คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 586
ตอนที่ 1171 เกี่ยวข้อง
นางกำนัลรีบเข้ามา หลังจากทำความเคารพอย่างนอบน้อมแล้ว นางก็กล่าวกับฉู่เยี่ยนว่า “ฝ่าบาท ไท่เฟยให้หม่อมฉันมอบสิ่งนี้ให้พระองค์เพคะ”
สิ่งที่นางส่งให้เป็นผ้าเช็ดหน้าผืนสี่เหลี่ยม ข้างในนั้นเหมือนจะห่ออะไรบางอย่างเอาไว้
ฉู่เยี่ยนรีบรับมาเปิดผ้าเช็ดหน้าออกอย่างว่องไว้ ข้างในเป็นเศษกระดาษที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เขาคุ้นเคยกับตัวหนังสือบนกระดาษยิ่งนัก
เขาห่อผ้าเช็ดหน้าด้วยความระมัดระวัง เอ่ยกับนางกำนัลว่า “ขอบคุณเมิ่งไท่เฟยแทนข้าด้วย”
เมื่อนางกำนัลจากไปแล้ว เขาก็เร่งฝีเท้ากลับไปที่ห้องทรงอักษร
ใช้เวลาสองชั่วยามเต็มๆ เขาถึงจะประกอบกระดาษจดหมายที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือจนสำเร็จ
บางตัวหนังสือเลือนรางไปแล้ว ทว่าก็ยังใช้จินตนาการคาดเดาได้อยู่
นางบอกว่านางไปแล้ว และจะไม่กลับเขาฉีอวิ๋นอีก ไม่กลับมาที่เมืองหลวงอีกเช่นกัน
นอกจากนี้จะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา และไม่มีทางเกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีก
นางบอกให้เขาลืมนาง และเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นฉู่ให้ดี
โชคชะตาของบางคนถูกกำหนดไว้แล้ว
เขาถูกกำหนดให้เป็นฮ่องเต้ ถูกกำหนดให้เสียสละทั้งชีวิตของตนเอง ถูกกำหนดให้ไม่มีอิสระ
นางขอให้อภัยให้นางที่เห็นแก่ตัวขอจบความสัมพันธ์กับเขา นางละทิ้งอิสระ ทิ้งเกียรติ ทิ้งชีวิตที่นางอยากจะมีเพื่อบุรุษคนหนึ่งไม่ได้
ไหล่ของนางอ่อนแอมาก แบกรับภาระหนักเหล่านั้นไม่ได้
นางบอกให้เขาอย่าตามหานาง วาสนาของพวกเขาจบลงตั้งแต่ตอนที่เขาเลือกออกจากหมู่บ้านหวงถัวแล้ว
และยังบอกอีกว่า พวกเขาไม่ได้ถูกกำหนดให้คอยช่วยเหลือกัน เช่นนั้นก็ทำได้เพียงลืมกันและกันเท่านั้น!
โชคชะตากำหนดให้เขาเป็นฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ กุมความเป็นตายของทั้งแคว้นไว้ในกำมือ
ส่วนนาง โชคชะตากำหนดให้นางใช้สองมือรักษาผู้ป่วย เดินทางอย่างอิสระ
เขาส่ายหน้าไม่ยอมหยุด “ไม่ เป็นไปไม่ได้ ลืมกันและกัน? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ทันทีที่เขาโบกมือ เศษกระดาษที่วางอยู่เต็มโต๊ะก็พลันปลิวไปพร้อมกับม้วนตำรา
เหล่าคนในตำหนักพากันคุกเข่าลง ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับกล่าวให้ฮ่องเต้อย่าทรงกริ้ว
ทว่าโทสะของฮ่องเต้ในตอนนี้จะถูกดับลงได้อย่างไรกัน
ผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว ฉู่เยี่ยนไปเก็บเศษกระดาษเหล่านั้นกลับมา ติดกาวทีละชิ้น ทีละชิ้น แล้วอ่านตัวหนังสือที่ทำให้เขาบ้าคลั่งเหล่านั้นอยู่หลายรอบ น่าแปลกที่หัวใจของเขากลับสงบลงได้
เขาไม่อาจตัดใจได้ ดังนั้นเขาต้องคิดหาวิธีให้นางกลับมาเอง กลับมาอยู่ข้างกายของเขา
...
