คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 601
ตอนที่ 1201 คุกจี๋จื้อ
บนใบหน้าขาวราวกับหยกปรากฏสีแดงสองพวง เหมือนกับหิมะกัดไม่มีผิด นางยิ้มต่อว่าเขา “ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ได้เป็นเช่นนี้ ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน เหตุใดเจ้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ปากเอาแต่พูดอะไรไม่รู้อยู่เรื่อย”
ฉู่เยี่ยนพลันยิ้มออกมา มือออกแรงเล็กน้อยเพื่อดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดของตนเองอย่างเบามือ เขารู้สึกสบายใจคล้ายกับล่องลอยอยู่บนหมู่เมฆท่ามกลางแสงอาทิตย์สดใส ทุกอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งนัก
“นี่ต่างหากถึงจะเป็นข้าตัวจริง คนที่ข้ารักอยู่ตรงหน้าแล้ว ข้าไม่ต้องเสแสร้งอีก เจ้าไม่ชอบที่ข้าเป็นเช่นนี้หรือ”
ไป๋จื่อถูกเขาเย้าจนขนลุกไปทั่วทั้งตัว จนต้องยื่นมือไปทุบหน้าอกเขาเบาๆ “เจ้านี่นะ ไปเรียนรู้การทำตัวแปลกๆ เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร”
ฉู่เยี่ยนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ จึงก้มหน้าลงหอมแก้มนางครั้งหนึ่ง ทว่าก็รู้สึกว่าไม่พอ รีบเลื่อนริมฝีปากไปถึงริมฝีปากของนาง จุมพิตนางอย่างหนักหน่วง
บัดนี้นอกตำหนักมีเสียงจอแจดังมา ฉู่เยี่ยนพลันเงยหน้าขึ้น สายตาตกลงที่ประตูตำหนักอย่างเป็นธรรมชาติ
ไป๋จื่อลืมตาขึ้นพอดี เมื่อเห็นเขามีท่าทางเช่นนั้นก็ตกใจในทันที เพราะท่าทางของเขาไม่เหมือนคนตาบอดเลยสักนิด
นางถามว่า “เจ้ามองเห็นแล้วหรือ”
สายตาของฉู่เยี่ยนกลับมาเหม่อลอยในทันที เขาส่ายหน้า “ยังมองไม่เห็น! เหตุใดเจ้าถึงถามเช่นนี้”
นางรู้สึกว่าตัวเองมองผิดไปแน่ๆ จึงยิ้มว่า “ไม่มีอะไร ข้าก็แค่ถามไปอย่างนั้น ให้ข้าออกไปดูหรือไม่”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า ให้นางนั่งที่ข้างกายตนเอง เอ่ยเสียงดังว่า “ใครส่งเสียงดังอยู่ข้างนอก เข้ามาพูดข้างใน”
ประตูตำหนักเปิดออก สตรีในชุดสีเขียวที่หรูหราวิ่งเข้ามา น้ำตานองหน้า ปิ่นดอกไม้บนศีรษะหลุดลุ่ย ปอยผมสีดำหลายกลุ่มระอยู่บนบ่า
นางพุ่งมาถึงตรงหน้าของฉู่เยี่ยนและไป๋จื่อ คุกเข่าเสียงดัง “ฝ่าบาท ขอร้องพระองค์เห็นแก่ของหม่อมฉัน ปล่อยพี่ชายของหม่อมฉันเถอะนะเพคะ”
สตรีนางนี้ร้องไห้เหมือนดอกสาลี่ร่วงโรยในหน้าฝน ใครเห็นเข้าก็ต้องรู้สึกสงสาร ไป๋จื่อรู้สึกว่าหากตนเองเป็นบุรุษ นางคงจะต้องประคองอีกฝ่ายลุกขึ้น พร้อมทั้งปลอบโยนอีกสักยก
ไป๋จื่อเหล่มองฉู่เยี่ยนที่อยู่ข้างๆ ทว่าสายตาของฉู่เยี่ยนตกอยู่ที่อื่น สีหน้าราบเรียบมาก “เจ้ามาจากตำหนักใด”
ฝ่ายสตรีนางนั้นหยุดร้องไห้ในทันที ก่อนจะมองฮ่องเต้อย่างงุนงง แม้ฮ่องเต้จะไม่เคยเสด็จไปหานางมาก่อน แต่อย่างน้อยก็ต้องจำนางได้กระมัง
ฝูกงกงรีบเข้ามาไกล่เลี่ย “ฝ่าบาท ท่านนี้คือเซียวกุ้ยเหริน ผู้ที่มักจะส่งของว่างมาให้พระองค์อยู่เสมอ”
