คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 587
ตอนที่ 1173 เด็กชาย
ไป๋จื่อเคยตกปลามาก่อน เพียงแต่บ่อปลานั้นมีปลาอยู่เยอะมาก พวกมันหิวมากเช่นกัน เมื่อเห็นอาหารก็พุ่งเข้ามา การตกปลาที่นั่นจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยมีความน่าสนใจอะไร เพราะว่าง่ายจนเกินไป
ปลาในลำธารตรงหน้าล้วนเป็นปลาธรรมชาติ ในลำธารไม่ขาดอาหาร อยากจะตกปลาในลำธารขึ้นมาจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน
นางรู้ว่าไม่ง่าย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะไม่ง่ายขนาดนี้ หลังจากนั่งอยู่ค่อนชั่วยามแล้ว ขนห่านที่ลอยอยู่กลับไม่ขยับเลยแม้สักนิด
ทันใดนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งถือตะกร้าเดินมาถึงข้างๆ พวกเขา ด้านบนตะกร้าผูกไว้ด้วยเชือกยาวๆ มือหนึ่งของเขาจับเชือก อีกมือหนึ่งโยนตะกร้าลงในลำธาร เมื่อตะกร้าจมลงไปแล้วก็นั่งยองอยู่ที่ริมตลิ่ง รอปลามาติดกับ
ตะกร้าใบนั้นเหมือนกับตะกร้าของกู้ปั๋วหยางอย่างกับแกะ เชือกนั้นก็เป็นกู้ปั๋วหยางที่ผูกเอาไว้ด้วยตนเอง เขาจะจำไม่ได้ได้อย่างไร
กู้ปั๋วหยางกำลังจะลุกขึ้นยืน ทว่าไป๋จื่อบอกให้เขานั่งลง ก่อนจะหันไปถามเด็กชายว่า “หนุ่มน้อย ตะกร้าสานนี้น่าสนใจทีเดียว ซื้อมาจากที่ใดหรือ”
เด็กชายยิ้ม “ไม่ได้ซื้อ ข้าเก็บได้”
ไป๋จื่อก็ยิ้มเช่นกัน “เก็บได้? ตะกร้าใบนี้ใหม่ทีเดียว เจ้าเก็บมาได้อย่างไรกัน”
ดูท่าทางเด็กชายยังอายุถึงสอบสองปี เขายิ้มด้วยใบหน้าไร้เดียงสา “ก็แค่เก็บได้เท่านั้น ข้าเก็บมันได้ที่นี่ ตอนที่ข้าเก็บได้ ข้างในตะกร้ามีปลาตัวใหญ่อยู่สองตัวด้วยนะ ข้าขายพวกมันได้สามสิบเฉียน ในที่สุดน้องสาวของข้าก็ไม่ต้องหิว ข้าจะต้องใช้ตะกร้าใบนี้เลี้ยงน้องสาวได้แน่ๆ”
คราวนี้ไป๋จื่อถึงได้สังเกตเห็น เสื้อผ้าบนกายของเด็กชายมีรูขาดมากมาย เด็กชายในครอบครัวยากจนสวมเสื้อผ้าเป็นรูนับว่าปกติมาก แต่อย่างไรก็ต้องมีการปะชุน อย่างน้อยก็ไม่ถึงขั้นเป็นรูเห็นเนื้อหนังเช่นนี้
ทว่าเสื้อผ้าของเด็กชายกลับมารูอยู่ทั่ว ไม่มีการปะ และเสื้อผ้าชุดนี้ก็ไม่พอดีตัวเช่นกัน มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เสื้อผ้าของเขาเอง
ไป๋จื่อถามว่า “เจ้าอายุเท่านี้ ไม่ใช่ว่าควรไปเรียนหนังสือหรอกหรือ ออกมาจับปลาทำไมกัน”
เด็กชายเบือนหน้าหนี มองไปยังเชือกที่ลอยอยู่ในน้ำครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าหายไปจนสิ้น “ท่านแม่ของข้าป่วย ส่วนท่านพ่อจากโลกนี้ไปแล้ว น้องสาวยังเล็ก ข้าเป็นชายชาตรีคนเดียวในบ้าน ย่อมไม่อาจให้น้องสาวและท่านแม่หิวได้” ถึงจะไม่มีเงินรักษามารดา แต่อย่างน้อยก็ต้องให้นางและน้องสาวมีข้าวกิน
ปกติแล้วเขาจะขึ้นเขาไปตัดฟืน ใช้เงินที่ได้จากการขายฟืนไปซื้ออาหาร แต่ช่วงนี้ใกล้จะมีการเปิดเหมืองแร่บนภูเขา ไม่อนุญาตให้ใครขึ้นเขาแล้ว เขากำลังกลุ้มใจอยู่พอดี เมื่อวานเขาเดินเล่นมาถึงที่นี่ กลับพบตะกร้าถูกทิ้งอยู่ในน้ำใบหนึ่ง ไม่มีใครสนใจ เขาคิดว่ามันถูกทิ้งไว้จึงเก็บมันขึ้นมา คิดไม่ถึงเลยว่าข้างในจะมีปลาตัวใหญ่อยู่สองตัว ทำเอาเขาดีใจจนแทบบ้า
ไป๋จื่อมองเด็กชาย เขายังเด็กอยู่แท้ๆ แต่กลับแบะภาระหนักของทั้งครอบครัวเอาไว้ นับว่าเข้มแข็งกว่านางมาก
ในสายตาของทุกคน ไป๋จื่อในวัยสิบสองปีก็แบกภาระหนังของทั้งครอบครัวไว้เช่นกัน
มีเพียงนางที่รู้ว่านางไม่ได้อายุสิบสองปี แต่อายุยี่สิบกว่าปีต่างหาก
ทว่าเด็กชายตรงหน้านี้อายุแค่สิบสองปีจริงๆ!
