คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 610

#610คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1219 ปล่อยข่าวลืออย่างโจ้งแจ้ง

ไม่มีใครไม่รู้ว่าฮ่องเต้รักไป๋จื่อผู้นั้นเต็มหัวใจ ในปีนั้นเพราะเกิดเรื่องกับไป๋จื่อ ฮ่องเต้เกือบจะต้องม้วยเช่นกัน เรื่องพวกนี้รบกวนอยู่ตรงหน้า วันนี้ไป๋จื่อกลับมา ฮ่องเต้ลอบออกจากวังไปรับนางทันที อีกทั้งได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาอีกต่างหาก

คนเช่นนี้ไม่ควรได้เป็นฮองเฮา แต่จะเป็นฮองเฮาได้หรือไม่ เหมาะสมจะเป็นฮองเฮาหรือไม่ ใครเล่าจะตัดสินเรื่องนี้ได้

หากไม่ระมัดระวังทำให้ฮ่องเต้โมโห เช่นนั้นก็ต้องหัวหลุดจากบ่าแล้ว

จัวเฉิงจื้อเห็นใต้เท้าเก๋อหยุดพูดไป ก็พลันมองใต้เท้าเก๋ออย่างดุร้าย ความข่มขู่ในสายตาชัดเจนมาก

ขุนนางใหญ่ทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์ล้วนก้มหน้าลง ทำเป็นมองไม่เห็น

จัวเฉิงจื้อเป็นแม่ทัพ ตำแหน่งโหวได้รับการส่งทอดในสกุล มีอำนาจในเมืองหลวงมากมาย ตั้งแต่ตงฟางมู่ออกจากเมืองหลวงไป อิทธิพลของจัวเฉิงจื้อในราชสำนักก็มีแต่จะมากขึ้น

มากจนกระทั่งเขาลืมตัวไปบ้างว่าตนเองเป็นเพียงขุนนางคนหนึ่ง ต่อให้อำนาจในมือมากเพียงใดก็แค่หยิบยืมมาจากท้องฟ้า อำนาจนี้อาจจะถูกริบคืนกลับไปเมื่อไรก็ได้

ฉู่เยี่ยนแค่นเสียง “มีอะไร พูดต่อไป!” วันนี้เขาอยากจะดูว่าคนพวกนี้อยากจะพ่นอะไรออกจากปากกันแน่

ใต้เท้าเก๋อถูฝ่ามือ ภายใต้สายตาคุกคามของจัวเฉิงจื้อ สุดท้ายเขาเอ่ยปากออกมา “มี...ลูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

วาจาของใต้เท้าเก๋อเพิ่งจบลง ฉู่เยี่ยนยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ใต้เท้าอู่ที่ยืนอยู่ข้างหลังใต้เท้าเก๋อก็ก้าวออกมา เอ่ยด้วยโทสะว่า “เจ้าพูดมั่วแล้ว เป็นถึงผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการ แต่กล้าปล่อยข่าวลืออย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาทในท้องพระโรงแห่งนี้หรือ”

ใต้เท้าเก๋อขาสั่นระริก “ฝ่าบาทโปรดเมตตา วาจาเหล่านี้กระหม่อมได้ยินจากชาวบ้าน กระหม่อมไม่ได้ปั้นแต่งเองนะพ่ะย่ะค่ะ”

ใต้เท้าอู่ตะคอก “ตลบตะแลง เพื่อจัดทำแผนบันทึกเกี่ยวกับดินแดนอื่น ข้าต้องวนเวียนอยู่ในตลาดทุกวัน แต่เหตุใดข้าถึงไม่เคยได้ยินข่าวลือเช่นที่เจ้าว่า แต่เจ้ากลับได้ยินอยู่คนเดียว”

ใต้เท้าเก๋อลนลานทำอะไรไม่ถูก รีบส่งสายตามองไปยังจัวเฉิงจื้อเพื่อขอความช่วยเหลือ

จัวเฉิงจื้อไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก ใต้เท้าอู่ออกมาพูดมากความอะไรเอาตอนนี้

เขาพูดต่อทันที “ใต้เท้าอู่ทึกทักเอาเองเกินไปแล้ว เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าใต้เท้าเก๋อกำลังปล่อยข่าวลือ ข่าวลือที่เจ้าไม่ได้ยินก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นข่าวลือที่ไม่ได้มีอยู่จริงสักหน่อย”

ใต้เท้าอู่แค่นหัวเราะ “หมายความว่าท่านโหวได้ยินข่าวลือนี้เช่นกันสินะ”

เดิมทีจัวเฉิงจื้อไม่อยากข้องเกี่ยวกับประเด็นนี้ แต่ตอนนี้เห็นทีจะถึงเวลาที่เขาจำเป็นจะต้องข้องเกี่ยวแล้ว

