คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 603

#603คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1205 อยู่ไปอยู่มาถึงหนึ่งปีอย่างนั้นหรือ

ฉู่เยี่ยนคิดจะมองปฏิกิริยาของไป๋จื่อ ทว่าเขาก็ไม่กล้า ด้วยกลัวว่าตอนนี้ไป๋จื่อกำลังมองเขาอยู่ หากมองนางต้องเผยพิรุธออกมาแน่

เขาทำหน้าเคร่ง “เจ้ามาได้พอดีทีเดียว ข้าจะได้ไม่ต้องส่งคนไปบอกเจ้า วันนี้เจ้าออกจากวังเลยเถอะ ไม่ต้องเข้าวังมาแล้ว”

จัวซีเอ๋อร์พลันหน้าซีดเผือด ความน่าสงสารที่แสแสเร้งออกมากลายเป็นความน่าสงสารของจริง “ฝ่าบาท พระองค์ล้อเล่นใช่หรือไม่เพคะ ฝ่าบาทจะตัดใจปล่อยซีเอ๋อร์ไปได้อย่างไร ซีเอ๋อร์ไม่ไปเพคะ ซีเอ๋อร์จะอยู่เคียงข้างฝ่าบาทตลอดชีวิต ซีเอ๋อร์...”

“หุบปาก!” ฉู่เยี่ยนไม่อยากฟังอีกต่อไป ตอนนี้เขาคล้ายกับรู้สึกได้ถึงสายตาแหลมจนเฉือนเนื้อได้ของไป๋จื่อหยุดอยู่ที่ใบหน้าของเขาแล้ว

จัวซีเอ๋อร์เงียบเสียง ทว่าก็เพียงพริบตาเดียวเท่านั้น นางพูดพร่ำต่อโดยพลัน “ฝ่าบาทไม่โปรดปรานซีเอ๋อร์แล้วหรือเพคะ หรือซีเอ๋อร์ทำผิดตรงไหน ฝ่าบาท...”

ฉู่เยี่ยนกลัวจริงๆ ว่านางจะพูดอะไรที่ปั้นน้ำเป็นตัวออกมา เขาไม่มีความสัมพันธ์ใดกับนางแท้ๆ แต่นางกลับพูดเหมือนว่าเขามีใจให้นางเสียอย่างนั้น

“ฝูเซิ่ง ไยยังนิ่งอยู่ ไม่ได้ยินคำพูดของข้าหรือ”

ฝูเซิ่งเห็นชัดอยู่กับตา อยากจะลากตัวจัวซีเอ๋อร์ผู้นี้ไปตั้งนานแล้ว ทว่าเห็นแม่นางไป๋กำลังฟังอย่างออกรสออกชาติ เขาจึงไม่กล้าก้าวเข้าไปลงมือ

คราวนี้ได้รับคำสั่งของฮ่องเต้แล้ว จึงกวักมือเรียกขันทีสองคนที่อยู่ข้างหลังทันที “ยังไม่รีบเชิญคุณหนูจัวไปอีก”

ขันทีสองคนก้าวอาดๆ เข้ามา กระกบด้านซ้ายและขวาของจัวซีเอ๋อร์ แล้วยกตัวนางออกจากศาลาไป

ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรเลย

นางคิดว่าแม่นางผู้นี้ไม่ใช่สนมในวังหลัง ถึงอย่างไรเสียสตรีที่เป็นสนมก็ไม่มีทางทำทรงผมและสวมเสื้อผ้าเช่นนั้น

คิดไม่ถึงเลยว่าถึงแม้นางจะไม่ใช่สนมในวัง แต่กลับเป็นสตรีที่มีความสัมพันธ์กับฉู่เยี่ยนลึกซึ้งอย่างมาก

ฝูเซิ่งถอยออกไปอย่างรู้ความ นางกำนัลที่คอยท่าอยู่ข้างๆ ก็ออกไปเพราะฝูเซิ่งเรียกเช่นกัน บัดนี้ภายในศาลาเพียงพวกเขาสองคน

ไป๋จื่อเหล่ตามองฉู่เยี่ยน เอ่ยเสียงเรียบว่า “พูดมาสิ เจ้ากับแม่นางจัวผู้นี้มันเรื่องอะไรกัน” ไม่รู้ว่าใครสาบานต่อหน้านางเมื่อวันก่อน บอกว่าสองปีที่เป็นฮ่องเต้ แม้วังหลังจะมีสตรีไม่น้อย แต่เขาไม่เคยชายตาแลเลยสักครั้ง ยิ่งไม่เคยค้างคืนในตำหนักของใครมาก่อน

