คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 607

#607คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1213 คุณชายไม่ใช่คุณชายคนก่อนอีกแล้ว

เสี่ยวเหอเอ่ยว่า “จวิ้นจู่อย่าเพิ่งโกรธเจ้าค่ะ บ่าวได้ยินซื่อจิ่วพูดว่า รถม้าที่คุณหนูไป๋นั่งเป็นรถม้าจากในวังหลวง คนที่คุ้มครองนางกลับจวนก็เป็นองครักษ์จากในวังหลวงเช่นกัน แถมยังมีโจวอาอู่ผู้นั้นอยู่ด้วยนะเจ้าคะ”

ฉู่หนิงย่อมรู้จักโจวอาอู่ผู้นี้ เขาเป็นองครักษ์ของฮ่องเต้ นับเป็นคนใหญ่คนโต ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากฮ่องเต้เป็นอย่างยิ่ง ได้รับความคุ้มครองจากเขาย่อมเป็นบัญชาจากฮ่องเต้เอง คนธรรมดาจะสั่งโยกย้ายเขาตามใจชอบได้อย่างไร

“เป็นนางสารเลวคนหนึ่งจริงๆ ทางหนึ่งล่อลวงฮ่องเต้ ทางหนึ่งลอบพบหน้ากับสามีของข้า นางทำเรื่องเลวๆ เช่นนี้ ฮ่องเต้รู้บ้างหรือไม่”

เสี่ยวเหอไม่กล้าสอดปาก ได้แต่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างๆ

ฉู่หนิงวางจอกชาในมือลง เดินไปมาในโถงอยู่สองรอบ ก่อนที่จู่ๆ จะหยุด บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มมีเลศนัย “อีกเจ็ดวันหลังจากนี้จะมีพิธีวันสารทถูกจัดขึ้นในวังหลวง ถึงตอนนั้นจะมีงานเลี้ยง นางย่อมต้องไปด้วยกระมัง! ข้าอยากจะดูสักหน่อยว่าสตรีที่ทั้งฮ่องเต้และสามีของข้าลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำมีหน้าตาอย่างไร”

มีนางฉู่หนิงอยู่ นางไม่มีทางให้สตรีนางนั้นทำสำเร็จแน่

เสี่ยวเหอหวั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่จวิ้นจู่เผยรอยยิ้มนั้นออกมา นางจะทำเรื่องที่บ้าคลั่งบางอย่างเสมอ

อย่างเช่นวันที่แต่งงานกับคุณชายเมิ่งเมื่อสามปีก่อน นางเคยยิ้มเช่นนี้เหมือนกัน

...

แสงอาทิตย์โพล้เพล้ลาลับ กลายเป็นราตรีที่มีลมกลางฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน

หลังจากไป๋จื่อกินข้าวเย็นร่วมกับจ้าวหลานแล้ว นางก็กลับไปที่เรือนพักแขกพร้อมกับเสี่ยวชิง

บนทางเดินที่ยาวไกล เสี่ยวชิงเงยหน้ามองจันทร์เสี้ยวที่ถูกเมฆบางบดบังอยู่กลางท้องฟ้า ก่อนจะทอดถอนใจเสียงหนึ่ง “ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณชายจะเป็นอย่างไรบ้างนะเจ้าคะ” นางกลุ้มใจมาก คุณชายไปตามหายาที่ดินแดนตะวันตกเพียงลำพัง ทว่าฮ่องเต้ไม่ต้องการยานั้นโดยสิ้นเชิง

หากเกิดเรื่องอะไรกับคุณชายขึ้นที่ดินแดนตะวันตก...นางกัดริมฝีปาก พยายามไม่ให้น้ำตาไหลลงมา พร้อมกันนั้นก็กำหมัดอย่างแรง

ไป๋จื่อหยุดฝีเท้า หันกลับไปมองเสี่ยวชิง

เสี่ยวชิงลดตะเกียงในมือลง ด้วยไม่อยากให้ไป๋จื่อเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าของตัวเอง

“เจ้าร้องไห้หรือ” ไป๋จื่อถาม

เสี่ยวชิงส่ายหน้า เอ่ยเสียงแข็ง “ข้าไม่ได้ร้องไห้เจ้าค่ะ”

“เจ้าร้องไห้!”