กู้ปั๋วหยางสูดลมหายใจลึก มองเด็กชายคนนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงลูกของตนเอง นับดูแล้วตอนนี้ลูกของเขาอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ไม่รู้เหมือนกันพวกเขาสองแม่ลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง
เขาวางคันเบ็ดในมือลง ลุกขึ้นเดินไปยังตรงที่เขาวางตะกร้าเอาไว้ ก่อนจะดึงตะกร้าที่จมอยู่ในน้ำขึ้นมา ตะกร้าที่เขาสานในวันนี้ใหญ่กว่าก่อนหน้านี้ ขณะนี้ข้างในตะกร้ามีปลาตัวใหญ่อยู่สามตัว และกุ้งน้ำจืดที่กำลังกระโดดไปมาอยู่จำนวนหนึ่ง
จากนั้นเขาก็วางตะกร้าลงตรงหน้าเด็กชาย “ข้าให้เจ้าทั้งหมด รวมถึงตะกร้าด้วย”
เด็กชายเบิกตาโพลงมองตะกร้าใบนั้น มันเหมือนกับตะกร้าที่เขาเพิ่งโยนลงน้ำชัดๆ แตกต่างกันก็เพียงขนาดเท่านั้น
……….
ตอนที่ 1174 กราบอาจารย์
แม้เด็กชายจะยังเด็ก ทว่าเขาไม่ใช่คนโง่
“ที่แท้...ตะกร้าที่ข้าเก็บมาได้เป็นของท่านอาหรือ” เด็กชายนึกถึงภาพตอนที่อีกฝ่ายไปเก็บตะกร้าเมื่อครู่ หน้าพลันแดงก่ำ “ท่านอา ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นตะกร้าที่ท่านวางไว้ ข้าคิดว่า...”
“ข้าไม่เอาแล้ว ข้าไม่ชอบที่มันเล็กเกินไปก็เลยทิ้งมันไว้ที่นี่ วันนี้จึงเอาอันที่ใหญ่กว่ามาด้วย” กู้ปั๋วหยางยิ้มกล่าว
เด็กชายร้องอ๋อเสียงหนึ่ง เข้าใจรางๆ แล้วว่าท่านอาตรงหน้าไม่ได้พูดความจริง
ไป๋จื่อลุกขึ้นยืนเช่นกัน กล่าวกับกู้ปั๋วหยางว่า “สอนคนด้วยปลา ไม่สู้สอนคนด้วยการจับปลาหรอกนะ ไม่ช้าก็เร็วตะกร้าใบนี้ย่อมต้องเสีย เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเขาจะทำมาหากินอย่างไร”
เด็กชายมองไป๋จื่ออย่างไม่เข้าใจ กู้ปั๋วหยางก็มองนางเช่นกัน
ไป๋จื่อยิ้ม “ไม่สู้พี่ใหญ่สอนวิชาสานตะกร้าให้เขาดีกว่า ตะกร้าเช่นนี้ดูท่าจะหาซื้อยาก นอกจากจับปลาแล้ว เขายังต้องซื้อตะกร้าด้วย สุดท้ายแล้วก็มีเงินไม่พอกินอยู่ดี”
เด็กชายเผยสีหน้าปีติ ทว่ารีบก้มหน้าลงในทันที “ข้าไม่มีทองกราบอาจารย์ เกรงว่าจะไม่มีทางเรียนได้”
กู้ปั๋วหยางยิ้มร่า “ข้าไม่ได้ต้องการทองหรอก” เมื่อเด็กชายได้ยินดังนั้นก็ยิ่งซึมเซา
เขากล่าวอีกว่า “เพราะข้าผู้นี้ไม่ชอบเงิน แต่สนใจในอาหารเลิศรสมากกว่า ข้าวของที่บ้านเจ้ามีอะไรอร่อยบ้างหรือไม่ ขอเพียงเจ้าเต็มใจ ก็นำมากราบข้าแทนทองเป็นอย่างไร”
เด็กชายตื่นเต้นขึ้นมา แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกกลุ้มใจอีก เพราะนอกจากกำแพงสี่ด้านและโต๊ะเก้าอี้แล้ว ในบ้านของเขาก็ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก ปกติแม้แต่ข้าวก็กินไม่อิ่มท้องอยู่แล้ว เขาจะไปหาของอร่อยมาจากที่ใดกัน
