คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 579

#579คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1157 เรื่องน่ายินดี

“ท่านพ่อ ข้าปวดใจยิ่งนัก ปวดใจเหลือเกินเจ้าค่ะ!” ตงฟางหว่านเอ๋อร์กำเสื้อตรงหน้าอกของตัวเอง ทำให้เสื้อผ้าที่เรียบลื่นเกิดเป็นรอยยับก้อนหนึ่ง

“พ่อรู้ พ่อรู้ทั้งสิ้น แต่หว่านเอ๋อร์ คนตายแล้วไม่อาจฟื้นคืน หากจื่อเอ๋อร์ที่อยู่ในปรโลกเห็นเจ้าเป็นเช่นนี้คงเสียใจแย่”

นางจับมือของบิดา แทบจะใช้เรี่ยวแรงทั้งตัว นางจับมือเขาพร้อมมือสั่น ทำให้ยาที่ร้อนลวกหกออกมาใส่เสื้อผ้าสีขาวราวกับหิมะของนาง

ทว่าไม่รู้สึกตัว ยังคงจับมือของบิดา “ท่านพ่อ หากข้าตายไปแล้ว ข้าจะได้พบกับจื่อเอ๋อร์ที่ปรโลกหรือไม่” หากจะได้พบกันจริงๆ นางก็อยากจะตายไปเสียตอนนี้เลย

ตงฟางมู่สะบัดมือ บนใบหน้าฉายแววเคร่งเครียด จากนั้นเขาก็ส่งยาให้กับข้าลูกน้องที่คอยท่าอยู่ข้างๆ แล้วค่อยพูดกับหว่านเอ๋อร์ว่า “เด็กโง่ คนตายแล้วก็เหมือนไฟมอด เมื่อลงไปอยู่ใต้ดินแล้วก็จะเป็นเพียงแค่ดินกองหนึ่ง ยังจะเหลืออะไรอีก คำพูดที่ว่าตายไปขึ้นสวรรค์ ลงปรโลกยังมีความรู้สึกล้วนเป็นแค่ความเชื่อในตำรา เจ้าอย่าไปคิดเป็นจริงเป็นจังเด็ดขาด!”

ตงฟางหว่านเอ๋อร์นอนลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ตะแคงตัวหันหลังให้กับบิดา “ข้าเหนื่อยแล้ว”

ตงฟางมู่ยังอยากโน้มน้าวให้นางกินยา แต่เห็นท่าทางเช่นนี้ของนางแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ทว่าทันใดนั้นมีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากข้างนอก

พ่อบ้านวิ่งเข้ามา หอบหายใจอย่างหนัก ไม่เห็นแววสงบเสงี่ยมเหมือนปกติเลยสักนิด เขาอ้าปากตะโกนบอกตงฟางมู่ว่า “นายใหญ่ เรื่องน่ายินดีขอรับ เรื่องน่ายินดี!”

ตงฟางมู่ขมวดขมวดคิ้ว “เรื่องน่ายินดีอะไร เบาเสียงหน่อย อย่ารบกวนคุณหนู”

เขาลุกขึ้นยืน กำลังจะพาตัวพ่อบ้านไปพูดข้างนอก

แต่พ่อบ้านกลับไม่รอให้เขาเข้ามาใกล้ เอ่ยปากตะโกนอีกว่า “คุณหนูไป๋จื่อกลับมาแล้วขอรับ นางกลับมาแล้ว!” พ่อบ้านพูดแล้วก็ขอบตาร้อนผ่าน เกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

ตลอดสามปีที่ผ่านมา นายใหญ่และคุณหนูล้วนกลุ้มใจเรื่องคุณหนูไป๋จื่อทุกวัน เขาเห็นแล้วก็รู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก

แม้กระทั่งอนุมานว่าได้คุณหนูไป๋จื่อไม่มีทางกลับมาแล้ว และคิดกันว่าป้ายชื่อในโถงวิญญาก็คือชีวิตหนึ่งของคุณหนูไป๋จื่อ

ดวงตาที่ปิดสนิทพลันเบิกโพลง ร่างกายที่เดิมทีอ่อนล้าไม่รู้ว่าได้เรี่ยวแรงมาจากที่ใด ตงฟางหว่านเอ๋อร์รีบลุกขึ้นนั่ง จ้องมองพ่อบ้านด้วยดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยเส้นเลือด “เจ้าว่าอะไรนะ เมื่อครู่นี้หมายความว่าอย่างไร”