เสี่ยวชิงยังคงส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ร้องไห้”

ยามค่ำคืนในฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างมืด แม้จะมีแสงจันทร์ส่องสว่าง ทว่าก็ยังคงไม่อาจส่องแสงผ่านท้องฟ้ามาได้

“ซ่งหลางเขาไม่มีทางเป็นอะไร เจ้าไม่รู้จักความสามารถของเขาหรือ” ไป๋จื่อยกมือขึ้น หมายจะเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของอีกฝ่าย

เสี่ยวชิงกลับกล่าวว่า “ท่านไม่รู้ว่าคุณชายไม่ใช่คุณชายคนก่อนอีกแล้ว สามปีมานี้สุขภาพกายและใจของเขาได้รับความเสียหายอย่างมาก เขาในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว”

สีหน้าของไป๋จื่อเปลี่ยนไปเล็กน้อย พยายามหวนนึกถึงซ่งหลางตอนที่พบกันในเมืองหลิวเซี่ยน แต่นางกลับจำอะไรไม่ได้ เพราะตอนที่อยู่ที่เมืองหลิวเซี่ยน ความสนใจทั้งหมดของนางอยู่ที่ฉู่เยี่ยน จึงไม่ได้สนใจซ่งหลางมากเท่าไรนัก ตอนนี้นึกดูก็นึกไม่ออก สีหน้าของเขาในตอนนั้นเป็นอย่างไรกันนะ

“เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ซ่งหลางเป็นอะไรกันแน่” ไป๋จื่อถาม

เสี่ยวชิงส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณชายเป็นอะไร ทว่าเห็นเขาไม่ค่อยสบายอยู่เสมอ ลุงหยวนมักจะให้เขาพักผ่อนอยู่บ่อยๆ เจ้าค่ะ”

ไป๋จื่อรู้สึกผิดอยู่บ้าง ซ่งหลางไปก่อนที่ฉู่เยี่ยนจะได้ยาถอนพิษ นางไม่อาจไปตำหนิฉู่เยี่ยนเพราะเรื่องนี้ได้ จะโทษก็แต่ทุกอย่างไม่ประจวบเหมาะเอาเสียเลย หากได้ยาถอนพิษมาก่อนสักสองวัน ซ่งหลางอาจจะไม่ต้องไปดินแดนตะวันตก และเสี่ยวชิงก็ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวนแทนเขาเช่นนี้

นางถอนใจเสียงหนึ่ง แล้วยื่นมือไปตบไหล่เสี่ยวชิงเบาๆ “ไม่เป็นอะไรหรอก เจ้ากังวลเกินไปแล้ว”

เสี่ยวชิงไม่ได้ตอบอะไรนาง ทั้งสองคนเดินหน้าไปด้วยกันอยู่พักหนึ่งก็ออกจากทางเดินที่ยาวเหยียด เข้าสู่ทางเดินหินสีดำในสวนดอกไม้

……….

ตอนที่ 1214 ท่านจะแต่งให้ฮ่องเต้

ใกล้จะถึงเรือนพักแขกแล้ว จู่ๆ เสี่ยวชิงก็ถามขึ้นมา “ท่านจะแต่งให้ฮ่องเต้ใช่หรือไม่”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้าไม่รู้”

“ท่านจะแต่ง ข้ารู้ว่าท่านจะแต่ง” เสี่ยวชิงตอบอย่างมั่นใจ

ไป๋จื่อพลันหัวเราะออกมา “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าจะแต่ง มั่นใจปานนั้นเลยหรือ”

เสี่ยวชิงว่า “ท่านรักเขา เขาเองก็รักท่าเช่นกัน”

“แล้วอย่างไร คนรักกันสุดท้ายอาจจะไม่ได้เคียงคู่กันก็ได้ เรื่องนี้ยากจะพูดนัก”

เสี่ยวชิงไม่เข้าใจ “ในเมื่อรักกัน เหตุใดไม่เคียงคู่กัน”

ไป๋จื่อหยุดฝีเท้า ยืนอยู่บนสะพานโค้งเหนือลำธารขนาดเล็ก นางเอียงกายและเงยหน้าขึ้น มองจันทร์เสี้ยวหม่นหมองกลางท้องฟ้า แววตารางเลือนและโศกเศร้า

“ความรักเป็นเรื่องง่าย ขอเพียงทั้งสองฝ่ายถูกตาต้องใจกันก็พอแล้ว เจ้าชอบข้า ข้าชอบเจ้า ง่ายดายเพียงนั้น” นางถอนสายตากลับมาจากท้องฟ้า แล้วหันไปมองเสี่ยวชิงที่อยู่ข้างๆ “แต่การแต่งงานกลับไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบข้า และข้าก็ชอบเจ้าพอดีเช่นกันง่ายๆ เช่นนั้น การแต่งงานหมายถึงการผูกคนสองคนที่เดิมทีไม่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน ใช้ชีวิตร่วมกันไปทั้งชีวิต ชีวิตนี้อาจจะสั้นมาก หรืออาจจะยาวมากก็ได้”

