คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 581
ตอนที่ 1161 เร่ร่อนที่อูซุน?
เพียงแต่สิ่งของพวกนี้เหนือกว่าด้วยความมหัศจรรย์ รูปร่างแปลกตา ควรแล้วจะได้รับการชมเชย
ฝูกงกงส่งของชิ้นแล้วชิ้นเล่าในกล่องให้ฉู่เยี่ยน เขามองดูทุกชิ้นอยู่หลายครั้ง จากนั้นก็วางมันกลับลงไป
เมื่อดูสิ่งของในกล่องใหญ่หมดแล้ว สายตาของเขาก็ตกลงบนกล่องขนาดเล็กที่อยู่ข้างๆ “นี่คืออะไร”
“นี่คือของขวัญที่เดิมทีใต้เท้าอู่ตั้งใจมอบให้ฝ่าบาทและฮองเฮาในงานเลี้ยงแต่งตั้งฮองเฮา ทว่าวันนั้นเขานำมันเข้าวังมาด้วย จึงมอบให้พระองค์ด้วยเสียเลย” ฝูกงกงว่า
“เปิดดูหน่อยสิ” ฉู่เยี่ยนเอ่ยเสียงเรียบ แล้วหมุนกายนั่งลงบนเก้าอี้
ฝูกงกงเปิดกล่องออก แล้ววางมันไว้บนโต๊ะทรงอักษร เขาเพิ่งยื่นมือเข้าไปในกล่อง ยังไม่ทันแตะต้องสิ่งของที่อยู่ในนั้น จู่ๆ ฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบสิ่งของชิ้นนั้นออกมาจากในกล่อง
“น่ะ นี่คือ?” เขาคุ้นเคยกับมันอย่างมาก นี่เป็นของขวัญแต่งงานที่เขาไปซื้อพร้อมกับไป๋จื่อก่อนที่เมิ่งหนานจะแต่งงาน
ไป๋จื่อชอบมันมาก จับมันเล่นอยู่ในมือนานทีเดียว ตอนที่นางถูกซ่งหลางลักพาตัวไป ของสิ่งนี้ก็ถูกนำไปด้วยเช่นกัน
ตามคำบอกเล่าของซ่งหลาง สิ่งของที่นำไปจากคฤหาสน์ตงฟางล้วนอยู่บนเรือลำนั้น ทุกอย่างอยู่ข้างกายของไป๋จื่อ
ทว่าจากการค้นข้าวของจากเรือที่อับปาง กลับไม่พบของสิ่งนี้ ไม่มีล่วมยาของไป๋จื่อด้วยเช่นกัน แท็บเล็ตมหัศจรรย์นั่นก็หายไปด้วย
เขาคิดว่าสิ่งของพวกนั้นจมลงที่ก้นแม่น้ำ จึงสั่งคนไปค้นหาอยู่เดือนกว่า แต่กลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย
“เร็วเข้า สั่งให้อู่ผิงคังเข้าวัง เดี๋ยวนี้ ทันที!”
หน้าอกของเขากระเพื่อมอย่างแรง รู้เจ็บหัวใจขึ้นมารางๆ ราวกับมีเข็มแหลมนับพันหมื่นทิ่มแทงพร้อมกัน
ใต้เท้าอู่วิ่งจนเหงื่อท่วม หอบหายใจเหมือนวัว
ถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่คนหนุ่ม บัดนี้เป็นชายวัยกลางคนแล้ว บวกกับหลายวันนี้เอาแต่หมกตัวอ่านตำราอยู่ที่บ้าง ได้เดินยืดเส้นยืดสายน้อยครั้งนัก เมื่อจู่ๆ ขยับร่างกายขึ้นมาย่อมเปลืองแรงเป็นธรรมดา
“กระหม่อมขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท” ใต้เท้าอู่คุกเข่าลงคารวะ
ฉู่เยี่ยนปล่อยมือจากหน้าอก เหงื่อเม็ดเล็กๆ ไหลลงจากหน้าผากอย่างต่อเนื่อง หยดลงบนบ่าที่คลุมด้วยอาภรณ์ปักลายมังกร
เขาลูบปืนพกสีดำมะเมี่ยม ถามอู่ผิงคังว่า “เจ้าได้ปืนพกนี้มาจากที่ใด”
ปืนพก คำนี้ไป๋จื่อเป็นคนบอกเขา นางบอกว่านี่เป็นอาวุธในยุคที่นางเคยอาศัยอยู่ เป็นอาวุธที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง
ใต้เท้าอู่เงยหน้ามองสิ่งของในมือฮ่องเต้ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาเสียเงินไปมหาศาลเพื่อซื้อจากกู้ปั๋วหยางหรือ มันเรียกว่าปืนพกหรือนี่
