คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 600

#600คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1199 บุรุษที่นางเป็นห่วงก็เป็นห่วงนางเช่นกัน

นางอายุสิบเจ็ดปีแล้ว เพียงครั้งเดียวก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะตั้งครรภ์

ทว่าเขาทำเช่นนั้นไม่ได้ เดิมทีชื่อเสียงของนางก็กลายเป็นขี้ปากคนตั้งแต่หายตัวไปเมื่อสามปีก่อนแล้ว หากไม่มีข่าวลือไม่ดีอะไรอีก นางต้องการนั่งตำแหน่งฮองเฮาย่อมได้รับการขัดขวางจากขุนนางนับร้อย ชื่อเสียงมีแต่จะป่นปี้ยิ่งกว่าเดิม

ไป๋จื่อหลุดยิ้มออกมา ที่แท้เขาก็คิดเรื่องนี้นี่เอง นางยังคิดว่าเขาจะทนไม่ไหว ทำเรื่องอะไรสักอย่างก่อนแล้ว

เมื่อเห็นนางยิ้ม ฉู่เยี่ยนก็ถามเสียงแข็ง “เจ้ายิ้มอะไร”

นางส่ายหน้า “ไม่มีอะไร” ในใจรู้สึกจั๊กจี้ บุรุษที่นางเป็นห่วงก็กำลังเป็นห่วงนงาเช่นกัน

ความรู้สึกเช่นนี้ดีมากจริงๆ

หากบุรุษผู้นี้ไม่ใช่ประมุขของแคว้น ไม่ใช่ฮ่องเต้ที่ครอบครองสามวังหกตำหนักจะดีเพียงใดกัน

ในที่สุดการเดินทางสามวันก็จบลง รถม้ามาถึงเมืองหลวงแล้ว ฉู่เยี่ยนไม่ชอบเรื่องอึกทึก รถม้าที่เขาใช้จึงเป็นรถม้าที่ธรรมดาที่สุดจนแม้แต่องครักษ์ป้องกันเมืองก็ยังขวางเอาไว้ บอกว่าต้องการตรวจค้นคนที่อยู่ข้างใน ไปจนถึงข้าวของที่อยู่บนรถม้าทั้งหมด

อาอู่ก้าวมาจากข้างหลัง สายตาตกลงบนตัวองครักษ์ป้องกันเมืองสองคนที่ขวางรถม้าเอาไว้ หน้าตาไม่คุ้นเอาเสียเลย เขาจำองครักษ์ป้องกันเมืองทุกคนที่นี่ได้เป็นอย่างดี ทว่าไม่เคยเห็นสองคนนี้มาก่อนเลย

องครักษ์ป้องกันเมืองอยู่ในการดูแลของฟู่เจิง ด้วยนิสัยของฟู่เจิงแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนองครักษ์ป้องกันเมืองง่ายๆ

“พวกเจ้ามาใหม่รึ” อาอู่ถาม

สองคนนั้นพิจารณาอาอู่ เห็นเขาสวมเสื้อผ้าธรรมดา ทว่าวาจาเหิมเกริมนัก จึงรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก “พูดพล่ามอะไรของเจ้า พวกข้าจะมาใหม่หรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับเจ้าไม่ทราบ รีบให้คนบนรถลงมา พวกข้าต้องการตรวจสอบ”

เสียงของพวกเขาดังมาก ดึงดูดสายตาของชาวบ้านที่อยู่รอบข้าง รวมถึงองครักษ์ป้องกันเมืองอีกสองคนด้วย

ที่น่าแปลกก็คือ อีกสองคนก็แปลกหน้าเช่นกัน ล้วนไม่ใช่คนที่อาอู่คุ้นเคย

อาอู่คร้านจะพูดจาไร้สาระกับพวกเขา ขณะกำลังจะแสดงฐานะ กลับได้ยินเสียงควบม้าดังมาจากในกำแพงเมือง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าเป็นฟู่เจิง

ฟู่เจิงได้ข่าวแล้วก็รีบมา โชคดีที่มาทัน ไม่รอให้อาอู่เอ่ยปาก เขาเปลี่ยนหัวข้อก่อนก้าวหนึ่ง “เจ้าไม่ใช่ผู้คุ้มกันของจวนใต้เท้าเจิ้งหรอกหรือ” ฟู่เจิงขยิบตาให้อาอู่

อาอู่รู้กัน ประสานมือคารวะฟู่เจิง “แม่ทัพฟู่ความจำดีนัก เพียงพบหน้ากันครั้งเดียวก็จำได้แล้วหรือขอรับ”

ฟู่เจิงเอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าเพิ่งพบกับใต้เท้าเจิ้ง บอกว่าวันนี้เจ้าจะคุ้มกันฮูหยินเจิ้งกลับจวน คิดไม่ถึงเลยว่าจะพบเจ้าที่นี่ด้วย”