หลังจากไป๋จื่อไปแล้ว ฉู่เยี่ยนไม่ได้เจ็บหัวใจอีก อาการนี้พลันดีขึ้น ไม่ว่าเขาจะคิดถึงคนที่จากเขาไปอย่างไร เขาก็ไม่เจ็บหัวใจเหมือนก่อนหน้านี้อีก
เขาเรียกหมอหลวงสวี่มาถามความ
“อาการเจ็บหัวใจของข้า เหตุใดไม่กำเริบนานแล้ว”
หมอหลวงสวี่ตอบว่า “กระหม่อมเองก็ไม่รู้ว่าแม่นางไป๋ใช้วิธีอะไร นางฝังเข็มให้ฝ่าบาทสองรอบ จากนั้นก็ใช้เข็มฉีดยาให้พระองค์ ก่อนจะกลับไปนางทิ้งสูตรยาเอาไว้ ให้นางกำนัลป้อนให้พระองค์ทุกวัน แม้ตอนนั้นฝ่าบาทจะยังไม่สติ ทว่าสีหน้ากลับดีขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นแม่นางไป๋ก็จากไปพ่ะย่ะค่ะ”
“ก่อนนางจะไป นางบอกอะไรเจ้าบ้างหรือไม่” ฉู่เยี่ยนถาม
หมอหลวงสวี่หยิบสูตรยาใบหนึ่งออกมาจากในล่วมยาอย่างว่องไว แล้วส่งไปให้ฉู่เยี่ยน “นี่เป็นสูตรยาที่แม่นางไป๋ทิ้งไว้ให้พ่ะย่ะค่ะ นางบอกว่ารักษาอาการหนาวสะท้านได้ ทว่าไม่ใช่การรักษาที่ต้นตอ นางยังบอกอีกว่าขอเพียงพบวิธีรักษาที่ต้นตอแล้ว นางจะกลับมาบอกกระหม่อมที่เมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนพลันตาเป็นประกาย ในใจรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารู้อยู่แล้ว นางไม่ได้ไร้เยื่อใยเช่นที่พูดในจดหมาย ความรักระหว่างพวกเขา ต่อให้ใช้ดาบเทพโบราณกาลมาตัดก็ตัดไม่ขาด
หมอหลวงสวี่ลอบมองฮ่องเต้ที่กำลังดีใจ พลางลอบถอนหายใจเสียงหนึ่ง คนที่แกร่งดังหินผาในอดีต เหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้
ไป๋จื่อไม่ใช่นกกระจอกในกรง นางอยู่ที่เมืองหลวงแห่งนี้ไม่ได้ ทว่าฮ่องเต้ถูกกำหนดให้เป็นฮ่องเต้ตั้งแต่เกิดมาแล้ว
……….
ตอนที่ 1172 ตกปลา
หมอหลวงสวี่เองก็ไม่ยอมรับที่พรหมลิขิตของฮ่องเต้และไป๋จื่อจบลงเพียงเท่านี้เช่นกัน
...
หลังจากผ่านฤดูร้อนไปแล้วก็จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ในเมืองเล็กๆ ที่ห่างจากเมืองหลวง ในบ้านหลังงามที่มีทางเข้าสองทาง ในสวนที่ประดับตกแต่งอย่างประณีต เด็กสาวกำลังนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้โยก ไม่ไกลกันนักมีบุรุษผู้หนึ่งกำลังสานตะกร้าไม้ไผ่
ตะกร้าไม้ผ้าชนิดนี้บนแคบ ล่างกว้าง เมื่อใส่เหยื่อล่อและปล่อยมันไว้ในน้ำ ก็จะมีปลาและกุ้งเข้าไปติดกับ ยากนักจะหนีออกมาได้ นับเป็นการจับปลาโดยไม่เปลืองแรง และเป็นหนึ่งในความสามารถที่เขาได้มาขณะใช้ชีวิตอยู่บนเกาะ
อาจจะเป็นเพราะจิ้งหรีดบนต้นไม้ส่งเสียงดังเกินไป เด็กสาวที่กำลังนอนกลางวันจึงหลับไม่ค่อยสนิท เรียวคิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เมื่อเห็นนางพลิกตัว กู้ปั๋วหยางก็ยิ้มว่า “ในเมื่อเจ้านอนไม่กลับก็ตื่นเถอะ ข้ากำลังจะไปปวางตะกร้า เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่”
ดวงตาที่ปิดอยู่ค่อยๆ เปิดออก นางมองใบไม้ที่เริ่มกลายเป็นสีเหลืองด้านบนพลางเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็ลุกขึ้นยืน จัดผมเผ้าที่รุ่ยออกมา พร้อมกับตอบกู้ปั๋วหยางไปด้วย “ก็ดีเหมือนกัน จะได้ออกไปเดินเล่นเสียบ้าง”