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมซื้อจากคนแคว้นฉู่ที่เร่ร่อนอยู่ที่อูซุนกลุ่มหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนถามอีกว่า “เร่ร่อนที่อูซุน? เป็นใครกัน หญิงหรือชาย อายุเท่าไรแล้ว”
“ทูลฝ่าบาท เป็นชายพ่ะย่ะค่ะ อายุประมาณสี่สิบปีหลายๆ ขาเป๋ข้างหนึ่ง มีนามว่ากู้ปั๋วหยาง” ใต้เท้าอู่กล่าว “เขาเล่าว่าเจอพายุกลางทะเลพัดไปถึงอาณาจักรอูซุนเมื่อสิบกว่าปีก่อน คราวนี้เลยขอขึ้นเรือของกระหม่อมกลับมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ของสิ่งนี้เป็นของไป๋จื่อแท้ๆ แล้วมันไปอยู่ที่อาณาจักรอูซุนได้อย่างไร หมายความว่าอย่างไรกันแน่ หรือว่าปืนพกกระบอกนี้เป็นคนละกระบอกกับที่พวกเขาซื้อในตอนนั้น
เขาเข้าไปดูปืนพกใกล้ๆ อย่างละเอียด พบรอยข่วนที่ฐานปืนสองรอย รอยหนึ่งตรง รอยหนึ่งโค้ง
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก นี่เป็นปืนพกในตอนนั้นอย่างชัดเจน เขารอยข่วนสองรอยนี้ได้แม่นยำ ไม่มีทางผิดไปได้
ฉู่เยี่ยนเงยหน้าขึ้น ถลึงตามองกู้ผิงคังอย่างเย็นชา เอ่ยเสียงขรึมว่า “เรื่องเกี่ยวกับปืนพกกระบอกนี้ เจ้าเล่าให้ข้าฟังทั้งหมด อย่าได้บกพร่องแม้แต่ครึ่งคำ”
กู้ผิงคังหนักใจมาก ด้วยไม่เข้าใจว่าฮ่องเต้เป็นอะไรไป สิ่งที่เขาพูดเมื่อครู่ก็คือทั้งหมดแล้วไม่ใช่หรือ เขายังต้องพูดอะไรอีก
ทันใดนั้นเขาก็สะท้อนใจ ราวกับนึกอะไรขึ้นได้
..........
ตอนที่ 1162 หรือจะมีมีใครพูดอะไรที่ไม่ควรพูด
จู่ๆ เขาก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เรื่องที่เกี่ยวกับฮ่องเต้หรือจิ้นอ๋อง
เขาได้ยินเรื่องนี้มาอีกทอดหนึ่งเช่นกัน ทว่าคนที่พูดเรื่องนี้มีไม่น้อยจริงๆ เขาจึงเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นความจริง
สามปีก่อน ท่าเรือเจียงเป่ย?
เกิดเรื่องขึ้นกับไป๋จื่อเมื่อสามปีก่อนเช่นกัน และรอโอกาสกลับแคว้นอยู่ที่อาณาจักรอูซุนถึงสามปี
ยากจะบอกจริงๆ ว่าปืนพกกระบอกนี้เป็นของไป๋จื่อ หรือว่าของกู้ปั๋วหยางกันแน่
อู่ผิงคังคิดถึงตรงนี้แล้ว ในใจก็เกิดความรู้สึกกลัวขึ้นมาระลอกหนึ่ง ที่แท้ไป๋จื่อไม่ใช่สตรีจากครอบครัวทั่วไป นางเป็นถึงคู่หมั้นที่ฮ่องเต้ตามหาอยู่หลายเดือน ฮ่องเต้แม้กระทั่งเกือบจะสิ้นชีพที่ท่าเรือเจียงเป่ยเพื่อตามหาตัวนาง หลานสาวเพียงคนเดียวของตงฟางมู่
โชคดีที่เขาไม่ได้ทำเรื่องอะไรเกินเลยกับไป๋จื่อเพราะว่าชอบนาง ไม่เช่นนั้นศีรษะนี้ของเขาคงต้องถูกตัดทิ้งอยู่หลายรอบ
“ตะลึงอะไรอยู่ ยังไม่รีบพูดอีก!” ฉู่เยี่ยนเจ็บหน้าอกอย่างหนัก แทบจะยืนไม่มั่นคงแล้ว
อู่ผิงคังรีบโขกศีรษะเสียงดัง กล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท กระหม่อมกลับจากอาณาจักรอูซุนคราวนี้ไม่เพียงพากู้ปั๋วหยางที่เป็นเจ้าของของสิ่งนี้กลับมา แต่ยังพาสตรีกลับมาด้วยสองนาง นางหนึ่งมีนามว่าไป๋จื่อ ส่วนอีกนางหนึ่งมีนามว่าเสี่ยวชิง เพราะทั้งสองคนไม่เคยบอกว่าพวกนางเป็นสตรีบ้านใด กระหม่อมจึงไม่รู้ที่มาของคนทั้งสอง เพียงแต่เพราะพวกนางเป็นคนแคว้นเดียวกับกระหม่อม กระหม่อมจึงพาพวกนางกลับมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนมองอู่ผิงคังอย่างงุนงง ข้างหูมีเสียงดังสะท้อนไม่ยอมหยุด ชื่อของไป๋จื่อดังขึ้นที่ข้างหูของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางยังไม่ตาย นางยังไม่ตายจริงๆ
