คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 580

#580คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1159 อย่าบอกเขาว่าข้ากลับมาแล้ว

ตงฟางมู่มีสีหน้าประหลากใจ ด้วยอย่างไรก็คาดไม่ถึง นางเกิดเรื่องที่เจียงเป่ยแท้ๆ แล้วไปถึงอาณาจักรอูซุนที่อยู่ห่างออกไปหมื่นลี้ได้อย่างไร

“แท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยเถอะ!” ตงฟางมู่ถามด้วยความร้อนใจ

ไป๋จื่อเล่าหายนะตลอดสามปีมานี้เสียรอบหนึ่ง หากไม่พูดก็จะไม่รู้สึกอะไร ทว่าตอนนี้ได้พูดออกมาแล้ว แม้แต่นางเองก็รู้สึกว่าชีวิตคนช่างเต็มไปด้วยสีสันจริงๆ

ไม่เพียงแค่มีสีสัน แต่ยังน่าอัศจรรย์อีกต่างหาก!

โชคดีที่นางกลับมาแล้ว กลับมายังแผ่นดินผืนนี้ กลับมาอยู่ข้างกายคนในครอบครัวที่เอาใจใส่นาง

ตงฟางมู่ฟังเรื่องของนางจนจบด้วยความรู้สึกปวดใจ สามปีมานี้เขากับหว่านเอ๋อร์แทบจะมีแต่ความโศกเศร้า ในเลยจะรู้ว่าจื่อเอ๋อร์ของพวกเขาพบเจอเรื่องแปลกประหลาดที่กลางทะเลห่างไกลตั้งมากมาย

“เจ้ากลับมาแล้ว ดียิ่งนัก” ตงฟางมู่เช็ดน้ำตา บนใบหน้าเผยให้เห็นรอยยิ้มสดใส นี่เป็นรอยยิ้มเบิกบานใจแรกในรอบสามปีเลยทีเดียว

จากนั้นเขาก็มองไปยังกู้ปั๋วหยางที่ยืนอย่างเงียบเชียบอยู่ข้างๆ มาโดยตลอด

“เจ้าก็คือกู้ปั๋วหยางหรือ” ตงฟางมู่พิจารณากู้ปั๋วหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกว่าชื่อของคนผู้นี้พิสดารยิ่งนัก โชคดีที่ยังถือว่าเขาหน้าตาธรรมดาอยู่

กู้ปั๋วหยางเดินกะเผลกไปข้างหน้า ประสานมือคารวะตงฟางมู่ “ผู้เยาว์นามว่ากู้ปั๋วหยาง ขอคารวะท่านตงฟาง”

ตงฟางมู่พยักหน้า “ในเมื่อจื่อเอ๋อร์นับถือเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เช่นนั้นต่อไปพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอก”

ฝ่ายกู้ปั๋วหยางพยักหน้า ในใจรู้สึกตื้นตันเป็นอย่างยิ่ง เขามาอยู่ที่โลกใบนี้ได้สิบกว่าปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเช่นนี้ ช่างเหมือนกับได้กลับมาอยู่ในสถานที่ของตนเองเลยจริงๆ

หลังจากสนทนากันอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ตงฟางมู่ก็ถามขึ้นว่า “เจ้าได้ให้ใครส่งสาส์นไปที่เมืองหลวงหรือไม่ จ้าวหลานและหู่จ่างหลินล้วนอยู่ที่เมืองหลวง”

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ยังเลยเจ้าค่ะ ข้าลงจากเรือแล้วก็กลับมาที่นี่ก่อน”

ตงฟางมู่ถอนใจเสียงหนึ่ง “เพื่อตามหาเจ้า ในตอนนั้นเยี่ยนเอ๋อร์แทบจะตายอยู่ที่เจียงเป่ย ตอนส่งเขากลับเมืองหลวง เขาเหลือเพียงลมหายในสุดท้ายแล้ว หมอหลวงสวี่ใช้เวลาครึ่งปีเต็มๆ ถึงจะรักษาเขาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ได้ ทว่านับวันเขายิ่งหมดอาลัยตายอยาก ไท่ซ่างหวงกลัวว่าโอรสคนนี้จะกลายเป็นคนพิการ จึงมอบตำแหน่งฮ่องเต้ให้เขาก่อนเวลา ด้วยหวังว่าเขาจะเข้มแข็งขึ้นมาได้เพราะภาระหนักอึ้งที่อยู่บนบ่า”

ไป๋จื่อฟังอย่างเงียบเชียบ ทว่าในใจรู้สึกเจ็บแปลบ

“จื่อเอ๋อร์ ข้ารู้จักนิสัยของเจ้า เจ้าไม่อาจรับได้หากสามีจะมีสตรีอื่น ทว่าจื่อเอ๋อร์เอ๋ย เขาเป็นฮ่องเต้ ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ความเป็นตายของทั้งแคว้นอยู่ในกำมือของเขา แต่เจ้ารู้หรือไม่ คนที่ไม่มีอิสระเสรีมาที่สุดบนโลกใบนี้ก็คือฮ่องเต้นั่นแหละ”

