คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 602
ตอนที่ 1203 หัววัวไม่ตรงกับปากม้า
เหตุใดความแตกต่างของคนผู้นี้จึงมากกว่าคนอื่นนัก ไม่รู้ว่าชาติก่อนจัวซีเอ๋อร์ผู้นี้ทำความดีอะไรมา ถึงได้มีใบหน้าและรูปร่างเช่นนี้ หากนางเป็นบุรุษคงจะต้องหวั่นไหวกับสตรีเช่นนี้อย่างแน่นอน
จัวซีเอ๋อร์เอ่ย “กุ้ยเหรินทั้งสองแต่งตัวงดงามเช่นนี้ จะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือ” นางจงใจไม่บอกพวกนางว่าฮ่องเต้ไม่ชอบการแต่งกายเช่นนี้ รสนิยมของฮ่องเต้คือความสดใสและเรียบง่ายเช่นนางในตอนนี้ต่างหาก
เหลียงกุ้ยเหรินตอบความ “ใช่ ได้ยินมาว่าฝ่าบาทเสด็จไปที่สวนดอกไม้แล้ว นับเป็นเรื่องหายาก สาวๆ คนอื่นไปที่นั่นกันหมดแล้ว”
จัวซีเอ๋อร์ชะงัก ฮ่องเต้ไปที่สวนดอกไม้แล้ว แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยไปที่สวนดอกไม้เลยนี่นา
กุ้ยเหรินทั้งสองพูดจบแล้วก็มุ่งหน้าไปทางสวนดอกไม้ นางย่อมไม่ยอมรั้งท้าย รีบเร่งฝีเท้าตามไป
ภายในสวนดอกไม้ ใบไม้ร่วงถูกกวาดทิ้งจนเกลี้ยง ตรงหน้ามีเพียงใบไม้ที่สดเขียวทั้งสี่ฤดูเหล่านั้น กลิ่นอายของฤดูใบไม้ร่วงจึงลดน้อยลงไป
ไป๋จื่อประคองแขนเขา ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันอยู่บนทางเดินหินเล็กๆ อย่างเชื่องช้า ไปยังศาลาร่มรื่นสีเหมือนหยกขาวที่อยู่ข้างหน้า
“เหนื่อยหรือไม่” นางถาม
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ไม่เหนื่อย เพียงแต่หิวแล้ว”
“เจ้าอยากกินอะไร ข้าทำให้เจ้ากินดีกว่า”
เขานึกอยากกินอาหารที่นางทำอยู่พอดี ทว่าก็ตัดใจให้นางแยกจากไปไม่ได้ “ให้ห้องเครื่องทำเถอะ เจ้าจะได้ชิมอาหารที่ทำจากห้องเครื่องด้วย”
“ตกลง” นางยิ้มเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษที่อยู่ข้างๆ ปอยผมสีดำตรงจอนตกลงมา นางจึงทัดมันกลับไปที่หลังหู
เหล่ากุ้ยเหรินที่ลอบมองอยู่ไกลๆ เห็นฉากนี้เข้าเต็มตา
จัวซีเอ๋อร์ก็ไม่ยกเว้น นางไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ คนผู้นั้นคือฮ่องเต้จริงๆ หรือ ฮ่องเต้เคยอ่อนโยนกับใครเช่นนี้กี่ครั้งกัน แถมยังปล่อยให้สตรีนางนั้นจับผมของเขาอีกต่างหาก
เงาร่างสูงใหญ่ของฮ่องเต้บดบังใบหน้าของสตรีนางนั้น มองเห็นเพียงรูปร่างอรชรของนางที่ไม่ด้อยไปกว่าจัวซีเอ๋อร์
อิ๋งกุ้ยเหรินกล่าวขึ้น “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นใคร”
จัวซีเอ๋อร์มองไปทางอิ๋งกุ้ยเหริน “เจ้ารู้จักหรือ”
อิ๋งกุ้ยเหรินเหล่มอง สายตาริษยาตกลงบนร่างของสตรีนางนั้น ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “สหายของลูกผู้พี่ข้าคนหนึ่งอยู่ในหน่วยองครักษ์อวี่หลิน ตอนที่ฝ่าบาทประชวรกลับวังเมื่อครั้งก่อน เขาเองก็อยู่ในขบวนเสด็จด้วย”
“แล้ว?” จัวซีเอ๋อร์ไม่เข้าใจว่านางต้องการพูดอะไร หัววัวไม่ตรงกับปากม้า[footnoteRef:1] [1: หัววัวไม่ตรงกับปากม้า (牛头不对马嘴的) หมายถึง ตอบไม่ตรงคำถาม]