หลังออกจากเมืองหลวง นางและกู้ปั๋วหยางก็มาที่นี่ ซื้อบ้านหลังเล็กที่สวยและเรียบง่ายหลังนี้ ปกติจะอยู่แต่ในบ้าน ออกไปข้างนอกน้อยครั้งนัก ไม่ค่อยเผยโฉมหน้าให้ใครได้เห็น
อย่างไรเสียคนผู้นั้นก็เป็นถึงฮ่องเต้ ทั่วทั้งแคว้นฉู่แห่งนี้มีชุ่นใดที่ไม่ใช่ที่ดินของฮ่องเต้บ้าง เพื่อไม่ให้เขาพบตัว นางทำได้เพียงซ่อนตัวโดยปิดบังชื่อสกุล
แม้จะไม่ได้มีอิสระเช่นเมื่อก่อน แต่ก็ยังดีกว่าอุดอู้อยู่ในวัง คอยแย่งความรักกับเหล่านกนางนวลฝูงนั้น
ไป๋จื่อเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สบายตัว ในมือถือหมวกพร้อมผ้าบังหน้า ตอนที่นางออกมา กู้ปั๋วหยางสานตะกร้าในมือเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังเก็บกวาดเศษขยะ
ปลาและกุ้งที่พวกเขากินในช่วงนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ใช้ตะกร้าชนิดนี้จับมาทั้งสิ้น
เพราะมีธุระ เมื่อวานหลังจากกู้ปั๋วหยางวางตะกร้าลงในลำธารแล้ว เขาก็ไปจัดการธุระ เมื่อเขากลับมาตะกร้ากลับถูกขโมยไป เหลือเพียงรอยเท้าสับสนอยู่ริมตลิ่ง
ไป๋จื่อเห็นว่ามีไม้ไผ่อยู่ในบ้าน จึงบอกกับกู้ปั๋วหยางว่า “ทำคันเบ็ดตกปลาไปด้วยเถอะ วันนี้อากาศดี พวกเราไปตกปลากันดีกว่า”
กู้ปั๋วหยางก็มีความคิดนี้เช่นกัน ด้วยเขาอยากไปตกปลาตั้งนานแล้ว ทว่าไปคนเดียวย่อมน่าเบื่อเกินไป วันนี้ไป๋จื่อยอมไปด้วย เขาก็ย่อมขอให้เป็นเช่นนั้น
ทำคันเบ็ดตกปลาง่ายกว่าทำตะกร้ามาก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำเสร็จแล้ว จากนั้นพวกเขาก็ขุดไส้เดือนจากในสวน ก่อนจะถือข้าวของออกจากบ้านไป
สถานที่วางตะกร้าเป็นประจำของกู้ปั๋วหยางอยู่ที่ลำธารหยางหูทางตะวันตกของเมือง ที่นั่นมีทิวทัศน์สวยงาม น้ำในลำธารใสแจ๋ว ปกติแล้วมีคนไปผ่อนคลายที่นั่นไม่น้อย มีจิตกรไปวาดภาพ มีนักกวีไปแต่งกลอน และมีหญิงสาวลอบไปปล่อยโคมเพื่อขอให้ตนเองได้พบกับชีวิตแต่งงานที่ดี
ลำธารหยางหูคึกคักมาก ไป๋จื่อมองเห็นภาพนี้แล้วก็ยิ้มออกมา
นางชี้ไปยังต้นหลิวที่อยู่ไม่ไกล “พวกเราไปตกปลากันตรงนั้นเถอะ”
ใต้ต้นหลิวลมพัดเย็นสบาย กิ่งหลิวบางๆ บดบังแสงอาทิตย์ได้เป็นส่วนใหญ่ นับเป็นสถานที่ที่หมาะกับการตกปลาพอดี ข้างๆ มีบุรุษสองสามคนนั่งตกปลาอย่างตั้งใจอยู่ก่อนแล้ว
สตรีมาตกปลามีน้อยนัก นางเพิ่งนั่งลงได้ไม่ทันไรก็มีคนส่งสายตาประหลาดใจมองมาทางนาง
นางสวมกระโปรงสีอ่อนทั้งตัว พร้อมทั้งใส่หมวกที่มีผ้าโปร่งบดบังใบหน้า คนเหล่านั้นจึงมองเห็นแค่เงาหลังเรียวบางของนาง แต่กลับมองไม่เห็นใบหน้าข้างหลังผ้าโปร่งนั่น
“พวกเขามองเจ้ากันหมดแล้ว” กู้ปั๋วหยางยิ้มว่า
ไป๋จื่อเองก็ยิ้มเช่นกัน “ก็คงมองเพราะดูถูก สตรีตกปลาถือเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับพวกเขา อีกเดี๋ยวหากข้าตกปลาได้ เกรงว่าพวกเขาจะยิ่งตกใจจนอ้าปากค้าง”
กู้ปั๋วหยางหัวเราะ “อย่าเอาแต่พูดโอ้อวดเลย ตกปลาไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นที่เจ้าคิดหรอกนะ”