“ข้าเห็นความจนใจของเขาอยู่ในสายตา รับรู้ความเจ็บปวดของเขาด้วยใจของข้า จื่อเอ๋อร์ เจ้าอย่ากล่าวโทษเขาเลยนะ”

ไป๋จื่อส่ายหน้า บนใบหน้าที่ซีดขาวอย่างเห็นได้ชัดปรากฏรอยยิ้มขมขื่น “ข้าไม่กล่าวโทษเขา ไม่มีทางเจ้าค่ะ” หากจะผิดก็ผิดที่เขาเกิดเป็นราชนิกูล

หากจะผิดก็ผิดที่นางไม่ใช่คนของโลกใบนี้

“ท่านตา อย่าบอกเขานะเจ้าคะ”

ตงฟางมู่ตะลึง “อะไรหรือ”

“อย่าบอกเขาว่าข้ากลับมาแล้ว ให้เขาคิดว่าข้าตายไปแล้วเถอะเจ้าค่ะ” ไป๋จื่อก้มหน้าลง บดบังน้ำตาในดวงตา

ในเมื่อเจ็บปวดมาแล้วครั้งหนึ่ง เช่นนั้นก็ให้เวลาปลอบโยนบาดแผลเหล่านั้น เหตุใดต้องปรากฏตัวให้เห็นอีก เหตุใดต้องทำให้บาดแผลที่สมานกันแล้วต้องเจ็บอีกครั้ง

เรื่องที่นางไม่อาจรับได้ นางล้วนไม่มีทางรับได้ตลอดกาล นางไม่มีทางใจอ่อนเพราะความทุ่มเทที่เขาเคยมีต่อนาง

นี่ไม่ใช่ละคร ยิ่งไม่ใช่การเล่นพ่อแม่ลูก

นางไม่สามารถรับเรื่องที่บุรุษของตนเองจะไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสตรีอื่น ส่วนนางยังคงต้องอวยพรขอให้มีความสุขอย่างหน้าชื่นตาบานได้ นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับนาง

เฮ้อ...นางทำไม่ได้จริงๆ

และนางก็รักบุรุษเช่นนั้นไม่ได้จริงๆ เช่นกัน

ตงฟางมู่เงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายเขาก็พยักหน้า “หากเจ้าคิดเช่นนั้นก็ทำตามนั้นไปเถอะ ไม่ว่าเจ้าจะตัดสินใจอย่างไร ข้าล้วนสนับสนุนเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข มีแต่จะอยู่เคียงข้างเจ้าไปตลอดกาล”

……….

ตอนที่ 1160 จารึกประวัติศาสตร์

ไป๋จื่อพยักหน้า ทำให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงใส่หลังมือของนาง

นางยกมือขึ้น ใช้ฝ่ามือเช็ดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะกำมือเล็กน้อย ซ่อนความชื้นแฉะในมือเอาไว้

...

วันที่สาม เดือนแปด ใต้เท้าอู่เข้าวัง ขบวนรถม้าผ่านประตู เขากลับมองไม่เห็น เพียงนำขบวนเข้าไปในวังโดยตรง

ฉู่เยี่ยนกำลังสนทนากับขุนนางใหญ่อยู่ที่ห้องทรงอักษร เมื่อได้ยินว่าใต้เท้าอู่กำลังฟังราชโองกาลอยู่ข้างนอก เขาก็ประกาศให้อีกฝ่ายเข้าวังทันที

เขากล่าวชมใต้เท้าอู่ยกใหญ่ ในดวงตาเต็มไปด้วยความปีติ บัดนี้ใต้เท้าอู่รู้สึกว่าความยากลำบากและความพยายามตลอดครึ่งปีนี้ล้วนไม่สูญเปล่า

หลังจากฟังเรื่องเล่าจากต่างแดนที่ใต้เท้าอู่เล่าให้ฟังแล้ว ฉู่เยี่ยนก็มีรับสั่งให้บันทึกประสบการณ์เดินทางไปทำการค้าขายเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงวาดแผนที่ดินแดนบนทะเลไว้ด้วย เพื่อให้คนได้รู้จักดินแผนต่างถิ่นอย่างละเอียด

ใต้เท้าอู่ดีใจมาก เพราะเขาจะได้จารึกลงในประวัติศาสตร์ด้วย!

เมื่อใต้เท้าอู่กลับไปแล้ว ฉู่เยี่ยนสั่งให้ฝูงกงกงเก็บสิ่งของจากใต้เท้าอู่ไว้ในโกดังก่อน เมื่อเขามีเวลาว่างเมื่อไรจะไปดูด้วยตนเอง

สงครามทางตะวันตกเฉียงเหนือปะทุขึ้นอีกครั้ง เขาต้องปวดศีรษะเพราะเรื่องศึกสงครามทุกวัน แม่ทัพเซียวกรีฑาทัพไปทางตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว เพิ่งเริ่มต้นไม่ทันไรก็ได้รับชัยชนะถึงสองครั้ง ทว่าหลังจากนั้นกลับมีรายงานรบพ่ายแพ้ส่งมาถึงตรงหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอาเขาโมโหจนอยากจะไปที่สนามรบด้วยตนเอง

ไม่มีใครรู้จักชาวซีเยี่ยดีไปมากกว่าเขาอีกแล้ว!

