คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 614
ตอนที่ 1227 ข้าต่างหากคือคนที่เป็นอะไร
เสี่ยวเหอจนใจเป็นอย่างมาก ทั่วไปแล้วจวิ้นจู่ปกติมาก เป็นคนฉลาดด้วย แต่เมื่อโกรธขึ้นมาแล้วจะเลอะเลือน ไม่รู้จักสำรวมกิริยาโดยสิ้นเชิง
เวลานี้พ่อบ้านเดินเข้ามาในลานบ้านแล้ว แต่เห็นดังนั้นแล้วก็ทำเป็นมองไม่เป็นอะไร
เขาเอ่ยกับไป๋จื่อว่า “คุณหนู คุณชายเมิ่งมาขอรับ ท่าทางร้อนใจทีเดียว น่าจะมารับอี๋ผิงจวิ้นจู่กลับไป”
ไป๋จื่อมองฉู่หนิงย่างเย็นชา กล่าวโดยไม่หันกลับไปมอง “เชิญเขาเข้ามา”
ฉู่หนิงได้ยินดังนั้นก็รีบร้องขึ้น “ไม่ต้องๆ ข้าออกไปเองก็สิ้นเรื่อง” นางไม่อยากให้พวกเขาได้พบหน้ากัน
ไป๋จื่อกลับส่ายหน้า “ข้าอยากพบเมิ่งหนานสักหน่อย ในฐานะสหาย ข้ามีหลายอย่างที่อยากบอกเขา”
ฉู่หนิงรีบถาม “เจ้าจะพูดอะไรกับเขา”
ไป๋จื่อแค่นเสียง “เจ้ายุ่งอะไรด้วย เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร” จวิ้นจู่บ้าบออะไรกัน นางไม่สนใจสักนิดว่าวันนี้ตนเองจะทำผิดต่อจวิ้นจู่ที่ว่านี้หรือไม่
เดิมทีนางอยากไว้หน้าอีกฝ่ายบ้างเพราะเห็นแก่เมิ่งหนาน แต่ใครเล่าจะคิดว่าจะเป็นคนที่ไม่สามารถไว้หน้าให้ได้เลยถึงเพียงนี้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว นางตรงไปตรงมาเพิ่มขึ้นหน่อย ทำลายหน้าของนางให้สิ้นซาก ปลดเปลื้องเมิ่งหนานจากความเข้ากันไม่ได้นี้
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้าฝันไปเถอะ ชื่อเสียงของเจ้าอย่าว่าแต่เข้าวังเป็นฮองเฮาแล้วเลย ต่อให้เป็นอนุให้เมิ่งหนานก็ไม่คู่ควร” ฉู่หนิงโกรธมาก ยิ่งพูดจาไม่น่าฟังขึ้นเรื่อยๆ
เรียวคิ้วของไป๋จื่อขมวดเข้าหากันแน่น ถลึงตามองฉู่หนิงอย่างไม่พอใจ “ข้าจะคู่ควรหรือไม่ เจ้าไม่ใช่คนตัดสิน ในสายตาของข้า เจ้าไม่มีค่าอะไรเช่นกัน ไม่คู่ควรแม้กระทั่งจะยกรองเท้าให้ข้าด้วยซ้ำ”
ระหว่างที่ทั้งสองคนสนทนากัน เมิ่งหนานรีบร้อนมาถึงเรือนพักแขกแล้ว
เขาเห็นฉู่หนิงแต่ตัวเต็มยศอยู่ไกลๆ หว่างคิ้วของเขาย่นในทันที สีหน้าลึกล้ำดุจสายน้ำ แววตาดุดันขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
สตรีนางนี้ก่อเรื่องในจวนก็ช่างเถอะ ไยต้องมาก่อเรื่องที่นี่ด้วย
เขาก้าวอาดๆ เข้าไปในลานบ้าน ถามไป๋จื่อว่า “จื่อเอ๋อร์ เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่”
ไป๋จื่อหันไปมอง เมิ่งหนานในชุดผ้าไหมทั้งตัวกำลังก้าวเข้ามาหาภายใต้แสงอาทิตย์ หน้าตาร้อนใจมาก
นางยังไม่ได้ตอบอะไร ฉู่หนิงก็ขวางตรงหน้านางเสียแล้ว ก่อนจะมองเมิ่งหนานด้วยตาแดงๆ “เมิ่งหนาน เจ้าควรถามข้าก่อนไม่ใช่หรือ ว่าข้าเป็นอะไรหรือไม่ เจ้าดูข้าสิ ข้าต่างหากคือคนที่เป็นอะไร”
นางชี้ที่พวงแก้มของตนเอง บนนั้งยังมีรอยนิ้วมือสีแดงสดอยู่เลย
ส่วนไป๋จื่อยังคงนิ่งสงบเหมือนเมื่อก่อน มีเพียงเรียวคิ้วงามที่ขมวดเข้าหากันอยู่ตลอด
ไป๋จื่อเดินกลับไปนั่งที่ข้างโต๊ะ ก่อนจะยกชาร้อนที่สาวใช้เพิ่งเปลี่ยนให้ขึ้นมาจิบคำหนึ่ง
เมิ่งหนานกล่าวกับฉู่หนิง “เจ้าเงียบเสีย กลับไปเดี๋ยวนี้”
