คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 606

#606คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1211 รักหญิงงาม ไม่ได้รักใต้หล้า

เมิ่งหนานไม่เข้าใจว่าบิดาต้องการจะพูดอะไรกันแน่ จึงมองบิดาด้วยความงุนงง รอเขาไขข้อข้องใจต่อไป

ใต้เท้าเมิ่งกล่าวอีกว่า “ตงฟางมู่คืนอำนาจทางการเมืองให้ฮ่องเต้หลังจากแปดปี ตอนนั้นทั้งราชสำนักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แว่นแคว้นสงบสุข ไท่ซ่างหวงถึงได้นั่งตำแหน่งฮ่องเต้อย่างมั่นคง บวกกับได้กับการประคับประคองจากตงฟางมู่ แคว้นฉู่ถึงได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ”

“ท่านพ่อ ท่านต้องการจะพูดอะไรกันแน่” เมิงหนานรู้สึกได้ถึงเงื่อนงำบางอย่าง สีหน้าจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว

“ข้าอยากบอกว่าถึงแม้ฮ่องเต้จะยังเด็กและไม่มีความสามารถ ทว่าขอเพียงมีขุนนางใหญ่ที่มีความสามารถเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ก็ทำให้แคว้นฉู่ร่ำรวยและรุ่งเรืองได้เช่นกัน” เขามองเมิ่งหนานด้วยสายตาเป็นประกาย บุตรชายของเขาเก่งทั้งบู๊และบุ๋น ตอนนี้มีตำแหน่งสูงในราชสำนัก อีกทั้งยังหนุ่มแน่น เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

เมิ่งหนานฝืนยิ้มออกมา “ท่านพ่อ เกรงว่าท่านจะคิดมาเกินไปแล้ว ต่อให้ฮ่องเต้จะสละราชบัลลังก์ให้องค์ชายเก้าจริง ก็คงมอบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการให้ไท่ซ่างหวง มีไท่ซ่างหวงอยู่ทั้งคน แล้วยังต้องมีขุนนางเป็นผู้สำเร็จราชการอีกหรือขอรับ”

ใต้เท้าเมิ่งเอ่ยว่า “คนอื่นไม่รู้เส้นสนกลใน อาจจะเป็นคิดเช่นที่เจ้าคิดนี่แหละ รวมถึงข้าด้วย ก่อนหน้านี้ข้าก็คิดเช่นนี้ ทว่าไท่เฟยบอกกับข้าเองว่าไท่ซ่างหวงอ่อนแอลงทุกวัน แม้พระองค์จะรับหน้าที่นี้ แต่ก็ไม่มีทางทำหน้าที่ไปได้นาน ไม่ช้าก็เร็วต้องยกตำแหน่งผู้สำเร็จราชการให้พวกเราสกุลเมิ่ง หนีไปไม่พ้นหรอก”

สกุลเมิ่งมีเมิ่งหนานเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียว หลายปีมานี้บิดาไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน ดูจากความหมายของบิดาแล้ว ต้องการจะมอบหมายหน้าที่นี้ให้เขาสินะ

เมิ่งหนานพลันรู้สึกท่วมท้น ไม่รู้ว่าตนเองกำลังคิดอะไรบ้างในตอนนี้

“ไทเฟยได้บอกหรือไม่ ว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงอยากสละราชบัลลังก์” เมิ่งหนานถาม

ความตื่นเต้นบนใบหน้าของใต้เท้าเมิ่งหายวับไปในทันที แค่นเสียงเย็นขึ้นจมูก “เฮอะ...พูดได้น่าฟังนัก รักหญิงงาม ไม่ได้รักใต้หล้า...”

“ท่านพ่อ!” เมิ่งหนานขัดจังหวะเขา ทำหน้าเคร่ง

ใต้เท้าเมิ่งยิ่งไม่พอใจ “เจ้าก็เหมือนกัน เพื่อสตรีนางเดียว เจ้าเป็นถึงเพียงนี้ได้เลยหรือ เจ้าบอกมาสิว่าตอนนี้เจ้าอายุเท่าไร คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าส่งลูกเข้าสำนักศึกษากันหมดแล้ว แล้วเจ้าเล่า?”

