คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 629
ตอนที่ 1257 ซินแส
เด็กหนุ่มรีบกล่าว “เชิญตามสบาย!”
ฉู่เยี่ยนเคยมาที่นี่ รู้ว่าในหอชมดาวแห่งนี้มีอะไรมีค่าควรชมบ้าง จึงจูงมือไป๋จื่อไปที่ห้องหนังสือ หลังจากเปิดผ้าสีขาวที่คลุมโต๊ะแล้ว ข้าวของบนโต๊ะยังคงวางไว้เหมือนเดิมเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เวลาที่นี่คล้ายกับหยุดนิ่ง ทุกอย่างไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
สายตาของไป๋จื่อถูกภาพวาดบนโต๊ะดึงดูดไว้ในทันที บนภาพวาดคือดวงดาวและเส้นทางโคจรของดวงดาว ด้านล่างภาพวาดมีกระดาษเขียนตัวเลขเต็มไปหมด
คนที่วาดภาพวาดนี้คล้ายกับกำลังคำนวณอะไรบางอย่าง แม้นางจะสนใจในดาราศาสตร์ แต่กลับไม่มีความรู้เลยสักนิด
นางมองอะไรไม่รู้เรื่อง จับต้นชนปลายไม่ถูกเลย
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันคืออะไร” ฉู่เยี่ยนถาม
ไป๋จื่อจ้องภาพวาด พึมพำว่า “มันคือการโคจรของดวงดาว เขาเหมือนกับกำลังคำนวณวัฏจักรและวงโคจรของดวงดาว โดยรวมแล้วข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน รอโหรผู้นี้กลับมาก่อนค่อยถามดีกว่า”
นางปิดบังความตื่นเต้นในดวงตา คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนจากยุคปัจจุบันปรากฏตัวขึ้นอีกคนแล้ว
ด้านล่างของภาพวาดมีกระดาษที่เขียนไว้ด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษ และสูตรทางคณิตศาสตร์จนเต็มแผ่น
หากไม่ใช่คนยุคปัจจุบันจะรู้จักสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร
ดูท่าจะเป็นเช่นที่นางและกู้ปั๋วหยางคาดเดาไว้ บนโลกใบนี้ไม่ได้มีแค่นางและกู้ปั๋วหยางที่มาจากยุคปัจจุบัน อาจจะยังมีคนอื่นอีกมากมาย
มีคนคิดกลับไป ทว่าก็มีคนมาที่แล้วปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ราวกับปลาได้น้ำ จึงไม่คิดกลับไปอีก
ไม่ว่าจะอยากกลับไปหรือไม่ พวกเขาไม่มีทางเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนเองง่ายๆ และหลบซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง จึงยากยิ่งนักที่พวกเขาจะพบคนเหล่านี้
เหมือนกับนางและกู้ปั๋วหยาง กู้ปั๋วหยางคิดถึงภรรยาและลูก ถึงแม้จะผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว แต่เขายังคงต้องการกลับไปยังยุคปัจจุบัน เพื่อกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาภรรยาและลูก
ส่วนนางไป๋จื่อ นอกจากหลินหยางแล้ว นางแทบไม่มีญาติหรือเพื่อนในยุคปัจจุบัน แต่ที่นี่นางมีครอบครัว มีสหายที่เป็นห่วงนางจากใจจริง นางจึงไม่อยากจากไปอีก คิดเพียงอยากมีชีวิตที่มีความสุขที่นี่
โหรผู้นี้หายตัวไปหลายปี เขาหาทางออกจากที่นี่ กลับไปแล้วไม่กลับมาอีกใช่หรือไม่
ฉู่เยี่ยนนำสมุดบันทึกเล่มหนึ่งมา ยื่นให้ไป๋จื่อ “เจ้าดูนี่สิ น่าสนใจทีเดียว”
ไป๋จื่อดึงสติกลับมา เคลื่อนสายตาออกจากวงโคจรดวงดาวบนกระดาษ มองไปยังสมุดที่อยู่ตรงหน้า
