คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 585
ตอนที่ 1169 ระบายความโกรธ
ฉู่เยี่ยนได้ยินเพียงเสียงร้องเรียกวุ่นวายยกหนึ่ง ตรงหน้าปรากฏใบหน้าที่รางเลือน เขาเอื้อมมือไปหมายจะคลำหน้านาง แต่ยกมือขึ้นสูงแล้วก็ยังคลำไม่ถูกเสียที จนสุดท้ายมือของเขาก็ตกลงอย่างแรง จมสู่ความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด
เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขารู้สึกว่าตนเองนอนอยู่บนแท่นบรรทมมังกรที่คุ้นเคย
หรือว่าทุกอย่างจะเป็นเพียงฝันไป
จื่อเอ๋อร์ไม่ได้ต้องการแยกจากเขา แต่เป็นเพียงความฝันของเขาเท่านั้น?
เขาไม่เคยไปที่เขาฉีอวิ๋นใช่หรือไม่
หากเป็นความฝันจริงๆ ความฝันนั้นก็สมจริงเกินไปแล้ว
เขาเลิกผ้าห่มลงจากเตียง นางกำนัลที่อยู่ข้างๆ รีบเข้ามาสวมรองเท้าให้เขา
ทว่าเขาโบกมือ “ถอยไปให้หมด”
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาทำใจให้ชินกับการมีคนคอยสวมเสื้อผ้าให้ไม่ได้ เพราะเขาชินกับชีวิตในกองทัพหลายปีนั้นแล้ว
ก็เหมือนกับที่เขาชินกับการมองภาพเหมือนของไป๋จื่อ หลังจากที่เขาตื่นนอนขึ้นมาในทุกวัน
แต่วันนี้เขากลับหาภาพวาดบนโต๊ะทรงอักษรไม่เจอ
“ฝูกงกงเล่า” บนใบหน้าของฉู่เยี่ยนปรากฎโทสะ เขาถามนางกำนัลที่อยู่ข้างๆ
นางกำนัลคุกเข่าลงทันที “ทูลฝ่าบาท ฝูกงกงไปคอยดูการต้มยาเพคะ”
ขณะนั้นมีคนเข้ามาจากข้างนอก เป็นฝูกงกงที่ยกถาดใบหนึ่งเข้ามานั่นเอง
ฉู่เยี่ยนชี้โต๊ะทรงอักษรพลางถาม “ฝูกงกง ภาพเหมือนที่ข้ามองทุกวันเล่า”
ฝูกงกงจิตใจสั่นไหว มือที่ยกถ้วยยาสั่นเทา จนยาเกือบจะหกออกมาอยู่แล้ว
เขารีบวางถ้วยยาลง ก่อนจะคุกเล่าลงตรงหน้าฮ่องเต้ “ทูลฝ่าบาท ไท่ซ่างหวงเก็บภาพเหมือนนั้นไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ “อะไรนะ? เหตุใดเขาถึงเก็บภาพเหมือนไป เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” ตั้งแต่ที่เขาขึ้นครองราชย์ เสด็จพ่อก็ไม่เคยมาที่ห้องทรงอักษร ยิ่งไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวของเขา
ฝูกงกงเอ่ยว่า “ฝ่าบาท หลังจากที่พระองค์ป่วยกลับวังมาไท่ซ่างหวงก็มาเยี่ยมพระองค์ทุกวัน และพบภาพเหมือนบนโต๊ะทรงอักษรโดยบังเอิญ จากนั้น...”
ความจริงแล้วไท่ซ่างหวงไม่ได้เก็บไป แต่เผาทิ้งไปแล้วต่างหาก
แม้แต่เถ้าก็ไม่เหลือ
เขาเข้าใจความรู้สึกของไท่ซ่างหวงเป็นอย่างยิ่ง โอรสของเขาเป็นถึงผู้ปกครองแว่นแคว้นผู้ยิ่งใหญ่ แต่เพื่อสตรีนางหนึ่งแล้ว โอรสผู้นี้กลับมีสภาพกึ่งเป็น กึ่งตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ช่างทำให้เขาโมโหเป็นอย่างยิ่งจริงๆ
โทสะที่อัดแน่นอยู่เต็มท้องของเขานี้ ไม่อาจระบายใส่ตัวฮ่องเต้ได้ และไม่อาจบุกไปถึงเขาฉีอวิ๋นเช่นกัน ถึงอย่างไรเสียนางก็เป็นถึงหลานสาวของตงฟางมู่ จำเป็นต้องไว้หน้านางอยู่หลายส่วน
ทำได้เพียงระบายความโกรธกับรูปเหมือน
ฉู่เยี่ยนไม่ได้ถามอะไรต่อไป ข้างหูของเขามีประโยคหนึ่งดังวนเวียน ล้มป่วยกลับวัง ล้มป่วยกลับวัง?
