คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 625

#625คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1249 อธิบาย

“เจ้าฝึกวรยุทธ์ด้วยหรือ” ฉู่เยี่ยนถาม

คุณชายใหญ่เฉิงพยักหน้า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมฝึกวรยุทธ์เอง นับว่ามีผลสำเร็จอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ”

“ในเมื่อฝึกวรยุทธ์ เหตุใดไม่ไปอยู่กรมทหาร”

คุณชายใหญ่เฉิงยิ้มเจื่อนพลางส่ายหน้า “ไหนเลยกระหม่อมจะไม่อยากไป แต่หากกระหม่อมได้เข้าร่วมกองทัพ ข้าก็ดูแลตงเหมยและลูกๆ ไม่ได้ ปล่อยให้พวกนางอยู่กับท่านแม่ กระหม่อมไม่วางใจพ่ะย่ะค่ะ”

วันนี้เขาอยู่กับมารดา ตงเหมยยังเกือบไม่รอดชีวิต ยากจะจินตนาการได้จริงๆ ว่าหากเขาไม่อยู่ ตงเหมยและลูกๆ จะเป็นอย่างไร!

ฉู่เยี่ยนมองเขาสองครั้ง จากนั้นก็ผิวปากเสียงหนึ่ง มีเงาดำสองสายแฉลบออกมาทันที “ฝ่าบาท มีเรื่องจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ทันใดนั้นฉู่เยี่ยนชี้ไปที่คุณชายใหญ่เฉิง “พวกเจ้าประมือกับเขาดูหน่อย ออกแรงเต็มกำลัง แต่อย่าทำให้เขาบาดเจ็บ ข้าอยากดูความสามารถของเขาหน่อย”

คุณชายใหญ่เฉิงดีใจจนแทบคลั่ง เรื่องที่ฮ่องเต้มีองครักษ์มังกรคอยอารักขาแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว คนที่ได้เข้ากองทหารองครักษ์มังกรล้วนเป็นยอดฝีมือเหนือยอดฝีมือ ฟังเพียงคำสั่งของฮ่องเต้ ไม่รับงานจากใครอื่น หากเขาเข้าตาฮ่องเต้ ได้เข้าไปทำงานในกองทหารองครักษ์มังกร เช่นนั้นเขาก็ไม่ต้องออกจากเมืองหลวง ยังมีแรงเหลือมาดูแลคนในจวน ไม่ต้องกลังกรงเล็บมารของมารดาอีก

เขาเริ่มประมือกับองครักษ์ลับแล้ว แม้หนึ่งสู้สองจะกินแรงมาก แต่ก็มองออกว่าวรยุทธ์ของเขาเหนือกว่า

ครั้นการต่อสู้กำลังเข้มข้น ก็พลันมีเสียงร้องลั่นดังมาจากประตูเรือน “เจ้าลูกอกตัญญู เจ้าคิดจะทำอะไร ยังไม่รีบหยุดมืออีก!” เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงเข้ามาในลานบ้านแล้ว เห็นบุตรชายกับต่อสู้กับองครักษ์ของฮ่องเต้ต่อหน้าฮ่องเต้ ก็พลันหวั่นเกรงจนขาอ่อน แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อทันที

ฉู่เยี่ยนยกมือขึ้น องครักษ์ลับถอยกลับมา จากนั้นก็กระโจนตัวหายไป

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงรีบทำความเคารพ “กระหม่อมขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท ด้วยไม่ทราบว่าฝ่าบาทเสด็จมา กระหม่อมไม่ได้มาต้อนรับ ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงกริ้ว”

ฉู่เยี่ยนไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเขาอยู่หลายครั้ง มองเสียจนเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ตัวก็สั่นด้วยความกลัว

“ลุกขึ้นเถอะ!”

แม้จะไม่ได้คุกเข่านานมาก แต่สำหรับเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงแล้วกลับเหมือนคุกเข่ายาวนานไม่มีที่สิ้นสุด ในใจกระวนกระวายอย่างแท้จริง

ยามลุกขึ้นยืน เขาค่อยถลึงตามองบุตรชายอย่างดุดัน

ฉูเยี่ยนว่า “ข้าให้เขาลองสู้กับองครักษ์ลับ เจ้าอย่าได้กล่าวโทษเขาเลย หากจะกล่าวโทษก็ต้องกล่าวโทษกับข้าแล้ว”

เมื่อได้ฟังดังนั้น เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงก็คุกเข่าลงอีก “กระหม่อมมิกล้า!”