องครักษ์ป้องกันเมืองย่อมรู้จักแม่ทัพฟู่ และรู้เช่นกันว่าใต้เท้าเจิ้งที่เขาพูดถึงเป็นใคร จึงพากันหลีกทางไปในทันที ไม่กล้าขวางทางอีกต่อไป

อาอู่นำทางรถม้าสองคันและผู้คุ้มกันสิบกว่าคนเข้าเมืองไป หลังจากนั้นไม่นานก็มีชายหนุ่มแปลกหน้าควบม้าตามมา เขาตามมาถึงข้างกายของอาอู่แล้ว เอ่ยเสียงเบาว่า “แม่ทัพโจว แม่ทัพฟู่ให้ข้าน้อยมาบอกว่าให้ท่านนำฮ่องเต้เข้าวังทางประตูเฉิงเต๋อ อย่าเข้าประตูอื่นขอรับ”

“เหตุใดต้องเข้าประตูเฉิงเต๋อ” อาอู่ไม่เข้าใจ ทั่วไปแล้วประตูเฉิงเต๋อเป็นประตูที่พวกนางกำนัลในวังหลังใช้กัน แล้วจะให้ฮ่องเต้เข้าประตูนั้นได้อย่างไร

ชายหนุ่มกล่าว “แม่ทัพโจว ข้าน้อยเพียงนำวาจามาบอก แท้จริงจะเป็นเหตุผลอะไร ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบขอรับ”

อาอู่มองไปทางชายหนุ่ม “ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน เจ้าบอกว่าแม่ทัพฟู่ส่งเจ้ามา แล้วข้าจะเชื่อเจ้าได้อย่างไร”

ฝ่ายชายหนุ่มดึงกริชเล่มหนึ่งออกมาทันที ยื่นไปให้อาอู่ “นี่เป็นสิ่งที่แม่ทัพฟู่ให้ข้ามอบให้ท่านดู เขาบอกว่าท่านเห็นแล้วก็จะรู้ว่าจริงหรือเท็จ”

กริชนี้เป็นรางวัลจากฮ่องเต้ อาอู่เองก็มีเล่มหนึ่ง มีเพียงตรงด้ามจับที่แตกต่างกัน ปกติแล้วฟู่เจิงหวงแหนกริชเล่มนี้มาก จะไม่นำออกมาใช้ง่ายๆ ครั้งนี้ให้คนนำมาเป็นเครื่องรับประกัน เห็นทีว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ แล้ว

……….

ตอนที่ 1200 เกิดเรื่องแล้วหรือ

หลังจากชายหนุ่มจากไป อาอู่ก็บอกเรื่องนี้กับฉู่เยี่ยน

ฉู่เยี่ยนเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็เข้าประตูเฉิงเต๋อ” เขาให้ความสำคัญกับการป้องกันประตูวังอย่างมากเสมอ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมอบให้คนใดคนหนึ่งจัดการการป้องกันประตูวังพร้อมๆ กัน

ล้วนให้ต่างคนต่างดูแล

และประตูเฉิงเต๋อก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของฟู่เจิงที่รับหน้าที่ดูแลอยู่

ฟู่เจิงและอาอู่ล้วนเป็นองครักษ์มังกร เขาจึงไม่ให้ทั้งสองคนดูแลงานป้องกันประตูวัง ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะยุ่ง

ดูท่าต้องมอบให้คนที่ไว้ใจได้ถึงจะถูก

ไป๋จื่อมองฉู่เยี่ยนที่กำลังขมวดคิ้วด้วยความกังวล “เกิดเรื่องแล้วหรือ”

ฉู่เยี่ยนพยักหน้า “อืม น่าจะเกิดเรื่องแล้ว แต่ไม่เป็นไร ในวังมีองครักษ์มังกร พวกเขาทำเรื่องใหญ่อะไรไม่ได้ อย่างมากก็แค่สร้างประเด็นที่ประตูวังเล็กน้อย ไม่ต้องกลัว ข้าจัดการทุกอย่างได้”

เขายื่นมือไปโอบนางเอาไว้ พร้อมทั้งลูบหลังนางเบาๆ

ไป๋จื่อมีสีหน้าเป็นห่วง “พวกเขาจะส่งคนไปจัดการท่านตาหรือไม่”

ฉู่เยี่ยนพลันหัวเราะออกมา “จัดการอาจารย์? พวกเขาเนี่ยนะ? เจ้าล้อเล่นกระมัง เขาฉีอวิ๋นของอาจารย์มีผู้คุ้มกันที่มีฝีมือยอดเยี่ยมอยู่ถึงห้าพันคน แต่ละคนต่างก็เป็นยอดฝีมือ เข้าไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง”