“ใช่ ข้าเคยได้ยินข่าวลือนี้เช่นกัน ข้าคิดว่าทุกท่านในโถงแห่งนี้ก็น่าจะเคยได้ยินกันหมด”

สายตาของเขากวาดมองขุนนางทุกคน บางคนหลุบตาลง หลบเลี่ยงสายตาของเขา บางคนเผชิญสายตาเขา เผยรอยยิ้มเย็นชา และบางคนทำเป็นมองไม่เห็นอะไร

คราวนี้จัวเฉิงจื้อถึงจะรู้สึกแปลกๆ เหล่าขุนนางที่ปกติเห็นด้วยกันเขาคล้ายกับกลายเป็นวิญญาณนับร้อยไปเสียแล้ว...คนพวกนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่

เขามองไปทางอ๋องเจ็ด พลันนึกอะไรขึ้นได้ รีบกล่าวว่า “อ๋องเจ็ดก็ต้องเคยได้ยินเช่นกันกระมัง”

ช่วงนี้อ๋องเจ็ดลงมือทำอะไรหลายอย่าง ดวงตาของฮ่องเต้ก็อาจจะเป็นผลงานของเขาด้วย ดึงอ๋องเจ็ดมาเข้าพวกในเวลานี้ต้องไม่เลวแน่

อันอ๋องคิดในใจ ‘ให้ไป๋จื่อเป็นฮองเฮาอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่’

ในอดีตก็มีฮ่องเต้มากมายต้องตายในมือหญิงงามไม่ใช่หรือ

ถึงตอนนั้นแล้วเขาก็แค่หนุนคลื่นลมให้สูง แล้วยังต้องกังวลว่าจะไม่สำเร็จอีกหรือไร

“ข้าไม่เคยได้ยินข่าวลือพรรค์นั้น ใต้เท้าจัวไปได้ยินมาจากที่ไหนกัน” อันอ๋องกล่าวคล้ายยิ้ม คล้ายไม่ยิ้ม

คำตอบของฉู่อันอยู่ในการคาดเดาของฉู่เยี่ยน แต่ไหนแต่ไรเขาก็เป็นคนเช่นนี้อยู่แล้ว

……….

ตอนที่ 1220 แน่ใจว่าข่าวลือเป็นเรื่องโกหก

จัวเฉิงจื้อทำอะไรไม่ถูก ด้วยคิดไม่ถึงว่าอันอ๋องจะพูดเช่นนี้

เขาหันหน้าไปมองใต้เท้าอู่อย่างดุดัน “เหตุใดใต้เท้าอู่ถึงแน่ใจว่าข่าวลือเป็นเรื่องโกหกปานนั้น”

ใต้เท้าอู่ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง กล่าวเสียงดัง “ใต้เท้าจัวคงจะลืมไปแล้วว่าหลายเดือนก่อนข้าเพิ่งกลับมาจากโพ้นทะเล และข้าเป็นคนพาคุณหนูไป๋กลับมาเอง คุณหนูไป๋เป็นหมอรักษาผู้ป่วยอยู่ที่อาณาจักรอูซุน ช่วยทั้งคนใกล้ตาย รักษาทั้งคนบาดเจ็บ ตอนนั้นนางได้รับความรักจากคนมากมาย อาศัยการรักษาโรคหาเลี้ยงตนเองและสาวใช้คนหนึ่ง จนกระทั่งข้าไปถึงอาณาจักรอูซุน พวกนางถึงจะตามข้ากลับมาที่แคว้นฉู่ หากเจ้าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ไปถามเอากับกะลาสีที่ร่วมเดินทางกลับมากับข้าก็ได้ กะลาสีเกือบร้อยคน หากมีใครสักคนบอกว่าข้าพูดปด เช่นนั้นข้าก็ยินดีรับความผิด”

ใต้เท้าอู่ผู้นี้ฉลาดยิ่งนัก!

ฉู่เยี่ยนพึงพอใจในการแสดงออกของใต้เท้าอู่เป็นอย่างยิ่ง สมควรพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้เขา

จัวเฉิงจื้อแค่นหัวเราะ “ผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าย่อมต้องพูดตามเจ้าว่าอยู่แล้ว สตรีนางหนึ่งอยู่บนเรือลำเดียวกับบุรุษนับร้อยตั้งหลายวัน แค่เพียงเท่านี้ก็ไม่มีสิทธิ์เป็นฮองเฮาแล้ว”

สีหน้าของฉู่เยี่ยนเย็นชาจนถึงขีดสุดแล้ว เขาเอ่ยเสียงขรึม “หมายความว่าข้าต้องการแต่งตั้งฮองเฮา ล้วนต้องฟังใต้เท้าจัวบอกว่าใครมีสิทธิ์ ใครไม่มีสิทธิ์ใช่หรือไม่”