ไป๋จื่อเห็นเขากลุ้มใจ พลันเอ่ยเสียงเบาว่า “พี่ใหญ่ชอบกินปลา อีกเดี๋ยวเจ้าทำน้ำแกงปลาให้เขากินก็ใช้ได้แล้ว”
ทันใดนั้นเด็กชายก้มหน้าลง มองปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ในตะกร้า บนใบหน้าเผยรอยยิ้ม
ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นมารดาต้มน้ำแกงปลา มันสดอร่อยมาก เหมือนจะทำไม่ยากด้วย เขาอาจจะทำมันได้จริงๆ ก็เป็นได้
ทั้งสามคนไม่ตกปลาแล้ว ไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางตามเด็กชายกลับบ้านไป
บ้านของเด็กชายอยู่ห่างจากบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่เพียงถนนเส้นเดียว
ใครจะคาดคิดว่าห่างกันเพียงถนนเส้นเดียว แต่กลับแตกต่างกันราวกับเป็นคนละโลก
ตรอกตงผิงที่อยู่นอกถนนเส้นนี้สงบและสวยงาม ทว่าตรอกตงหลีที่อยู่ตรงนี้กลับทรุดโทรมและซอมซ่อ
และบ้านของเด็กชายก็คือบ้านที่ผุพังที่สุดในตรอกตงหลีแห่งนี้
“อาหนิวกลับมาแล้ว!” เพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันเอ่ยทักทายเด็กชาย ก่อนจะมองไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางด้วยความแปลกใจ
อาหนิวยิ้มพลางตอบรับ ทว่าไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงพาไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางตรงกลับบ้านไป
ลานบ้านของอาหนิวล้อมด้วยแผ่นไม้ ไม่นับว่าสูง แค่ยืนอยู่ข้างนอกลานบ้านก็มองเห็นข้างในหมดแล้ว
ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีคนหนึ่งยืนอยู่ในลานบ้านของอาหนิว มือหนึ่งจับแม่นางน้อยที่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด เท้าหนึ่งเตะสตรีคนหนึ่งล้มคว่ำลงกับพื้น ในปากด่าทอฟังไม่ได้ศัพท์
อาหนิวเห็นดังนั้นก็ตกใจจนหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปข้างใน เขาโยนตะกร้าปลาในมือทิ้งไป แล้วตะโกนใส่ชายหนุ่มคนนั้น “ปล่อยน้องสาวของข้า”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง สายตาทอดมองไปยังอาหนิว เขาแค่นหัวเราะเสียงเย็น “หนุ่มน้อย กลับมาได้ถูกเวลาจริงเชียว” เขาพูดพลางมองไปข้างหลังของอาหนิว มีหนึ่งชาย หนึ่งหญิงตามมาด้วย เขามองใบหน้าของสตรีนางนั้นไม่ชัด แต่แค่เห็นรูปร่างของนางก็ทำให้เขาแทบจะน้ำลายไหลแล้ว
กู้ปั๋วหยางมุ่นคิ้ว ก้าวไปขวางอยู่ตรงหน้าของไป๋จื่อ ตะคอกว่าเสียงขรึม “มองอะไร ขืนยังมองอยู่อีก ข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมาเสีย”
เขาเป็นตำรวจสากลทางทะเล ท่าทางของเขาเอาจริงเอาจัง ยามพูดจายิ่งคล้ายกับมีโทสะเต็มเปี่ยม เพียงแค่ตะคอกว่าครั้งเดียว ชายหนุ่มผู้นั้นก็ตกใจแทบแย่แล้ว “จะ เจ้าเป็นใคร อย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นนักเลย”