คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 612
ตอนที่ 1223 เลี้ยงลูกเสื้อลูกจระเข้
ฉู่อันรอจนฟ้าสางแล้วก็ยังไม่มีใครกลับมารายงาน ในที่สุดเขาก็เริ่มเป็นกังวล ความมั่นใจในตอนแรกหายไปทันทีในตอนนี้ เขาน่าจะคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก สตรีนางนั้นเป็นดวงใจของฉู่เยี่ยน แล้วฉู่เยี่ยนจะไม่วางการป้องกันรอบๆ นางไว้ได้อย่างไร โดยเฉพาะหลังจากที่เจอกับการลอบสังหารที่เมืองหลิวเซี่ยน ฉู่เยี่ยนจะทำอะไรย่อมเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นอยู่แล้ว
เขาน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก!
บุรุษชุดเขียวกลับมาพร้อมเหงื่อเต็มศีรษะ ฉู่อันลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยพลัน ถามเขาว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”
ทว่าบุรุษชุดเขียวส่ายหน้า “ตายทั้งหมด ไม่มีใครรอดเลยขอรับ”
ฉู่อันถอนใจโล่งอก ถามอีกว่า “แน่ใจหรือไม่ว่าตายทั้งหมด”
บุรุษชุดเขียวพยักหน้า “ข้าสังหารทิ้งไปสองคน ส่วนคนอื่นกัดยาพิษฆ่าตัวตายเองขอรับ”
ฉู่อันโล่งใจมาก บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย “ไม่มีใครรอดก็แล้วไป ฉู่เยี่ยนไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรข้าไม่ได้”
ฝ่ายบุรุษชุดเขียวว่า “ท่านอ๋อง ข้าเห็นถม้าคันหนึ่งอยู่ที่ประตูจวนจิ้นอ๋อง รถม้าคันนั้นพาใครบางคนกลับวังไปแล้ว ข้าเดาว่าน่าจะเป็นฮ่องเต้ ตอนที่พระองค์ออกจากจวนจิ้นอ๋อง เป็นเวลาก่อนว่าราชการหนึ่งชั่วยามขอรับ”
ฉู่อันเลิกคิ้ว เปลี่ยนมาเป็นยิ้มเย็นชา “จริงสิ เพื่อไป๋จื่อแล้ว เขาไปแม้กระทั่งเมืองหลิวเซี่ยน แล้วไฉนเลยจวนจิ้นอ๋องที่อยู่ใกล้แค่นี้จะไม่ไป”
“ส่งคนไปจับตาดูเอาไว้ หากเขาออกจากวังอีกก็อย่าพลาดโอกาสเด็ดขาด” ขอเพียงฉู่เยี่ยนตาย เขาถึงจะมีโอกาส ดังนั้นเขาไม่มีทางให้ฉู่เยี่ยนมีชีวิตรอดแน่
ขณะเดียวกัน ฉู่เยี่ยนก็มอบคำสั่งให้อาอู่และฟู่เจิงจับพิรุธฉู่อันให้ได้โดยเร็วที่สุด จัดการเขาให้สิ้นซาก ไม่ให้เขาได้มีโอกาสกลับลำได้
เขาไม่อยากสังหารน้องชาย แต่น้องชายกลับต้องการสังหารเขาเสมอ
เช่นนั้นเขาก็จะไม่ออมมืออีกต่อไป ปล่อยเสือกลับป่าก็ไม่ต่างอะไรกับเลี้ยงลูกเสือลูกจระเข้
และไม่ว่าเขาจะยังเป็นฮ่องเต้ไปอีกนานเท่าไร ฉู่เยี่ยนผู้นี้ก็ต้องเป็นเสี้ยนหนามอยู่วันยันค่ำ
ถือว่ากำจัดขวากหนามให้กับฮ่องเต้องค์ต่อไปก็แล้วกัน...
