คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 604
ตอนที่ 1207 คุณชายสกุลเมิ่งมาขอพบ
ไป๋จื่อจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร เพียงแต่ในใจนางยังคงรู้สึกเป็นทุกข์ เพราะวังหลวงเป็นสถานที่ที่นางไม่อยากมาเยือนที่สุดแล้ว
เหตุผลที่นางมาในครั้งนี้เพราะเขาได้รับบาดเจ็บ เพราะดวงตาของเขามองไม่เห็น นางไม่วางใจ ถึงได้ทิ้งทุกอย่างเพื่อกลับมากับเขา
แต่ตอนนี้นางกลับรู้ว่าทุกอย่างเป็นคำลวง เป็นเพียงเรื่องโกหก
มุมหนึ่งของถนนเส้นยาว ภายในร้านสุราริมถนน คุณชายในชุดผ้าไหมคนหนึ่งนั่งร่ำสุราอยู่ในร้านเพียงลำพัง
หลังจากเงยหน้ากระดกสุราในถ้วยแล้ว เขาหันไปมองบนถนน มองเห็นผู้คนเดินไปมาขวักไขว่ บ้างก็เดินเท้า บ้างก็ขี่ม้า บ้างก็โดยสารรถ
เงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งปรากฏในครรลองสายตาของเขา เป็นบุรุษที่มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า แต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งตัว บัดนี้กำลังควบม้าอยู่เคียงข้างรถม้า นั่นไม่ใช่อาอู่ที่อยู่ข้างกายฉู่เยี่ยนเสมอหรอกหรือ
โจวอาอู่หันข้างสนทนากับคนที่อยู่ในรถม้า เขามองตามสายตาโจวอาอู่ไปที่ตรงผ้าม่าน ใบหน้าที่คุ้นตาปรากฏสู่สายตาเขาทันที ถึงแม้จะไม่ได้พบกันมาหลายปี ทว่าใบหน้าของนางยังคงสลักอยู่ในใจเขาเสมอ ไม่เคยลืมเลือนไปแม้แต่วินาทีเดียว
อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นเกินไป เขาพลันลุกขึ้นยืน ไหสุราบนโต๊ะล้มระเนระนาด ทำให้สุราเย็นฉ่ำหกรดกายเขา ทว่าเขากลับวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไร กว่าเขาจะวิ่งไปถึงข้างหน้า ไหนเลยจะยังมีวี่แววของรถม้าอยู่
จินเสี่ยวอันตามมาถึงแล้ว “คุณชาย ท่านเป็นอะไรไป มองเห็นใครเขาหรือขอรับ” เขามีสีหน้าประหลาดใจ ช่วงนี้คุณชายมีแต่จะใจเย็นและมั่นคง แสดงสีหน้าหรือความรู้สึกน้อยมาก เย็นชาราวกับชายชราคนหนึ่ง เวลานี้เสียกิริยาเช่นนี้ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อครู่เขาเห็นใครเข้า
เมิ่งหนานมองที่มุมหนึ่งของถนนเส้นยาว พึมพำกับตัวเองว่า “ข่าวลือเป็นความจริง ข่าวลือเป็นความจริง!”
“ข่าวลืออะไรหรือขอรับ” จินเสี่ยวอันยิ่งไม่เข้าใจ
เขากลับหลังหันไปพร้อมสีหน้าปีติ ก่อนจะจับมือของจินเสี่ยวอันจนแน่นไม่ยอมปล่อย “ไป๋จื่อนางยังไม่ตาย นางกลับมาแล้ว นางกลับมาแล้วจริงๆ”
จินเสี่ยวอันชะงักค้าง “ท่านเคยไปที่สกุลตงฟางแล้วไม่ใช่หรือขอรับ แม่นางไป๋ไม่ได้กลับมา คนที่จวนก็ไม่ได้ข่าวนางเช่นกัน”
เมิ่งหนานส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ก็คือก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็คือตอนนี้ เมื่อครู่ข้าเห็นเองกับตา ไม่มีทางผิดพลาดไปได้”
พูดจบแล้วเมิ่งหนานก็คิดจะสาวเท้าวิ่งออกไป ทว่าจินเสี่ยวอันรั้งเขาไว้เสียก่อน “คุณชาย ท่านจะไปที่ไหนในสภาพนี้ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะขอรับ”
ในรถม้ามีเสื้อผ้าที่เหมือนกับบนตัวของเขาอย่างกับแกะ ด้วยกลัวว่าออกจากจวนมาแล้วจะเจอเรื่องอะไรบางอย่างจนต้องเปลี่ยน
