คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 596
ตอนที่ 1191 บนธนูมีพิษ
อาอู่กลับหลังหันไปเผชิญหน้ากับกู้ปั๋วหยาง เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้าคือกู้ปั๋วหยางหรือ” เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาแล้วหลายครั้ง ทว่าวันนี้เพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรก คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นบุรุษวัยกลางคนที่มีสภาพขาเป๋คนหนึ่ง
กู้ปั๋วหยางพิจารณาอาอู่เช่นกัน “เจ้าเป็นใคร” คนผู้นี้มีรอยแผลเป็นบนใบหน้า ดูดุร้ายทีเดียว แต่จากประสบการณ์ที่กู้ปั๋วหยางเป็นตำรวจมาหลายปี คนผู้นี้ไม่ใช่คนเลวอะไร
อาอู่เดินเข้าไปหากู้ปั๋วหยางหลายก้าว แต่สุดท้ายหยุดอยู่ข้างๆ ไป๋จื่อ “ข้าเป็นพี่ใหญ่ต่างสกุลของอาจื่อ ได้ยินมาว่าเจ้าก็เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับอาจื่อเช่นกัน นับๆ ดูแล้วเจ้าถือเป็นพี่ใหญ่ของข้า”
กู้ปั๋วหยางเข้าใจในทันที ที่แท้เขาก็คืออาอู่ที่ไป๋จื่อเคยพูดถึง
“เจ้าคือโจวอาอู่หรือ” กู้ปั๋วหยางมองไปที่เตียงของไป๋จื่อ ตรงนั้นมีบุรุษนอนอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก็คือฉู่เยี่ยนที่เขาเคยพบบนเขาฉีอวิ๋น
ฮ่องเต้แคว้นฉู่
เขาทอดทิ้งบัลลังก์มังกรมาถึงที่นี่ อีกทั้งได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้
ดูแล้วเป้าหมายของนักฆ่าพวกนั้นจะไม่ใช่เขาและไป๋จื่อ ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือฮ่องเต้องค์นี้ต่างหาก
เสี่ยวชิงเดินเข้าไปใกล้ไป๋จื่อ จับมือนางพลางพูดเสียงเบา “แม่นาง ไปล้างตัวก่อนเถอะเจ้าคะ ท่านคงไม่อยากให้เขาตื่นขึ้นมาเห็นท่านในสภาพนี้กระมัง”
ไป๋จื่อก้มหน้าลง คราวนี้ถึงจะรู้ตัวว่าบนตัวของนางมีแต่คราบเลือดเต็มไปหมด
มิน่าเล่าตอนที่ฉู่เยี่ยนเห็นนาง เขาถึงเป็นห่วงและร้อนใจถึงเพียงนั้น เขาคงคิดว่านางบาดเจ็บอย่างแน่นอน
แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นเมื่อไร แต่นางก็หวังว่าสิ่งแรกที่เขาเห็นตอนฟื้นขึ้นมาจะไม่ใช่ไป๋จื่อที่เป็นเช่นตอนนี้
นางกำชับซ่งหลางว่า “เจ้าไปนำหนังสือมาเถอะ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่”
ซ่งหลางพยักหน้า มองนางอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง ก่อนจะกลับหลังหันเดินออกไป
เขามีบ้านอยู่ที่เมืองหลิวเซี่ยนหลังหนึ่ง ก่อนหน้านี้เขานำตำรามาจากแคว้นจินมากมาย พวกมันถูกเก็บไว้ที่บ้านหลังนี้ เดิมทีเขาตั้งใจจะขนมันไปที่เขตจิงโจวด้วย โชคดีที่ยังไม่ได้ขนไป
หลังจากเกิดเรื่องในลานบ้านเล็กๆ ของไป๋จื่อได้พักหนึ่งแล้ว ทุกอย่างก็เริ่มกลับคืนสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว ทางการส่งคนมาแล้ว พวกเขาไล่ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ในออกไป ไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้ และไม่อนุญาตให้ใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่