นางเปิดอ่านดูสองหน้าแล้วก็หัวเราะขึ้นมา นี่คล้ายกับโลกแห่งบล็อกของพวกนางในยุคปัจจุบัน น่าสนใจนัก
บนสมุดไม่มีเบาะแสที่มีประโยชน์อะไร นอกจากแผนภาพดวงดาวแผ่นนั้นแล้ว ในห้องก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นที่ช่วยไป๋จื่อได้
ไป๋จื่อถามเด็กหนุ่มผู้นั้นว่า “อาจารย์ของเจ้าจะกลับมาวันไหน บอกแน่ชัดได้หรือไม่”
เด็กหนุ่มส่ายหน้า “แต่ไหนแต่ไรร่องรอยของอาจารย์ไม่แน่ชัด ครั้งนี้เขียนจดหมายกลับมาล่วงหน้าสามเดือนก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมากแล้ว แต่จะแปลกตรงที่หากยึดตามวันที่ที่เขาเขียนบนจดหมาย หลายวันก่อนถึงกำหนดแล้ว นี่ล่าช้ามาสองวันแล้วก็ยังไม่เห็นเขากลับมา ทำเอาข้าเป็นกังวลมากขอรับ”
ฉู่เยี่ยน “ขอพวกข้าดูจดหมายที่อาจารย์ของเจ้าส่งมาได้หรือไม่”
เดิมทีจดหมายฉบับนี้ไม่อาจให้คนนอกอ่าน ถึงอย่างไรเสียก็เป็นจดหมายส่วนตัวที่อาจารย์เขียนให้ศิษย์
แต่คนที่ขอจดหมายจากเขาเป็นถึงฮ่องเต้ เขาไม่กล้าล่วงเกินฮ่องเต้ ทำได้เพียงหยิบจดหมายออกมาอย่างว่าง่าย
ลายมือบนจดหมายไม่เรียบร้อยเป็นอย่างมาก เห็นตัวหนังสือรู้จักตัวตน คนผู้นี้เป็นชายวัยกลางคนที่มีบุคลิกสบายๆ
เขาไม่ได้เขียนอะไรมาก เป็นเช่นที่เด็กหนุ่มผู้นั้นว่าไว้ เขาเพียงเอ่ยถึงวันที่จะกลับมาถึงหอชมดาว ไม่ได้พูดถึงอะไรอย่างอื่น ไม่ได้พูดว่าตอนที่เขาเขียนจดหมายเขาอยู่ที่ไหน และไม่ได้พูดว่าเขากลับมาทางบกหรือทางน้ำ ยิ่งไม่ได้พูดว่าวันที่จะออกเดินทางกลับมาคือวันไหน และออกเดินทางจากที่ไหน
……….
ตอนที่ 1258 ยังไม่ทันแยกจากก็คิดถึงแล้ว
เบาะแสขาดลงตรงนี้ โหรยังไม่กลับมา พวกเขาอยากพบแค่ไหนก็ไม่มีทางได้พบ
ไป๋จื่อทิ้งตัวเลขแถวหนึ่งไว้บนสมุด เป็นปีคริสต์ศักราชที่นางเคยอยู่
นางใช้ตัวเลขภาษาจีน ฉู่เยี่ยนเห็นแล้วก็รู้สึกว่าแปลกๆ “เจ้าเขียนอะไรของเจ้า รหัสลับหรือ”
ไป๋จื่อพยักหน้า “นับว่าใช่กระมัง เขาน่าจะอ่านรู้เรื่อง” นางวางพู่กันลง แล้วยื่นสมุดคืนให้เด็กหนุ่ม “ข้าอยู่ที่คฤหาสน์ตงฟางในเมืองหลวง หากอาจารย์เจ้ากลับมา โปรดให้เขามาพบข้าด้วย”
เด็กหนุ่มตกปากรับคำ อาจารย์จะไปพบหรือไม่เป็นเรื่องของอาจารย์ เขารับผิดชอบบอกต่อก็เท่านั้น
บนรถม้ากลับเมืองหลวง ฉู่เยี่ยนเซื่องซึมอยู่บ้าง เดิมทีเขามาด้วยความตื่นเต้น คิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องกลับด้วยความผิดหวัง ส่วนไป๋จื่อ ภายนอกนางไม่นับว่าเบิกบานใจ ท่าทางเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอด เรียวคิ้วที่เคยเป็นเส้นตรง บัดนี้เริ่มขมวดเข้าหากันแล้ว
“จื่อเอ๋อร์เจ้าวางใจเถอะ ข้าจะต้องหาตัวซินแสให้พบ จะต้องช่วยเจ้าตัดความสัมพันธ์กับทางนั้นโดยสิ้นเชิง เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลใจหรือกลัวอีก”
ไป๋จื่อยิ้มเล็กน้อย กุมฝ่ามือใหญ่และอบอุ่นของเขา “ข้าไม่ได้กังวลใจ เจ้าต่างหาก อย่ากังวลใจเกินไปเลย ข้าไม่น่าจะจู่ๆ ก็หายไป อยากพาข้าไปจากที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอก”
ฉู่เยี่ยนกอดนางไว้ในอ้อมแขน มือหนึ่งวางอยู่ที่หลัง ส่วนอีกมือหนึ่งวางในที่เอวนาง “จื่อเอ๋อร์ เจ้ารับปากข้านะ ไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ไม่ว่าจะมีคนมารับเจ้าไปหรือไม่ เจ้าจะไม่แยกจากข้า อย่าทำเช่นนั้นเลยนะ”
นางหลุบตาลง ปลายจมูกแสบขึ้นมาเล็กน้อย นางอยากรับปากเขาอย่างตรงไปตรงมา
ทว่านางทำไม่ได้
เรื่องที่น่ารังเกียจที่สุดบนโลกใบนี้ คือสัญญาแล้วแต่กลับทำไม่ได้ ให้ความหวังคนอื่น แต่กลับทำให้คนอื่นต้องผิดหวัง
นางไม่แน่ใจว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นเช่นไร แล้วนางจะสัญญากับเขาง่ายๆ ได้อย่างไร
“เหตุใดเจ้าถึงไม่พูด เจ้าไม่เต็มใจหรือ” ฉู่เยี่ยนถามอีก บนใบหน้าเกิดความเครียดอยู่หลายส่วน
ไป๋จื่อหลับตา พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ แสร้งส่งเสียงหายใจเหมือนเวลานอนหลับ
“ที่แท้ก็หลับไปแล้ว เมื่อคืนไม่ได้นอนหรือ เหตุใดถึงหลับเอาตอนนี้” ฉู่เยี่ยนพึมพำ มือหนึ่งประคองตัวนาง ส่วนอีกมือหนึ่งดึงเสื้อกันลมมาคลุมตัวนางไว้
เมื่อมองใบหน้ายามนอนหลับที่เรียบสงบของนางแล้ว เขาก็หาวหวอดขึ้นมาบ้าง
ที่แท้การนอนหลับก็ส่งต่อถึงกันได้ เขาหาวแล้วก็ยิ้มออกมา กอดคนในอ้อมกอดแน่นขึ้น พลางหลับตาพักผ่อน
รถม้าเพิ่งหยุดลงตรงหน้าคฤหาสน์ตงฟาง ไป๋จื่อก็ ‘ตื่น’ แล้ว
ฉู่เยี่ยนยิ้มพร้อมกับมองใบหน้ารูปไข่ที่งดงามของนาง “เจ้าตื่นได้เวลาพอดีจริงๆ ขืนเจ้าหลับต่อ ข้าต้องอุ้มเจ้าเข้าไปแน่ๆ”
ไป๋จื่อหลุดหัวเราะออกมา “ข้าตื่นได้สักพักแล้ว เพียงแต่ยังงัวเงียอยู่บ้าง ตอนนี้เพิ่งจะตื่นจริงๆ”
ทั้งสองคนลงจากรถ ฉู่เยี่ยนส่งนางเข้าประตูไป ทว่าเขากลับไม่เข้าไปด้วย “วันนี้ยังมีราชกิจต้องจัดการอยู่บ้าง ควรกลับวังเร็วหน่อย เจ้ากินข้าวให้อิ่ม ตอนกลางคืนก็นอนเร็วๆ หน่อยนะ”
ไป๋จื่อรับปาก ในใจมีแต่ความหอมหวาน แค่มองใบหน้าเขาก็รู้สึกว่ายังไม่ทันแยกจากก็คิดถึงแล้ว
นี่อาจจะเป็นความรู้สึกของการตกอยู่ในห้วงแห่งรัก
ก่อนหน้านี้นางยังไม่อาจเข้าใจคู่รักที่รักกันอย่างร้อนแรงพวกนั้น ตัวติดกันทั้งวันไม่รำคาญหรือไร
แต่ในที่สุดตอนนี้นางก็เข้าใจแล้ว ที่แท้ความรักร้อนแรงเป็นความรู้สึกเช่นนี้นี่เอง
หากพวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา เช่นนั้นแล้วพวกเขาจะต้องเป็นคู่รักที่มีความสุขที่สุดอย่างแน่นอน
...
ไฟลุกโชนเผาไหม้คอนโดมิเนียมไฮคลาสที่เดิมทีหรูหราและสวยงาม ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติกลับเสียก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้หนึ่งชั่วโมง คนซ่อมบำรุงยังมาไม่ถึง ภายในอาคารหลังใหญ่จึงเกิดเพลิงไหม้ เปลวเพลิงเหมือนกับลิ้นมังกรที่อยากจะกลืนกินฟ้าดิน ราวกับมังกรร้ายที่สามารถเผาทำลายได้ทุกอย่าง