คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 605

#605คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1209 ส่งแขก

ไป๋จื่อเล่าสิ่งที่ประสบในสามปีนี้คร่าวๆ รอบหนึ่ง มันไม่สมจริงจนเหมือนกำลังเล่าเรื่องของคนอื่นอยู่

ทว่าเมิ่งหนานฟังแล้วกลับรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

สตรีสองคนอย่างพวกนางนั่งเรือลำเล็กอยู่กลางทะเล รอดกลับมาได้ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่เหนือปาฏิหาริย์เสียอีก

“หากพูดถึงเรื่องนี้ ข้าเองก็เจ็บปวดไม่น้อย เรื่องนี้เกี่ยวกับข้าอย่างหนีไม่พ้น หากไม่ใช่เพราะวันนั้น...”

ไป๋จื่อส่ายหน้าขัดจังหวะเขา “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับท่านกัน ซ่งหลางคิดลักพาตัวข้า หากเขาไม่ลงมือวันนั้นก็ต้องลงมือวันอื่น ช่างเถอะ ท่านไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ตอนนี้ข้าปลอดภัยกลับมาแล้วไม่ใช่หรือ” นางแย้มยิ้ม ลักยิ้มตรงมุมริมฝีปากยังคงงดงามจนทำให้คนลุ่มหลงดังเดิม

แววตาของเมิ่งหนานจึงวนเวียนอยู่บนใบหน้านางไม่เลิก

แม้รู้ดีว่าไม่ถูกต้อง แต่เขาก็ยังคงควบคุมตัวเองไม่ได้

ว่ากันว่าเวลาสามารถปลอบโยนความเจ็บช้ำในจิตใจ ทำให้ลืมเรื่องราวในอดีต และทำให้ความรู้สึกของคนหนึ่งที่มีต่ออีกคนหนึ่งจืดจางลงได้

แต่เหตุใดเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเขาเลย

ความขมขื่นเพราะคิดถึงทำให้เขานอนไม่หลับอยู่เสมอ ถึงจะรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม บางครั้งเขาเองก็อยากลืม การลืมอาจจะเป็นผลดีที่สุด

แต่เขากลับลืมไม่ลง

ไม่รู้ความรักเกิดขึ้นเมื่อใด ทว่ามันมีแต่จะหยั่งรากลึก

เขาลืมไปแล้วว่าสลักนางลงไปในหัวใจตั้งแต่เมื่อไร

เป็นตอนที่นางยิ้มให้นางใต้แสงอาทิตย์ เรียกเขาว่าใต้เท้าหรือไม่

หรือเป็นตอนที่อยู่บนเทือกเขาลั่วอิง ที่นางใช้วิธีการพูดพิเศษ คำพูดปลอบใจที่เรียบง่ายของนางทำให้หลุดพ้นจากปีศาจในใจมาหลายปี จนเกิดความกล้าเผชิญหน้ากับเสือ กระโจนตัวเข้าไปช่วยนางหรือไม่

เขาไม่รู้ คิดไม่ออก จำไม่ได้แล้วเช่นกัน รู้เพียงว่าความรักก่อตัวขึ้นมาแล้วก็หยั่งรากลึกในใจเขา ถอนอย่างไรก็ถอนไม่ออก

หูจ่างหลินไม่พอใจอย่างมาก เขายังอยู่ตรงนี้ทั้งคน ความรู้สึกลึกซึ้งนั่นมันคืออะไรกัน

“แค่กๆ...คุณชายเมิ่ง ค่ำแล้ว หลายวันนี้จื่อเอ๋อร์เดินทางเหนื่อยนะ” หูจ่างหลินส่งแขกแล้ว

หากชายหนุ่มผู้นี้มีมารยาท เขาก็คงไม่พูดอะไรมาก ยิ่งไม่มีทางส่งแขกเร็วเช่นนี้

แต่สายตาของเมิ่งหนานกลับไม่เกรงใจจนเกินไป ไม่เห็นผู้อาวุโสอย่างพวกเขาอยู่ในสายตาเลย

โชคดีที่หูเฟิงไม่อยู่ หากหูเฟิงอยู่ด้วย เกรงว่าเขาคงถูกไล่ตะเพิดออกไปตั้งนานแล้ว

เมิ่งหนานร้องอ๋อเสียงหนึ่ง ก่อนจะบอกลาอย่างอาลัยอาวรณ์ เดิมทีในใจของเขามีอะไรมากมายอยากพูดออกมา ทว่าตอนนี้คิดดูแล้วพูดไปก็เปล่าประโยชน์ นางปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว

เมื่อออกจากประตูจวนจิ้นอ๋อง จินเสี่ยวอันบ่นว่า “คุณชาย ล้วนต้องโทษท่าน ข้าเลยไม่ได้กินอาหารที่แม่นางไป๋ทำเลย”

เมิ่งหนานไม่เข้าใจ “ไยถึงโทษข้า ข้าไม่ได้ไล่เจ้าออกมาเสียหน่อย ข้าเองก็ถูกไล่ออกมาเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

“หากไม่ใช่เพราะท่านจ้องแม่นางไป๋ด้วยสายตาเช่นนั้น ท่านลุงหูจะไล่ท่านออกมาได้อย่างไร” จินเสี่ยวอันมีสีหน้าไม่พอใจ ขณะนี้ท้องร้องจ๊อกๆ แล้ว

เมิ่งหนานมองตาขวางใส่เขา กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจ้ามันตะกละนัก จื่อเอ๋อร์เป็นแม่ครัวของเจ้าหรืออย่างไร เห็นนางก็คิดถึงแต่เรื่องของกิน เจ้าอย่าได้ลืมนะว่าต่อไปนางจะได้เป็นฮองเฮา”

จินเสี่ยวอันกลอกตาขาวยกใหญ่ “ข้าต้องเป็นคนพูดถึงจะถูก คุณชายอย่าได้ลืมนะขอรับ ว่าต่อไปนางจะได้เป็นฮองเฮา ต่อไปนางจะพบท่านตามใจชอบไม่ได้แล้ว ท่านยิ่งไม่มีทางได้พบนางตามลำพัง ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่อาจให้จวิ้นจู่รู้เรื่องที่ท่านมาพบนางได้ ไม่เช่นนั้น...”

……….

ตอนที่ 1210 ชุดคลุมมังกรตัดตามตัว ทว่าบัลลังก์มังกรปีนได้

ไม่เช่นนั้นแล้วอย่างไร เมิ่งหนานย่อมรู้อยู่แก่ใจดี ความอารมณ์ดีและแสงอาทิตย์สดใสแต่เดิม พลันถูกความหม่นหมองบดบัง ท้องฟ้ามืดมัวไปหมด

เขาแต่งงานมาสามปีกว่าแล้ว ความเกลียดชังที่เขามีต่ออี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้นั้นมีแต่จะเข้มข้นขึ้น ไม่ลดน้อยลงเลยแม้สักเสี้ยวเดียว

สตรีนางนั้นภายนอกดูอ่อนหวาน นุ่มนวล แต่ความจริงแล้วเป็นสตรีร้ายกาจครบสูตร หยาบคาย ไร้เหตุผล ทำอะไรล้วนวางท่าและวางอำนาจ มารดาเองก็โมโหนางจนเป็นลมสลบไปอยู่หลายหน

เขาไม่อยากมองนางแม้แต่ครั้งเดียว ทว่าจวนสกุลเมิ่งเป็นบ้านของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะกลับไป หากจะออกไปก็ต้องเป็นสตรีนางนั้น

สามปีมานี้พวกเขาไม่เคยร่วมหอ นางเองก็ทนอยู่ไม่ไหวเช่นกัน กระนั้นกลับไม่เสนอแยกทาง เขาเสนอเรื่องนี้กับนางแล้ว ทว่านางเห็นมันเป็นเพียงลมผ่านหูเท่านั้น

“กลับเถอะ!” เมิ่งหนานถอนหายใจเสียงหนึ่ง

เพิ่งกลับถึงจวน พ่อบ้านก็นำเขาไปที่ห้องหนังสือ

“ท่านพ่ออยากพบข้าหรือขอรับ” เมิ่งหนานคารวะบิดาครั้งหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงตามสบาย

ใต้เท้าเมิ่งยกเปลือกตาที่ปิดอยู่ขึ้น สายตาทอดมองใบหน้าของเมิ่งหนาน สีหน้าแปลกไปอยู่บ้าง

“ท่านพ่อเป็นอะไรไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ” เมิ่งหนานมองบิดาอย่างไม่เข้าใจ วันนี้เขาแปลกๆ ในสายตาที่มองเขาฉายแววตื่นเต้น

มีเรื่องอะไรน่าตื่นเต้นหรือ

“พบตัวองค์ชายเก้าแล้ว” จู่ๆ ใต้เท้าเมิ่งก็โพล่งออกมา

เมิ่งหนานเองก็ดีใจเช่นกัน “พบตัวแล้วหรือขอรับ เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก ไท่เฟยจะต้องดีใจมากแน่ๆ”