“ข้าหวังว่าชีวิตของข้าจะยืนยาว ข้าจึงให้ความสำคัญกับการแต่งงาน ไม่อาจทำการตัดสินใจโดยอาศัยเพียงความรัก ต้องรู้ว่าหากแต่งให้เขา นั่นหมายความว่าเจ้าต้องรับทุกอย่างของเขาให้ได้ และทุกอย่างนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่าหมายความว่าอย่างไร”

เสี่ยวชิงคล้ายจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว ฉู่เยี่ยนเป็นฮ่องเต้ ทุกอย่างของเขาหมายถึงแคว้นฉู่ หมายถึงสามวังหกตำหนัก หมายถึงต่อจากนี้เขาจะมีสนมอีกมากมาย และสตรีมากมายเหล่านั้นจะแย่งชิงกันให้กำเนิดโอรสก่อน

นี่เป็นสิ่งที่คนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างไป๋จื่อไม่อาจรับได้

ไป๋จื่อไม่เหมือนกับสตรีทั่วไป นางไม่มีทางถูกผูกมัดด้วยประเพณีปฏิบัติ ชีวิตที่นางต้องการคือชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุข ไม่ใช่การสูญเสียอิสรภาพท่ามกลางความหรูหราและเงินทอง กลายเป็นนกขมิ้นทองที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรง

นางจึงจะไม่แต่งให้ฉู่เยี่ยนอย่างนั้นหรือ

เช่นนั้นคุณชายก็มีหวังใช่หรือไม่

ความรู้สึกหนักใจแต่เดิมของเสี่ยวชิงสลายสิ้น ความขนขื่นบนใบหน้าจางหายไปในทันที นางยิ้มเอ่ยว่า “แม่นางทำเรื่องที่ตัวเองอยากทำดีกว่า ใต้หล้ามีคนดีตั้งมากมาย เสียคนผู้นี้ไปแล้ว อย่างไรก็ต้องมีคนที่ดีกว่ารอแม่นางอยู่”

ไป๋จื่อส่ายหน้าอย่างจนใจ “เด็กสาวอย่างเจ้านี่ เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็ยิ้มออกมา” เสี่ยวชิงไม่ใช่คนในเมืองหลวง ความนึกคิดล้วนเขียนอยู่บนใบหน้า เสี่ยวชิงคิดอะไรอยู่ ไป๋จื่อรู้ดีอยู่แก่ใจ ทว่านางไม่อยากพูดทำลายความหวังนาง อย่างไรคนก็สมควรมีอุดมคติที่สมบูรณ์แบบ ชีวิตถึงจะเดินต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นทางตรงหน้าก็จะมีแต่ความมืดมิด ไร้แสงสว่างไม่สิ้นสุด แล้วชีวิตจะเดินต่อไปได้อย่างไร

ทั้งสองคนไม่พูดจาอีก เมื่อกลับถึงเรือนพักแขกแล้ว เสี่ยวชิงไปที่ห้องฝั่งตะวันตก ส่วนไป๋จื่อไปที่ห้องฝั่งตะวันออก

เรือนนี้ถูกตกแต่งเป็นอย่างดี ภายในห้องเปลี่ยนใช้ผ้าปูที่นอนชุดใหม่ การจัดวางที่เดิมทีเรียบง่ายจึงมีความงดงามเพิ่มขึ้นมาก

ไป๋จื่อไม่ชอบให้มีคนคอยรับใช้ เพียงให้พวกนางเตรียมน้ำอาบให้ก็เพียงพอแล้ว จากนั้นจึงให้พวกนางออกไปทั้งหมด

หลายวันนี้นางเดินทางตลอด ไม่ได้อาบน้ำดีๆ สักครั้ง บนตัวส่งกลิ่นเหม็นไปหมดแล้ว

นางถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น เผยเรียวขายาวและขาวเหมือนกับหยกคู่หนึ่ง แผ่นหลังของนางเนียนละเอียด ตรงเอวผอมบางงอนขึ้นราวกับยอดเขาหยก ผิวขาวเนียนนุ่ม นับเป็นความงามที่ทำให้ต้องหยุดหายใจ

นางปีนขึ้นถังอาบน้ำแล้วก็หลับตาพักผ่อน ไหนเลยจะรู้ว่าในมุมมืดมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองนางอยู่ ดวงตาคู่นั้นเห็นเรือนร่างสมบูรณ์แบบของนางแล้ว ลูกตาดำพลันหยั่งลึก คล้ายกับมีเปลวไฟพวยพุ่งออกมา แทบจะเผาทั้งตัวเขาให้มอดไหม้ได้อยู่แล้ว

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 607