เมิ่งหนานรู้สึกรำคาญใจ เพราะเขาได้ยินคำพูดนี้ที่ข้างหูซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาตลอดสามปี พวกเขาไม่เมื่อยปากกันบ้างหรือไร

“ความหมายของท่านพ่อก็คือ เพื่อไป๋จื่อแล้ว ฮ่องเต้คิดจะสละราชบัลลังก์หรือขอรับ” เมิ่งหนานถามต่อไปอย่างระมัดระวัง

ใต้เท้าเมิ่งพยักหน้า “แม้ไท่เฟยจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ฟังจากความนัยของนางแล้ว สมควรเป็นเช่นนั้น”

“แต่ไหนแต่ไรไท่เฟยไม่ชอบการแก่งแย่ง เหตุใดคราวนี้ถึงพูดเรื่องนี้กับท่านพ่อ” ไท่เฟยในความทรงจำของเมิ่งหนานนั้นออกจากสง่างามเหมือนดอกบัวสีขาว ไม่เห็นเหมือนคนที่ยินดีเข้าร่วมการแย่งอำนาจสักเท่าไร

ใต้เท้าเมิ่งกล่าว “ก็เพราะเรื่ององค์ชายเก้าหายตัวไปน่ะสิ นางบอกว่าก่อนหน้านี้นางไม่ชอบการแก่งแย่งเท่าไร รู้สึกว่ามีโอรสเคียงข้างกายก็พอแล้ว ต่อไปไท่ซ่างหวงสิ้นพระชนม์ นางก็ต้องออกจากวังไปพร้อมโอรส เข้าไปอยู่ในจวนอ๋อง ใช้ชีวิตที่สงบสุข”

แต่หลังจากเคราะห์ร้ายในครั้งนี้ ทำให้นางเข้าใจอะไรมากมาย หากคิดจะมีชีวิตในราชนิกูลก็ต้องแก่งแย่ง ต้องนั่งในตำแหน่งสูง ไม่เช่นนั้นไม่ช้าก็เร็วนางต้องถูกคนที่ก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าก่อนถีบลงโคลนตม ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้อีก

หากฮ่องเต้ไม่สละราชบัลลังก์ก็ช่างเถอะ ฮ่องเต้ในตอนนี้มีเมตตา มีศีลธรรม ทำอะไรชัดเจน ไม่มีทางทำอะไรพวกนางสองแม่ลูก แต่หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นนั่งตำแหน่งนี้เล่า

เพื่อนางและโอรสของนาง นางจำต้องเริ่มวางหมากก่อน

นางไม่เชื่อใจคนสกุลฉู่ เช่นนั้นทำได้เพียงพึ่งพาบ้านแม่แล้ว

“หนานเอ๋อร์ นี่เป็นโอกาสดีที่หาได้ยากยิ่ง เจ้าจะพลาดมันไปไม่ได้เป็นอันขาด” ใต้เท้าเมิ่งจับข้อมือบุตรชาย กล่าวด้วยความร้อนใจ

……….

ตอนที่ 1212 ฟ้าจะถล่มแล้วหรือไร

เมิ่งหนานส่ายหน้า “ท่านพ่อ ลูกมีนิสัยอย่างไรท่านยังไม่รู้อีกหรือ ข้าเกลียดการต่อสู้และแก่งแย่งเป็นที่สุด ตอนนี้ท่านจะให้ข้าเป็นผู้สำเร็จราชการอะไรนั่น ไม่เท่ากับผลักข้าไปที่แท่นประหารหรือ”

ใต้เท้าเมิ่งโกรธจนคิดจะตบหน้าเมิ่งหนานสักครั้ง เขาให้กำเนิดบุตรชายที่ไม่ได้เรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร อ่านตำราจนโง่ไปหมดแล้วหรือ

เมิ่งหนานไม่พูดอะไร เพียงก้มหน้ามองพื้นตรงหน้า สีหน้าราบเรียบ

ใต้เท้าเมิ่งพลันดึงสติกลับมา มองเมิ่งหนานอย่างไม่อยากเชื่อ “หรือเจ้ายังไม่ตัดใจจากสตรีนางนั้น”

ฉับพลันนั้นเมิ่งหนานมุ่นคิ้ว เอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ท่านพ่อ ท่านอย่าพูดมั่วนะขอรับ”

ถึงอย่างไรเสียก็เป็นบุตรชายของตนเอง สีหน้าและท่าทางของบุตรชายคนนี้ เขามองปราดเดียวก็มองออกแล้วว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ข้าพูดมั่ว? ข้าว่าข้าพูดตรงประเด็นแล้วมากกว่า!” เขาโมโหไม่น้อย จึงยกเก้าอี้ตัวหนึ่งขว้างไปอย่างอดไม่ได้

“เจ้าบอกมาสิว่าเหตุใดเจ้าถึงยังตัดใจไม่ได้ เด็กสาวนางนั้นมีดีอะไร เจ้าไม่ได้ยินชื่อเสียงของนางในเมืองหลวงแห่งนี้หรือ เรื่องก่อนหน้านี้น่ะช่างเถอะ ทว่าเรื่องที่นางหายไปนานถึงสามปีเล่า นางไปอยู่ที่ใด ทำอะไร เกิดอะไรขึ้นกับตัวนางบ้างหรือไม่ใครเล่าจะรู้ สตรีที่ไม่เหลือชื่อเสียงเช่นนี้ เจ้ากลับไม่เคยลืมนางเลย สมองของเจ้ายังใช้การได้อยู่หรือไม่”