เขาออกจากวังไป? เขาไปที่ใด เขาฉีอวิ๋น?
นั่นก็ไม่ใช่ฝันสินะ?
เขายื่นมือไปหิ้วฝูกงกงขึ้นจากพื้น ถามด้วยความร้อนใจว่า “ข้าไปที่เขาฉีอวิ๋นมาหรือ”
ฝูกงกงพยักหน้า มีสีหน้าประหลาดใจ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทจำไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ”
ทันทีที่ฮ่องเต้ปล่อยมือ ฝูกงกงเกือบจะล้มลง เขารีบยืนอย่างมั่นคงแล้วถอยไปสองก้าว
“ไป๋จื่อเล่า” เขาถามพลางจ้องฝูกงกงเขม็ง
ฝูกงกงรีบตอบความ “ทูลฝ่าบาท คุณหนูไป๋ส่งพระองค์กลับมาแล้ว นางก็กลับไปทันทีพ่ะย่ะค่ะ”
“นางไปที่ใด” ฉู่เยี่ยนรีบถาม
ฝ่ายฝูกงกงก้มหน้าลง ในใจรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง เขาจะพูดหรือไม่พูดดีกว่า
ไท่ซ่างหวงกำชับไว้ว่าไม่ให้พูด แต่เมื่อเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ที่กำลังกริ้ว หากเขาไม่พูดแล้วจะต้องมีผลลัพธ์เช่นไร
“ยังไม่รีบพูดอีก!” ฉู่เยี่ยนตะคอกด้วยความโมโห ทำเอาคนทั้งตำหนักต่างก็คุกเข่าลงด้วยความกลัว
ฝูกงกงเอ่ยงเสียสั่นเครือ “ฝ่าบาท กระหม่อมก็ไม่รู้ว่าคุณหนูไป๋ไปที่ใด แต่คุณหนูไป๋ทิ้งจดหมายไว้ให้พระองค์ฉบับหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนยื่นมือไปหาอีกฝ่าย “จดหมายเล่า รีบนำออกมาสิ” เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ในเมื่อนางส่งเขากลับมาแล้ว เหตุใดต้องจากไปอีก
……….
ตอนที่ 1170 ของเล่น?
ฝูกงกงอ้ำอึ้ง หมอบอยู่บนพื้นไม่กล้าเงยหน้า และไม่กล้าส่งเสียงอะไรด้วย
ความเงียบเช่นนี้แทบจะบีบให้ฉู่เยี่ยนบ้าคลั่ง ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจดีเป็นอย่างยิ่ง
ภายในวังหลวงแห่งนี้ นอกจากเสด็จพ่อแล้วจะมีใครกล้าแตะต้องสิ่งของของเขาอีก
ฉู่เยี่ยนก้าวไปข้างหน้า ฝูกงกงรีบลุกขึ้นตามไป ในใจรู้สึกสับสนอลหม่านมาก
เขาต้องเผชิญหน้ากับโทสะของฮ่องเต้สององค์ วันนี้เขาจะมีชีวิตรอดหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้เลย
...
ตำหนักไท่สี่
ไท่ซ่างหวงกำลังนั่งเหม่ออยู่ในตำหนัก ถอนใจออกมาสองเสียงอยู่เสมอ เมิ่งเสวียนหลิงที่อยู่ข้างๆ ก้มหน้าอ่านหนังสือ ราวกับไม่ได้ยินเสียงถอนหายครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไรอย่างนั้น
ตั้งแต่ฉู่เยี่ยนถูกส่งกลับวังเพราะหมดสติไป ไท่ซ่างหวงก็เป็นเช่นนี้ตลอด นางชินเสียแล้ว
“เจ้าบอกมาสิ เยี่ยนเอ๋อร์กลายเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ก่อนหน้านี้เขาไม่เป็นเช่นนี้ โอรสที่แสนดีของข้า เขากลายเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร”
เมิ่งเสวียนหลิงตอบเสียงเรียบ ไม่แม้กระทั่งเงยหน้าขึ้น “คนเปลี่ยนไปเสมอเพคะ”
“เช่นนั้นก็ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีสิ เหตุใดเขากลายเป็นเช่นนั้นไปได้”
ไท่ซ่างหวงกลุ้มใจ ด้วยคิดอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ โอรสของเขา อ๋องเทพสงครามที่ปักธงชัยชนะบนสมรภูมิผู้นั้น โอรสที่ขอเพียงพูดถึง คิดถึงก็ล้วนทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจ แต่กลับกลายเป็นเช่นทุกวันนี้ได้
