า “ฮ่องเต้มีเมตตา นับเป็นโชคดีของชาวประชาแล้ว”

...

จวนจิ้นอ๋อง

ไป๋จื่อทำน้ำแกงตับหมูให้ฉู่เยี่ยน รวมถึงผัดตับหมู น้ำแกงข้นพุทราจีนใส่เก๋ากี้ บำรุงเลือดอย่างเต็มที่

ฉู่เยี่ยนกินเข้าไปแล้วก็อยากร้องขอชีวิต เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้กินอาหารฝีมือไป๋จื่อหลังจากที่รอมาเนิ่นนาน

เขาเกลียดตับหมูเป็นที่สุด ทว่าตรงหน้ากลับเหมือนเป็นงานเลี้ยงตับหมู

“จื่อเอ๋อร์ เข้าวังไปกับข้าเถอะ เจ้าจะได้ทำน้ำแกงตับหมูให้ข้ากินทุกวัน” ขอเพียงจื่อเอ๋อร์ยอมเข้าวัง ต่อให้ต้องกินตับหมูทุกวันเขาก็ยอม

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ไป อีกสองวันท่านแม่ข้าจะมาเมืองหลวง ข้าต้องไปเก็บกวาดคฤหาสน์ตงฟาง ไม่รู้ว่าที่นั่นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”

นางคิดจะไปอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟาง จ้าวหลานและลุงหูจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่กันสองคน ไม่ต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนนางทั้งวัน ทำให้พวกเขาเสียเวลาพลอดรักกัน

...

จวนสกุลเมิ่ง

ใต้เท้าเมิ่งกลับมาจากในวังแล้ว ก็ส่งคนไปเรียกเมิ่งหนาน ให้เขามาคุยธุระที่ห้องหนังสือทันที

“หนานเอ๋อร์ ต่อจากนี้ก็รอแค่จังหวะเท่านั้น” ใต้เท้าเมิ่งกล่าว

เมิ่งหนานนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าคร่ำเคร่ง สายตามองไปยังกระบี่ที่แขวนอยู่บนผนังของห้องหนังสือ ตัวกระบี่ประณีตงดงามเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่มองครั้งเดียวก็รู้ว่ามันเป็นกระบี่ล้ำค่า

ทว่ากระบี่นี้ใช่กระบี่ล้ำค่าหรือไม่ มีเพียงดึงกระบี่ออกจากฝักแล้วถึงจะรู้

มีเพียงดึงกระบี่ออกจากฝัก ถึงจะเห็นความคมปลาบของตัวกระบี่เล่มนี้

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ เขาไม่เคยคิดคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่หลังจากที่เขาตัดสินใจแล้ว เขากลับคิดถึงเรื่องนี้เสมอ คิดเพียงจะให้ถึงวันนั้นโดยเร็ว

“ท่านพ่อ ลูกคิดว่าการรอไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด”

ใต้เท้าเมิ่งร้องอ๋อเสียงหนึ่ง จ้องบุตรชายเขม็ง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

เมิ่งหนานพิงหลังกับเก้าอี้ หาท่าทางที่สบายที่สุด แล้วใช้น้ำเสียงอันเหน็ดเหนื่อยเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าหากอยากได้ ก็ไม่อาจรอเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลงมือช่วงชิงมา วางแผน สร้างกลยุทธ์ จากนั้นถึงจะได้มาในครอบครอง” ตรงหน้าของเขาคือหนทางสู่ตำหนักทอง ได้จับมือครองคู่กับหญิงงาม

เขาไม่ได้สนใจตำแหน่งฮ่องเต้ แต่เขาหวังเพียงว่าตอนที่ได้รับอำนาจนั้นแล้ว เขาจะได้ครอบครองนาง

เพื่อให้ได้ครอบครองนาง เขายอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งจิตวิญญาณของเขาเอง

ใต้เท้าเมิ่งมีสีหน้าประหลาดใจ มองบุตรชายด้วยความงุนงง นี่คือบุตรชายของเขาจริงหรือ นี่ใช่เมิ่งหนานตัวจริงหรือไม่ เขาไม่เคยเห็นเมิ่งหนานเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย

……….

ตอนที่ 1256 เนินว่างอวิ๋น

สีสันของปลายฤดูใบไม้ร่วงถูกแทนที่ด้วยความหนาวเย็น ลมที่พัดมามีแต่เย็นขึ้นเรื่อยๆ ตงฟางหว่านเอ๋อร์และตงฟางมู่กลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว

ฉู่เยี่ยนมีเวลาว่างเข้าออกคฤหาสน์ตงฟางดังเดิม วันนี้ก็เช่นเดียวกัน เขารีบร้อนมาหานางด้วยความตื่นเต้น บอกวาจะพานางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

ใกล้จะสี่ปีแล้ว คนที่นั่นไม่เคยตอบอะไร ช่วงก่อนเขาส่งคนไปสอบถามแล้ว ได้ข่าวมาว่าอาจจะกลับมาในช่วงหลายวันนี้ เขาจึงเลือกวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส พานางเดินทางไปด้วยกัน

ไป๋จื่อแทบจะถูกเขาลากขึ้นรถม้า “ตกลงจะไปที่ไหน”

“ถึงแล้วเจ้าก็จะรู้เอง” เขาเพิ่มความสนใจให้นาง จากนั้นก็ถอดเสื้อกันลมบนตัว แล้วพันตัวไป๋จื่อแทน