เมิ่งหนานเงยหน้าขึ้นอย่างแรง ถลึงตามองบิดาดวงแววตาวาวโรจน์ “ท่านพ่อ โปรดระวังคำพูดด้วย สามปีนี้จื่อเอ๋อร์เป็นหมออยู่อาณาจักรอื่น ไม่มีเรื่องอะไรไม่งามเกิดขึ้นทั้งนั้น ท่านอย่าได้เที่ยวสาดน้ำสกปรกใส่นางเลย”

ใต้เท้าเมิ่งแค่นหัวเราะ “แค่ริมฝีปากบนล่างกระทบกันก็พูดได้แล้ว คิดจะพูดอะไรก็พูดเช่นนั้น ทำไม? เจ้าปิดปากข้าได้ แล้วปิดปากคนทั้งใต้หล้าได้ด้วยหรือ”

บัดนี้เมิ่งหนานมีสีหน้าเย็นชา “ข้าไม่สนใจว่าใต้หล้าจะพูดอย่างไร ข้าหวังเพียงว่าคนที่อยู่ข้างกายข้าต้องไม่หยามเกียรตินาง”

เสียงของใต้เท้าเมิ่งเพิ่มขึ้นหลายส่วน หัวเราะอย่างเฉยชาอยู่หลายเสียง “ข้าหยามเกียรตินาง? เจ้าหนุ่ม เจ้ายังไม่เคยเห็นว่าอะไรคือการหยามเกียรติกระมัง!”

เสียงวิวาทของสองพ่อลูกดังถึงหูของจินเสี่ยวอันเต็มๆ

หากบอกว่าบนโลกนี้ยังมีใครเข้าใจหัวใจของเมิ่งหนาน เช่นนั้นก็ต้องเป็นจินเสี่ยวอันคนนี้

ในฐานะที่เป็นคนมองจากข้างๆ เขาเข้าใจความรักที่คุณชายมีต่อไป๋จื่อ ไม่ใช่ว่าพูดเพียงสองสามคำก็สามารถทำให้คุณชายเปลี่ยนใจได้ ข่าวลือพวกนั้นยิ่งไม่มีทางทำให้คุณชายตัดใจได้เช่นกัน

สิ่งที่ขวางคุณชายได้มีเพียงไป๋จื่อและตัวเขาเองเท่านั้น

สามปีก่อนไป๋จื่อขวางเขาแล้ว เขาจึงตกลงแต่งงานตามการจัดการของฮูหยินเมิ่ง

วันนี้ผ่านมาสามปีแล้ว สิ่งที่ขวางเขาได้เกรงว่าจะมีเพียงตัวเขาเท่านั้น

เรือนอี๋หนิง

อี๋ผิงจวิ้นจู่ถือจอกสีทองทาสีขาวพลางเหม่อมอง สาวใช้รีบร้อนเข้ามา สีหน้ากระวนกระวายใจ

ฉู่หนิงดึงสติกลับมา ถลึงตามองสาวใช้อย่างไม่พอใจ “ตระหนกอะไรของเจ้า ฟ้าจะถล่มแล้วหรือไร”

เสี่ยวเหอรีบกล่าวว่า “จวิ้นจู่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อครู่ซื่อจิ่วมารายงานว่าข่าวลือเป็นความจริง คุณหนูไป๋แห่งสกุลตงฟางกลับเมืองหลวงแล้ว วันนี้คุณชายเมิ่งไปพบนางด้วยเจ้าค่ะ”

ฉู่หนิงพลันลุกขึ้น เบิกดวงตาคู่งามให้กว้างขึ้น “เจ้าว่าอะไรนะ สามีข้าไปพบนางมาหรือ พบที่ใด”

“ซื่อจิ่วบอกว่าคุณหนูไป๋ไปที่จวนจิ้นอ๋องเจ้าค่ะ” เสี่ยวเหอรีบตอบ “คุณชายเห็นนางเข้าระหว่างทางจึงรีบตามไป เขาอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องหนึ่งชั่วยามถึงออกมาเจ้าค่ะ”

ฉู่หนิงโมโหจนขว้างจอกทิ้ง “เมิ่งหนานผู้นี้ ปกติไม่มีเวลามาพบหน้าข้าสักนิด แต่กลับมีเวลาไปพบนางจิ้งจอกนั่นอย่างนั้นหรือ ทำไมกัน? ยังคิดว่าตัวเองเป็นเมิ่งหนานเมื่อสามปีก่อนอยู่หรือ”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 606