พ่อบ้านรีบพูดขึ้นว่า “นายใหญ่ คุณหนู คุณหนูไป๋กลับมาแล้วขอรับ รถม้าเข้าประตูหน้ามาแล้ว กำลังมาทางนี้แล้วขอรับ เป็นนางจริงๆ ข้าเห็นนางเองกับตา” ใบหน้าที่เหมือนกับคุณหนูในวัยเยาว์อย่างกับแกะนั้น เขาจะมองพลาดไปได้อย่างไร ทันทีที่เขาเห็นนาง เขาก็รีบวิ่งมารายงานทันที

ตงฟางมู่คว้าคอเสื้อของพ่อบ้าน ถามด้วยความร้อนใจ “เจ้าไม่ได้มองผิดไปแน่นะ”

ในที่สุดพ่อบ้านก็ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมา “นายใหญ่ ข้าจะมองผิดไปได้อย่างไร ใบหน้าของคุณหนูไป๋เหมือนกับคุณหนูตอนยังเยาว์ขนาดนั้น! นายใหญ่ คุณหนูไป๋จื่อกลับมาแล้ว!”

ทันใดนั้นตงฟางมู่ก็ปล่อยคอเสื้อของอีกฝ่าย สาวเท้าวิ่งออกไปข้างนอก ส่วนสาวใช้สองคนประคองตงฟางหว่านเอ๋อร์ที่กำลังอ่อนแอเดินตามไปอย่างเร่งรีบ

ไป๋จื่อเดินเร็วอย่างต่อเนื่อง หัวใจเต้นเร็วมาก บัดนี้นางต้องการพบกับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง สามปีผ่านมา ในที่สุดนางก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาอีกครั้งหนึ่งแล้ว

นางมองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งห้อตะบึงมาหานางแต่ไกล เมื่อมองเห็นใบหน้าชัดเจน นางก็น้ำตาไหลพรากอย่างควบคุมไม่อยู่

ท่านตาที่เหมือนกับภูเขาหยกที่สง่างาม เหตุใดชราลงไปได้มากถึงเพียงนี้ ผมสีดอกเลาทั้งศีรษะ รูปร่างไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนก่อนหน้านี้เช่นกัน มองตรงไหนก็พบแต่ความชรา หากพบเขาที่อื่น นางอาจจะจำเขาไม่ได้ก็เป็นได้

……….

ตอนที่ 1158 โปรตีนประกอบ

ตงฟางมู่วิ่งไปถึงตรงหน้าไป๋จื่อ มองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น เด็กสาวตัวสูงขึ้นกว่าเมื่อสามปีก่อนมาก ใบหน้าดูเป็นสาวเต็มที่ คล้ายกับหว่านเอ๋อร์ในปีนั้นอยู่แปดเก้าส่วน

“สาวน้อย เป็นเจ้าจริงๆ หรือ” ตอนนี้ตงฟางมู่มองใบหน้าของไป๋จื่อไม่ชัดเจนแล้ว เพราะน้ำตาบดบังเส้นสายตาจนหมดสิ้น เขาหัวใจเต้นเร็วมาก มือที่ยื่นออกไปสั่นเทาไม่หยุด

ไป๋จื่อประคองมือของเขา ทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงโขกศีรษะเสียงดังครั้งหนึ่ง “ท่านตา จื่อเอ๋อร์กลับมาแล้ว!”

ตงฟางมู่นั่งยองลง คุกเข่าข้างหนึ่งลงเช่นกัน เขายื่นมือกอดเด็กสาวไว้ในอ้อมอก ร้องไห้เหมือนกับเด็กๆ

เขากอดนางจนแน่นไม่ยอมปล่อยมือ หลานสาวหัวแก้วหัวแหวนที่หายไปกลับมาแล้ว

เบื้องหลังของตงฟางมู่มีเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาก คราวนี้เขาถึงจะนึกถึงหว่านเอ๋อร์ จึงรีบปล่อยไป๋จื่อ แล้วประคองนางให้ลุกขึ้นยืน

ตงฟางหว่านเอ๋อร์ในตอนนี้ ไหนเลยจะยังเป็นตงฟางหว่านเอ๋อร์คนเดียวกับในความทรงจำของนาง

นางถูกเผยชิงหานทรมานมาสิบสามปี ก็ไม่ได้ซีดเซียวและไร้ชีวิตชีวาเหมือนเช่นตอนนี้มาก่อน

แค่จินตนาการดูก็รู้แล้วว่าสามปีมานี้นางมีชีวิตเช่นไร

“ท่านแม่ ลูกกลับมาแล้ว!” นางถลาเข้าไปกอดมารดาที่ผอมบางเหมือนกับกิ่งไม้ เจ็บปวดหัวใจจนแทบจะไม่อาจหายใจได้