ฉู่เยี่ยนยิ้มว่า “ต้องขอบคุณเจ้า ข้าหาคนกลุ่มหนึ่งคอยช่วยข้าอ่านฎีกาได้แล้ว ย่อมมีเวลาว่างมาหาเจ้า”

บางครั้งไป๋จื่อก็คิดว่าหากเขาเข้าวังตอนเช้า กลับมาตอนเย็นเหมือนกับการเข้างานได้ก็คงดีทีเดียว ขอเพียงไม่ต้องไปนอนกับสตรีเหล่านั้นก็ดีมากแล้ว

แต่คิดๆ ดูแล้วก็เป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่โบราณมา มีฮ่องเต้คนไหนบ้างไม่มีหกตำหนัก มีโอรสธิดาเป็นโขยงบ้าง

อาศัยกำลังของสตรีคนเดียว จะคลอดลูกมากมายได้อย่างไร

เฮ้อ หากเขาไม่ได้เป็นฮ่องเต้จะดีเพียงใดกันนะ

รถม้าออกจากเมืองแล้ว มาถึงเนินเขาที่ไม่สูงลูกหนึ่ง

“ที่นี่ที่ไหน” ไป๋จื่อถาม

ฉู่เยี่ยนชี้ไปยังป้ายหินที่อยู่ไม่ไกล “เนินว่างอวิ๋น”

นางเงยหน้าขึ้นมองหอคอยที่อยู่บนเนินว่างอวิ๋น

หอคอยสูงมาก อย่างน้อยก็สูงกว่าอาคารที่นางเคยเห็นบนโลกนี้มาก

บนเนินเขาที่ไม่สูง สร้างอาคารที่สูงที่สุดหลังหนึ่ง

“หอคอยนี้คือที่ใดกัน” วัด? วัดเต๋า? แต่ดูแล้วก็ไม่เหมือน

ฉู่เยี่ยนว่า “ที่นี่คือหอชมดาว เจ้าเคยได้ยินหรือไม่”

ไป๋จื่อพยายามนึก จากนั้นค่อยส่ายหน้า “ไม่เคยได้ยิน หอชมดาวมีไว้ทำอะไร หรือว่าจะมีไว้คำนวณฤกษ์”

ฉู่เยี่ยนยกนิ้วขึ้นนิ้วหนึ่ง “ถูกต้อง มีไว้คำนวณฤกษ์นั่นแหละ แคว้นฉู่มีโหรคนหนึ่งอยู่ที่หอชมดาวแห่งนี้ ว่ากันว่าเขาเชี่ยวชาญในหลักการของฟ้าดิน ไม่มีเรื่องใดบนโลกที่เขาไม่รู้ ก่อนหน้านี้ข้าเคยมาหาเขาแล้ว ด้วยอยากรู้ว่าต้องใช้วิธีการใดรั้งให้เจ้าอยู่ที่นี่ ตัดขาดความสัมพันธ์กับอีกโลกหนึ่ง”

หัวใจของไป๋จื่อเต้นแรงมาก นางรีบถาม “เจ้าพบเขาหรือไม่ เขาว่าอย่างไรบ้าง”

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ยังไม่ได้พบเขา ตอนที่เพิ่งรู้เรื่องของเจ้าในตอนนั้น ข้าก็รีบมาหาเขาทันที ทว่าเขาไม่อยู่ คนที่นี่บอกว่าเขาพเนจรไปทั่ว ยังไม่กลับมา หลายวันก่อนข้าส่งคนมาสอบถาม ได้ความว่าโหรอาจจะกลับมาเร็วๆ นี้ ข้าก็เลยพาเจ้ามาที่นี่ด้วยอย่างไรเล่า”

จู่ๆ ไป๋จื่อก็รู้สึกเครียด เครียดจนเหงื่อออกที่ฝ่ามือ

นางอยากอยู่ที่นี่ต่อไป ที่นี่มีครอบครัวของนางและบุรุษที่นางรัก นางไม่อยากไปจากที่นี่อีก ถึงแม้จะปวดใจ ถึงแม้จะลำบาก ทว่านางก็ยังคงอยากอยู่ที่นี่ต่อไป

แต่หลินหยางที่อยู่ทางนั้นไม่เคยยอมแพ้ จะอยู่ต่อได้หรือไม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง หากมีคนช่วยให้นางอยู่ต่อและตัดความสัมพันธ์กับโลกทางนั้นได้ นั่นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ทั้งสองคนขึ้นไปบนเนินว่างอวิ๋น ครั้นเข้าไปในหอชมดาวแล้วกลับยังคงไม่เห็นวี่แววของโหร มีเพียงศิษย์ของเขาที่มาต้อนรับพวกเขาดังเดิม

“ไม่ใช่ว่าเขาจะกลับมาในสองสามวันนี้หรือ” ฉู่เยี่ยนไม่พอใจ

เด็กหนุ่มยิ้มเจื่อน “ฝ่าบาท เดือนก่อนอาจารย์ส่งจดหมายมาบอกว่าจะกลับมาจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ คำนวณแล้วน่าจะเป็นสองสามวันนี้ แต่อาจารย์ยังไม่กลับมา กระหม่อมก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดพ่ะย่ะค่ะ”

ไป๋จื่อยิ้มจาง “ไม่เป็นไร อย่างไรเขาก็ต้องกลับมา ข้าขอเดินดูที่นี่สักหน่อยได้หรือไม่”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 628