เมิ่งหนานก้มมองเสื้อผ้าที่ชุ่มไปด้วยสุรา แล้วพยักหน้าเห็นด้วย “ก็ดีเหมือนกัน” รถม้ามุ่งหน้าไปที่จวนจิ้นอ๋อง เขารู้ว่าตอนนี้จ้าวหลานและหูจ่างหลินอาศัยอยู่ที่จวนจิ้นอ๋อง นางจะต้องไปพบจ้าวหลานอย่างแน่นอน
หากเขาไปพบนางด้วยสภาพนี้ก็ออกจะไม่น่ามองเกินไป เปลี่ยนชุดสักชุด ไปพบนางด้วยภาพลักษณ์ปราดเปรียวและแจ่มใสดีกว่า
เมิ่งหนานกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถม้า จากนั้นค่อยเร่งไปที่จวนจิ้นอ๋องในทันที
ภายในจวนจิ้นอ๋อง จ้าวหลานกอดไป๋จื่อร้องไห้จนแทบจะเป็นลมหมดสติ ส่วนหูจ่างหลินกอดเด็กน้อยที่เพิ่งอายุครบหนึ่งปีเช็ดน้ำต่อยู่ข้างๆ
สองสามปีมานี้ จ้าวหลานตื่นกลางดึกอยู่เสมอ ละเมอเรียกจื่อเอ๋อร์อยู่ตลอด พอร้องไห้ก็ร้องไห้ตลอดทั้งคืน ปลอบอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์
ต่อมามีลูกถึงได้ดีขึ้นบ้าง ทว่าทุกครั้งที่คิดถึงจื่อเอ๋อร์ นางก็ยังคงจิตใจล่องลอยอยู่ดี
จื่อเอ๋อร์กลับมาได้ เป็นสิ่งต่อให้เขาฝันก็ยังหวังให้เป็นเช่นนั้น
เช่นนั้นแล้วหูเฟิงและจ้าวหลานจะได้สบายใจ
สองแม่ลูกร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ยิ้มหัวเราะอีกพักหนึ่ง จากนั้นก็นับว่าสงบลงได้ ขณะนั่งสนทนากันอยู่ในเรือน ข้ารับใช้เข้ามารายงานว่า “นายท่าน มีคุณชายสกุลเมิ่งมาขอพบขอรับ”
“คุณชายสกุลเมิ่ง? ใครหรือ” หูจ่างหลินนึกไม่ออก จึงไม่สีหน้าแปลกใจ
สองปีนี้เขาและจ้าวหลานอาศัยอยู่ที่จวนอ๋องแห่งนี้ มีคนมาส่งของให้พวกเขาอยู่เสมอ ทว่าเขาไม่รับไว้ตามนิสัย ส่งคืนกลับไปทั้งสิ้น แม้ได้ฟังชื่อมากมาย ทว่ากลับจำได้เล็กน้อยเท่านั้น ส่วนสกุลเมิ่ง...เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
……….
ตอนที่ 1208 สามปีนี้หนึ่งคนเป็น หนึ่งคนตาย
ข้ารับใช้กล่าวอีกว่า “เขาบอกว่าเขาชื่อเมิ่งหนานขอรับ นายท่านไม่รู้จักเขาหรือ”
หูจ่างหลินย่อมจำเมิ่งหนานได้ จึงกล่าวทันที “รีบเชิญเข้ามาเร็ว”
หลังจากข้ารับใช้ออกไปเชิญแขก เขาพลันดึงสติกลับมา “เมิ่งหนานมาทำอะไรนะ ก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นเคยมาที่นี่มาก่อน วันนี้จู่ๆ มาที่นี่ หรือว่าจะมาหาไป๋จื่อ”
เขาพลันรู้สึกเสียดาย ด้วยควรจะถามความเห็นของไป๋จื่อก่อน เชิญคนเข้าจวนมาแล้ว คงไม่ดีนักที่จะไล่ออกไป
เมิ่งหนานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าร้อนใจมาก
“ท่านลุงหู สบายดีหรือไม่” เมิ่งหนานประสานมือคารวะหูจ่างหลิน
หูจ่างหลินโบกมือ “สบายดีๆ เจ้ามาได้อย่างไร มีธุระอะไรหรือ” เขากระวนกระวายใจทีเดียว คนผู้นี้ไม่ได้ชอบพอไป๋จื่อเพียงหนึ่งหรือสองวัน เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ดี ทว่าวันนี้เขาเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว เหตุใดยังจ้องไป๋จื่อไม่วางตาอีก
เมิ่งหนานไม่อ้อมค้อมเช่นกัน ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อมค้อมด้วย
“ข้าเห็นรถม้าของไป๋จื่อมุ่งหน้ามาที่นี่ จึงมาตามมา นางอยู่หรือไม่” เมิ่งหนานพูดพลางยืดคอมอง
หูจ่างหลินหัวเราะแห้งๆ “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง เจ้านั่งก่อนเถอะ ข้าจะให้คนไปเชิญนางให้”