ฉู่เยี่ยนหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยกน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาจิบคำหนึ่ง ครั้นวางจอกชาลงแล้วถึงรู้สึกว่าไม่เหมาะสม เขาเป็นคนตาบอด จะดื่มชาอย่างสบายใจเฉิบเช่นนี้ได้อย่างไร

“คืออย่างนี้ จัวซีเอ๋อร์ผู้นี้เป็นบุตรีของเหวยหย่วนโหว สกุลจัวของเหวยหย่วนโหวเป็นญาติกับเสด็จพ่อ ตอนเล็กๆ จัวซีเอ๋อร์ก็มักจะเข้านอกออกในวังหลวงอยู่เสมอ ได้รับความเอ็นดูจากทั้งไทฮองไทเฮา ปีก่อนไทฮองไทเฮาล้มป่วย เหวยหย่วนโหวจึงเสนอให้จัวซีเอ๋อร์เข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อน”

เมื่อเห็นฉู่เยี่ยนไม่ได้พูดต่อ ไป๋จื่อก็เลิกคิ้วถามว่า “อยู่ไปอยู่มาถึงหนึ่งปีอย่างนั้นหรือ”

ฉู่เยี่ยนกระแอมอีกสองเสียง สีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ “เจ้าก็รู้ว่าไทฮองไทเฮาต้องการคนคอยดูแลตลอดเวลา หนึ่งปีไม่นับว่ามากเท่าไร”

“ดูจากรูปร่างของนางแล้ว เกรงว่านางจะอายุมากกว่าข้าสักหนึ่งหรือสองปี อายุเท่านี้ควรจะออกเรือนได้แล้วกระมัง!” นางพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ระหว่างทางที่กลับมาจากอาณาจักรอูซุน นางเคยถามใต้เท้าอู่บางอย่าง

ตอนนั้นใต้เท้าอู่บอกว่าบุตรีของเหวยหย่วนโหวเข้าวังแล้ว คาดว่าจะได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮา

ที่แท้ก็เป็นจัวซีเอ๋อร์ผู้นี้นี่เอง

แต่ไหนแต่ไรนางไม่สงสัยในความจริงใจของฉู่เยี่ยนที่มีต่อนาง โดยเฉพาะหลังจากที่ได้พบจัวซีเอ๋อร์

……….

ตอนที่ 1206 ไหนเลยจะเหมือนคนตาบอดคนหนึ่ง

“เพราะนางและข้าหน้าตาคล้ายกันอยู่หลายส่วน เจ้าเลยเก็บนางไว้ใช่หรือไม่” ไป๋จื่อถามออกไปตามตรง

ฉู่เยี่ยนถอนหายใจเสียงหนึ่ง ไม่อาจปฏิเสธได้อีก “ใช่”

ลมฤดูใบไม้ร่วงหนาวเย็นอยู่บ้าง แสงอาทิตย์ถูกกั้นไว้ข้างนอกศาลา ทว่าลมฤดูใบไม้ร่วงกลับลอดเข้ามาในศาลาจากทุกมุม

ไป๋จื่อเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน “ข้าจะไปเยี่ยมท่านแม่ที่จวนจิ้นอ๋อง เจ้ากินข้าวเย็นคนเดียวก็แล้วกัน”

ฉู่เยี่ยนรีบลุกขึ้นยืนบ้าง “ข้าจะให้อาอู่ไปเป็นเพื่อนเจ้า กินข้าวเย็นเสร็จแล้วจะให้เขามาส่งเจ้า”

นางเบือนหน้าหนี มองไปยังนกขมิ้นและนกนางแอ่นที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพุ่มไม้เหล่านั้น ครั้นพบกับสายตาริษยาหลายสาย มุมปากของนางพลันยกโค้ง เอ่ยเรียบๆ ว่า “ข้าไม่มีชื่อเสียงและตำแหน่งอะไร และไม่ใช่คนที่มาคอยอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาด้วย หากข้าอยู่ที่นี่ คนอื่นจะว่าอย่างไรเล่า”

ฉู่เยี่ยนร้อนใจ “อยู่กับข้าเถอะนะ ข้าป่วยอยู่ไม่ใช่หรือ”

ไป๋จื่อกลับหลังหันไป เงยหน้ามองดวงตาของฉู่เยี่ยน คล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม “เจ้าป่วยอะไรกัน”

ในใจของฉู่เยี่ยนเกิดลางสังหรณ์บางอย่าง “ข้าตาบอดอย่างไรเล่า หากเจ้าไม่อยู่ดูแลข้า พรุ่งนี้ข้ากลายเป็นคนโง่แล้วจะทำอย่างไร”

ไป๋จื่อพลันยื่นมือไปดึงเสื้อของตนเอง ดวงตาของฉู่เยี่ยนทอดมองที่ร่างกายของนางอย่างอดไม่อยู่ ทันใดนั้นนางหยุดการกระทำ ยิ้มถามว่า “เจ้ากำลังมองอะไรอยู่”