เขาอ้าปาก ไม่รู้ว่าอยากร้องไห้หรืออยากหัวเราะ ความรู้สึกมากมายจู่โจมมาที่หัวใจจนเขาลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ
จากนั้นเขาก็หยิบรูปภาพม้วนหนึ่งจากในกองรูปภาพบนโต๊ะทรงอักษร บนนั้นเป็นรูปของไป๋จื่อ
ฝูกงกงกำลังจะเข้ามารับรูปไป ทว่าฉู่เยี่ยนกลับดันร่างเขาออก แล้วถือภาพไปถึงตรงหน้าของอู่ผิงคังด้วยตัวเอง “เจ้าดูหน่อยสิ ใช่นางหรือไม่”
อู่ผิงคังกวาดสายตามองอย่างรวดเร็ว เพียงแค่มองปราดเดียวก็พยักหน้าทันที “ทูลฝ่าบาท เป็นแม่นางไป๋พ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนทรุดลงกับพื้น มือถือภาพเหมือนไว้ พร้อมกันนั้นเขาทั้งร้องไห้ ทั้งยิ้มราวกับคนบ้า ทำเอาฝูกงกงและใต้เท้าอู่ตกใจเป็นอย่างมาก
ผ่านไปครู่หนึ่งแล้ว ในที่สุดฉู่เยี่ยนก็สงบสติอารมณ์ได้ เขาลุกขึ้นจากพื้น ขณะเดียวกันก็ยื่นมือดึงร่างอู่ผิงคังให้ลุกขึ้นยืนด้วย “ตอนนี้นางอยู่ที่ใด”
อู่ผิงคังส่ายหน้า “หลังจากเรือสินค้าถึงที่ท่าเรือ นางจึงพาเสี่ยวชิงและกู้ปั๋วหยางแยกทางไป กระหม่อมก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนถามฝูกงกงทันที “ช่วงนี้มีจดหมายส่งมาจากเขาฉีอวิ๋นหรือไม่”
ทว่าฝูกงกงส่ายหน้า “ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ ขอเพียงกระหม่อมได้เห็นจดหมายจากเขาฉีอวิ๋น ก็ล้วนนำมามอบให้ฝ่าบาทในทันทีทั้งสิ้น” อาจารย์ของฮ่องเต้ผู้นั้น ไหนเลยเขาจะกล้าเมินเฉย
“มิสู้ส่งคนไปสืบดูที่เขาฉีอวิ๋นดีหรือไม่พ่อย่ะค่ะ” เขาลองถามหยั่งเชิง
ฝ่ายฉู่เยี่ยนโบกมือ “ข้ารอไม่ไหวแล้ว ข้าจะไปที่เขาฉีอวิ๋นตอนนี้ เตรียมการด้วย”
ฝูกงกงรับคำสั่งแล้วก็ออกไป ฉู่เยี่ยนหันไปมองอู่ผิงคังอีกครั้ง ถามว่า “นางสบายดีหรือไม่ ตอนที่อยู่ที่แคว้นฉู่เป็นอย่างไรบ้าง”
อู่ผิงคังตอบว่า “ตามที่กระหม่อมเห็น นางมีชีวิตอยู่ที่อาณาจักรอูซุนไม่เลวเลยพ่ะย่ะค่ะ ตอนอยู่ที่นั่นนางเป็นหมอประจำครอบครัวคนร่ำรวย หมอถือเป็นอาชีพที่ได้รับการยกย่องในอาณาจักรอูซุนอย่างมาก บวกกับมีเสี่ยวชิงคอยช่วยเหลือนาง รวมถึงกู้ปั๋วหยางด้วย ได้ยินมาว่าพวกเขาไหว้ฟ้าดินเป็นพี่น้องกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เขาเก็บงำเรื่องที่ซาหยวนชอบพอไป๋จื่อเอาไว้ ฮ่องเต้รักนางถึงเพียงนั้น หากรู้ว่ามีบุรุษคนหนึ่งตกหลุมรักคู่หมั้นของเขาตอนอยู่ที่อาณาจักรอูซุน เกรงว่าเขาจะต้องบ้าคลั่งแน่
พูดน้อยลงสักสองประโยคเห็นทีจะดีกว่า
“นางไม่ได้มาพบข้า และไม่ได้ส่งจดหมายมาที่เมืองหลวงเช่นกัน หรือว่าจะมีใครพูดอะไรที่ไม่ควรพูด” จู่ๆ ฉู่เยี่ยนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขากวาดสายตามองอู่ผิงคังทันใด