ข้ารับใช้บอกเรื่องนี้ถึงหูไป๋จื่อแล้ว ไป๋จื่อยังไม่ทันได้ตอบอะไร จ้าวหลานก็แย่งพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องไปเจอเขา เรื่องเขาและภรรยาจวิ้นจู่ของเขาหมางใจกันทั่วทั้งเมืองล้วนรู้ มีคนนินทาลับหลังว่าเป็นเพราะเจ้า หากเรื่องที่เจ้าพบกับเขาในวันนี้กระจายออกไป ข้าไม่แน่ใจเลยว่าจะถูกนินทาว่าร้ายอะไรบ้างอีก”
ไป๋จื่อกลับกล่าวว่า “คนอื่นจะว่าอย่างไรข้าไม่สน เมิ่งหนานเป็นสหายของข้า ข้าพบหน้าและสนทนากับสหายถือเป็นอิสระของข้า ใครจะมาว่าไม่ได้ทั้งนั้น” นางพูดพลางลุกขึ้น
นางและเมิ่งหนานเคยผ่านเรื่องร้ายๆ ด้วยกันมาก่อน เพื่อช่วยนาง เมิ่งหนานถูกเสือกัดจนเอ็นข้อมือขาด นางไม่เคยลืมบุญคุณในครั้งนั้นเลย
จ้าวหลานเห็นนางไม่ฟังก็จนปัญญา ทำได้เพียงไปที่โถงหน้าพร้อมกับนาง
คอขอเมิ่งหนานใกล้จะกลายเป็นเหมือนยีราฟแล้ว บัดนี้เขามีสีหน้าร้อนใจ รอต่อไปไม่ไหวอีกแม้แต่วินาทีเดียว
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมา เขาพลันลุกขึ้นยืน จดจ้องไปยังประตูโถงที่ว่างเปล่า
คนที่เข้ามาก่อนคือจ้าวหลานและสาวใช้ข้างกายของนาง
สายตาเขามองข้ามจ้าวหลานไปอย่างรวดเร็ว มองไปยังด้านหลังของนาง ใบหน้างดงามของเด็กสาวปรากฏสู่สายตาเขา ตาสองคู่สอดประสานกัน คนหนึ่งตะลึงลาน อีกคนหนึ่งยิ้มหวานหยดย้อย
“เมิ่งหนาน ไม่พบกันนานเลย!” นางตามหลังจ้าวหลานเข้ามา ก่อนจะเงยหน้ามองเมิ่งหนานที่ยังคงตะลึง
เมิ่งหนานดึงสติกลับมา ขณะที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้น ขอบตาของเขาชุ่มน้ำตาแล้ว
สามปีนี้หนึ่งคนเป็น หนึ่งคนตาย คิดถึงแต่ไม่อาจได้พบ ไม่อยากคิดถึงแต่ไม่อาจลืมได้
หลุมศพอยู่ไกลเป็นพันลี้ ไม่อาจบอกกล่าวความอ้างว้างในใจได้เลย
เขาคิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันได้พบกันแล้ว
เขาคิดว่านางตายที่เจียงเป่ย
หลายเดือนก่อนเขาได้ข่าวว่านางยังไม่ตาย บอกว่านางกลับมาแล้ว
แต่ไม่ว่าจะสอบถามอย่างไรก็ไม่ได้ข่าวอย่างอื่นอีก
ทีแรกคิดว่าเป็นข่าวลวง คิดไม่ถึงเลย...
“จื่อเอ๋อร์ เจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ...” เขาพูดยังไม่ทันจบ น้ำตาไหลออกมาแทนที่
ในสายตาที่เลือนราง เงาร่างของนางค่อยๆ เลือนรางตามไปด้วย เขาจึงรีบเช็ดน้ำตาทิ้งเสีย เพื่อให้ใบหน้าของนางปรากฏชัดในสายตาของเขา
ไป๋จื่อกำลังจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกมา ทว่าเสี่ยวชิงที่อยู่ข้างหลังดึงผ้าเช็ดหน้าของตัวเอง ส่งให้เมิ่งหนานไปเสียก่อน “คุณชายเมิ่ง เช็ดน้ำตาก่อนเถอะ”
ผ้าเช็ดหน้าของแม่นางไป๋จะมอบให้บุรุษอื่นง่ายๆ ได้อย่างไร คุณชายยังไม่เคยได้ใช้เลยด้วยซ้ำนะ
เมิ่งหนานไม่ได้รับผ้าเช็ดหน้าจากเสี่ยวชิง เขามองเพียงไป๋จื่อ “หลายปีมานี้เจ้าไปอยู่ที่ไหน เหตุใดไม่มีข่าวคราวของเจ้าเลย”
ไป๋จื่อเชิญเขานั่งลง เมื่อสาวใช้ยกน้ำชามาแล้ว นางถึงจะกล่าวว่า “วันนั้นข้าและเสี่ยวชิงขึ้นเรือลำเล็กลำหนึ่ง ฝนตกและลมแรงมาก แถมฟ้าก็มืด ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกข้าถูกพัดไปอยู่ในทะเลได้อย่างไร”