จัวเฉิงจื้อหนาวสันหลังวาบ เดิมทีเขาหันหลังให้ฮ่องเต้ เผชิญหน้ากับใต้เท้าอู่ แต่จู่ๆ เขาก็รู้สึกหนาวที่แผ่นหลัง ราวกับมีสายตาเย็นจาจับจ้องเขาอยู่อย่างไรอย่างนั้น

เขารีบหันหลังกลับไปมองดวงตาคู่นั้นที่มองเขาอยู่จริงๆ ดวงตาที่คมปลาบราวกับด้ามมีดแหลมคน เชือดเฉือนเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

ฮ่องเต้ตาบอดไม่ใช่หรือ ทว่าฮ่องเต้ในตอนนี้ไฉนเลยจะเหมือนคนตาบอดคนหนึ่ง

จัวเฉิงจื้อสบตากับฮ่องเต้ด้วยความตะลึงงัน ลืมแม้กระทั่งจะหันหน้าหลบเลี่ยง

ฝูกงกงร้องเสียงแหลม “บังอาจ!”

คราวนี้จัวเฉิงจื้อถึงได้รู้สึกตัว รีบคุกเข่าลงด้วยความรีบร้อน ในใจเย็นเยียบไปหมด

จนถึงตอนนี้เขาถึงเริ่มรู้สึกกลัวจริงๆ วาจาไม่น่าฟังและละครฉากใหญ่ในโถงเมื่อครู่นี้ ที่แท้อยู่ในสายตาของฮ่องเต้ทั้งหมด

ใครบอกว่าฮ่องเต้ตาบอดกัน แท้จริงแล้วใครเป็นคนพูด

ฉู่เยี่ยนจ้องมองศีรษะที่ฟุบอยู่บนพื้น เขาอยากจะกระชากขึ้นมาเสียจริงๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็เอ่ยปาก “ข้าอ่านฎีกาของใต้เท้าจัวแล้ว ใต้เท้าจัวเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชนเขตชางโจว ทำให้ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก วันนี้พอใจในความมุ่งมาดของเจ้าทีเดียว พรุ่งนี้ใต้เท้าจัวก็ไปที่เขตชางโจวเสียเถอะ เจ้าเมืองเขตชางโจวดำรงตำแหน่งครบวาระสามปีแล้ว เจ้าไปเปลี่ยนรับตำแหน่งแทนเขานับว่าเหมาะสมพอดี”

จัวเฉิงจื้อแทบจะเป็นอัมพาต เขาเป็นถึงเหวยหย่วนโหว เป็นแม่ทัพระดับหนึ่ง ตอนนี้จะให้เขาไปเป็นขุนนางเล็กๆ ที่เขตชางโจวอย่างนั้นหรือ นี่ไม่ใช่การตบหน้าเขา แต่เป็นฉีกหน้าเขามากกว่า!

“ฝ่าบาทโปรดถอนราชโองการด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” จัวเฉิงจื้อโขกศีรษะอย่างแรงครั้งหนึ่ง

ฉู่เยี่ยนกวาดมองเงาหลังตื่นตระหนกของเขาด้วยสายตาเมินเฉย เอ่ยเสียงเรียบว่า “ดูท่าใต้เท้าจัวคิดจะขัดราชโองการสินะ”

จัวเฉิงจื้อยิ่งอกสั่นขวัญหาย เมื่อคำว่าขัดราชโอการดังขึ้นที่ข้างหู เขาคล้ายกับเป็นไก่ตัวผู้ที่เหี่ยวเฉา ตีปีกต่อไปไม่ไหวอีก

ขัดราชโอการมีโทษประหารชีวิต อาจจะพัวพันไปถึงครอบครัว เขาไม่กล้าขัดอยู่แล้ว

เหวยหย่วนโหวผู้สง่างามต้องถูกลดขั้นกลายไปเป็นขุนนางระดับเจ็ดหรือนี่ แล้วอาศัยชื่อเหวยหย่วนโหวจะยังมีประโยชน์อะไร

ตอนนี้และเวลานี้ไม่มีใครกล้าขอความเมตตาแทนจัวเฉิงจื้อ ฝ่ายอันอ๋องเองก็ถอยกลับไปยืนยังตำแหน่งของตนเองอย่างสงบ สีหน้าคร่ำเคร่ง โมโหอยู่ไม่น้อย

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถูกพิษจากผงหานเฟิงไม่ใช่หรือไร ต่อให้ไม่ตายก็ต้องกลายเป็นคนตาบอด จึงมีข่าวว่าฉู่เยี่ยนตาบอดแล้ว และเขาย่อมเชื่อสนิทใจโดยไม่สงสัยสักนิด

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 610