จริงด้วย นางลืมไปเสียสนิทว่ามีผู้คุ้มกันฝีมือดีกลุ่มใหญ่อยู่บนเขาฉีอวิ๋น

ไป๋จื่อแลบลิ้นออกมา น่ารักน่าชังยิ่งนัก

เขาเห็นแล้วก็ได้แต่ทำเป็นมองไม่เห็น ทรมานยิ่งนัก รสชาติของคนตาบอดเป็นเช่นนี้นี่เอง

เห็นทีเรื่องที่เขาสูญเสียการมองเห็นจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งราชสำนักแล้ว การว่าราชการเช้าในพรุ่งนี้จะต้องสนุกมากแน่

รถม้าผ่านประตูเฉิงเต๋อเข้าไปแล้ว มีคนวิ่งมาจากไกลๆ ทว่าก็ถูกเงาดำที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดสังหารทิ้งทันที พวกเขาคุ้นเคยกับท่วงท่าของเงาดำสายนั้นเป็นอย่างมาก เพราะเป็นองครักษ์มังกรที่ฟู่เจิงและอาอู่ฝึกให้เองกับมือ

ภายใต้การคุ้มกันขององครักษ์มังกร รถม้ามุ่งหน้าต่อไปถึงประตูเฉียนเหมิน ฉู่เยี่ยนและไป๋จื่อลงจากรถม้าแล้ว เปลี่ยนเป็นขึ้นเกี้ยว แล้วตรงกลับไปยังห้องทรงอักษร ระหว่างทางนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแม้สักนิดเดียว

บนโต๊ะทรงอักษรมีฎีกาที่สะสมไว้หลายวันกองอยู่ ไป๋จื่อเห็นแล้วพลันตาลาย “นี่เป็นฎีกาที่ถวายแก่ฮ่องเต้หมดเลยหรือ” ฎีกาตรงหน้านี้ใช้คำว่ากองเท่าภูเขาก็ยังไม่เกินไป

ฝูกงกงรีบตอบว่า “เรียนแม่นาง ใช่ขอรับ”

“เยอะเกินไปแล้วกระมัง...หากจะอ่านทั้งหมดนี้ เกรงว่าอดหลับอดนอนหลายวันหลายคืนก็น่าจะยังอ่านไม่หมด”

ฝูกงกงถอนใจเสียงหนึ่ง “ใช่ขอรับ หลังจากฝ่าบาทเลิกราชกิจเช้าในทุกวัน ก็แทบจะต้องอ่านฎีกาอยู่ที่นี่ทุกชั่วยาม บางครั้งมีเรื่องด่วนก็ลืมแม้กระทั่งเสวยอาหาร”

ไป๋จื่อมองฉู่เยี่ยนที่กำลังนั่งเหม่อมองอยู่บนเก้าอี้ ก่อนจะถอนใจออกมาบ้าง “รู้แล้ว พวกเจ้าออกไปเถอะ”

ฝูกงกงนำเหล่านางกำนัลโค้งตัวและถอยออกไป และถือโอกาสปิดประตูตำหนักไปด้วย

ไม่นานนักฟู่เจิงก็เข้ามา ทั้งสามคนสนทนากันเสียงเบา ไป๋จื่อจึงเปิดฎีกาอ่านแก้เบื่อ ยิ่งอ่านมากเท่าไรก็พบว่ามีปัญหามากขึ้นเท่านั้น

ในฎีกาเหล่านี้มีเนื้อหาที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นเยอะมาก อ่านทีละม้วนต่อไปล้วนเป็นการเสียเวลา หากมอบงานนี้ให้นางทำ นางต้องเป็นบ้าแน่นอน

หลังจากทั้งสามคนหารือกันเสร็จ ฟู่เจิงก็ออกไปพร้อมกับอาอู่ ภายในตำหนักที่กว้างขวางเหลือเพียงไป๋จื่อและฉู่เยี่ยนเพียงสองคน

ไป๋จื่อมองซ้ายมองขวา เอ่ยว่า “ให้ข้าเรียกคนเข้ามารับใช้เจ้าหรือไม่” นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ควรทำอะไร

ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอก เจ้ามานี่ดีกว่า”

ดวงตาของเขาจ้องมองไปข้างหน้า พยายามให้ดวงตาหลบหลีกสายตาของนาง ไม่สบตากับนาง

ไป๋จื่อเดินเข้าไปหาเขาอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงที่ข้างกายเขา “เจ้ายังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”

“ไม่เจ็บ ขอเพียงมีเจ้าอยู่ด้วย ข้าไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด” เขาจับมือนางพลางอมยิ้ม

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 600