ฉู่เยี่ยนร้องอ๋อเสียงหนึ่ง “ที่แท้เป็นเซียวกุ้ยเหรินนี่เอง เจ้ารู้หรือว่าพี่ชายของเจ้าทำความผิดอะไร”
เซียวกุ้ยเหรินส่ายหน้า “หม่อมฉันไม่รู้เพคะ”
“เจ้าไม่รู้แม้แต่พี่ชายของเจ้าทำความผิดอะไร กล้ามาขอร้องต่อหน้าข้าเช่นนี้ ไม่กลัวข้าลงโทษเจ้าไปพร้อมกับพี่ชายของเจ้าหรือไร”
เซียวกุ้ยเหรินพลันโง่งม วันนี้นางมาที่นี่เพื่อขอความเมตตาแทนพี่ชายจริงๆ และยังต้องการแสดงด้านอ่อนแอของตนต่อหน้าฮ่องเต้ด้วย เพื่อให้ฮ่องเต้จำนางได้อย่างแม่นยำ ทำเช่นนี้แล้วนางถึงจะมีโอกาสได้รับความรักจากเขา
เรื่องของพี่ชาย บิดานางไม่มีทางนั่งนิ่งดูดาย ด้วยเส้นสายของพวกนางสกุลเซียว ไม่ช้าก็เร็วต้องได้รับความเมตตาจากฮ่องเต้แน่
พูดไปเป็นพันหมื่น เป้าหมายที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้เป็นหลัก
ทว่าฮ่องเต้จำนางไม่ได้ ทั้งยังพูดว่าจะลงโทษนางด้วย...เขากำลังขู่นางอย่างนั้นหรือ ทว่าก็ดูไม่ใช่เช่นนั้น!
ฉู่เยี่ยนไม่มีเวลาพูดไร้สาระกับนาง จึงกล่าวกับฝูกงกงโดยตรง “ฝูกงกง เจ้าบอกเรื่องความผิดของพี่ชายกับนางสิ”
ฝูกงกงกล่าวต่อทันที “เซียวกุ้ยเหริน ตอนนี้พี่ชายของท่านถูกจับขังอยู่ในคุกจี๋จื้อแล้ว”
สีหน้าของเซียวกุ้ยเหรินเปลี่ยนไปในทันที แม้นางจะไม่รู้ว่าพี่ชายทำความผิดอะไร แต่นางรู้ว่าผู้ที่ถูกขังอยู่ในคุกจี๋จื้อล้วนมีความผิดร้ายแรง เรียกได้ว่าต้องโทษประหาร ไม่มีทางรอดพ้นออกมาได้
……….
ตอนที่ 1202 ตำหนักตุยฟาง
“พะ เพราะเหตุใด ข้าไม่เข้าใจ! ปกติพี่ชายของข้าก็แค่เจ้าชู้ ชอบการเล่นพนัน แต่นอกเหนือจากพฤติกรรมเหล่านี้แล้ว เขาก็ไม่เคยทำเรื่องไม่ดีอย่างอื่นเลย”
ฝูกงกงกล่าวอีกว่า “เซียวกุ้ยเหรินรู้หรือไม่ว่าเขาได้รับโทษอะไร”
เซียวกุ้ยเหรินถามรับอย่างแข็งทื่อ “โทษประหารหรือ” ทว่าฝูกงกงกลับส่ายหน้า
นางจึงถามอีกว่า “โทษประหารเก้าชั่วโคตร?”
คราวนี้ฝูกงกงถึงจะพยักหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกล้ำลึก
เซียวกุ้ยเหรินพลันได้สติกลับมา สีหน้าซีดขาวราวกับหิมะ “เจ้าหมายความว่าพี่ชายของข้าเป็นกบฏหรือ”
ครั้นเห็นฝูกงกงพยักหน้า เซียวกุ้ยเหรินก็ร้องด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้ จะเป็นไปได้อย่างไร พี่ชายของข้าไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้น”
ฉู่เยี่ยนแค่นหัวเราะ “ลากตัวนางออกไป” เขาไม่อยากได้ยินเสียงนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว เพราะมันน่ารักคาญเกินไป
ฝูกงกงยกมือ พลันมีองครักษ์เข้ามาบังคับลากตัวเซียวกุ้ยเหรินออกไป
เสียงร้องเรียกของเซียวกุ้ยเหรินค่อยๆ หายไปจากหู
ไป๋จื่อถามว่า “ดูแล้วนางไม่เหมือนคนที่รู้เส้นสนกลในอะไร จำเป็นต้องประหารทั้งโคตรจริงๆ หรือ”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ข้าเกลียดโทษประหารทั้งโคตรเป็นที่สุด แต่หากต้องการปล่อยไปก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน อย่างไรก็ต้องมีการสูญเสียอะไรบ้าง ส่วนพี่ชายและบิดาของนาง กล้าทำก็ต้องกล้ายอมรับ”
...