ฤดูหนาวปีนี้คล้ายจะมาถึงช้าเป็นพิเศษ ใกล้จะพ้นเดือนสิบอยู่แล้ว ทว่าลมที่พัดมาปะทะตัวกลับไม่ได้เป็นลมหนาวที่แท้จริง
วันนี้ไป๋จื่อเย้าเด็กน้อยอยู่กับจ้าวหลาน จู่ๆ พ่อบ้านก็รีบร้อนเดินมา
“คุณหนูไป๋ นอกจวนมีข้ารับใช้มาส่งจดหมาย บอกว่าเป็นข้ารับใช้จากจวนสกุลเคอ มาเชิญคุณหนูไปรักษาคุณหนูเคอที่จวนขอรับ”
คุณหนูเคอ? เสียนเอ๋อร์หรือ ไป๋จื่อพลันตกใจ ขณะคิดจะลุกขึ้นยืนก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา
ตอนนี้แม้จะมีคนรู้เรื่องนางกลับเมืองหลวงมาแล้วมากทีเดียว แต่คนที่รู้ว่านางอยู่ที่จวนจิ้นอ๋องกลับน้อยยิ่งกว่าน้อย นอกจากเมิ่งหนานที่พบกันโดยบังเอิญแล้ว ก็มีเพียงอันอ๋องที่อยากฆ่านางเพราะเห็นนางเป็นศัตรู
สกุลเคอไม่มีทางรู้ว่านางอยู่ที่นี่
“มีใครอีกหรือไม่” ไป๋จื่อถาม
พ่อบ้านส่ายหน้า “ไม่มีคนอื่นแล้วขอรับ มีเพียงข้ารับใช้ที่มาส่งจดหมายเท่านั้น”
นี่ยิ่งแปลกแล้ว คนสกุลเคอที่นางเคยพบให้ความสำคัญกับมารยาทเป็นอย่างมาก หากต้องการเชิญหน้าไปรักษาโรค จะมีเพียงข้ารับใช้คนหนึ่งมาเชิญได้อย่างไร
นางไป๋จื่อไม่ใช่หมอทั่วไปตามท้องถนน และไม่ใช่หมอในโรงหมอเช่นกัน
จ้าวหลานเห็นนางกลับลงมานั่งเหมือนเดิม จึงถามด้วยความฉงนว่า “เจ้าไม่ไปรักษาให้เสียนเอ๋อร์หรือ”
ไป๋จื่อยิ้มจาง “หากเป็นเสียนเอ๋อร์ ข้าย่อมรักษาให้นางแน่เจ้าค่ะ แต่เกรงว่าจะไม่ใช่เสียนเอ๋อร์ แต่มีคนอาศัยชื่อเสียนเอ๋อร์มาหลอกข้ามากกว่า”
องครักษ์และองครักษ์ลับในจวนจิ้นอ๋องแห่งนี้มีมากมาย เรียกได้ว่าการป้องกันแน่นหนา ไม่อาจฝ่าเข้ามาได้ จึงไม่มีใครทำร้ายนางได้ที่นี่
แต่หากออกจากจวนจิ้นอ๋องไปแล้ว เรื่องราวย่อมยากขึ้น นางไม่สามารถไปไหนมาไหนโดยพาผู้คุ้มกันกลุ่มใหญ่ไปด้วยกระมัง
“เจ้ากลับไปบอกเขาว่าข้าไม่สะดวกออกไป ให้เขาบอกใต้เท้าเคอว่าให้พาคุณหนูเคอมาที่จวนดีกว่า”
หลังจากพ่อบ้านไปแล้ว จ้าวหลานรีบถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าคนผู้นั้นหลอกเจ้า อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้”
……….
ตอนที่ 1224 ตั้งใจแต่งตัว
ไป๋จื่อรับเด็กน้อยมาจากอกของจ้าวหลาน เด็กน้อยเหมือนก้อนนุ่มๆ อุ้มแล้วรู้สึกสบายมากจริงๆ นางได้กลิ่นนมเข้มข้นแล้วยิ่งพาให้รู้สึกสบายใจมากขึ้นด้วย
“ไม่ว่าจะหลอกข้าหรือไม่ ข้าล้วนไม่มีทางออกจากจวนจิ้นอ๋อง หากเป็นเสียนเอ๋อร์จริง ใต้เท้าเคอต้องพาเสียนเอ๋อร์มา ถึงตอนนั้นก็จะแยกแยะจริงเท็จได้เองเจ้าค่ะ”
จ้าวหลานพยักหน้า “ระวังไว้หน่อยก็ดีเหมือนกัน จื่อเอ๋อร์ เจ้าเข้าวังไม่ดีกว่าหรือ ในวังน่าจะปลอดภัยกว่าที่นี่มาก ฮ่องเต้จะได้ไม่ต้องลอบออกจากวังมาพบเจ้า หนึ่งหรือสองครั้งไม่เป็นไรหรอก แต่นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว หากมีเรื่องไม่ดีอะไรเกิดขึ้นจะทำอย่างไร”
ไป๋จื่อส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่เจ้าค่ะ” นางไม่อยากเข้าวัง มองนกขมิ้นสวมชุดสีแดงเหล่านั้นโผกายใส่เขา พากันหึงหวงและแย่งชิงให้เขามาเยือนตำหนัก และมีความเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเช่นนั้น...
ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องพวกนี้ นางก็อยากจะเดินจากไปเสียใจจะขาด
ไม่นานนักพ่อบ้านก็รีบร้อนเข้ามา
“คุณหนูไป๋ อี๋ผิงจวิ้นจู่มาขอรับ นางบอกว่าอยากพบท่าน”
อี๋ผิงจวิ้นจู่? ไป๋จื่อคิดไม่ออกว่าคนผู้นี้เป็นใคร จึงเงยหน้ามองพ่อบ้าน “นางเป็นจวิ้นจู่จากจวนใดกัน”
พ่อบ้านรีบกล่าว “อี๋ผิงจวิ้นจู่เป็นบุตรีของหนานเจียงอ๋อง ตอนนี้แต่งเข้าสกุลเมิ่งแล้ว เป็นฮูหยินของคุณชายเมิ่งที่มาที่จวนอ๋องเมื่อครั้งก่อนขอรับ”
ภรรยาของเมิ่งหนาน? เจ้าสาวที่ต้องการแขกผู้มีเกียรติอย่างนั้นไปตรวจอาการให้ในวันแต่งงานเมื่อสามปีก่อนน่ะหรือ
นางมีภาพจำที่ไม่ดีต่ออี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้นี้ แต่ไหนแต่ไรไม่คิดจะคบค้าสมาคมกับนาง เหตุใดวันนี้อี๋ผิงจวิ้นจู่ถึงมาหานางที่จวนจิ้นอ๋องเล่า หรือนางจะมาเพราะเรื่องของเมิ่งหนาน
ไป๋จื่อขมวดคิ้ว นางเข้าใจจิตใจของเมิ่งหนานดี และนางไม่คิดเคยเลยว่าผ่านไปสามปีแล้ว ทว่าเมิ่งหนานก็ยังมองนางด้วยสายตาเช่นเดิมกับในวันวาน
จ้าวหลานอยู่ในเมืองหลวงตลอดสามปี เคยได้ยินข่าวลือของจวนสกุลเมิ่งมาไม่มากก็น้อย จึงรู้ว่าอี๋ผิงจวิ้นจู่ผู้นี้ไม่ใช่คนที่น่าคบหาสักเท่าไร นางบอกกับไป๋จื่อตามตรงว่า “อย่าพบนางจะดีกว่า นางไม่น่าสนทนาด้วยหรอก บอกว่าเจ้าป่วย ไม่สะดวกพบนางเถอะ”
ไป๋จื่อกลับส่ายหน้า “พบกันสักครั้งดีกว่าเจ้าค่ะ บางเรื่องหากไม่พูดออกไปตรงๆ ก็ไม่มีทางไขข้อข้องใจได้ พบกันก่อน ดูว่านางเป็นอย่างไรแล้วค่อยว่ากัน” ถึงอย่างไรเสียก็เป็นภรรยาของเมิ่งหนาน นางอยากจะไว้หน้าอีกฝ่ายสักหน่อย แต่นางจะไว้หน้าได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอี๋ผิงจวิ้นจู่แล้ว
พ่อบ้านย้อนกลับไปที่นอกจวน กล่าวกับสาวใช้ว่า “คุณหนูไป๋ให้มาเชิญ”
สาวใช้พยักหน้า จากนั้นค่อยหมุนกายกลับไปที่ข้างรถม้า บอกอี๋ผิงจวิ้นจู่ที่อยู่ในตัวรถ “จวิ้นจู่ เข้าไปได้แล้วเจ้าค่ะ”
อี๋ผิงจวิ้นจู่ตอบรับด้วยความรำคาญใจ นอกจากเข้าวังแล้ว แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยต้องรออยู่ที่นอกจวนของใครมาก่อน ไป๋จื่อผู้นี้หน้าใหญ่จริงๆ
วันนี้นางตั้งใจแต่งตัวอย่างดี สวมเสื้อผ้าสีดอกท้อที่เตะตา ด้านล่างสวมกระโปรงจับจีบซ้อนปักลายดอกไม้สีขาวา ส่วนด้านล่างสุดของกระโปรงปักลายดอกไม้และนกนานาพันธุ์สีสันสดใส
บนศีรษะประดับเครื่องประดับจนเต็มแน่น สองข้างของมวยผมปักปิ่นผีเสื้อทองอร่าม ด้านบนสุดของศีรษะมัดมวยผมเป็นรูปทรงลูกท้อ ประดับด้วยดอกโบตั๋น และประดับต่างหูทองอีกต่างหาก
ประณีตและงดงาม ด้วยนางไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าศัตรูหัวใจ
หลังจากอี๋ผิงจวิ้นจู่ลงจากรถม้า นางก็ให้สาวใช้ช่วยนางจัดเสื้อผ้า รวมถึงจัดทรงผมให้เข้าที่มากขึ้น เพราะมันเอียงจากรถม้าที่โคลงเคลงอยู่บ้าง
“ข้าดูเป็นอย่างไรบ้าง” อี๋ผิงจวิ้นจู่เลิกคิ้วมองสาวใช้
สาวใช้ยิ้มว่า “จวิ้นจู่เกิดมางดงาม บวกกันวันนี้แต่งตัวเช่นนี้ด้วย เรียกได้ว่าส่องประกายไปทั่วทุกด้าน ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละสายตาไปได้เจ้าค่ะ”
แม้อี๋ผิงจวิ้นจู่จะไม่ค่อยชอบคำว่าส่องประกายไปทั่วทุกด้าน ทว่าเห็นสาวใช้กล่าวจากใจจริงก็ไม่ได้ตำหนินาง เพียงยิ้มจางๆ “ต่อไปนี้อุปมาว่าข้างดงามเหนือใครนะ เข้าใจหรือไม่”