คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 590
ตอนที่ 1179 เมืองหลิวเซี่ยนในเดือบสิบ
วังฉู่
หลังจากจัดการราชกิจเสร็จในทุกวัน ฉู่เยี่ยนจะเปิดจดหมายลับที่ส่งมาจากนอกวังเป็นอันดับแรก ในจดหมายเล่าชีวิตของไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางที่เมืองหลิวเซี่ยนอย่างละเอียด ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ความจริงแล้วก็ไม่ได้เขียนเนื้อหาอะไรมาก เพียงแต่ฉู่เยี่ยนชอบอ่าน จึงอ่านไปมาอยู่หลายรอบ
ราวกับว่าเขาได้มองเห็นนางที่อยู่แสนไกล ผ่านตัวหนังสือที่เรียบง่ายพวกนี้
เมื่อไม่อยู่ใกล้ๆ เขาแล้ว นางมีชีวิตที่น่าสนใจจริงๆ
เขาทั้งดีใจ และรู้สึกตื้นตันใจอยู่ในที
ทุกครั้งที่คิดถึงนาง เขามักจะนอนไม่หลับในเวลากลางคืน ส่วนนางกลับไม่ยี่หระอะไร ราวกับได้มีชีวิตใหม่
นางลืมทุกอย่างจนสิ้นแล้วจริงๆ หรือ
เขาดึงจดหมายออกมา อ่านเนื้อหาของวันนี้แล้วก็มุ่นคิ้ว สีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
มีคนกล้าคิดแตะต้องจื่อเอ๋อร์หรือนี่ คนผู้นั้นยังอยากมีชีวิตอยู่หรือไม่
หากไม่มีคนของเขาอยู่ที่นั่น ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร
เมื่อคิดถึงไป๋จื่อในปีนั้น ที่นางช่วยคนทั้งหมู่บ้านด้วยตัวคนเดียว แถมยังสังหารนายทหารหลายร้อยของแคว้นซีเยี่ย คิดๆ ดูแล้วต่อให้ไม่มีคนของเขาอยู่ด้วย นางก็ต้องหาทางจัดการเรื่องนี้ได้เช่นกันกระมัง
ก็เหมือนกับที่นางลอยคออยู่กลางทะเล แต่กลับยังคงรอดชีวิตกลับมาได้
แล้วจะยังมีเรื่องใดบนโลกนี้ที่นางทำไม่ได้บ้าง
นางมีความสามารถล้นเหลือขนาดนี้ กลับไม่ยอมเป็นฮองเฮาของเขา
ตำแหน่งฮองเฮานี้ ยากจะรับไว้ในสายตาของนางถึงเพียงนั้นจริงหรือ
เมื่อวางจดหมายลงแล้ว เขาก็เอ่ยกับฝูกงกงว่า “ส่งคนไปจัดการซื้อบ้านหลังที่ติดกับนาง” เขาอยากพบนางแทบแย่แล้ว
ถึงแม้ว่าจะเป็นการแอบมองนางแค่ครั้งเดียวก็ยังดี
…
เมืองหลิวเซี่ยนในเดือนสิบงดงามราวกับภาพวาดสีน้ำมัน
บนถนนที่ปูด้วยหินสีดำเต็มไปด้วยใบแปะก๊วยสีเหลืองทอง ต้นไม้ที่ไม่เหลือใบบังแสงอาทิตย์งดงามไว้ไม่อยู่ คนเดินถนนไปมาสวมเสื้อผ้าสีแดงและสีเขียว ต่างก็เดินๆ หยุดๆ
นางยืนอยู่ข้างหน้าร้านขายข้าว ไม่ใส่หมวกอีกแล้ว เพราะถึงจะปิดบังใบหน้าไป ตอนนี้ยังจะมีประโยชน์อะไรอีก สุดท้ายเขาก็พบตัวนางได้อยู่ดี
เถ้าแก่ร้านขายข้าวรับเงินที่ไป๋จื่อยื่นให้ ยิ้มว่า “แม่นางวางใจเถอะ อีกเดี๋ยวข้าจะส่งไป ไม่มีทางล่าช้าแน่นอน”
ไป๋จื่อเห็นในร้านยังมีของแห้งอยู่บ้าง จึงให้จ่ายเงินเถ้าแก่อีกก้อนหนึ่ง “ของแห้งจากในภูเขาพวกนั้น ส่งไปที่บ้านของเขาด้วยเลยก็แล้วกัน ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว มีของแห้งเก็บไว้หน่อยย่อมดีไม่หยอก”