อิ๋งกุ้ยเหรินกวาดสายตามองจัวซีเอ๋อร์ครั้งหนึ่ง ในสายตามีแต่ความเหยียดหยาม “พวกเจ้ารู้เรื่องเรือล่มที่ท่าเรือเจียงเป่ยเมื่อสามปีก่อนใช่หรือไม่”
เหตุใดต้องโยงไปถึงเรื่องเรือล่มที่ท่าเรือเจียงเป่ยด้วย จัวซีเอ๋อร์มีสีหน้ารำคาญใจ ขณะกำลังจะตำหนิอิ๋งกุ้ยเหริน นางกลับพูดขึ้นอีกว่า “หลังจากเรื่องราวครั้งนั้น คุณหนูไป๋ที่ค่อยๆ ถูกลืมผู้นั้นยังไม่ตาย นางกลับมาแล้ว”
“อะไรนะ”
เหล่ากุ้ยเหรินที่รวมตัวอยู่ด้วยกันต่างร้องด้วยความตกใจ
“เป็นไปไม่ได้กระมัง จะเป็นไปได้อย่างไร”
“จริงด้วย คนที่ตายไปแล้วตั้งสามปี จะกลับมามีชีวิตได้อย่างไร”
“ข้าไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”
อิ๋งกุ้ยเหรินแค่นเสียง “พวกเจ้าอย่าเอ็ดไป การตายของคุณหนูไป๋เป็นแค่การคาดเดาของทุกคน ไม่เคยมีใครเห็นนางตายกับตาตัวเอง และไม่มีใครพบศพของนางเช่นกัน และนางไม่ตายจริงๆ”
“เช่นนั้น...สามปีที่ผ่านมานี้นางไปอยู่ที่ใด เหตุใดเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้” จัวซีเอ๋อร์ดึงสติกลับมา ถามอิ๋งกุ้ยเหริน
อิ๋งกุ้ยเหรินกล่าว “ข้าไหนเลยจะรู้ หากเจ้าอยากรู้ก็ไปถามฝ่าบาทเถอะ เขาอยู่ตรงนั้นไม่ใช่หรือไร”
นางมองจัวซีเอ๋อร์คล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม ในใจเบิกบานยิ่งนัก ปกติแล้วจัวซีเอ๋อร์ผู้นี้มักจะข่มพวกนางด้วยเรื่องที่ฮ่องเต้เอ็นดูนาง ชอบวางท่าต่อหน้าพวกนางนัก นางรำคาญใจอยู่หลายครั้งแล้ว
……….
ตอนที่ 1204 หรือว่าจะเป็นญาติกัน?
เพื่อคุณหนูไป๋ผู้นี้ ฮ่องเต้ไม่สนใจแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง เอาแต่ถลันไปข้างหน้า นั่นไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรืออย่างไร พวกนางไม่ใช่คนโง่ ถึงได้ไม่ไปแตะต้องเรื่องนี้
แค่คุณหนูจัวผู้นี้ก็เหนือบ่ากว่าแรงแล้ว
นางฝันหวานว่าจะได้เป็นฮองเฮาเสมอ ตอนนี้ศัตรูตัวฉกาจปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว นางจะทนไหวหรือ
จัวซีเอ๋อร์ทนไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ และไม่คิดจะทนด้วยเช่นกัน นางอยู่ในวังแห่งนี้มาตั้งนาน และนางไม่ได้มาที่นี่เล่นๆ นางหวังตำแหน่งฮ่องเฮา
บิดาของนางเป็นถึงเหวยหย่วนโหว ไม่ใช่ตาสีตาสาในครอบครัวของสตรีตรงหน้าพวกนี้
ตาของไป๋จื่อคือตงฟางมู่ บิดานางคือชางหยวนโหว ทว่าตงฟางมู่หายเข้ากลีบเมฆไปโดยสิ้นเชิงแล้ว อีกทั้งไม่คบค้าสมาคมกับชางหยวนโหว แล้วจะมาเทียบกับเหวยหย่วนโหวที่มีอำนาจอยู่ในกำมือได้อย่างไร
นางดันร่างเหลียงกุ้ยเหรินที่ขวางอยู่ข้างหน้า จนเหลียงกุ้ยเหรินแทบจะล้มลงบนพื้น โชคดีที่อิ๋งกุ้ยเหรินข้างๆ ประคองไว้ทัน
เห็นเงาหลังของจัวซีเอ๋อร์จากไปด้วยความโมโหแล้ว เหลียงกุ้ยเหรินก็พลันกล่าวอย่างชิงชัง “โชคดีที่ฝ่าบาทไม่ได้ให้ความสำคัญนางจริงๆ ไม่เช่นนั้นหากนางได้เป็นฮองเฮาสมใจ ภายในวังหลังของพวกเราจะสงบสุขได้อย่างไร”
