คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 583

#583คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1165 ไม่คิดแยกจาก

ตงฟางหว่านเอ๋อร์เห็นยาแล้วก็ไม่ได้ขมวดคิ้วเลยสักนิด กินยาจนหมดเกลี้ยงคราวเดียวในทันที แตกต่างกับก่อนหน้านี้ราวกับเป็นคนละคนกัน

“ไม่ขมหรือเจ้าคะ” ไป๋จื่อเห็นนางกินยาทั้งถ้วยหมดรวดเดียว จึงรีบหยิบอินทผลัมหวานให้นาง

ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์ยิ้มและส่ายหน้า “ไม่ขม มีจื่อเอ๋อร์อยู่ด้วยยาจึงหวาน ไม่ขมเลยสักนิด”

ไป๋จื่อรู้สึกจั๊กจี้หัวใจอยู่บ้าง ทว่าก็ยังคงป้อนอินทผลัมหวานให้มารดากิน

“ท่านแม่ หลังจากนี้ห้ามเป็นเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ข้าเป็นบุตรีของท่าน ท่านรักและเป็นห่วงบุตรี บุตรีก็รักและเป็นห่วงท่านแม่เช่นกัน วินาทีที่ข้าเห็นท่าน ข้าเจ็บหัวใจแทบตาย ห้ามเป็นเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ ตกลงหรือไม่”

ตงฟางหว่านเอ๋อร์รู้สึกอบอุ่นหัวใจ อินทผลัมหวานในปากยิ่งหวานกว่าเดิม นางพยักหน้าทันที “อืม แม่จะจำไว้”

บุตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ นางสามารถมองได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น มองอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ ขณะนี้นางจับมือบุตรีโดยไม่คิดจะปล่อย นั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่คิดแยกจาก บุตรีของนางกลับมาแล้ว ดียิ่งนัก

ตงฟางมู่รีบร้อนเดินเข้ามา เขาอารมณ์ดีกว่าก่อนหน้านี้มาก และเริ่มฝึกหมัดมวยอีกครั้งแล้ว ร่างกายเหยียดตรงขึ้นเรื่อยๆ เป็นตงฟางมู่เหมือนก่อนหน้านี้ขึ้นทุกวัน

เห็นการเปลี่ยนแปลงพวกนี้แล้ว ไป๋จื่อก็มีแต่ความเบิกบานใจ “ท่านตา อากาศร้อนขนาดนี้ ท่านฝึกมวยน้อยลงสักหน่อยดีกว่ากระมัง ดูสิ ท่านเหงื่อออกเต็มตัวไปหมดแล้ว” นางยิ้มพลางลุกขึ้นยืน รับผ้าขนหนูจากมือสาวใช้มาเช็ดเหงื่อให้ตงฟางมู่

ตงฟางมู่ยิ้มร่า “ไม่เป็นไร เหงื่อออกแล้วสบายตัวดี”

“ท่านตา ท่านนั่งเป็นเพื่อนท่านแม่สักครู่เถอะ ข้าจะไปทำโจ๊กเย็นดับร้อนมาให้พวกท่าน”

เมื่อตงฟางมู่ได้ยินคำว่าโจ๊กเย็น เขาก็กลืนน้ำลายในทันที รีบโบกมือว่า “รีบไปๆ ข้ากำลังหิวอยู่พอดี อาหารในครัวพวกนั้น ข้าไม่อยากกินแม้สักคำเดียว อยากกินแต่ของเย็นๆ เท่านั้น”

ไป๋จื่อรู้ว่าเขาอยากกินอาหารสดใหม่เสมอ เพื่อให้เขาและท่านแม่อยากอาหารมากขึ้น พักนี้นางลงแรงทำอาหารไม่ซ้ำกันเลยสักวัน นับว่าขุนร่างกายที่ผอมบางของพวกเขามีเนื้อขึ้นมาได้บ้าง

ในน้ำแข็งไสที่ไป๋จื่อเคยกินจะใส่ผลไม้แห้งหลากหลายชนิด ทว่าตงฟางมู่ไม่ชอบกิน นางจึงคิดค้นน้ำแข็งไสขึ้นมาชนิดหนึ่ง นำของกินเล่นเช่นถั่วอบกรอบ ถั่วเหลืองคั่วเกลือที่ตงฟางมู่ชอบกิน คลุกเคล้าเข้ากับโจ๊กเย็นครึ่งชั่วยาม กินแล้วสดชื่นยิ่งนัก

ส่วนโจ๊กเย็นของตงฟางหว่านเอ๋อร์เป็นแบบดั้งเดิม มีรสหวาน ภายในนั้นใส่ผลไม้แห้งและถั่วหวาน จากนั้นค่อยใส่นมรสหวานและน้ำแข็งฝอย ชื่นใจเป็นอย่างมาก