ตงฟางหว่านเอ๋อร์อ้าปาก ในลำคอมีเสียงสะอื้นไห้ที่แหบพร่าดังมา สองมือเกาะกุมไป๋จื่อตรงหน้าไว้อย่างแน่นหนา ด้วยกลัวว่าหากปล่อยมือไปเพียงพริบตาเดียว บุตรีคนนี้จะหายไปไม่เห็นอีกครั้ง

อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นจนเกินไป สุดท้ายแล้วตงฟางหว่านเอ๋อร์ก็พูดไม่ออกแม้สักประโยคเดียว ทว่าหมดสติไปในทันที ล้มพับอยู่ในอ้อมกอดของไป๋จื่อ

ถึงจะหมดสติไปแล้ว ทว่านางก็ยังจับมือของไป๋จื่อเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

หลังจากนำตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับไปที่ห้องอย่างทุลักทุเลแล้ว ไป๋จื่อก็ตรวจชีพจรให้นาง พบว่านางร่างกายอ่อนแออย่างถึงที่สุดแล้ว ความดันโลหิตสูง และมีภาวะโลหิตจาง

ดูท่าทางสามปีนี้นางคงไม่ได้กินข้าวอิ่มท้องเท่าไร

ไป๋จื่อบอกให้ข้ารับใช้ในห้องออกไปก่อน จากนั้นนางก็เปิดกล่องยา ค้นหาสิ่งที่อยู่ในกล่องยกหนึ่ง ก่อนจะพบโปรตีนประกอบคุณภาพสูง ซึ่งปกติแล้วจะใช้กับผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้

ทว่าใช้สารประกอบชนิดนี้กับตงฟางหว่านเอ๋อร์ในเวลานี้ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ครั้นฉีดของเหลวสีเหลืองอ่อนเข้าไปในร่างกายของตงฟางหว่านเอ๋อร์ไปแล้ว ไป๋จื่อก็หยิบสารบำรุงร่างกายชนิดเข้มข้นออกมาขวดหนึ่ง นี่เป็นยาที่นางนำกลับมาเมื่อครั้งกลับไปยุคปัจจุบันครั้งสุดท้ายเมื่อสามปีก่อน ทั้งหมดมีสิบขวด นางใช้ไปสองขวดขณะที่อยู่ที่อาณาจักรอูซุน ตอนนี้เหลืออยู่แปดขวดแล้ว

ขวดสารบำรุงร่างกายขนาดเล็กเท่านิ้วโป้งเช่นนี้ มีคุณประโยชน์มากกว่ากินอาการปกติตลอดเจ็ดวันเสียอีก

นางค่อยๆ ฉีดสารบำรุงเข้าไปในร่างกายของตงฟางหว่านเอ๋อร์ทีละนิด

“พวกนี้คืออะไรหรือ” ตงฟางมู่ย่อมเชื่อถือวิชาแพทย์ของไป๋จื่อ เพียงแต่สนอกสนใจสิ่งของพวกนี้เท่านั้น

ไป๋จื่อเอ่ยว่า “สามปีมานี้ท่านแม่ไม่ค่อยได้กินข้าว ร่างกายอ่อนแอเกินไป ข้าจึงเติมสารบำรุงร่างกายให้นาง โชคดีที่ไม่มีอาการอะไรอย่างอื่น พักผ่อนสักสองสามวันก็ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ”

ตงฟางมู่ถอนใจโล่งอก บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแล้ว “เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก” ไป๋จื่อกลับมาแล้ว มีนางอยู่ด้วย จะมีอะไรไม่ดีได้อีกเล่า ทุกอย่างต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

ตอนนี้ตงฟางหว่านเอ๋อร์ยังคงหลับใหล ตงฟางมู่มีคำถามมากมายเต็มท้อง แต่ก็กลัวจะรบกวนบุตรี จึงจูงมือหลานสาวออกจากห้องไป แล้วนั่งลงตรงหน้าโต๊ะหินในสวน

“จื่อเอ๋อร์ สามปีมานี้ แท้จริงแล้วเจ้าไปที่ใดกันแน่ เหตุใดไม่ส่งข่าวเลยสักนิด เจ้ารู้หรือไม่ว่าหลังจากแม่เจ้ารู้ว่าเจ้าหายไป นางคิดจะออกไปตามหาเจ้าอยู่หลายครั้งเชียว”

ไป๋จื่อตาแดง พลางถอนใจเสียงหนึ่ง “ข้าอยากกลับมาเสมอ แต่ข้าอยู่กลางทะเล ห่างจากแผนดินจงหยวนถึงหมื่นลี้ แม้ใจจะอยากกลับมา ทว่าไม่อาจกลับมาได้ หากไม่ใช่เพราะเรือของกรมการค้าแคว้นฉู่ไปที่อาณาจักรอูซุน ข้าก็ไม่รู้จริงๆ ว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้กลับมาหรือไม่”

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 579