ฉู่หนิงส่ายหน้า น้ำไหลอาบแก้ม “ข้าไม่กลับ เจ้ายังไม่ถามข้าเลยว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น และไม่ถามด้วยว่าข้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่ พอพบหน้าข้าก็ตำหนิข้าเหมือนกับข้าเป็นคนนอก เมิ่งหนาน เจ้าเห็นข้าเป็นภรรยาของเจ้าบ้างหรือไม่”
เมิ่งหนานแค่นเสียง “ข้าเห็นเจ้าเป็นภรรยาหรือไม่ เจ้าไม่รู้อยู่แก่ใจเลยหรือ ยังจะพูดอะไรอยู่ที่นี่อีก”
ฉู่หนิงร้องไห้น่าเวทนายิ่งกว่าเดิม ตอนที่เมิ่งหนานพูดจาร้ายๆ กับนางก่อนหน้านี้ นางไม่ได้รู้สึกเสียใจมาก แต่วันนี้นางอยู่ต่อหน้าไป๋จื่อ อยู่ต่อหน้าข้ารับใช้ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เขากลับไม่ไว้หน้านางเลยแม้สักนิดเดียว
แต่ถึงอย่างไรเสียนางก็ยังคงเป็นภรรยาของเขาเมิ่งหนาน!
ไป๋จื่อวางจอกชาลง จากนั้นค่อยหันไปมองสามีภรรยาคู่นั้น ฝ่ายชายเพียบพร้อมเหมือนหยก ฝ่ายหญิงหยาบคายไร้มารยาท
“เมิ่งหนาน นางไม่คู่ควรกับท่าน ท่านคู่ควรกับสตรีที่ดีกว่านี้ หย่าขาดกับนางเถอะ”
โบราณว่าไว้ ทำลายวัดแห่งหนึ่งยังไม่ร้ายแรงเท่าทำลายการแต่งงาน แต่วันนี้นางไป๋จื่อกลับคิดจะทำลายการแต่งงานนี้
หากเป็นคนอื่นก็ช่างเถอะ นางไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็นจะตายอย่างไรอยู่แล้ว
……….
ตอนที่ 1228 แต่เขาคือเมิ่งหนานนะ!
แต่เขาคือเมิ่งหนานนะ!
เมิ่งหนานมีสีหน้าดีใจเล็กน้อย ดวงตาทอประกาย
ฉู่หนิงกลับกล่าวว่า “หย่าขาด? ไม่มีทาง อย่าแม้แต่จะคิด นอกเสียจากข้าตายไปก่อน ไม่เช่นนั้นเจ้าอย่าฝันว่าจะให้ข้าปล่อยเจ้าไปง่ายๆ” นางถลึงตามองเมิ่งหนานอย่างดุดัน จากนั้นก็ใช้สาวตาราวกับมีดเชือดเฉือนไป๋จื่อ คราวนี้ถึงจะได้รีบร้อนยกกระโปรงจากไป
เงาหลังของนางดูจนตรอกมาก เพราะวิ่งเร็วเกินไปจึงเกือบล้มลงอยู่หลายครั้ง อีกทั้งวิ่งจนเครื่องประดับบนศีรษะหล่นลงอยู่หลายชิ้น พาลให้เสี่ยวชิงที่อยู่ข้างหลังรีบเก็บและตามนางไป
“ทำให้เจ้าหัวเราะเยาะแล้ว!” เมิ่งหนานเดินเข้าไปใกล้ไป๋จื่อ ยิ้มขื่นพลางเอ่ย
ไป๋จื่อส่ายหน้า ก่อนจะเชิญเขานั่งลง พร้อมทั้งรินน้ำชาให้เขาจอกหนึ่ง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ “หลังจากแต่งงานแล้ว พวกท่านเป็นเช่นนี้เรื่อยมาเลยหรือ”
เมิ่งหนานก้มหน้าลง ไม่ตอบเขา
เขาไม่พูดนางก็รู้
ว่ากันว่าน้ำแข็งหนาสามฉื่อไม่ได้เกิดจากความหนาวเย็นเพียงวันเดียว ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองสามีภรรยา แค่มองปราดเดียวก็ดูออกแล้วว่าปกติพวกเขาเป็นอย่างไร
ในสายตาของเมิ่งหนานไม่มีนาง ไม่มีความสงสาร ไม่มีความเกรงใจ ยิ่งไม่มีความโอบอ้อมอารีและอยากปกป้องเช่นที่บุรุษจะมีให้ภรรยาของเขา
ฉู่หนิงไม่มีความรักและพึ่งพาเมิ่งหนานเช่นกัน จะมีก็แค่เพียงความต้องการอยากครอบครอง หวังให้เขาสยบต่อนาง
พวกเขาสองคนไม่ใช่คู่ที่เหมาะสมกัน
บางคนเป็นคู่รักคู่แค้นกันก่อนแต่งงาน ทว่าแต่งงานแล้วกลับรักกันหวานหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้ง
ส่วนบางคนเป็นคู่รักคู่แค้นกันมาแต่กำเนิด ก็ไม่มีทางเป็นคู่รักกันจริงๆ ได้ตลอดกาล
เมิ่งหนานและฉู่หนิงเป็นประเภทนั้น
“พวกท่านไม่เหมาะสมกัน ตัดขาดกันโดยเร็วเถอะ!”
