คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 589
ตอนที่ 1177 หนึ่งต่อสาม
เขาเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ทว่าพี่ใหญ่กู้เรียกเขาเสียก่อน ทำให้เรื่องที่เขาเพิ่งนึกได้พลันหายวับไป เขาจึงสะบัดศีรษะ ทิ้งความคิดที่ไม่ชัดเจนไว้ข้างหลังแล้ววิ่งเหยาะๆ ตามกู้ปั๋วหยางไปเพื่อเรียนสานตะกร้าปลากับเขา
ไป๋จื่อวางหมวกไว้ข้างๆ นางทำน้ำแกงข้นเป็นอันดับแรก แม้นิวนิวจะยังเล็ก แต่กลับจุดไฟด้วยความชำนาญ ดูท่าปกติแล้วนางจะทำงานไม่น้อยเลย
มารดาของนิวนิวอยากช่วยเสมอ แม้จะสายตาไม่ดี แต่นางกลับคุ้นเคยกับข้าวของในครัวเป็นอย่างดี ไป๋จื่อจึงให้นางนั่งอบู่บนเก้าอี้ตัวเล็กในครัว ต้องการอะไรก็ค่อยเรียก
ความจริงข้าวของอยู่ตรงหน้าแล้ว ทว่าไป๋จื่อก็ยังคงถามนาง ด้วยอยากให้นางรู้สึกสบายใจ
นอกจากเกลือแล้ว ภายในครัวไม่มีเครื่องปรุงใดอีก โชคดีที่ยังมีขิงอยู่บ้าง ไม่เช่นนั้นต่อให้นางฝีมือดีเพียงใด ก็ยากจะทำน้แกงปลาที่ไม่คาวสักนิดทั้งหม้อออกมาได้
ข้าวในถังเหลืออยู่กำมือเล็กๆ ไป๋จื่อต้มทั้งหมดเป็นโจ๊ก แล้วลอบใส่เงินลงไปในถังแทน
ถือโอกาสตอนที่ท้องฟ้ายังสว่าง จัดโต๊ะอาหารไว้ในลานบ้าน พวกเขาหลายคนนั่งล้อมโต๊ะอยู่ด้วยกัน เพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ เสียงตะโกนโหวกเหวกพลันดังมา พวกเขาหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มที่ถูกตีจนจมูกเขียว หน้าบวมยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เท้าหนึ่งถีบเปิดประตูรั้ว อีกทั้งพาชายร่างกำยำหน้าตาหน้ากลัวเข้ามาด้วยอีกสามคน
ไป๋จื่อวางตะเกียบในมือลง ลอบถือมีดผ่าตัดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไว้ในมือ
กู้ปั๋วหยางยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา กล่าวกับชายหนุ่มว่า “เจ้ายังกล้ามาอีกหรือ”
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ สายตามองข้ามกู้ปั๋วหยางไปยังไป๋จื่อ เขาพิจารณานางตั้งแต่หัวจรดเท้า บนใบหน้าช้ำๆ เผยรอยยิ้มน่ารังเกียจ “โอ้...วันนี้โชคดีไม่หยอกเลย! ทุกคน ตีพวกมันให้ตาย แต่เหลือสตรีนางนั้นเอาไว้”
กู้ปั๋วหยางหยิบท่อนไม้จากบนพื้นขึ้นมา สีหน้าคร่ำเคร่ง ไม่กล้าสะเพร่าแม้เพียงสักนิดเดียว
สองสามปีมานี้ได้รับการรักษาจาไป๋จื่อ ขาของเขาจึงดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีความแตกต่างกับคนปกติ ยากนักจะแสดงวิชาต่อสู้ที่เขาเคยเรียนในโรงเรียนตำรวจออกมาอย่างเต็มที่ สู้ชนิดสองต่อหนึ่งกับนักเลงยังพอว่า ทว่าตรงหน้ามีบุรุษตัวใหญ่ถึงสามคน แถมคล้ายจะเป็นวรยุทธ์อีกต่างหาก เขาพลันไม่มีความมั่นใจขึ้นมาทันที
ไป๋จื่อยื่นมือเข้าไปในกระเป๋าแขนเสื้อ หยิบห่อกระดาษขนาดเล็กออกมาสองห่อ แล้วส่งห่อหนึ่งให้กู้ปั๋วหยาง เอ่ยเสียงเบาว่า “ยาสลบ ตอนใช้กลั้นหายใจด้วย”
กู้ปั๋วหยางรับห่อกระดาษมากำไว้ในมือ
ขณะนี้ชายร่างใหญ่สามคนดาหน้าเข้ามาแล้ว กู้ปั๋วหยางยกท่อนไม้ก้าวเข้าไปสู้ และเพราะเขาออกแรงอย่างหนัก จึงได้เปรียบมากกว่าอีกฝ่ายในทีแรก
ทว่าไม่นานนักช่องโหว่ก็ปรากฏ ถึงอย่างไรเสียก็เป็นหนึ่งสู้สาม ทำให้เขาเสียเปรียบอย่างรวดเร็ว