“ลุกขึ้นเถอะ ยืนพูดดีกว่า” ฉู่เยี่ยนรำคาญใจอยู่บ้าง หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ

เสนาบดีฝ่ายซ้ายลุกขึ้นยืนแล้วก็ลอบปาดเหงื่อ

“เรื่องเล็กน้อยในเรือนหลังของกระหม่อมกลับทำให้ฝ่าบาทไม่สบายใจ ล้วนต้องโทษที่กระหม่อมจัดการได้ไม่รอบคอบ ทำให้ฝ่าบาทหัวเราะเยาะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้าอย่างจริงจัง “เจ้าจัดการได้ไม่รอบคอบจริงๆ นั่นแหละ หากเจ้าจัดการรอบคอบ วันนี้ข้าก็ไม่ต้องมาปรากฏตัวที่นี่”

ความจริงแล้วเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงชรานางนั้นหวาดกลัวจนหน้าซีดขาว พูดจาติดขัด ไม่ได้กล่าวอะไรที่เป็นประโยคสมบูรณ์ออกมาเลย ได้ยินเพียงนางเอ่ยว่าฮ่องเต้เสด็จมาอยู่ร่ำไป

เขาถึงได้รีบมาที่นี่

โชคดีที่วันนี้มีบางเรื่องที่เขาต้องกลับมาจัดการ จึงกลับจวนก่อนเวลา หากไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะอธิบายกับฮ่องเต้ว่าอย่างไร

ทว่าฮ่องเต้หมายความว่าอย่างไร เขาก็แค่เกรงใจเล็กน้อยเท่านั้น

ครั้นเห็นเสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงมีสีหน้างุนงง ฉู่เยี่ยนก็กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจ้าขายผ้าเอาหน้ารอดกับข้าหรือ เหตุใดเจ้าถึงไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ที่นี่”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงพลันทำตัวไม่ถูก “ฝะ ฝ่าบาทระงับโทสะด้วย กระหม่อมเพิ่มกลับถึงจวน จึงยัง...ไม่ค่อยเข้าใจอะไรพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนหัวเราะเสียงเย็น “เลิกเข้าเฝ้าข้าตั้งนานขนาดนั้นแล้ว เจ้ากลับเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้ หรือเจ้ามีงานราชเลขาธิการเยอะเกินไป ถึงได้ยุ่งจนถึงเวลานี้” เขาจำได้ว่าขุนนางใหญ่เช่นพวกเขาไม่ได้ขยันทำงานราชเลขาธิการกันมากขนาดนั้น

……….

ตอนที่ 1250 เขาไม่ได้ฝันอยู่กระมัง

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงไม่กล้าพูดอีก เพราะยังต้องสืบสาวเรื่องนี้อีก

“ทะ ทูลฝ่าบาท วันนี้กระหม่อมกินข้าวข้างนอกเพิ่งกลับมา จึงล่าช้าไปหลายชั่วยามพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนโบกมือ “เอาละ ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าอยากรู้ว่าเหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ ก็ถามฮูหยินและบุตรชายของเจ้าดูก็แล้วกัน”

คุณชายใหญ่เฉิงเห็นบิดาชำเลืองมองมา จึงพาบิดาไปที่ด้านหนึ่ง แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงฟังแล้วก็เสียใจแทบตาย หากรู้ว่าบุตรชายจะไปขอร้องไป๋จื่อ เขาช่วยตามหมอหลวงมาเสียเลยยังจะดีกว่า

ใครเล่าจะคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ปานนี้ได้

ฉู่เยี่ยนกล่าวว่า “แม้แต่เรือนหลังยังดูแลได้ไม่ดี แล้วเจ้าจะช่วยข้าดูแลใต้หล้าได้อย่างไร”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงคุกเข่าลงอีกครั้ง “กระหม่อมสมควรได้รับโทษพ่ะย่ะค่ะ!”