ครั้นไป๋จื่อชำระล้างร่างกายจนสะอาดแล้ว นางกลับไปที่ห้องนอน ฉู่เยี่ยนยังคงไม่ฟื้น ชีพจรของเขาอ่อนมาก สีหน้าขาวซีดเหมือนกระดาษ ไม่ต่างอะไรจากคนที่ป่วยหนักใกล้ตาย ไม่มีทางรักษาได้
อาอู่เห็นนางกลับมาแล้วจึงรีบถามว่า “อาจื่อ ฝ่าบาทเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดสีหน้าของพระองค์ถึงย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ล่ะ”
ทันทีที่ไป๋จื่อตรวจเสร็จ นางนั่งลงที่ข้างเตียงพร้อมกับขมวดคิ้ว เงียบอยู่นานถึงจะเอ่ยออกมา “บนธนูมีพิษ พิษชนิดนี้ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่ง แม้ข้าจะใช้วิชาฝังเข็มขับพิษออกมาได้จำนวนหนึ่ง แต่ภายในร่างกายของเขายังคงมีพิษร้ายสะสมอยู่ในร่างกายในปริมาณมาก พิษร้ายสามารถเข้าสู่อวัยวะและกระดูกผ่านการไหลเวียนของเลือด หากไม่สามารถกำจัดพิษทั้งหมดออกมาโดยเร็วที่สุด ต่อให้เขารอดมาได้ก็จะไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว”
อาอู่ไม่เข้าใจ “ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนหมายความว่าอย่างไร” เขาไม่อาจจินตนาการได้เลย ฮ่องเต้จะป่วยติดเตียงเหมือนกับไทซ่างหวงหรือไท่โฮ่วหรือ ตาเหล่ ปากเบี้ยว เดินไม่ได้อย่างนั้นใช่หรือไม่
ไป๋จื่อกลับกล่าวว่า “ขับพิษจากร่างกายเป็นเรื่องง่าย ล้วนไม่ใช่ปัญหาใหญ่ สำคัญที่พิษในสมองของเขาต่างหาก”
หากไม่สามารถปรุงยาถอนพิษ ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะส่งผลให้สูญเสียการมองเห็น แม้เกิดปัญหาทางด้านสติปัญญา กลายเป็นโง่เขลา
นางไม่กล้าจินตนาการเลย ฉู่เยี่ยนเป็นถึงฮ่องเต้ คนที่สูญเสียการมองเห็นหรือกลายเป็นคนโง่จะเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไรอีก
คนที่วางยาพิษไม่ได้ต้องการวางยาพิษเพียงอย่างเดียว สิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่ชีวิตของฉู่เยี่ยน แต่ต้องการให้เขามีสภาพเช่นนี้ต่างหาก
ไป๋จื่อเงยหน้าขึ้นอย่างแรง มองไปทางอาอู่ “ท่านรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ”
อาอู่เงียบเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นครู่ใหญ่ก็กัดฟันและพยักหน้า
……….
ตอนที่ 1192 เหตุใดบังเอิญเช่นนี้
“ท่านรู้จริงๆ หรือ” ไป๋จื่อถาม
อาอู่เผชิญหน้ากับสายตาของนาง สีหน้าของเขาดูหนักใจ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “รู้สิ ฝ่าบาทเองก็รู้ รู้ว่าพวกเขาก่อการกับอย่างลับๆ คิดจะลงมือกับพระองค์”
“เขารู้อยู่แล้วแท้ๆ แล้วเหตุใดยังเสี่ยงอันตรายออกจากวัง” เสียงของไป๋จื่อดังขึ้นหลายส่วน
อาอู่ไม่ตอบความ หลุบตาลงอีกครั้ง
ไป๋จื่อมีสีหน้าขมขื่น “จริงด้วย เขาเสี่ยงอันตรายเพราะข้า เป็นความผิดของข้า”
“ตอนนี้เกิดเรื่องกับเขาแล้ว ทางเมืองหลวงจะทำเช่นไร หากคนพวกนั้นรู้ว่าตอนนี้เขามีสภาพเช่นนี้ จะเกิด..”
