คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 578

#578คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา

ตอนที่ 1155 แผนของหลินหยาง

ในศตวรรษที่ยี่สิบสาม ยานอวกาศไม่ใช่สิ่งของแปลกใหม่อะไรแล้ว ยานข้ามมิติก็เผยโฉมต่อสาธารณะตั้งนานแล้ว ขอเพียงกำลังทรัพย์เพียงพอ การนั่งยานข้ามมิติมาถึงโลกใบนี้ นำนางกลับไปยังศตวรรษที่ยี่สิบสามจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่อย่างใด

ความยากอยู่ตรงที่จะหาจังหวะตอนที่ไป๋จื่อเกิดเรื่องได้อย่างไร และจะหาเวลา รวมถึงทางเข้าตรงที่พวกเขาอยู่ได้อย่างไร

กู้ปั๋วหยางเป็นตำรวจสากลทางทะเล ยากจะเข้าใจเข้าใจเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงสิ่งของมหัศจรรย์อย่างยิ่ง เขาอ่านข้อมูลที่อยู่ในแท็บเล็ตแล้วหลายรอบ แต่กลับยิ่งอ่านยิ่งมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูกเลยสักนิด

เขาถามไป๋จื่อว่า “ข้อมูลในนี้ เจ้าอ่านแล้วใช่หรือไม่”

ไป๋จื่อพยักหน้า “อ่านแล้ว”

เมื่อได้ฟังดังนั้น กู้ปั๋วหยางก็ตั้งอกตั้งใจขึ้นมาในทันที เขารีบเข้านั่งลงข้างๆ ไป๋จื่อ “เช่นนั้นเจ้าอธิบายให้ข้าฟังหน่อยเถอะ ว่าวิธีการของหลินหยางใช้ได้หรือไม่”

เด็กสาวเปิดเปลือกตาที่ปิดสนิท กวาดสายตามองข้อมูลบนแท็บเล็ต จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้ง “แน่นอนว่าใช้ได้” หลินหยางชอบค้นคว้าเรื่องอวกาศที่ลึกลับมาตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย เขารู้เรื่องหลายๆ เรื่องที่นางไม่เข้าใจ

หากไม่ใช่เพราะนาง ตอนนั้นหลินหยางคงไม่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกับนางกระมัง

หากไม่ใช่เพราะนาง หลินหยางจะต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่หมอ

เพื่อนางแล้ว หลินหยางละทิ้งความชอบของตนเอง มาวันนี้ยิ่งวางแผนละทิ้งทุกอย่างของตนเองมาเสี่ยง

‘หลินหยาง คุณต้องการให้ฉันตอบแทนคุณยังไง’

นางถอนใจอย่างไร้เสียง ความขมขื่นในใจแผ่กระจายไปทั่วร่าง กลายเป็นความเจ็บปวดที่คอยทิ่มแทงเหมือนกับเข็ม

“หมายความว่าอาจจะมีสักวันที่หลินหลางผู้นี้ขับยานอวกาศมาถึงที่นี่ แล้วรับพวกเรากลับไปใช่หรือไม่” กู้ปั๋วหยางเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าวันที่จะได้พบภรรยาและลูกเข้าใกล้เขามาอีกก้าวหนึ่ง

ไป๋จื่อส่ายหน้า “ไม่ได้ง่ายดายเจ้าที่เจ้าคิด แม้วิธีการนี้จะใช้ได้ แต่จะตามหาที่นี่จากจักรวาลอันกว้างใหญ่ก็เป็นเรื่องยาก และวงโคจรตอนที่ข้าเดินทางด้วยจิตจะต้องถูกกำจัด นี่ยิ่งเพิ่มความยากในการมาที่นี่ จนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

กู้ปั๋วหยางไม่เข้าใจ “วงโคจรตอนที่เดินทางด้วยจิตถูกกำจัด? เพราะเหตุใดกัน วงโคจรการเดินทางด้วยจิตของพวกเราอ้างอิงจากสิ่งที่พวกเราเคยเดินทางไป จะถูกกำจัดได้อย่างไร” เขาไม่อาจเข้าใจได้โดยสิ้นเชิง

ทันใดนั้นไป๋จื่อก็ยิ้มขื่น “เจ้าเคยเห็นรูปภาพของหลินหยางแล้ว คนอย่างเขามีคนรักและอิจฉามากมายไม่รู้เท่าไร เจ้าก็รู้ว่าเมื่อสตรีบ้าคลั่งขึ้นมาแล้ว จะยังมีอะไรบ้างที่ไม่กล้าทำอีก”

กู้ปั๋วหยางเข้าใจได้ในทันที จึงเอ่ยด้วยความแตกตื่น “เจ้าถูกศัตรูหัวใจทำร้ายหรือนี่”