“ปกติพวกเจ้าชอบพูดเรื่องดูแลบ้านเมือง ปกป้องประชาชนให้ปลอดภัย บีบให้ข้าแต่งตั้งฮองเฮาไม่หยุดหย่อน เหตุใดเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพวกเจ้าบ้างแล้ว กลับทำไม่ได้เช่นที่เคยพูด”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงพูดไม่ออก ทำได้เพียงแนบหน้าผากกับพื้นเย็นๆ

คุณชายใหญ่เฉิงก็คุกเข่าลงเช่นกัน “ฝ่าบาทโปรดให้โอกาสบิดาข้าอีกสักครั้งเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนกวาดสายตามองพ่อลูกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “สุดท้ายแล้วนี่ก็ยังเป็นเรื่องในครอบครัวของพวกเจ้าสกุลเฉิง ต่อให้ข้าเป็นฮ่องเต้ก็ไม่มีสิทธิ์สอดมือเข้าไปยุ่ง พวกเจ้าจัดการกันเองเถอะ ข้าอย่าให้ข้าได้ยินวาจาไม่เข้าหูอะไรอีกก็พอ”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงรับปากทันทีว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรรม

จากนั้นฉู่เยี่ยนก็มองไปทางเฉิงซูผิง กล่าว “ข้าว่าวรยุทธ์ของคุณชายใหญ่เฉิงไม่เลวเลย องครักษ์ฝ่ายหน้าของข้ามีตำแหน่งว่างอยู่ เจ้ามาลองดูก่อนก็ได้”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงตะลึง แทบจะไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่

ฮ่องเต้ที่ทำหน้าเคร่งใส่เขาเมื่อครู่นี้ ตอนนี้เอ่ยปากมอบหมายงานให้บุตรชายคนโตของเขาทำหรือนี่

แถมยังเป็นถึงองครักษ์ฝ่ายหน้า? สวรรค์...เขาไม่ได้ฝันอยู่กระมัง

เฉิงซูผิงโขกศีรษะขอบพระทัยทันที

คราวนี้เขาถึงดึงสติกลับมา แล้วกล่าวขอบพระทัยอีกหลายเสียง รู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก

เพื่อบุตรชายคนนี้ เขาต้องกังวลใจไม่น้อย บุตรชายฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เด็กจนโต จึงไม่ได้ใส่ใจการเรียนวิชาการมากขนาดนั้น เขาเองไม่ได้สนใจอะไรเท่าไร คิดไม่ถึงเลยว่าเติบใหญ่มาแล้วจะกลายเป็นปัญหา

บุตรชายไม่อยากเข้าร่วมกองทัพ ด้วยตัดใจทิ้งครอบครัวไปไม่ได้ จะให้เขาฝากฝังเข้าทำงานในฝ่ายการทหารอื่นก็ไม่ใช่เรื่องดี ส่วนตำแหน่งขุนนางเล็กๆ เขาก็ไม่ชอบใจ ถึงอย่างไรเสียเขาเองก็เป็นเสนาบดีฝ่ายซ้าย

ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงไม่ได้เตรียมงานที่เหมาะสมในเมืองหลวงให้บุตรชายคนโต

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตา ขอบพระทัยฝ่าบาทที่เมตตาพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่เยี่ยนให้พวกเขาลุกขึ้น แล้วผินหน้าไปพูดกับเสนาบดีฝ่ายซายเฉิง “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าถึงเลือกบุตรชายเจ้า”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงตอบ “ซูผิงฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่เด็ก นับได้ว่าเขามีฝีมือพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “คนที่มีระดับวรยุทธ์สูงกว่าเขามีมากมาย เหตุใดข้าต้องเลือกเขาเล่า”

เสนาบดีฝ่ายซ้ายเฉิงชะงัก โพล่งออกมาทันที “หรือจะเป็นเพราะกระหม่อม”

ฮ่องเต้ให้เกียรติเขาหรือนี่ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ไม่เคยให้เกียรติเขามากมายเท่าไร แม้แต่บุตรีของเขาเข้าวังก็ไม่เคยได้รับความเอ็นดู

ฉู่เยี่ยนเอ่ยว่า “เพราะบุตรชายของเจ้าเป็นคนมั่นคงในความรัก ข้าเชื่อว่าเขาจะทำงานได้ดี”

เสนาบดีเฉิงมีสีหน้าเหนียมอาย ฮ่องเต้ตบหน้าเขาเข้าให้แล้ว!

“เอาละ เจ้าออกไปเถอะ ข้าอยากอยู่เงียบๆ สักพัก”

เสนาบดีเฉิงรีบรับคำ ก่อนจะออกไปก็ส่งสายตาให้เฉิงซูผิงตลอด

เฉิงซูผิงกล่าวกับฉู่เยี่ยนว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมก็จะออกไปเดินเล่นสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า สายตามองไปที่อื่น

เมื่อสองพ่อลูกออกจากลานบ้านแล้ว เสนาบดีเฉิงก็ดึงบุตรชายไปที่ด้านหนึ่ง ถามตามตรงว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 625