อาอู่ขัดจังหวะนาง “ไม่มีทาง เจ้าวางใจเถอะ ก่อนที่ฝ่าบาทจะออกเดินทาง พระองค์จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่มีทางทำสำเร็จแน่นอน”
จากนั้นอาอู่ก็หยุดพูดไป คล้ายจะอยากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าก็ไม่กล้าพูดออกมา ด้วยฮ่องเต้กำชับให้เขาเก็บเป็นความลับ
“ท่านมีอะไรก็พูดออกมาตามตรงเถอะ เหตุใดต้องอมพะนำด้วย ระหว่างพวกเรายังมีอะไรที่พูดไม่ได้อีกหรือ” ไป๋จื่อขมวดคิ้ว
อาอู่คิดดูอย่างละเอียดแล้ว รู้สึกว่าจำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับไป๋จื่อ ถึงอย่างไรก็เกี่ยวข้องกับนางอยู่บ้าง
“อาจื่อ เพื่อเจ้าแล้ว ฝ่าบาทไม่สนใจแม้กระทั่งตำแหน่งฮ่องเต้จริงๆ ก่อนที่พระองค์จะออกจากวัง พระองค์เขียนราชโองการลับเอาไว้ ว่าหากเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นข้างนอกวัง ก็จะมอบตำแหน่งฮ่องเต้ให้องค์ชายเก้า”
ไป๋จื่อประหลาดใจมาก “องค์ชายเก้า?” นางจำได้ว่ามีองค์ชายทั้งหมดแปดองค์ แล้วองค์ชายเก้ามาจากที่ไหนกัน
อาอู่อธิบายว่า “เมิ่งไท่เฟยให้กำเนิดโอรสเมื่อสองปีก่อน บัดนี้เพิ่งมีอายุสองปีเต็ม”
ไป๋จื่อเข้าใจในทันที “เขาคิดจะคืนตำแหน่งฮ่องเต้ให้ไท่ซ่างหวงกระมัง ทว่าไม่เคยมีกฎเช่นนี้มาตั้งแต่โบราณ จึงต้องมอบตำแหน่งฮ่องเต้ให้กับโอรสน้อยของไท่ซ่างหวง เพื่อความสงบสุขของแว่นแคว้น ไท่ซ่างหวงย่อมต้องออกโรงอีกครั้ง”
อาอู่พยักหน้า “ใช่ ฮ่องเต้ก็คิดเช่นนั้น แต่สุดท้ายแล้วเรื่องราวจะเป็นเช่นไรก็ต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาแล้ว”
“เขารู้ดีว่าออกมาแล้วจะเจอกับอันตราย แต่กลับยังคงอยากออกมา เขาอยากตายหรือไร” ไป๋จื่อไม่รู้ว่าตอนนี้นางรู้สึกอย่างไร โกรธ? โมโห? คับแค้นใจ?
ดูเหมือนจะไม่ใช่ทั้งหมด นางพูดไม่ออก อธิบายไม่ได้ เพียงแต่เจ็บปวดหัวใจจนทรมานเป็นอย่างยิ่ง
มีเรื่องบางเรื่องที่อาอู่ก็ยังไม่เข้าใจ อย่างเช่นฮ่องเต้รู้ดีอยู่แล้วว่ามีคนปองร้ายเขา แต่แล้วเหตุใดไม่ให้องครักษ์จำนวนหนึ่งติดตามออกมาด้วย
ฮ่องเต้รู้ดีอยู่แล้วว่าคนพวกนั้นคิดจะลงมือในช่วงเวลานี้ เหตุใดไม่จัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยมาหาไป๋จื่อเล่า
เหตุใดถึงจงใจบอกกับเขาโจวอาอู่เรื่องราชโองการลับ นายทหารอย่างเขาไม่สมควรรู้เลยพรรค์นี้เลย!
เหตุใดถึงบังเอิญเช่นนี้
เขาคิดไม่ตก มันคล้ายกับไม่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ก็รู้สึกได้รางๆ ว่าแปลก
ทว่าในเมื่อเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ เขาก็ไม่อาจคาดเดาไปเรื่อยเปื่อย นั่นมีแต่จะทำให้ไป๋จื่อเป็นกังวลใจ
คนบนเตียงขยับขยุกขยิก ไป๋จื่อสังเกตเห็นในทันที นางก้มตัวลงไปตรวจดู มือเพิ่งแตะมือของฉู่เยี่ยนไม่ทันไร ฝ่ายฉู่เยี่ยนก็จับมือนางเอาไว้แล้ว
เขาหลับตาปี๋ ในปากพร่ำเพ้ออยู่คนเดียว “อย่าไป จื่อเอ๋อร์ ขอเจ้าอย่าไปเลยนะ อย่าจากข้าไป”
วาจาของเขาไม่ชัดเจน แต่ไป๋จื่อกลับได้ยินชัดมาก ทำเอานางกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยดน้ำตาหยดลงบนเสื้อสีขาวสะอาดของเขา
หยดลงบนคางที่มีไรหนวดอยู่เลือนราง
อาจจะเป็นเพราะน้ำตาของนางเย็นจนเกินไป ฉู่เยี่ยนที่ยังคงอยู่ในความฝันพลันตื่นขึ้นมา
ฉู่เยี่ยนลืมตาขึ้น มองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่ง ใบหน้าของคนผู้นี้ก็คุ้นตาเช่นกัน ทว่าไม่ชัดเจนอยู่บ้าง
เขาพยายามกะพริบตา หมายจะมองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ทุกอย่างกลับพร่าเลือนเช่นเดิม
ไป๋จื่อเห็นเขาเป็นเช่นนั้นก็รู้ว่าการมองเห็นของเขามีปัญหา จึงรีบพูดว่า “เจ้าถูกพิษ ดวงตาได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไรนะ ข้าจะรักษาเจ้าให้หายเอง”