อิ๋งกุ้ยเหรินถอนใจพลางส่ายหน้า “เจ้าคิดผิดแล้ว นางเป็นฮองเฮาดีกว่าไป๋จื่อได้เป็นฮองเฮาเสียอีก”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เหลียงกุยเหรินไม่เข้าใจ
ตรงหน้าของอิ๋งกุ้ยเหรินคล้ายกับปรากฏภาพเมื่อครู่นี้
กิ่งทองใบหยกที่ราวกับมาจากแดนเซียนคู่หนึ่ง แม้แต่นางเองก็รู้สึกว่าเหมาะสมกับเป็นที่สุด
สตรีที่ทำให้ฮ่องเต้ไม่สนใจแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง แม้จะคิดว่านางตายไปแล้ว แต่กลับยังคงรักษาตัวเองไม่ให้ด่างพร้อยเพื่อนาง ไม่ชายตาแลหญิงงามราวกับดอกไม้มากมายในวังหลัง
วันนี้นางกลับมาแล้ว ฮ่องเต้ยังจะสนใจมองพวกนางอีกหรือไร เกรงว่าจะเปิดตำหนักเย็นง่ายขึ้น ไม่แน่ว่าวันใดพวกนางอาจจะถูกขับไล่ออกจากตำหนักก็ได้
หากรู้แต่แรกว่าจะเป็นเช่นนี้ นางจะเข้าวังมาด้วยเหตุใด
จัวซีเอ๋อร์เร่งฝีเท้าไปถึงตรงหน้าศาลาหยกขาว ทว่าฝูกงกงขวางนางไว้ “คุณหนูจัว ฝ่าบาทกำลังพักผ่อนขอรับ”
นางเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองฝูกงกง กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ข้าย่อมรู้ เจ้าหลีกไป”
ไป๋จื่อที่อยู่ในศาลากำลังยื่นชาอุ่นๆ จอกหนึ่งไปถึงข้างปากฉู่เยี่ยน เมื่อเขาดื่มได้อึกหนึ่งก็วางลง แล้วหันหน้าไปมองทางฝูกงกง
สตรีสวมกระโปรงสีชมพูนางหนึ่งยืนอยู่กับฝูกงกง ดวงตาโตสดใสจ้องมองนางมาแต่ไกล ตอนที่เห็นหน้าตน นางพลันเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
ไปจื่อเองก็ประหลาดใจเช่นกัน เพราะใบหน้าของสตรีนางนี้คล้ายคลึงกับนางอยู่หลายส่วน
หรือว่าจะเป็นญาติกัน?
ไป๋จื่อไม่ค่อยแน่ใจผังตระกูลของสกุลตงฟางและสกุลเผยนัก แต่ก็ไม่เคยได้ยินตงฟางมู่เอ่ยว่านางมีลูกพี่ลูกน้องมาก่อน
นางเอ่ยกับฝูกงกงว่า “ให้นางเข้ามา”
ฝูกงกงทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง จึงหันไปมองฮ่องเต้
ครั้นเห็นฮ่องเต้พยักหน้าให้อย่างไม่ยี่หระ เขาถึงเบี่ยงกายหลีกทางให้
จัวซีเอ๋อร์ยกกระโปรงก้าวขึ้นมาบนศาลา ตอนนี้นางไม่ได้โมโหมากเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว แสร้งทำเป็นอ่อนโยน บอบบาง เดินไปทำความเคารพอย่างน่ารัก
เสียงของนางนุ่มนวลยิ่งกว่า ฟังแล้วอ่อนยวบไปถึงกระดูกเลยทีเดียว
ไป๋จื่อลอบยิ้ม ก่อนจะเหล่ตามองฉู่เยี่ยน ใบหน้าของเขาในตอนนี้นอกจากความรำคาญก็มีแต่ความรำคาญเท่านั้น
“จัวซีเอ๋อร์? เจ้ามาทำอะไร” เสียงของฉู่เยี่ยนเย็นชาเล็กน้อย เย็นชากว่ายามพูดจากับนางปกติอยู่หลายส่วน
จัวซีเอ๋อร์กัดริมฝีปาก น้ำตาไหลอาบแก้ม พลางมองฉู่เยี่ยนอย่างน่าสงสาร “ฝ่าบาท ซีเอ๋อร์ไม่ได้เข้าเฝ้าพระองค์มาหลายวันแล้ว ซีเอ๋อร์คิดถึงพระองค์ยิ่งนักเพคะ”
คราวนี้ถึงตาไป๋จื่อมุ่นคิ้วแล้ว วาจานี้คล้ายกับว่าก่อนหน้านี้พวกเขาพบหน้ากันเสมอ ความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา ทว่านางทำทรงผมของเด็กสาวอย่างเห็นได้ชัด การแต่งกายก็ยังเป็นของเด็กสาวที่ยังไม่โตเต็มที่