คราวนี้ฉู่เยี่ยนถึงจะรู้ว่าตนเองติดกับ พลันมีสีหน้าตระหนก “ไม่ได้มองอะไร ข้าเป็นคนตาบอด จะมองเห็นอะไรได้ แค่ได้ยินเสียงเท่านั้นเอง”

นี่ย่อมไม่ใช่ปฏิกิริยาที่คนตาบอดจะมีได้

ไป๋จื่อแค่นเสียงเบาๆ “อาการป่วยของเจ้า เห็นทีข้าไม่ต้องดูแลแล้ว ฝ่าบาท หม่อมฉันทูลลาเพคะ”

นางรู้สึกแปลกๆ ตั้งนานแล้ว ทว่าจับพิรุธเขาไม่ได้เสียที ทว่าตอนที่เขาดื่มชาอย่างคล่องแคล่วเมื่อครู่ ไหนเลยจะเหมือนคนตาบอดคนหนึ่ง

แกล้งตาบอดไม่ใช่เรื่องง่าย นอกเสียจากจะนำผ้าสีดำมาบังตาเอาไว้

หากเขาปิดตาตั้งแต่แรกคงจะดีเสียกว่า

ไป๋จื่อสาวเท้าก้าวใหญ่ไปข้างหน้า ฉู่เยี่ยนเร่งฝีเท้าตามนางไป เขาพูดโอ้โลมปฏิโลมอยู่รอบหนึ่ง ทว่าไป๋จื่อไม่สนใจเขาเลยสักนิด ครั้นเห็นอาอู่ข้างนอกสวนดอกไม้ นางก็ให้อาอู่ส่งนางไปที่จวนจิ้นอ๋อง และไม่สนใจฉู่เยี่ยนอีก

เหล่ากุ้ยเหรินที่ลอบมองอยู่ในสวนดอกไม้เห็นดังนั้นก็ตกใจจนแทบจะอ้าปากค้าง ฮ่องเต้ที่สูงส่งและเย็นชาในสายตาพวกนาง เมื่ออยู่ต่อหน้าไป๋จื่อกลับมีท่าทางอ่อนโยน เชื่อฟังราวกับแมวตัวหนึ่ง...แม้กระทั่งเหมือนสุนัขตัวหนึ่งด้วยซ้ำไป

ถุยๆๆ...การเปรียบเปรยเช่นนี้เห็นทีจะไม่เหมาะสมกระมัง

ระหว่างทางกลับจวนจิ้นอ๋อง ไป๋จื่อเปิดผ้าม่านบนรถม้า เรียกอาอู่เข้ามาข้างใน

“อาจื่อ มีอะไรหรือ” อาอู่รู้สึกกลัวอยู่บ้าง ไม่กล้ามองตาไป๋จื่อ

ไป๋จื่อถามว่า “เรื่องที่เขาแกล้งตาบอด ท่านรู้เรื่องหรือไม่”

อาอู่ตอบในทันที “ไม่รู้ ข้าจะไปรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ฝ่าบาททำเกินไปแล้ว เขาหลอกเจ้าว่าตาบอดได้อย่างไรกัน”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ตอบอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ไม่แม้แต่จะตกใจด้วยซ้ำ ท่านยังบอกว่าไม่รู้อีกหรือ”

อาอู่ทำหน้าปูเลี่ยนๆ “อาจื่อ เจ้าอย่าโกรธไปเลยนะ ฝ่าบาทเพียงอยากพาเจ้ากลับมา อยากให้เจ้าอยู่ข้างกายพระองค์ ฝ่าบาทอยากปกป้องเจ้าอย่างดี อยู่ข้างนอกมีแต่อันตรายนะ”

ไป๋จื่อแค่นเสียง “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ มือสังหารที่เมืองหลิวเซี่ยนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพียงแค่เขา ข้าถูกลากไปเกี่ยวด้วยก็เพราะเขา ยังบอกว่าปกป้องข้าอีกหรือ”

อาอู่หัวเราะแห้งๆ “แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่คนพวกนั้นรู้ร่องรอยของเจ้าแล้ว ขืนเจ้าอยู่ที่นั่นต่อไปก็มีแต่อันตรายจริงๆ ฝ่าบาทแกล้งตาบอดก็เพราะจนใจ พระองค์เป็นห่วงเจ้ามาก เกรงว่าเจ้าจะไม่ยอมกลับมา ทว่าก็ไม่อยากบีบบังคับเจ้า จึงไม่ได้บอกเรื่องที่ได้ยาถอนพิษแล้วกับเจ้า”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 603