ไป๋จื่อยักไหล่ “จะว่าอย่างนั้นก็ได้กระมัง นางคิดว่าข้าเป็นศัตรูหัวใจของนางเสมอ จึงคอยหาเรื่องข้าอยู่ตลอด แต่ข้าไม่เคยใส่ใจนาง ใครเล่าจะคิดว่านางจะมีความกล้ามากถึงขั้นนั้น”

ฝ่ายกู้ปั๋วหยางถอนใจเสียงหนึ่ง “อย่างน้อยเจ้าก็ยังรู้ว่าเจ้ามาได้อย่างไร แต่ข้าไม่รู้อะไรเลย มาที่นี่โดยที่ไม่รู้ตัว วี่แววสักนิดก็ไม่มี”

“โลกก็ลี้ลับเช่นนี้แหละ ข้าเดาว่าคนจากยุคปัจจุบันในโลกใบนี้จะต้องไม่ได้มีแค่พวกเราสองคน” ไป๋จื่อว่า

กู้ปั๋วหยางเปิดรูปของหลินหยางอีกครั้ง มองบุรุษตัวสูงใหญ่และหน้าตาดีบนหน้าจอ จุ๊ปากชมไม่หยุด “ดูพวกเจ้าสองคนสิ เหมาะสมกันมากเลยนะ หากเจ้าไม่เจอเรื่องนี้ ตอนนี้พวกเจ้าสองคนคงจะมีลูกไปแล้วกระมัง”

ไป๋จื่อยิ้มเจื่อน “ไม่รู้สิ” นางไม่รู้เลยจริงๆ อาจจะเป็นไปได้ หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้ก็ได้

หลินหยางชอบนาง ชอบนางเพียงคนเดียวมาโดยตลอด ใครๆ ก็รู้

แต่ครอบครัวของหลินหยางเกลียดนาง คิดว่านางไม่เหมาะสมกับหลินหยาง ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้เช่นเดียวกัน

……….

ตอนที่ 1156 พ่อลูกพึ่งพากัน

“เหตุใดเจ้าไม่ไปเมืองหลวง” เขาอยากถามมาโดยตลอด แต่กลับไม่ได้ถามออกไป

ตอนนี้ในรถม้ามีเพียงพวกเขาสองคน เขาจึงอดไม่ไหวแล้ว

“ไปทำอะไรที่เมืองหลวง” ไป๋จื่อถาม

กู้ปั๋วหยางแถลงไข “คู่หมั้นของเจ้าอยู่ที่เมืองหลวงไม่ใช่หรือ แม้จะบอกว่าได้ยินข่าวลือจากใต้เท้าอู่มาบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงข่าวลือ ความจริงจะเป็นอย่างไรย่อมต้องฟังจากปากเขาสิ”

ไป๋จื่อเอ่ยทันที “ต้องมีโอกาสสักวัน แต่ตอนนี้ข้าอยากเจอครอบครัวของข้ามากกว่า”

กู้ปั๋วหยางมองหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมของนาง ในที่สุดก็กลืนคำพูดที่เหลือกลับไป ปิดปากสนิทแน่น

จากเจียงเป่ยถึงเขาฉีอวิ๋น หากเปลี่ยนจากเดินทางทางน้ำเป็นเดินทางบนบก จะต้องใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดวัน

แต่หากเดินทางบนบกเพียงอย่างเดียว จะต้องใช้เวลาทั้งหมดสิบวัน

ไป๋จื่อนั่งเรือมามากพอแล้ว แค่เห็นเรือก็รู้สึกเวียนศีรษะ จึงยอมนั่งรถม้าสามวัน แต่ไม่ยอมนั่งเรือแม้อีกสักวันเดียว

สิบวันให้หลัง เมืองฉีอวิ๋น

“ที่นี่คือเขาฉีอวิ๋นหรือ” กู้ปั๋วหยางยืนอยู่ข้างรถม้า มองป้ายบนกำแพงเมืองตรงหน้าพลางถาม

ไป๋จื่อก็ลงจากรถม้าเช่นกัน ยืนอยู่ข้างๆ กู้ปั๋วหยาง นางเงยหน้าขึ้น สายตาทอดมองไปยังตัวหนังสือสามตัว ‘เมืองฉีอวิ๋น’ “ที่นี่คือเมืองฉีอวิ๋น เขาฉีอวิ๋นอยู่นอกเมือง พวกเราไม่ต้องเข้าเมือง ตรงไปที่เขาฉีอวิ๋นเลยเถอะ”

ทั้งสองคนดื่มชาเย็นถ้วยหนึ่งในโรงน้ำชานอกเมือง จากนั้นก็ให้ม้าดื่มน้ำ แล้วค่อยออกเดินทางอีกครั้ง

