คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 609

#609คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1217 นกสองหัว

ไป๋จื่อยื่นมือออกไปโบกไล่เขาด้วยความรำคาญ “รู้แล้ว เจ้ารีบไปเถอะ อีกเดี๋ยวฟ้าจะสางแล้ว”

ฉู่เยี่ยนหัวเราะเบาๆ พลางพุ่งตัวเข้ามาหอมแก้มแดงระเรื่อของนางครั้งหนึ่ง คราวนี้ถึงจะกระโดดออกจากหน้าต่างไปด้วยความพึงพอใจ

ครั้นเงาร่างของเขาหายไปแล้ว ไป๋จื่อถึงจะถอนใจโล่งอก ใบหน้านางร้อนฉ่าขึ้นเรื่อยๆ จึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเสียเลย

...

ตำหนักจินหลวน

ฉู่เยี่ยนกลับถึงวังแล้วก็เปลี่ยนใส่ชุดคลุมมังกรทองสีแดง ปักไว้ด้วยลายนกยูงทองสยายปีกถึงแขนเสื้อ เขาใส่เสื้อผ้าสีนี้น้อยครั้งมาก ด้วยแต่ไหนแต่ไรก็ชอบชุดคลุมสีดำหรือสีม่วงเข้มมากกว่า

แต่วันนี้เขาอยากเล่นใหญ่สักหน่อย

ฝูกงกงประคองฉู่เยียนนั่งลงบนบัลลังก์มังกร สายตาจับจ้องไปยังข้างหน้าจุดเดียว แกล้งทำเป็นตาบอดก่อน เขาอยากเห็นว่าเหล่าขุนนางที่ปกติแล้วเอาแต่พูดว่าจงรักภักดีต่อแว่นแคว้นคิดจะทำอย่างไร

หลังจากทำความเคารพเรียบร้อย ขุนนางทั้งหลายก็ลุกขึ้นยืน มีหลายคนลอบเงยหน้าขึ้นพิจารณาฮ่องเต้ ครั้นเห็นสายตาฮ่องเต้เหม่อมอง สายตาพิจารณาของพวกเขาก็เริ่มกลายเป็นความบังอาจและเหิมเกริมขึ้นเรื่อยๆ

มุมปากของฝูกงกงยกขึ้นเล็กน้อย ในใจเอ่ยว่าวันนี้ท่าทางจะมีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว พวกคนที่ไม่รู้จักความตายเหล่านี้ มีตาหามีแววไม่จริงๆ

อ๋องเจ็ดก้าวออกมาก่อน กล่าวกับฉู่เยี่ยนว่า “ฝ่าบาท ดวงตาของพระองค์เป็นอย่างไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ”

ลูกตาของฉู่เยี่ยนแน่นิ่ง เอ่ยเสียงเรียบ “ดวงตาของข้าไม่ได้เป็นอะไร พวกเจ้ามีอะไรก็ว่ามา แต่หากไม่มีอะไรก็ออกไปเสีย”

อ๋องเจ็ดย่อมไม่เชื่อคำพูดเขา แถมยังก้าวมาข้างหน้าอีกสองก้าว สองก้าวนี้เป็นสิ่งต้องห้าม ขุนนางควรอยู่ห่างจากบัลลังก์มังกรกี่ก้าวมีเขียนอยู่ในกฎ นอกเสียจากฮ่องเต้จะเรียกให้ก้าวมาข้างหน้า ไม่เช่นนั้นก็ไม่อาจฝ่าฝืนกฎนี้ได้

และตอนนี้อ๋องเจ็ดฝ่าฝืนกฎนั้นแล้ว

ฉู่เยี่ยนหลุบมองตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาที่เหมือนจะไม่ขยับเขยื้อนเลยตลอดเวลานั้น ราวกับไม่เห็นการเคลื่อนไหวของอ๋องเจ็ดเลยสักนิด

ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊แทบจะแน่ใจในเวลานี้ว่าฮ่องเต้ตาบอดจริง เดิมทีคนกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่ฝ่ายเดียวกับอ๋องเจ็ดรู้สึกเป็นกังวลใจมาก ตอนนี้เห็นฮ่องเต้เป็นเช่นนี้แล้วก็พลันดีใจกันยกใหญ่

ฮ่องเต้ตาบอดแล้ว เกรงว่าจะนั่งตำแหน่งฮ่องเต้ได้ไม่นาน หากมองไปทั่วราชสำนัก ในบรรดาองค์ชายที่เป็นหนุ่มแล้ว คนที่พวกเขาหวังจะให้ครองบัลลังก์มากที่สุดมีเพียงอ๋องเจ็ดเท่านั้น

นกสองหัวบางคนเริ่มรู้สึกเสียดาย ด้วยควรจะตัดสินใจตั้งนานแล้ว กลับลำตอนนี้คงจะไม่ได้รับการต้อนรับจากอ๋องเจ็ดเช่นกลุ่มก่อนหน้านี้แล้ว