เขาไม่อยากเป็นฮ่องเต้แม้สักนิด ยิ่งชอบควบม้าเข้าสนามรบ ใช้เหงื่อและเลือดร้อนๆ มากกว่า

แต่วันนี้เขานั่งลงบนตำแหน่งนี้แล้ว

ก่อนจะเป็นฮ่องเต้ เขาคิดว่าขอเพียงได้เห็นฮ่องเต้ก็สามารถปกป้องคนที่ตนอยากปกป้อง และทำสิ่งที่ตนเองอยากทำได้ตามใจ

ใครเล่าจะรู้ว่าการเป็นฮ่องเต้จะมีแต่ความจนใจเช่นนี้

ทุกครั้งที่ทำการตัดสินใจ เขาต้องชั่งน้ำหนักส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดอย่างยุติธรรม ไม่อาจทำตามใจปรารถนาได้

เพราะเขาเป็นฮ่องเต้ ทุกคำพูดและทุกการกระทำถือเป็นตัวแทนของแคว้นฉู่ ไม่ใช่แค่ตัวเขาเองเท่านั้น

หากไม่ใช่เพราะเสด็จพ่อประชวรหนักเมื่อสองปีก่อน เป็นตายเท่ากัน และต้องการฝากฝังแคว้นฉู่ไว้กับเขา ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อยากเป็นฮ่องเต้โดยสิ้นเชิง

แม้แต่สตรีที่เขารักที่สุดยังปกป้องไม่ได้ แล้วจะเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไร

“ประกาศไป แต่งตั้งโจวกังเป็นแม่ทัพใหญ่ทางเหนือ เร่งนำกองทหารม้าเกราะดำไปช่วย รับผิดชอบขับไล่ทัพซีเยี่ยไปให้ได้ภายในสิบห้าวัน ห้ามมีข้อผิดพลาด!”

โจวกังและฟู่เจิงเป็นแม่ทัพใหญ่ที่มีชีวิตรอดในตอนนั้น ปกติแล้วโจวกังทำอะไรจะมั่นคงและใจเย็น ใช้อำนาจทางทหารอย่างพอเหมาะ ให้เขานำทัพไปช่วยทางเหนือจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

วันเดียวกันนี้เอง โจวกังออกเดินทางทันที และถึงทางตะวันตกเฉียงเหนือในห้าวันหลังจากนั้น เมื่อไปถึงแล้วก็รับช่วงต่ออำนาจจากแม่ทัพเซียว ให้เขามีอำนาจสั่งการทั้งกองทัพอย่างเต็มที่

แม่ทัพเซียวลำบากใจที่จะพูดจริงๆ ทำได้เพียงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ใครใช้ให้เขานำทัพพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องเล่า ตอนนี้ฮ่องเต้ริบอำนาจทหารของเขาอย่างถูกต้อง แล้วเขาจะพูดอะไรได้

เซียวกุ้ยเหรินรู้เรื่องที่บิดาถูกริบอำนาจทหารแล้ว ความเหิมเกริมของนางจึงหายไปไม่น้อย เอาแต่อยู่ในตำหนักไม่กล้าออกไปไหน แม้แต่อยู่ร่วมกับฉู่เยี่ยนก็สงบเสงี่ยมขึ้นหลายส่วน ฝ่ายฉู่เยี่ยนก็ไม่ต้องมองสิ่งของชวนสะอิดสะเอียนถูกส่งเข้ามาในห้องหนังสือทุกวันเช่นกัน

ตั้งแต่โจวกังรับช่วงต่ออำนาจทหารจากแม่ทัพเซียวก็มีรายงานความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และด้วยโจวกังใช้ความสามารถทั้งบู๊และบุ๋น หลายๆ คนจึงยกย่องโจวกังราวกับเทพเลยทีเดียว

ยกย่องโจวกังก็เท่ากับยกย่องฉู่เยี่ยนด้วย

ฉู่เยี่ยนเลือกโจวกังด้วยตนเอง โจวกังเองยิ่งได้ร่ำเรียนการต่อสู้หลายแขนงจากเขา นับได้ว่าเขาเป็นอาจารย์ของโจวกังคนหนึ่งเช่นกัน

เมื่อได้ข่าวสงครามทางตะวันตกเฉียงเหนือ อาการกลัดกลุ้มของฉู่เยี่ยนหายไปถึงครึ่งหนึ่ง คราวนี้ถึงจะนึกถึงสิ่งของจากต่างแดนที่ใต้เท้าอู่มอบให้ก่อนหน้านี้ จึงให้ฝูกงกงยกกล่องออกมา

ข้าวของอัดแน่นเต็มกล่อง ล้วนเป็นสิ่งของหน้าตาแปลกๆ ไม่อาจเรียกได้ว่าประณีต เพราะเมื่อเทียบกับงานฝีมือของแคว้นฉู่แล้ว นับว่าเป็นสิ่งของที่ทำขึ้นอย่างหยาบๆ

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 580