หลังจากครึ่งชั่วยามให้หลัง รถม้าขึ้นเขาฉีอวิ๋นไปแล้ว ถึงไหล่เขาไม่ทันไรก็มีคนขวางพวกนางเอาไว้ เป็นผู้คุ้มกันที่สวมชุดสีดำทั้งตัวสองคน

ไป๋จื่อคุ้นเคยกับการแต่งตัวเช่นนี้อย่างยิ่ง เพราะเป็นการแต่งตัวของผู้คุมกันยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ในเขา

“พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่”

ผู้คุ้มกันลับที่รูปร่างสูงใหญ่สองคนยืนอยู่ตรงหน้ารถม้า จ้องมองคนบังคับรถม้าด้วยสายตาเย็นชา

กู้ปั๋วหยางกำลังจะออกไป แต่ไป๋จื่อห้ามเขาไว้ “ข้าไปเองดีกว่า”

ไป๋จื่อลอดออกจากตัวรถม้า ยืนอยู่ด้านหน้า มองผู้คุ้มกันลับสองคนจากด้านบน เอ่ยเสียงเรียบว่า “ข้าชื่อไป๋จื่อ ท่านตาและท่านแม่ทั้งสองของข้าอยู่บนเขาหรือไม่”

ผู้คุ้มกันลับทั้งสองคนชะงัก พวกเขาเคยได้ยินชื่อไป๋จื่อมานับครั้งไม่ถ้วน นางเป็นหลานสาวสุดที่รักของท่านตงฟาง แต่นางตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ บนเขายังมีป้ายของนางอยู่เลย

เมื่อเห็นผู้คุ้มกันสองคนนั้นชะงักไป ไป๋จื่อก็กล่าวอีกว่า “ข้ายังไม่ตาย พี่ชายทั้งสองคน ท่านตาและท่านแม่ทั้งสองของข้าอยู่บนเขาหรือไม่” นางถามย้ำอีกครั้ง

บัดนี้ผู้คุ้มกันลับทั้งสองดึงสติกลับมา รีบเอ่ย “อยู่ๆ คุณหนูโปรดตามข้ามา”

พวกเขาสบตากัน คนหนึ่งนำหน้าไปก่อน ห้อตะบึงขึ้นเขาไปด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อบอกข่าวกับท่านตงฟาง ส่วนอีกคนหนึ่งนำทางรถม้าขึ้นเขาไป

ตงฟางมู่กำลังนั่งอยู่ที่หน้าเตียงของตงฟางหว่านเอ๋อร์ ในมือถือถ้วยยา เอ่ยโน้มน้าวให้นางดื่มยาอย่างอ่อนโยน

ทว่าตงฟางหว่านเอ๋อร์กลับส่ายหน้าท่าเดียว ปากเอาแต่บอกว่าไม่ยอม สีหน้าของนางมีแต่ความกังวล ไหนเลยจะมีความสดใสแม้สักกระผีกเมื่อเทียบกับแต่ก่อน

นางเป็นเพียงสตรีวัยสามสิบกว่าปี ทว่าเวลานี้กลับเหมืองสตรีวัยกลางคนอายุสี่สิบหรือห้าสิบปีเสียอย่างนั้น

ความทุกข์ทรมานตลอดสามปี ทำให้นางชราลงอย่างเห็นได้ชัด

ผมของตงฟางมือเป็นสีขาวไปครึ่งหนึ่ง ร่างกายที่เดิมทีเหยียดตรง บัดนี้อ่อนแรงลงเช่นเดียวกัน

“หว่านเอ๋อร์ ถ้าเจ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป เจ้าจะให้พ่อเป็นคนผมขาวส่งคนผมดำจริงๆ ใช่หรือไม่” ในดวงตาของตงฟางมู่ปรากฏน้ำตาให้เห็น “หว่านเอ๋อร์ บนโลกนี้มีเพียงพวกเราพ่อลูกให้พึ่งพากัน เจ้าจะใจร้ายทิ้งให้พ่ออยู่คนเดียวหรือ”

ตงฟางหว่านเอ๋อร์ก็ตาแดงเช่นกัน แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลลงมาสักหยด

สามปีมานี้ นางร้องไห้ไปไม่รู้ตั้งกี่หน น้ำตาแห้งเหือดไปตั้งนานแล้ว

บุตรีหัวแก้วหัวแหวนของนางไม่มีทางกลับมาอีกแล้ว

หากนางรู้ว่าการจากกันครั้งนั้นจะเป็นการจากกันตลอดกาล ไม่ว่าจะพูดอย่างไรนางก็ไม่มีทางแยกจากกับไป๋จื่อเป็นแน่

คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 578