ย่อมมีขุนนางใหญ่ที่มีใจภักดีต่อฉู่เยี่ยนเพียงเท่านั้นอยู่แล้ว คนเหล่านี้เป็นขุนนางมากความสามารถที่ตงฟางมู่เลือกเองกับมือ จริงใจ ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ รักแว่นแคว้นอย่างแท้จริง

ทว่าเห็นฮ่องเต้เป็นเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็รู้สึกกังวลใจเช่นเดียวกัน

“ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะทูลพ่ะย่ะค่ะ”

จัวเฉิงจื้อก้าวออกมา

สีหน้าของฉู่เยี่ยนยังคงเดิม เขาร้องรับเสียงหนึ่ง “ว่ามา!” คนผู้นี้ไม่กราบทูลอะไรเลยถึงจะเป็นเรื่องแปลก เมื่อวานเขาส่งจัวซีเอ๋อร์ออกจากวังไปแล้ว วันนี้อีกฝ่ายต้องเอ่ยถึงเรื่องตำแหน่งฮองเฮาที่ยังว่างอยู่ และกล่าวถึงความสำคัญของผู้สืบทอดราชวงศ์อย่างแน่นอน

และเป็นเช่นที่ฉู่เยี่ยนคาดเอาไว้ หลังจากจัวเฉิงจื้อคุยโวโอ้อวดแล้ว เขาก็พูดเรื่องสำคัญสองเรื่อง หนึ่งคือเรื่องการแต่งตั้งฮองเฮา สองคือเรื่องผู้สืบทอดราชวงศ์

ฉู่เยี่ยนไม่ใช้ท่าทีหลบเลี่ยงประเด็นนี้เหมือนเมื่อก่อน ตอบไปตามตรงว่า “คู่หมั้นของข้ากลับเมืองหลวงแล้ว เรื่องการแต่งตั้งฮองเฮาอยู่ระหว่างการเจรจา พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องร้อนใจ รอไปก่อนแล้วจะดีเอง”

จัวเฉิงจื้อมองไปข้างๆ ขยิบตาให้ใต้เท้าเจิ้ง

ใต้เท้าเจิ้งก้าวออกมาทันที เอ่ยกับฉู่เยี่ยนว่า “ฝ่าบาทโปรดทบทวนด้วย แม้คุณหนูไป๋จะเป็นคู่หมั้นที่หมั้นหมายกับฝ่าบาทตั้งแต่ยังเด็ก อีกทั้งมีวาสนาได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับฝ่าบาทมาก่อน หากพูดกันตามตรงแล้ว ตำแหน่งฮองเฮานี้เป็นของนาง ทว่าวันนี้...”

……….

ตอนที่ 1218 ไม่อาจรับหน้าที่มารดาแห่งใต้หล้า

ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว สีหน้าเย็นชามากแล้ว “วันนี้ทำไม?”

ใต้เท้าเจิ้งอกสั่นขวัญแขวน เพราะรู้ว่าวาจาต่อจากนี้จะทำให้ฮ่องเต้กริ้ว ในใจคิดถอยหนี จึงมองไปทางจัวเฉิงจื้อในทันที

จัวเฉิงจื้อถลึงมองเขาด้วยความโมโห ทำสีหน้าบอกให้เขาพูดต่อไป ไม่เช่นนั้นต้องได้เจอดีแน่

หากเป็นเวลาปกติ จัวเฉิงจื้อขวัญกล้าเทียมฟ้าอย่างไรก็ไม่กล้ายืนอยู่ในตำหนักต่อหน้าฮ่องเต้ ยิ่งไม่กล้าถลึงตามองคนอื่นอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้

แต่อย่างไรเสียตอนนี้ฮ่องเต้ก็ตาบอดไม่ใช่หรือ มองอะไรไม่เห็นสักหน่อย

ใต้เท้าเจิ้งจนใจ ทำได้เพียงพูดต่อ “ฝ่าบาท วันนี้คุณหนูไป๋เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่อาจรับหน้าที่มารดาแห่งใต้หล้าได้”

สีหน้าของฉู่เยี่ยนเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า “อะไรคือเสื่อมเสียชื่อเสียง ใต้เท้าเจิ้งพูดให้ชัดเจนหน่อยดีกว่า ไม่เช่นนั้นข้าไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่”

เมื่อใต้เท้าเจิ้งได้ฟังดังนั้นก็หวั่นใจ ยังจะให้เขาพูดให้ชัดเจนอีกหรือ นี่ล้วนเป็นการคาดคะเนเอาเองของทุกคน ไปจนถึงข่าวลือที่แพร่สะพัดท่ามกลางชาวบ้านช่างนินทา

“ทำไม? ไม่พูดออกมาเล่า?” ฉู่เยี่ยนถาม

เสียงของเขาฟังดูราบเรียบทว่ามีกำลัง ไม่ได้ยินดีหรือโกรธเคือง ราวกับว่าไม่มีอะไรผิดปกติ