ตงฟางมู่กินไปทั้งหมดสามถ้วยแล้วก็ยังอยากกินอีก ทว่าไป๋จื่อไม่ยอม “ไม่อาจกินของเย็นทีละมากๆ ได้ พรุ่งนี้ค่อยกินอีกนะเจ้าคะ”

ตงฟางหว่านเอ๋อร์กินไปสองถ้วยในคราวเดียว “ข้าไม่เคยกินโจ๊กที่ใส่นมมาก่อนเลย รสชาติมีเอกลักษณ์ทีเดียว” นางยังคงอยากกินอีกเช่นกัน ถึงอย่างไรเสียถ้วยก็มีขนาดเล็กเท่ากำปั้นของนางเท่านั้นเอง

“พรุ่งนี้ข้าจะทำให้พวกท่านอีกนะเจ้าคะ วันนี้ไม่อาจกินได้อีกแล้ว” ไป๋จื่อให้ข้ารับใช้เก็บถ้วยไป ขณะกำลังจะพาทั้งสองคนไปเดินเล่น กลับเห็นพ่อบ้านรีบร้อนเข้ามาหา

“นายใหญ่ คุณหนู ฮ่องเต้เสด็จมาขอรับ”

สีหน้าของไป๋จื่อเปลี่ยนไปในทันที ฝ่ายตงฟางมู่มุ่นคิ้วถาม “เขามาได้อย่างไร ใครเป็นคนบอกเขา”

พ่อบ้านส่ายหน้า “ไม่น่าจะเป็นคนของเขาฉีอวิ๋น หลังจากคุณหนูไป๋กลับมา นอกจากคนที่ออกไปซื้ออาหารและของใช้จำเป็นแล้ว ก็ไม่มีใครบนเขาฉีอวิ๋นลงจากเขาไปนะขอรับ”

และคนที่ซื้ออาหารและของใช้จำเป็นพวกนั้นไม่มีทางรู้เรื่องเหล่านี้

ไป๋จื่อลนลานอยู่บ้าง ความใจเย็นและสุขุมของนางหายไปในพริบตาเดียว

เขามาแล้ว นางจะพบหน้าเขาอย่างไรดี

พบกันแล้วต้องพูดอะไรดี

ในศตวรรษที่ยี่สิบสาม คนที่นางรู้จักล้วนคบๆ เลิกๆ เหตุใดพวกเขาถึงพูดคำว่าเลิกกันได้ง่ายดายถึงเพียงนั้น

……….

ตอนที่ 1166 ตัดใจ

คำว่าเลิกกันก็เป็นเพียงคำพูดง่ายๆ คำหนึ่งเท่านั้นเอง

เหตุใดเมื่อมาถึงตานางแล้ว คำนี้ราวกับหนักพันชั่ง แล้วนางจะพูดกับเขาได้อย่างไร

“จะพบเขาหรือไม่” ตงฟางมู่ถามหลานสาว ในแววตามีแต่ความเจ็บปวด

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่พบเจ้าค่ะ” พูดจบแล้วนางก็กลับหลังหัน เหมือนกับนางรีบร้อนมาก นางจึงเหยียบชายกระโปรงตัวเอง เกือบจะล้มลงอยู่แล้ว

สาวใช้เร่งเข้าไปประคองนาง แต่นางกลับดันร่างสาวใช้ออก แล้วยกชายกระโปรงวิ่งไปอย่างว่องไว

ฉู่เยี่ยนยืนอยู่ข้างนอกประตูหน้าของจวนฉีอวิ๋น ร้อนใจเหมือนมีไฟแผดเผา

เขารู้จักกฎของอาจารย์ดี หากไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์ เขาก็ไม่กล้าทะเล่อทะล่าเข้าไปข้างใน

หากเป็นเมื่อก่อน เขาก็คงไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เมื่อก่อนแล้ว

หลังจากรออยู่ครู่ใหญ่ พ่อบ้านก็เร่งฝีเท้ากลับมา คุกเข่าลงตรงหน้าฉู่เยี่ยน “ฝ่าบาท นายใหญ่ไม่อยากพบพระองค์ ขอพระองค์กลับไปเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว ถามเสียงขรึม “เป็นนายใหญ่ของเจ้าไม่อยากพบข้า หรือคุณหนูน้อยของจวนเจ้าไม่อยากพบข้ากันแน่”

พ่อบ้านไม่กล้าตอบความ เพียงกดหน้าผากลงบนพื้นที่เย็นยะเยือก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น