มือของนางวางแบอยู่บนเบาะสีแดงเพลง ขับให้ผิวพรรณของนางดูขาวเนียนยิ่งกว่าเดิม เขามองไปที่มือข้างนั้น พลันโลภเกิดความต้องการสัมผัสความอบอุ่นของมือข้างนั้นขึ้นมา
เขาขยับนิ้วมือเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็ชักมือกลับมา เขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้ นางเห็นเขาเป็นเพียงสหาย…เป็นเพียงสหายเท่านั้น
ความรู้สึกขมฝาดกลืนกินเขาราวกับภูผาถล่มใส่ ผืนทะเลซัดสาด เขาลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มขื่น กล่าวกับไป๋จื่อว่า “ข้ารู้ วันนี้สร้างความลำบากให้เจ้าแล้ว เจ้าพักผ่อนเถอะ วันหลังข้าจะมาใหม่”
เขารีบร้อนจากไป คล้ายกับหนีอะไรบางอย่าง
ด้วยกลัวว่าหากอยู่ต่อ เขาจะค่อยๆ สูญเสียสติสัมปชัญญะ ควบคุมตัวเองไม่ได้ จนทำพูดสิ่งที่ไม่ควรพูด ทำสิ่งที่ไม่ควรทำออกไป
เขาไม่มีสิทธิ์พูดสิ่งเหล่านั้นกับนางแล้ว อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์
ตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ เช่นนั้นหลังจากนี้เล่า?
…
หลังจากฉู่หนิงกลับจวน ข้าวของภายในห้องถูกทำลายจนเหี้ยน มีทั้งสิ่งของของสกุลเมิ่ง และมีสินเดิมของนางเองด้วย ตอนนี้นางเลือดขึ้นหน้า ใครก็ขวางนางไม่ได้ นางไม่มีกะใจไปแยกแยะอะไร เพื่อกำจัดโทสะที่อยู่ในใจตอนนี้ นางเห็นอะไรก็ทำลายสิ่งนั้นแล้ว
เสี่ยวเหอถูกลงโทษให้คุกเข่าอยู่ท่ามกลางเศษกระเบื้องบนพื้น มีหลายครั้งที่มีข้าวของกระแทกตัวนาง ทว่านางกลับไม่กล้าแม้จะส่งเสียงอะไรสักแอะ
ขอเพียงมีเสียงดังขึ้น จวิ้นจู่ก็จะขว้างข้าวของใส่ตัวนางมากขึ้น
ไม่นานนักบนใบหน้าของเสี่ยวเหอก็มีเลือดสดๆ ไหลริน เสื้อผ้าบนตัวก็ถูกสีแดงสดย้อม แต่ฉู่หนิงยังคงขจัดความโกรธเกรี้ยวของตนเองอย่างบ้าคลั่งต่อไป
เมิ่งหนานเดินเข้ามาแล้ว เห็นสภาพเละเทะในห้องแล้วก็หลับตา ข่มความรู้สึกปวดตึบๆ ที่จู่ๆ เกิดขึ้นบนตำแหน่งไท่หยาง
“ไม่หยุดนางหรือ” เสียงของเมิ่งหนานเคร่งขรึมมาก แต่กลับดังกังวานอยู่ในห้องนี้เป็นพิเศษ
มือที่กำลังจับแจกันดอกไม้ของฉู่หนิงหยุดลง นางชำเลืองสายตามองเขา พลันหัวเราะเสียงเย็นออกมา จากนั้นก็คลายมือที่จับแจกันดอกไม้ขนาดใหญ่เอาไว้ ปล่อยให้แจกันหยกที่มีราคาแพงหูฉี่หล่นลงบนพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ
เมิ่งหนานไม่ให้ความสำคัญกับข้าวของนอกกายเหล่านี้อยู่แล้ว และเขาไม่สนใจด้วยว่านางจะทำลายอะไร ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากมองนางอยู่แล้ว
“หญิงบ้า ยังแสดงความบ้าออกมาไม่พออีกหรือ” เขาก้าวไปข้างหน้า ดึงเสี่ยวเหอที่คุกเข่าอยู่กลางเศษกระเบื้องให้ลุกขึ้นยืน เมื่อเข้าไปใกล้ๆ แล้วเขาถึงจะเห็นว่าเสี่ยวเหอมีเลือดเต็มศีรษะ เต็มหน้าไปหมดแล้ว