แต่ใต้เท้าเจิ้งฟังแล้วกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เสียงของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความกดดันอย่างชัดเจน กดดันเสียจนเขาหายใจไม่ออก อึดอัดเป็นอย่างมาก

ครั้นคิดว่าสกุลเจิ้งของเขาก็นับว่าเป็นสกุลใหญ่ที่มีรากฐานอยู่บ้าง ตำแหน่งของเขาในราชสำนักก็ไม่ต่ำต้อย หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เขาใกล้ชิดกับเซียวอ๋อง ผลสุดท้ายก็ไม่ต้องเจอกับการลดขั้น

แต่ต่อให้ลดขั้นแล้วสองขั้น เขาก็ยังคงมีสิทธิ์เข้ามาอภิปรายในตำหนัก เพียงแต่ตำแหน่งใหญ่ไม่เท่าตำแหน่งก่อนหน้า

เพื่อให้สกุลเจิ้งรุ่งเรืองต่อไป เขาจำต้องหาที่พึ่งพิงใหม่ เดิมคิดว่าจัวซีเอ๋อร์ได้เป็นฮองเฮาแล้ว สกุลของเขาต้องมั่นคงขึ้นเกือบสิบส่วนแน่

ใครเล่าจะรู้ว่าเวลาสำคัญเช่นนี้กลับเกิดจุดหักเห

บางคำพูดจัวเฉิงจื้อไม่สะดวกจะพูด ทำได้เพียงปล่อยให้คนนอกอย่างเขาเอ่ยปากพูดเอง

“ฝ่าบาท คุณหนูไป๋หายตัวไปสามปี ระหว่างสามปีนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เกรงว่าวาจาจากปากนางจะยังไม่น่าเชื่อถือ ใต้หล้าต่างก็พูดกันไปต่างๆ นานา คำนินทาใดล้วนมีทั้งสิ้น”

ฉู่เยี่ยนเอ่ยขึ้นทันที “ใต้หล้าพูดอย่างไรข้าไม่สนใจอยู่แล้ว ไม่คิดจะไปสนใจด้วย ตอนนี้ข้ารู้อยากรู้ว่าใต้เท้าเจิ้งต้องการจะพูดอะไรออกมาจากปากกันแน่”

ใต้เท้าเจิ้งขาสั่นพั่บๆ รีบโขกศีรษะหนึ่งครั้ง “ฝ่าบาทโปรดไตร่ตรอง กระหม่อมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

จัวเฉิงจื้อเห็นใต้เท้าเจิ้งปอดแหก ก็พลันโมโหจนต้องถลึงตามองใต้เท้าเจิ้งอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองใต้เท้าเก๋อแห่งกรมพิธีการ

ใต้เท้าเก๋อรู้สึกกลัว เหตุใดจัวเฉิงจื้อถึงมองเขากัน หรือว่าจะให้เขาเอ่ยปากพูดบ้าง มีใต้เท้าเจิ้งแล้วยังไม่พออีกหรือไร

ทันใดนั้นใต้เท้าเก๋อรีบหลุบตาลง ทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของจัวเฉิงจื้อ

จัวเฉิงจื้อไหนเลยจะปล่อยเขาไปเช่นนี้ เขาเดินออกจากแถวของตัวเองทันที เมื่อไปถึงตรงหน้าของใต้เท้าเก๋อแล้วก็กระซิบที่ข้างหูของใต้เท้าเก๋ออยู่หลายคำ

ใต้เท้าเก๋อพยักหน้าด้วยความจนใจเป็นอย่างมาก คราวนี้จัวเฉิงจื้อถึงจะกลับแถวของตัวเองไป

อ๋องเจ็ดเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเหยียดหยาม

ฮ่องเต้ที่ตาบอดแล้วจะยังนั่งบัลลังก์มังกรได้อย่างไร

นี่แค่วันแรกเท่านั้น ขุนนางใต้บังคับบัญชาก็เริ่มไม่เป็นสุขแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป โถงที่กว้างใหญ่เช่นนี้จะยังเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ได้หรือ

ครั้งนี้ตนไม่ได้สังหารเขา แค่ทำให้เขาตาบอดเท่านั้น นับว่าเป็นโชคดีของเขาแล้ว แต่ครั้งหน้าเขาไม่มีทางรอดพ้นไปได้แล้ว

จัวเฉิงจื้อกลับไปยังตำแหน่งของตัวเองแล้ว ใต้เท้าเก๋อก้าวออกมาแทนที่ คุกเข่าเอ่ยกับฉู่เยี่ยนว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญอยากพูดพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “ว่ามา!”

ใต้เท้าเก๋อเอ่ย “ทูลฝ่าบาท ชาวบ้านต่างก็พูดกันว่าตอนที่คุณหนูไป๋ตกระกำลำบากอยู่ที่ต่างแดน นางมี...มี...” เขายังพูดไม่ทันจบ ตรงหน้าผากก็เหงื่อแตกพลั่กหมดแล้ว

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 609