ใต้เท้าเมิ่งพยักหน้า “ใช่ นางดีใจมากจริงๆ ข้าเพิ่งกลับมาจากวังนี่แหละ”

“ท่านพ่อไปพบมาแล้วหรือ องค์ชายเก้าสบายดีหรือไม่” เมิ่งหนานถาม

“นอกจากอาการซึมเซาแล้ว บนร่างกายมีรอยฟกช้ำอยู่หลายจุด ทว่าก็ไม่มีอาการอย่างอื่นอีก นับว่าดีทีเดียว” ใต้เท้าเมิ่งว่า

ตอนที่ใต้เท้าเมิ่งพูด เขามองบุตรชายตลอดเวลา ยังคงใช้สายตาเจือความตื่นเต้นมองอยู่เช่นเดิม

เมิ่งหนานเห็นเขาเป็นเช่นนั้นก็รีบถาม “ท่านพ่อเป็นอะไรไป เหตุใดใช้สายตาเช่นนั้นมองข้า”

ในที่สุดใต้เท้าเมิ่งก็เบือนสายตาออก กล่าวกับจินเสี่ยวอันว่า “เจ้าออกไปก่อน ปิดประตูด้วย อย่าให้ใครเข้ามาใกล้”

จินเสี่ยวอันรีบถอยออกไป ปิดประตูห้องหนังสือเรียบร้อย ทว่าก็ยังคงเงี่ยหูฟังอย่างอดไม่อยู่ไปด้วย

หลายปีมานี้นายท่านไม่เคยปิดเรื่องของคุณชายจากเขา แล้วเรื่องที่แม้แต่เขาก็ไม่อาจรู้ได้มันเป็นเรื่องอะไรกัน

ภายในห้องหนังสือ ใต้เท้าเมิ่งลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยื่นกายมองออกไปข้างนอก เมื่อแน่ใจแล้วว่าบริเวณหน้าต่างไม่มีใครอยู่ คราวนี้ถึงจะปิดหน้าต่างแล้วเดินกลับมานั่งลงข้างๆ เมิ่งหนาน

เมิ่งหนานยิ่งรู้สึกสงสัย วันนี้บิดาเป็นอะไรไป ท่าทางแปลกพิกล

“หนานเอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้ไท่เฟยพูดเรื่องอะไรกับข้า” ตอนที่ใต้เท้าเมิ่งพูด แม้แต่เสียงก็สั่นเครืออยู่เล็กน้อย

เมิ่งหนานส่ายหน้า “ไหนเลยข้าจะคาดเดาได้” เมิ่งไท่เฟยรับสั่งให้บิดาเข้าวังน้อยครั้งมาก กลับเป็นเขาที่ขอเข้าเฝ้าเสียมากกว่า วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

ใต้เท้าเมิ่งลดเสียงให้เบาลงอีก กระซิบที่ข้างหูของบุตรชาย “ไท่เฟยบอกว่าฮ่องเต้คิดจะสละราชบัลลังก์ ทว่าฮ่องเต้ไม่มีโอรส แม้ฮ่องเต้องค์ก่อนจะมีโอรสมาก แต่ฮ่องเต้กลับคิดจะยกตำแหน่งให้องค์ชายเก้า”

เมิ่งหนานเบิกตาโพลง “องค์ชายเก้า? แต่องค์ชายเก้าเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง จะเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไร”

“เหตุใดจะไม่ได้ ชุดคลุมมังกรตัดตามตัว ทว่าบัลลังก์มังกรปีนได้” ใต้เท้าเมิ่งเห็นบุตรชายมีสีหน้าไม่เข้าใจ จึงกล่าวอีกว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าไท่ซ่างหวงขึ้นครองราชย์ตอนอายุเท่าไร”

“สิบเอ็ดปี” เมิ่งหนานตอบ

“ถูกต้อง สิบเอ็ดปี แม้จะอายุมากกว่าองค์ชายเก้าในตอนนี้ไม่น้อย แต่ก็นับว่าเป็นฮ่องเต้เด็ก ไม่รู้ประสาอะไร อำนาจทางการเมืองในตอนนั้นล้วนอยู่ในกำมือของตงฟางมู่ ตงฟางมู่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนอยู่แปดปี เขาถึงได้มีอิทธิพลต่อราชสำนักในปัจจุบันอย่างไรเล่า”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 605