เถ้าแก่ร้านขายข้าวยิ้มไม่หุบ “แม่นางฉลาดเฉลียวยิ่งนัก ซื้อของแห้งในเวลานี้คุ้มค่าที่สุด หากช้าไปกว่านี้อีกเล็กน้อย ข้าวของก็ราคาขึ้นแล้ว”
ไป๋จื่อยิ้มจางๆ พลางพยักหน้า แล้วหมุนกายเดินไปที่ร้านขายยา
ด้วยการรักษาของนาง ดวงตามารดาของอาหนิวดีขึ้นมากแล้ว จำต้องกินยาละลายอีกเล็กน้อย ตอนนี้ถึงอาหนิวจะสานตะกร้าไม้ไผ่เป็นแล้ว มีรายได้ที่แน่นอน แต่ก็ต้องเลี้ยงดูมารดาและน้องสาว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ไหนเลยจะมีเงินเหลือไปเจียดยาให้มารดาอีก
วันนี้นางรู้สึกแปลกๆ คล้ายกับมีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองนางอยู่ ทว่าตอนที่นางหันไปมองกลับไม่พบดวงตาคู่นั้น
ตั้งแต่เรื่องในคราวนั้น นางไม่เห็นชายหนุ่มชุดดำสองคนนั้นอีก และไม่เคยรู้สึกว่ามีใครจ้องมองนาง
ทว่าวันนี้ความรู้สึกนี้รุนแรงมาก ไม่เหมือนว่านางคิดไปเอง
“ฝ่าบาท จะไม่ไปพบนางหรือพ่ะย่ะค่ะ” อาอู่ร้อนใจมาก อยากจะพุ่งตัวไปข้างหน้า
ครั้งก่อนเขาไปที่เขาฉีอวิ๋น แม้จะตั้งใจใช้ทางลัดเพื่อให้ไปถึงเร็วหน่อย แต่ผลสุดท้ายเมื่อเขาไปถึงเขาฉีอวิ๋นแล้ว ไป๋จื่อก็ออกไปส่งฮ่องเต้กลับวังแล้ว
เมื่อเขารีบกลับถึงเมืองหลวง ไป๋จื่อก็รักษาอาการให้ฮ่องเต้อยู่ในวังตลอด เขามีภาระหน้าที่ขององครักษ์มังกรติดตัว จึงไม่มีโอกาสได้พบหน้านาง ได้แต่สอบถามข่าวคราวของนางจากน้าหลานเท่านั้น
ขณะนี้ได้เห็นนางอยู่ไกลๆ แล้ว ไหนเลยเขาจะอดทนไหว คิดแต่จะก้าวเข้าไปสนทนากับนาง ถามว่าหลายปีมานี้นางสบายดีหรือไม่
……….
ตอนที่ 1180 กลิ่นที่คุ้นเคย
“ไปไม่ได้!” ฉู่เยี่ยนต่างหากที่อยากจะพุ่งไปหานางมากกว่าใคร
ไปไม่ได้ หากไปแล้วนางก็จะหนีไปอีก
เขาไม่อยากให้นางหนีไป ยิ่งไม่อยากให้นางต้องมีชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เพราะเขา
ก่อนที่นางจะแต่งให้เขา เขาอยากให้นางได้มีชีวิตที่อยากมี ทำเรื่องที่อยากทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่
ได้มองนางจากที่ไกลๆ เช่นนี้ก็ดีแล้ว ดีกว่าต้องอยู่ห่างจากนางเป็นพันลี้ ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด ไม่รู้ว่านางเป็นตายร้ายดีอย่างไรเป็นร้อยเท่า
อาอู่ร้อนใจมาก ในใจเขาอยากจะไปมองน้องสาว อยากจะไปพูดจากับนางบ้างไม่ได้เลยหรือไร
หากตอนนี้ไปไม่ได้จริงๆ เช่นนั้นเขาจะหาโอกาสแอบไปเอง
ฉู่เยี่ยนคล้ายกับมองทะลุความคิดของเขา จึงแค่นหัวเราะว่า “เจ้าอย่าได้แอบไปพบนางเชียว หากนางเห็นเจ้าแล้วจะยังไม่รู้อะไรอีก เจ้าคิดว่านางเป็นคนโง่หรือไร”
อาอู่กดกลั้นความโมโห “ตั้งแต่อาจื่อกลับมา กระหม่อมยังไม่ได้พูดกับนางเลยนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้เลยว่าสามปีนั้นนางเป็นอย่างไรบ้าง”