เพราะสตรีนางเดียว ทำให้เขาไม่สนใจแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง ไม่ต้องการแม้กระทั่งใต้หล้า
ในที่สุดเมิ่งเสวียนหลิงก็เงยหน้าขึ้น กวาดสายตามองไท่ซ่างหวง ในดวงตามีความเหยียดหยามแวบผ่าน
คนที่ใจจืดใจดำจะเข้าใจความทุกข์ของคนที่รักกันลึกซึ้งได้อย่างไร
คนที่ไร้รักจะเข้าใจความเจ็บปวดของคนที่รักกันแทบตายได้อย่างไร
ตัวเขาใจจืดใจดำ ไม่ยี่หระ แล้วไปคิดว่าทุกคนเหมือนกับเขาได้อย่างไรกัน
โอรสของเขาควรเป็นเหมือนเขา ไม่เห็นสตรีคนใดในสายตา คิดว่านางเป็นแค่ของเล่นอย่างนั้นหรือ
เมิ่งเสวียนหลิงก้มหน้าลงอีกครั้ง เอ่ยเสียงเรียบเช่นเดิม “มีเหตุจึงมีผลเสมอเพคะ”
ไท่ซ่างหวงยังไม่ทันพิจารณาว่าเมิ่งเสวียนหลิงหมายความว่าอย่างไร ก็มีขันทีรีบร้อนเข้ามารายงานว่า “ไท่ซ่างหวง ฮ่องเต้เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”
บัดนี้ไท่ซ่างหวงเลิกมุ่นคิ้ว บนใบหน้าเผยให้เห็นความยินดี “เขาฟื้นแล้วหรือ” เขาพูดพลางลุกขึ้นยืน
เขาไม่สนใจสตรี นับได้ว่าไร้รัก แต่กลับห่วงใยโอรสจากใจจริง
ยังไม่ทันไปต้อนรับที่หน้าประตู ฉู่เยี่ยนก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเข้ามาแล้ว
ครั้นเห็นสีหน้าของโอรสดีขึ้น เวลาเดินก็องอาจเหมือนพยัคฆ์เช่นเคย ในที่สุดเขาก็โล่งใจ ดูท่าทางวิชาแพทย์ของเด็กสาวนางนั้นจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นจริงๆ
ฉู่เยี่ยนยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าเสด็จพ่อ เมื่อทำความเคารพแล้วถึงเอ่ยถามว่า “เสด็จพ่อ รูปเหมือนในห้องทรงอักษรของข้า กับจดหมายที่จื่อเอ๋อร์ทิ้งไว้ให้ เสด็จพ่อได้โปรดคืนมาด้วย”
เรียวคิ้วที่เดิมทีคลายออก บัดนี้ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ใบหน้าที่สดใสราวกับแสงอาทิตย์ของไท่ซ่างหวงพลันหม่นหมองลงในพริบตา
เขาถลึงตามองฝูกงกงที่อยู่ข้างหลังฉู่เยี่ยนอย่างดุดัน ทำเอาฝูกงกงตัวสั่นงันงกในทันที รีบก้มหน้างุดไม่กล้าเงยขึ้นมา
“รูปเหมือน จดหมายอะไร ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรอยู่!” ไท่ซ่างหวงว่า
“เสด็จพ่อ...” เสียงของฉู่เยี่ยนพลันดังขึ้น “ข้าไม่สนใจรูปเหมือนก็ได้ แต่จดหมายฉบับนั้น ขอเสด็จพ่อคืนมาให้ข้าเถอะ”
ไท่ซ่างหวงแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าบอกแล้วว่าไม่มีจดหมายอะไรนั่น ต่อให้มีก็เป็นเถ้าไปตั้งนานแล้ว”
ฉู่เยี่ยนโมโหจนแทบจะกระอักเลือก ทว่าคนตรงหน้านี้เป็นเสด็จพ่อของเขา จะต่อว่าก็ไม่ได้ จะลงไม้ลงมือก็ไม่ได้
เขาอ้าปากหมายจะพูด แต่กลับรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ตน เมื่อหันไปมองก็สบเข้ากับดวงตาของเมิ่งไท่เฟยเข้าพอดี
เมิ่งไท่เฟยขยิบตาให้เขา พร้อมกันนั้นก็เผยรอยยิ้มจาง
ฉู่เยี่ยนกลืนวาจาที่อยากพูดออกมาในทันที ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อจากไป
เพิ่งออกจากตำหนักไท่สี่ได้ไม่ทันไร เขาก็เหลือบเห็นสตรีในชุดนางกำนัลยืนอยู่ใต้ต้นเหอฮวนด้านนอกตำหนัก