จากนั้นฉู่เยี่ยนก็ก้าวไปข้างหน้า หมายจะบุกเข้าไป ตรงหน้าเขาพลันปรากฏใบหน้าของไป๋จื่อ รวมถึงดวงตาที่ใสแจ๋วดุจสายน้ำคู่นั้น

หากพบนางแล้ว เขาจะพูดอะไรดี

เขาต้องอธิบายเรื่องสตรีเหล่านั้นในวังหลังอย่างไร

ไม่ว่าเขาจะเคยแตะต้องสตรีเหล่านั้นหรือไม่ พวกนางก็เป็นสนมของเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

คำสัญญาที่เคยให้ไว้ดังก้องที่ข้างหู ความจริงตรงหน้าตบหน้าเขาอย่างแรงแล้ว

เขาไม่อยากสนใจอะไรทั้งนั้น ทิ้งความกังวลทุกอย่าง เพียงถลันไปถึงตรงหน้าของนาง

ทว่าขาคู่นี้กลับเหมือนถูกตอกตะปู ยกอย่างไรก็ไม่ขึ้น ก้าวขาไม่ออก

หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายฉู่เยี่ยนก็เอ่ยปากกับพ่อบ้านที่หมอบอยู่บนพื้น “เจ้าไปบอกไป๋จื่อว่าข้าจะรอนางอยู่ที่นี่ รอจนกว่านางจะยอมพบข้า”

พ่อบ้านยันกายขึ้นจากพื้น โค้งตัวและถอยกลับไปพร้อมขาสั่นๆ

เขาส่งข่าวไปที่เรือนเหมยซึ่งไป๋จื่อพักอยู่ นางนั่งเหม่อมองอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อบ้านแล้ว ในใจของนางก็ยิ่งสับสน

หากเป็นสตรีธรรมดา เกรงว่าคงจะต้องไปพบหน้าเขา กอดพร้อมร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ร่ำร้องว่าโชคชะตารังแกคน เกลียดที่โลกนี้ไม่ยุติธรรม

ทว่านางไม่ใช่สตรีธรรมดา นางทำเช่นนั้นไม่ได้ และไม่คิดจะทำเช่นนั้นเหมือนกัน

นางมีใจให้ฉู่เยี่ยน เรื่องนี้นางไม่อาจปฏิเสธได้

ความรักนี้ของนางยังไม่เข้มข้นถึงขั้นที่นางจะรับเรื่องราวทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าได้

ดังนั้นการหลบหน้าไม่พบกัน อาจจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว

ไม่พบ ไม่พบกันอีก ตัดใจทิ้งเสีย

ความสับสนและว้าวุ่นเช่นนี้ มีแต่มีดเร็วแหลมคมที่สะบัดมาอย่างรวดเร็วและไร้ปราณีเท่านั้น จึงจะตัดมันขาดสะบั้นได้

นางสูดลมหายใจลึก แล้วลุกขึ้นเดินไปถึงตรงหน้าชั้นวางหนังสือ ค้นหาหนังสือมาอ่านอย่างลวกๆ พยายามสงบสติอารมณ์

ท้องฟ้าถูกความมืดมิดกลืนกินทีละเล็ก ทีละน้อย ลมยามราตรีรวมตัว พัดหน้าต่างเปิดออก ลมหนามพรั่งพรูเข้ามาเต็มห้อง

แม้จะเป็นช่วงกลางฤดูหนาว ทว่าลมค่ำคืนในภูเขากลับหนาวเย็น นางที่สวมเสื้อผ้าตัวบางจึงจามออกมาอย่างอดไม่อยู่

นางลุกขึ้นเดินไปที่ริมหน้าต่าง ยื่นมือไปจะปิดมัน แต่กลับเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล

บนทางเดินสว่างไสว บุรุษที่อยู่ตรงนั้นผ่ายผอม

เขายังคงเป็นฉู่เยี่ยนคนเดิม หล่อเหลาหาใครเทียบ ท่วงท่าสง่างามและสูงศักดิ์ เพียงแค่ยืนก็ไม่ต่างอะไรกับภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ

มือของนางยันขอบหน้าต่าง ดวงตาทั้งสองคู่สอดประสาน วาจาพันหมื่นวนเวียนอยู่ในสายตา ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

ดวงตาคู่งามคล้ายเกิดระลอกคลื่น น้ำตาพุ่งเข้ามาจู่โจม หัวใจเจ็บเหมือนถูกทุบ นางไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าเขา จึงปิดหน้าต่างอย่างแรงเสียเลย

เสียงปังดังขึ้น ราวกับคลื่นเสียงสั่นไหวคลื่นน้ำในดวงตาให้หยดลง กลายเป็นเม็ดอัญมณีหยดแล้วหยดเล่า

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 583