คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 584
ตอนที่ 1167 ความทุกข์ของผู้ปกครองแคว้น
บานหน้าต่างที่ปิดสนิทตัดขาดสายตาของเขาและนางที่เกาะเกี่ยวกัน ขังเขาด้านนอกประตูหัวใจของนาง
เขาเดินไปข้างหน้าสองก้าว เงาร่างสูงใหญ่ประทับอยู่บนหน้าต่าง แทบจะครองหน้าต่างทั้งบานจนเต็ม
ทันใดนั้นเขาก็กดหน้าผากบนหน้าต่าง หลับตาลง ฟังเสียงลมหายใจจากอีกด้านหนึ่ง
ลมหายใจของนางสับสนมาก เจือเสียงสะอื้นไห้ที่ตั้งใจควบคุมเอาไว้ นางกำลังร้องไห้
ไป๋จื่อเป็นคนเข้มแข็ง นางเผยด้านอ่อนแอต่อหน้าเขาน้อยครั้งยิ่ง และไม่ร้องไห้ง่ายดายนัก
ทุกเสียงสะอื้นของนางล้วนแทงหัวใจของเขาจนรวดร้าว เจ็บเสียยิ่งกว่ายามที่อาการเจ็บหัวใจกำเริบเสียอีก
“ข้าขอโทษที่ไม่มีหาเจ้าเร็วกว่านี้”
“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าเสียใจ”
“ข้าขอโทษ...”
“ล้วนเป็นข้าที่ไม่ดีเอง จื่อเอ๋อร์ เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลยนะ”
เสียงของเขาเบามาก บนใบหน้าที่อยู่ในเงามีน้ำตาเย็นๆ ไหลลงมา
เขากล่าวขอโทษไม่ยอมหยุด แต่กลับไม่มีความกล้าเปิดหน้าต่างออก ด้วยไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้ากับดวงตาที่มีแต่น้ำตาคู่นั้นอย่างไร
อีกด้านหนึ่งของหน้าต่าง ไป๋จื่อกลั้นเสียงสะอื้น สูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมความรู้สึกที่วุ่นวายอย่างเต็มที่ ในที่สุดนางก็เอ่ยขึ้นว่า “หูเฟิง พวกเราจบกันแค่นี้เถอะ”
ในหัวใจของนาง บุรุษผู้นั้นที่นางชอบเป็นหูเฟิงมาโดยตลอด ตอนที่อยู่ในหมู่บ้านหวงถัว เขามักจะใช้ร่างกายสูงใหญ่ของเขาปกป้องนางอยู่เสมอ
ไม่ใช่จิ้นอ๋องที่มียศตำแหน่ง ไม่ใช่ผู้ปกครองแคว้นฉู่ที่มีถึงหกตำหนัก
หากจะจบ ก็ต้องจบกับหูเฟิง
“เจ้าพูดอะไรของเจ้า” สีหน้าของฉู่เยี่ยนเปลี่ยนไปอย่างมาก เขาดึงหน้าผากออกจากหน้าต่างทันที สีหน้าหวั่นกลัว
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าไป๋จื่อจะเป็นขอจบความสัมพันธ์กับเขา เขาคิดว่าต่อให้นางเสียใจ ต่อให้ไม่อาจรับได้ นั่นก็คงเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ถึงอย่างไรเสียความรู้สึกของพวกเขาก็ลึกซึ้งมาก ไม่มีทางเกิดความเปลี่ยนแปลงเพราะความลำบากเพียงเล็กน้อยตรงหน้า
ทว่าตอนนี้...นางกำลังพูดอะไรของนาง นางบอกว่าให้จบกันเท่านี้หรือ
ไป๋จื่อพูดซ้ำอีกครั้ง “หูเฟิง พวกเราจบกันเท่านี้เถอะ เจ้าไม่ใช่บุรุษของข้า สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเสีย”
เสียง ‘ปัง’ ดังขึ้น หน้าต่างถูกเปิดออก เขามองเห็นสตรีในชุดกระโปรงสีอ่อนหันหลังให้เขา นางตัวสูงยิ่งกว่าเมื่อสามปีก่อน แต่กลับผอมบางดังเดิม เรือนผมสีดำขลับยาวถึงเอว ไรผมหลายกลุ่มปลิวไหวเพราะลมยามค่ำคืนที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง
เขาสูดลมหายใจ กระโจนตัวลอดเข้าไปในหน้าต่าง ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าต่าง
ตงฟางหว่านเอ๋อร์ที่ลอบมองอยู่นอกลานอยากจะพุ่งตัวเข้าไป แต่กลับถูกตงฟางมู่ขวางเอาไว้ “หว่านเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร”
“ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว บุรุษและสตรีอยู่ในห้องสองต่อสอง พวกเขาจะพูดอะไรกันเล่าเจ้าคะ ข้าต้องจับตาดูไว้หน่อย” ตงฟางหว่านเอ๋อร์กล่าว
ตงฟางมู่รีบขัด “เจ้าอย่าเข้าไปเพิ่มความวุ่นเวายเลย เรื่องของหนุ่มสาว ให้พวกเขาจัดการกันเองเถอะ พวกเราไม่ต้องสนใจแล้ว พวกเขาไม่ต้องการให้พวกเราสนใจเช่นกัน เยี่ยนเอ๋อร์และจื่อเอ๋อร์ต่างก็เป็นคนที่รู้จักคิด รู้จักมารยาท”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์แค่นเสียงเบาๆ “รู้จักมารยาท? ศิษย์ที่ท่านพ่อสั่งสอนคนนี้ ไหนเลยจะยังรู้จักมารยาทอยู่ เขาเข้ามาโดยที่พวกเราอนุญาตหรือก็ไม่ ตอนนี้ยังกระโดดเข้าไปในหน้าต่างห้องของจื่อเอ๋อร์อีก หากใครเห็นเข้า พวกเขาจะคิดอย่างไรกับจื่อเอ๋อร์ของพวกเราเล่าเจ้าคะ”
ทว่าตงฟางมู่โบกมือ “ที่นี่คือจวนฉีอวิ๋น ไหนเลยจะมีคนชอบนินทามากมายขนากนั้น ไม่เป็นไรหรอก อีกเดี๋ยวเขาก็ออกมาแล้ว พวกเราไปเถอะ อย่าเอาแต่ยืนอยู่ที่นี่ ลมตอนกลางคืนหนาวนัก”
ตงฟางหว่านเอ๋อร์แทบจะถูกตงฟางมู่ลากไป ในใจของตงฟางมู่ คนที่เหมาะสมจะแต่งกับหลานสาวของเขา เห็นทีจะมีแต่ศิษย์ของเขาคนนี้เท่านั้น
ไม่เข้าวัง ไม่รู้จักความจนใจของราชสำนัก เขาเคยข้องเกี่ยวกับการเมือง ยิ่งรู้ซึ้งถึงความทุกข์ของผู้ปกครองแคว้น
……….
ตอนที่ 1168 ตากลมภูเขาทั้งคืน
ดังนั้นเขาจึงเข้าใจความจนใจในตอนนี้ของฉู่เยี่ยน ขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นในความจริงใจของจื่อเอ๋อร์ด้วย
ความจริงใจของบุรุษคนหนึ่งสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น หวังว่าพวกเขาจะคุยกันดีๆ คลายความขุ่นเคืองในตอนนี้
แสงไฟภายในห้องนุ่มนวลและอบอุ่น นางยังคงหันหลังให้เขา หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาแล้ว นางรีบเดินไปข้างหน้าอีกสองก้าว ทว่าทันใดนั้นนางก็ถูกเขาโอบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด
มันเหมือนกับเป็นอ้อมกอดที่คุ้นเคย ทว่าก็เหมือนจะไม่ใช่
นางอยากขัดขืน แต่กลับถูกเขากอดแน่นกว่าเดิม
“จื่อเอ๋อร์ อย่าพูดให้พวกเราจบกัน อย่าพูด” ฝ่ามือของเขาจับที่ท้ายทอยของนาง ทำให้ใบหน้าของนางแนบอยู่กับหน้าอกตนเอง
นางผลักเขาไม่ออกจึงล้มเลิกการขัดขืน ฟุบหน้าอยู่ตรงหน้าอกของเขาอย่างว่าง่าย ถือเป็นการกอดครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน
“หูเฟิง ตั้งแต่ตอนที่ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นจิ้นอ๋อง ข้าก็รู้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง พวกเราเป็นเหมือนคนที่อยู่กันคนละโลก สิ่งที่พวกเจ้าคิดว่าเหมาะสมดีแล้ว ในสายตาของข้ากลับไม่ต่างอะไรกับทรายเข้าตา”
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ไม่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเราพบกันในหมู่บ้านหวงถัว พวกเราก็ถูกกำหนดให้เคียงคู่กัน ทุกอย่างเป็นเช่นนั้น ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง”
“มันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ตั้งแต่ที่เจ้าออกจากหมู่บ้านหวงถัว ตั้งแต่ที่เจ้าตัดสินใจเป็นฮ่องเต้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง” นางหลับตา บดบังน้ำตาในดวงตาเอาไว้
มือของฉู่เยี่ยนที่โอบเอวนางไว้ยิ่งรัดแน่นขึ้น “ไม่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรื่องที่ข้าเคยรับปากเจ้า ข้าจะต้องทำให้ได้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบที่ข้างกายของข้ามีสตรีคนอื่น สตรีพวกนั้น ข้าจะจัดการทั้งหมดเอง เจ้ารอข้าหน่อยนะ”
ไป๋จื่อถลึงตามองเขา ผลักเขาออกอย่างไร “จัดการ? จัดการอย่างไร ส่งเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็น? ส่งออกนอกวัง? หรือว่าจะสังหารให้สิ้นซาก เจ้าจะจัดการอย่างไร นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น เจ้ารู้อยู่แก่ใจดีไม่ใช่หรือ”
บัดนี้ฉู่เยี่ยนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าควรจะตอบนางอย่างไรในชั่วขณะนี้
ทั้งสองคนสบตากัน หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่งแล้ว ไป๋จื่อถึงเอ่ยขึ้นว่า “เจ้ายังไม่เข้าใจข้า ไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่ข้าต้องการคืออะไร สตรีพวกนั้นไม่ใช่สิ่งอุปสรรคสำคัญที่ขวางระหว่างพวกเรา”
ฉู่เยี่ยนพลันเข้าใจอะไรบางอย่าง เบิกตาโพลงมองนาง “เหตุใดเจ้าไม่พูดให้เร็วกว่านี้”
นางยิ้มขื่น “พูดอะไร”
จู่ๆ ฉู่เยี่ยนก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง ไป๋จื่อเคยถามเขาว่าจะต้องเป็นฮ่องเต้ให้ได้หรือไม่
สิ่งที่นางในตอนนั้นต้องการถามจริงๆ คืออะไร
“เจ้าไปเถอะ ถือเสียว่าวันนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้พบกัน” นางคิดว่าหลังจากพูดประโยคนี้ออกไปแล้วจะรู้สึกสบายใจขึ้น
แต่นางไม่ได้สบายใจ มีแต่จะรู้สึกหนักใจเป็นเท่าทวี ราวกับถูกหินก้อนยักษ์ทับร่าง หนักจนแทบจะหายใจไม่ออก
ฉู่เยี่ยนส่ายหน้า “ข้าไม่ไป นอกเสียจากเจ้าจะไปกับข้า ไม่เช่นนั้นข้าก็จะไม่ไปไหน”
“ฉู่เยี่ยน เจ้าเป็นฮ่องเต้แล้ว นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เจ้าไม่ใช่หูเฟิงในตอนนั้นอีกแล้ว บนไหล่ของเจ้าแบกแคว้นฉู่ทั้งแคว้นเอาไว้ ข้าขอโทษจริงๆ ที่ข้าทำอะไรให้เจ้าไม่ได้ และไม่สามารถช่วยเจ้าแบกรับภาระหนักอึ้งนี้ได้ หนทางหลังจากนี้ ต่างคนต่างเดินเถอะนะ”
นางดันร่างฉู่เยี่ยนที่ทำอะไรไม่ถูกออกจากห้อง จากนั้นก็ปิดประตู แล้วค่อยขังตัวเองไว้ในผ้าห่ม ปล่อยให้ความรู้สึกเศร้าโศกปกคลุมนางราวกับพายุ
ฉู่เยี่ยนยืนอยู่ที่หน้าประตูทั้งคืน
หลังจากอาการเจ็บหัวใจกำเริบแล้ว เขาก็ไม่เคยได้บำรุงร่างกายให้ดี ร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อยๆ บวกกับตากลมภูเขาตลอดทั้งคืน เขาจึงต้านทานไม่ไหวแล้ว
ฝูกงกงเรียกเขาอยู่หลายเสียง ทว่าเขาไม่ตอบคำ ไม่ขยับตัวเช่นกัน ราวกับรูปสลักหินอย่างไรอย่างนั้น
จนกระทั่งรุ่งสาง ฝูกงกงเป็นห่วงฮ่องเต้มาก จึงเข้ามาสอบถามอีกครั้ง แต่กลับเห็นฮ่องเต้ล้มลงทั้งๆ ที่เพิ่งหมุนตัวกลับมาได้ไม่ทันไร