อาหนิวอยากเข้าไปช่วย แต่กลับถูกไป๋จื่อห้ามไว้ “เจ้าปกป้องน้องสาวและมารดาให้ดี ข้าจะไปช่วยเขาเอง”
นางยกท่อนไม้ขึ้นมา แล้วถลันไปตีพวกบุรุษที่อยู่ข้างหน้า
ทำเอาชายหนุ่มผู้นั้นตกใจจนอ้าปากค้าง
ตอนที่นางยืนอยู่ตรงนั้น นางงดงามราวกับภาพวาด อ่อนโยนและอ่อนหวาน ใครเห็นก็อยากทะนุถนอมทั้งสิ้น
แต่พริบตานี้นางกลับองอาจกล้าหาญ แม้จะเหวี่ยงท่อนไม้อย่างไม่มีกฎเกณฑ์ แต่กลับออกแรงอย่างจริงจัง ถูกตัวคนแล้วย่อมสร้างความเจ็บปวด
สองสู้สาม กู้ปั๋วหยางที่เสียเปรียบพลันพลิกสถานการณ์ได้
บุรุษสามคนไม่ได้แข็งแกร่งเช่นรูปลักษณ์ภายนอก พวกเขาก็แค่ตัวสูงและร่างกายกำยำเท่านั้นเอง
หากพูดถึงพละกำลัง กู้ปั๋วหยางที่ไม่ได้ฝึกการต่อสู้เป็นเวลานานแข็งแกร่งมาก หากพูดถึงฝีมือ เป็นไป๋จื่อที่ปราดเปรียวมากกว่า
ทั้งสามคนถูกตีจนโมโหหนัก รีบดึงกริชออกมา กริชที่คมกริบและส่องประกายเยือกเย็นทำลายท่อนไม้ในมือของไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางจนไม่เหลือชิ้นดี
กู้ปั๋วหยางไม่ทันระวัง แขนถูกกรีดจนเป็นแผล เสื้อผ้าสีอ่อนเปื้อนเลือดสีแดงในทันที ทำเอานิวนิวร้องไห้จ้า อาหนิวเองก็ตาแดง อยากจะพุ่งเข้ามาช่วย ทว่าก็เป็นห่วงมารดาและนิวนิว ทำได้เพียงกระทืบเท้าอยูที่เดิม
……….
ตอนที่ 1178 กลุ่มคนในกองทัพ
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็แสยะยิ้ม ถือโอกาสตอนที่ไป๋จื่อโบกมีดผ่าตัดเข้าไปช่วยกู้ปั๋วหยางที่ได้รับบาดเจ็บ ลอบกระโจนตัวไปถึงข้างหลังของนาง หมายจะตะครุบตัวนางให้ได้
อาหนิวตกใจจนร้องออกมา ทว่าไป๋จื่อสนใจเพียงช่วยกู้ปั๋วหยางที่ถูกชายร่างใหญ่คุกคาม จึงไม่ได้สนใจอันตรายข้างหลังโดยสิ้นเชิง
ตอนนี้เอง ไม่รู้ว่ามีก้อนหินลอยมาจากที่ใด มันกระแทกเข้าที่ข้อมือของชายหนุ่มผู้นั้นพอดิบพอดี ทำเอาเขาเจ็บจนต้องหดมือกลับ ก่อนจะมองไปรอบๆ พลางเอ่ยด้วยโทสะ “ใคร ใครเป็นคนทำ เก่งจริงก็ออกมาสู้กับข้าตัวต่อตัว”
ไป๋จื่อช่วยให้กู้ปั๋วหยางพ้นจากอันตรายแล้ว จึงใช้มีดผ่าตัดขนาดเล็กและคมกริบกรีดชายร่างใหญ่คนหนึ่ง ถือว่าช่วยแก้แค้นที่กู้ปั๋วหยางถูกกริชกรีดแขนได้
ไม่รู้ว่าเงาดำสองสายกระโจนออกมากที่ใด พากันประกบอยู่ที่ด้านซ้ายขวาของไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยาง เป็นชายหนุ่มแปลกหน้าสองคน พวกเขาสวมชุดคลุมยาวแนบตัวสีเดียวกับกางเกงขายาวที่อยู่ข้างใน และสวมรองเท้าทรงสูงสีดำ
ชายหนุ่มชุดดำทั้งสองคนมีสีหน้าคร่ำเคร่ง ต่างก็มองคนทั้งสี่คนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา หนึ่งคนในนั้นเอ่ยเสียงขรึมว่า “ช่างกล้าเสียจริง ทำร้ายคนกลางวันแสกๆ ในสายตาของพวกเจ้ายังมีกฎหมายอยู่หรือไม่”
ฝ่ายชายหนุ่มนิสัยเสียมุ่นคิ้ว ชี้ชายหนุ่มในชุดสีดำ “พวกเจ้าเป็นใคร อย่ายุ่งเรื่องของชาวบ้านเลย ที่นี่ไม่มีธุระของพวกเจ้า”
ชายหนุ่มชุดดำแค่นเสียง “เรื่องที่ไม่ยุติธรรมบนโลก ใครเห็นเข้าแล้วก็ต้องยุ่งเกี่ยวสิ” เขาพูดพลางขยับร่าง สืบเท้าไปข้างหน้า ใช้เท้าถีบกล่องดวงใจของชายหนุ่มผุ้นั้น
ไป๋จื่อคล้ายกับได้ยินเสียงกระดูกแตก น่าจะเจ็บมากทีเดียว เฮ้อ...สมควรแล้ว!