ตำหนักตุยฟาง
จัวซีเอ๋อร์ฟังวาจาของสาวใช้แล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยความยินดี ก่อนจะถามอีกฝ่ายว่า “เป็นเรื่องจริงหรือ”
สาวใช้พยักหน้า “บ่าวเห็นเองกับตา เซียวกุ้ยเหรินถูกลากตัวออกจากห้องทรงอักษร บ่าวได้ยินมากอีกว่าฝ่าบาทรับสั่งด้วยตนเอง คุณหนู ฝ่าบาทกลับมาแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ”
จัวซีเอ๋อร์เดินหมายจะออกไปข้างนอกในทันที ทว่ายังไม่ทันถึงหน้าประตูก็ย้อนกลับมา ส่องกระจกซ้ายที ขวาที “เสี่ยวหลิง วันนี้เสื้อผ้าของข้างามหรือไม่”
สาวใช้รีบพยักหน้า “งามเจ้าค่ะ คุณหนูรูปโฉมงดงามอยู่แล้ว ใส่อะไรก็งามทั้งนั้นเจ้าค่ะ”
‘ฝ่าบาทถูกลอบจู่โจมที่ข้างนอก ดวงตาได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เหมือนกับคนตาบอด ต่อให้ท่านแต่งตัวงามยิ่งกว่านี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร’ เสี่ยวหลิงคิดในใจ
คำพูดนี้นางได้แต่กล้าคิด ทว่าไม่กล้าพูดออกไป ถึงอย่างไรเสียคุณหนูก็คือคุณหนู บ่าวก็คือบ่าวอยู่วันยันค่ำ
จัวซีเอ๋อร์เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกชุด เช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าทิ้งไป อีกทั้งนำเครื่องประดับบนศีรษะออกอีกสองสามชิ้น คราวนี้ถึงจะได้พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ฝ่าบาทชอบความเรียบง่าย ข้าแต่งตัวเช่นนี้ไม่มีทางพลาดแล้วกระมัง”
วันนี้นางตั้งใจเปลี่ยนกระโปรงผ้าไหมสีแดงดอกท้อที่สวยงามทิ้ง แล้วสวมกระโปรงปักลายสีชมพูแทน ตรงเอวผูกผ้าคาดเอวสีเขียวมรกตทับกันเป็นรูปสามภูผา รัดเอวแน่นจนคอดกิ่ว ทำให้นางดูสูงโปร่ง ตัวตรงแหน็วเป็นพิเศษ
รูปโฉมและรูปร่างของนางนี้ คุณชายผู้เก่งกาจ รูปงามมากมายที่ได้พบนางต่างก็เฝ้าฝันถึง ตั้งแต่นางปักปิ่นมาก็ไม่รู้ว่ามีใครก้าวผ่านขอบประตูจวนสกุลเข้ามาสู่ขอบ้างแล้ว
นางจึงมั่นใจในตัวเองมากเสมอ และคิดว่าฮ่องเต้จะต้องสนใจในตัวนางไม่ต่างจากคนอื่น
จัวซีเอ๋อร์นำสาวใช้ไปที่ห้องทรงอักษร แต่กลับพบสตรีในวังที่แต่งตัวงดงามสองคนตรงระหว่างทาง
“นี่...พวกเจ้าไม่ใช่เหลียงกุ้ยเหรินและอิ๋งกุ้ยเหรินหรือ”
สตรีในวังเป็นกลุ่มคนที่แยกออกได้ง่ายมาก อย่างน้อยตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น เพราะสตรีในวังหลังล้วนต้องมีระดับ เป็นชนชั้นสูง ไม่มีข้อยกเว้น
ทุกคนรู้ดีกว่าหากอยากเป็นข้อยกเว้น เช่นนั้นก็ต้องได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ แม้ฮ่องเต้เสด็จไปถึงตำหนักเพียงครั้งเดียว ระดับของสตรีนางนั้นก็คงเพิ่มขึ้นแล้วกระมัง
น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีใครได้รับโอกาสนั้น
เมื่อเหลียงกุ้ยเหรินและอิ๋งกุ้ยเหรินเห็นจัวซีเอ๋อร์ ต่างก็ตาแดงเหมือนได้เห็นศัตรูคู่แค้นอย่างไรอย่างนั้น “ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้น้องสาวจากสกุลจัวนี่เอง” เหลียงกุ้ยเหรินทักทายตามมารยาท ทว่าแววตากลับดุร้ายยิ่ง มองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า พลางกัดฟันอย่างแรง