ฉู่เยี่ยนมุ่นคิ้ว “จะต้องมีโอกาสถามแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้” เขาเองก็อยากถามเช่นกัน ว่าสามปีนั้นของนางเป็นอย่างไร
แต่นางไม่ให้โอกาสเขาถามเลย
ไป๋จื่อซื้อยาเสร็จแล้วก็ไปที่บ้านของอาหนิว ขณะนี้อาหนิวกำลังสานตะกร้าปลา ส่วนกู้ปั๋วหยางช่วยเขาตัดไม้ไผ่ ครั้นเห็นนางถือห่อยาเข้ามา กู้ปั๋วหยางก็รีบเทน้ำให้นางทันที “เหนื่อยแล้วกระมัง รีบพักเถอะ”
เด็กสาวยิ้ม “ก็แค่เดินนิดหน่อยเท่านั้น ไม่เหนื่อยหรอก พี่ใหญ่ตั้งหาก ทำงานตลอดทั้งเช้า แม้แต่ข้าวเช้าก็ไม่ได้กิน”
กู้ปั๋วหยางหมุนกายไปตัดไม้ไผ่เหมือนเดิม เอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา “เมื่อครู่นิวนิวก็บอกว่าหิวแล้ว เจ้ากลับมาพอดีเชียว ทำของที่นิวนิวชอบหน่อยเถอะ”
เขาชอบเด็กสองคน อาหนิวและนิวนิวอย่างมาก โดยเฉพาะนิวนิว ได้มองนางแล้วก็เหมือนได้มองลูกของตนเอง ทำเอาเขาอยากจะอุ้มนางกลับไปเลี้ยงที่บ้านเอง
ไป๋จื่อต้มยาในหม้อก่อน แล้วค่อยให้มารดาของอาหนิวจุดไฟ จากนั้นนางก็พานิวนิวเข้าห้องครัวไปทำข้าวกลางวัน
ในห้องครัวยังเหลือเนื้อที่ซื้อมาจากเมื่อวานอยู่บ้าง ไป๋จื่อหั่นกุยช่ายกำมือหนึ่งก่อน ไว้กินคู่กับซาลาเปาและเกี๊ยว จากนั้นใช้ไข่ไก่ผสมกับแป้งเพื่อทำเป็นจีตั้นปิ่งกลิ่นหอมฉุย กลิ่นหอมๆ ของมันตลบอบอวลไปทั้งตรอก ยั่วยวนให้หนอนตะกละในท้องขยับไปมา
อาหนิวยิ่งหิวกว่าเดิม แทบจะไม่มีกะใจสานตะกร้าปลาต่อ ตาเอาแต่มองไปทางห้องครัวอย่างควบคุมไม่อยู่ หวังว่าจะถึงเวลากินข้าวโดยเร็ว
ตอนนี้ไป๋จื่อทำข้าวกลางวันเสร็จแล้ว ยาบนหม้อเล็กก็ต้มเสร็จแล้วเช่นกัน หลังจากช่วยเทยาให้มารดาของอาหนิวแล้ว นางก็เรียกอาหนิวและกู้ปั๋วหยางที่กำลังสานตะกร้ามากินข้าว
ฉู่เยี่ยนนั่งยองอยู่บนต้นไม้ มองภาพในลานบ้านผุพัง ในใจเจ็บอยู่รางๆ ควันอาหารลอยไปทั่ว ทั้งครอบครัวพร้อมหน้า เหมือนกับชีวิตยามที่พวกเขาอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวเป็นอย่างยิ่ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋จื่อสดใสปานนั้น ไม่ต่างกับตอนที่นางอยู่ที่หมู่บ้านหวงถัวเลย
ตั้งแต่พวกเขาพบกันที่เมืองหลวง นางเผยรอยยิ้มเช่นนี้ให้เขากี่ครั้งกัน
ที่แท้ชีวิตที่นางต้องการนั้นเรียบง่ายและอบอุ่น
แต่ถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่หูเฟิง เขาไม่มีทางมอบชีวิตเช่นนั้นให้นางได้
หากตอนนี้เขาละทิ้งตำแหน่งฮ่องเต้ คนที่ขึ้นครองราชย์หลังจากนั้นจะต้องกำจัดเขาเพื่อให้หมดเสี้ยนหนาม เพื่อให้ใต้หล้าของตนเองมั่นคงอย่างแน่นอน
ไม่เพียงแต่กำจัดเขา ยังมีอาจารย์ พ่อบุญธรรม...
เหตุผลที่เขาตกลงรับตำแหน่งนี้ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะเสด็จพ่อป่วยหนักเจียนตาย แต่ยังมีภาระหน้าที่ของเขาต่อพ่อบุญธรรม อาจารย์ ไปจนถึงทหารที่ติดตามเขาด้วย