จากนั้นเขาก็ต่อยอีกฝ่ายอย่างแรง จนสี่คนนั้นต้องเรียกร้องหาบิดามารดา
ขณะมองท่วงท่าของชายหนุ่มชุดดำทั้งสองคน รอยยิ้มบนใบหน้าของไป๋จื่อค่อยๆ แข็งค้าง ฝีมือของพวกเขาคุ้นตานางยิ่งนัก
ทีแรกนางคิดว่าเป็นคนที่ตงฟางมู่ส่งมา แต่เมื่อคิดดูให้ดีแล้ว ตงฟางมู่ไม่มีทางรู้ว่านางอยู่ที่นี่ และนางบอกกับเขาไว้แล้วว่าอย่าตามหานาง หากนางจะกลับไป นางจะกลับไปเอง
ตงฟางมู่รู้ว่านางปลอดภัย ย่อมไม่มีทางสร้างความลำบากให้นาง
ไม่ใช่คนของตงฟางมู่ และฝีมือของสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นของคนในกองทัพอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของนางเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ พลางเบิกตาโพลงมองทั้งสองคนไล่อันธพาลไป
กู้ปั๋วหยางก้าวไปข้างหน้า กล่าวขอบคุณกับคนทั้งสอง “ไม่ทราบว่าทั้งสองท่านมีนามว่าอะไร”
ทั้งสองคนนั้นมองไป๋จื่อ ไม่ได้พูดอะไร เพียงคารวะนางอย่างนอบน้อม แล้วรีบไปจากสายตาของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
กู้ปั๋วหยางถามไป๋จื่อ “นี่มันอะไรกัน”
ไป๋จื่อไม่เอ่ยวาจา เพียงหมุนกายไปปลอบโยนนิวนิวที่ยังคงร้องไห้
มื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบพังไม่เป็นท่า ไม่มีใครอยากอาหาร ไป๋จื่อเองก็ไม่มีกะใจจะอยู่ที่นี่ต่อไป จึงรับปากอาหนิวว่าจะมาทำการรักษาให้มารดาของเขาในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ต้องพากู้ปั๋วหยางกลับไปทำแผลก่อน
เมื่อกลับถึงบ้าน กู้ปั๋วหยางถามอีกว่า “เจ้าเป็นอะไรไป”
ไป๋จื่อปิดประตูบ้านอย่างดี มองไปรอบข้าง ทุกอย่างยังคงเหมือนก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรผิดปกติ
หากไม่ใช่เพราะเกิดเรื่องขึ้นที่บ้านของอาหนิวอย่างกะทันหัน เกรงว่านางจะไม่มีทางรู้ได้เลย
“สองคนเมื่อครู่นี้น่าจะเป็นคนของฉู่เยี่ยน”
กู้ปั๋วหยางตกใจมาก “คนของฮ่องเต้? ในเมื่อเป็นคนของฮ่องเต้ เหตุใดพวกเขาไม่พาตัวเจ้ากลับไป”
ไป๋จื่อส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้า”
แม้จะบอกว่าเป็นแค่การคาดเดา แต่นางรู้ว่าเป็นจริงอยู่แปดเก้าส่วนแล้ว
หากเป็นคนของตงฟางมู่ ไยต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วยเล่า
ฉู่เยี่ยนรู้อยู่แล้วว่านางอยู่ที่นี่ แต่กลับไม่ลงมือทำอะไร แท้จริงแล้วเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
“ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี เปลี่ยนที่อยู่หรือ” กู้ปั๋วหยางถาม
ไป๋จื่อยิ้มขื่น “ทั่วทั้งใต้หล้าล้วนเป็นแผ่นดินของฮ่องเต้ แล้วพวกเราจะเปลี่ยนไปที่ใดได้อีก”
สองคนนี้จับตามองนางตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ อาจจะเริ่มจับตามองนางตั้งแต่ตอนที่เพิ่งมาถึงที่นี่ก็เป็นได้