คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 569
ตอนที่ 1137 แนะนำ
ที่แท้สามารถต่อเรือได้งดงามถึงเพียงนี้ รูปแบบดั้งเดิมของเรือก็สามารถเปลี่ยนไปได้มากมายเช่นกัน
ความคิดและสัญชาตญาณที่ก่อนหน้านี้เหมือนถูกจองจำ ครั้นได้เห็นเรือลำนี้แล้วก็พลันระเบิดออก
เขาเข้าใจแล้ว เข้าใจอย่างสมบูรณ์
ขณะนี้มีคนลงจากเรือหลายคน สีผิวของคนพวกนั้นเป็นสีเหลืองอ่อน เข้มกว่าสีผิวของพวกเขา นอกจากนี้ก็มีผมสีดำ ตาสีน้ำตาล สวมเสื้อผ้าตัวยาว
“พวกข้ามาจากแผ่นดินจงหยวน คนที่พูดภาษาอูซุนได้ล้มป่วย พวกเจ้าที่นี่มีใครพูดภาษาจงหยวนได้หรือไม่”
กลุ่มคนเงียบกริบ ทุกคนต่างก็มองพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น หน้าตาของควพวกนี้ไม่เหมือนกับพวกตน ภาษาที่พูดยิ่งไม่เหมือนกัน คนอย่างพวกเขาต่อเรือเช่นนี้ออกมาหรือนี่ มหัศจรรย์เกินไปแล้ว
ใต้เท้าอู่ผิดหวังอย่างยิ่ง บนเรือเต็มไปด้วยผ้าไหมและใบชา ไปจนถึงอาหารที่มีในแผ่นดินจงหยวนโดยเฉพาะ อาหารพวกนี้ถูกเก็บไว้บนเรือสองเดือนแล้ว หากไม่ขายออกไป เกรงว่าคงยากจะนำกลับไปแล้ว
เมื่อพูดภาษาของที่นี่ไม่ได้ แล้วเขาจะทำให้คนพวกนี้เข้าใจเจตนาของเขาได้อย่างไร
ทันใดนั้นก็มีบุรุษร่างสูงใหญ่คนหนึ่งออกมาจากฝูงชน เขามีหนวดเคราเต็มหน้า ดวงตาลึกโหลทว่ามีพลัง ทำให้มองอายุไม่ออก
ซาหยวนเดินไปถึงตรงหน้าใต้เท้าอู่แล้ว เขาใช้ภาษาจีนที่ยังไม่เอาอ่าวพูดว่า “เจ้ามาจากจงหยวนหรือ”
ใต้เท้าอู่ทั้งประหลาดใจระคนดีใจ รีบจับมือของซาหยวนทันที “เจ้าพูดภาษาจงหยวนได้หรือ”
ซาหยวนไม่ชอบเวลาคนแปลกหน้าถูกตัว จึงรีบชักมือของตนเองกลับ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างมีมารยาท “ข้าพูดได้เล็กน้อย ที่บ้านของข้ามีชาวจงหยวนอยู่สามคน พวกเขาเป็นคนสอนข้าพูด” เขาคิดว่าหากไป๋จื่อรู้ว่ามีชาวจงหยวนมาที่นี่ นางจะต้องดีใจมากแน่นอน
“จริงหรือ” ใต้เท้าอู่ถาม “คุณชายแนะนำให้พวกข้ารู้จักได้หรือไม่”
ซาหยวนพยักหน้า “แน่นอน เชิญตามข้ามา”
ใต้เท้าอู่หันกลับไปพูดกับชายหนุ่มด้านหลัง “เรียกคนฝีมือดีมาสักสองสามคน นำของขวัญติดไม้ติดมือแล้วตามข้าไป”
ไม่นานนัก ลูกน้องและของขวัญก็เตรียมพร้อม ทั้งหมดมีกันสิบกว่าคน ก่อนจะออกจากท่าเรือ เข้าเมืองติดตามซาหยวนไปเป็นกลุ่มใหญ่
ตอนนี้ไป๋จื่อและนายท่านซ่างอีกำลังเล่นหมากรุก
กู้ปั๋วหยางเป็นคนแกะสลักตัวหมากบนกระดานนี้ด้วยตัวเอง ทีแรกมีเพียงนางและกู้ปั๋วหยางที่เล่นหมากรุกแก้เบื่อ ต่อมาซาหยวนอยากเล่นด้วย จึงสอนให้ซาหยวนเล่นจนเป็น
ซาหยวนรู้สึกว่ามันน่าสนใจ จึงสอนให้นายท่านซ่างอีบ้าง ใครเล่าจะรู้ว่านายท่านซ่างอีเล่นอยู่หลายครั้งแล้วก็ติดใจ ทว่าซาหยวนทำงานมากมายอยู่ในโรงต่อเรือทั้งวัน ไหนเลยจะมีเวลาเล่นหมากล้อมกับเขา
ดังนั้นนายท่านซ่งอีจึงทำท่าทางเหมือนไม่สบายหลากหลายรูปแบบ ตอนเช้าปวดศีรษะ ต้องเล่นหมากรุกเพื่อบรรเทา ส่วนตอนบ่ายปวดท้อง มีเพียงเล่นหมากรุกถึงจะบรรเทาได้...
ซาหยวนนำคนกลุ่มใหญ่มาถึงยังที่พักของนายท่านซ่างอี พ่อบ้านเห็นดังนั้นก็ตกใจยกใหญ่ “ซาหยวน คนพวกนี้เป็นใครกัน”
“พวกเขาล้วนมาจากแผ่นดินจงหยวน ไป๋จื่ออยู่หรือไม่” ซาหยวนถาม
พ่อบ้านจ้องมองบุรุษที่มีผมสีดำ ตาสีน้ำตาลกลุ่มใหญ่ พลางคิดว่าพวกเขามารับคุณหนูไป๋จื่อกลับแผ่นดินจงหยวนกระมัง เหตุใดซาหยวนถึงได้ดีใจปานนี้ สตรีที่เขาชอบพอจะถูกรับตัวกลับไปอยู่แล้ว เขายังดีใจได้อยู่อีกหรือนี่
ซาหยวนพาพวกใต้เท้าอู่ไปที่ห้องรับแขกทันที ก่อนจะให้แขกรออยู่ข้างนอกห้องรับแขกสักครู่หนึ่ง ส่วนเขาเข้าไปบอกกล่าวกับไป๋จื่อเสียก่อน
ใต้เท้าอู่ยืนอยู่ข้างนอกห้องหน้าตาแปลกๆ เมื่อพิจารณาโดยรอบด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้ว เขาก็ส่ายหน้าพร้อมกับทอดถอนใจอย่างต่อเนื่อง “ห้องที่นี่ด้อยคุณภาพกว่าแผ่นดินจงหยวนของพวกเราจริงๆ”
“อย่าว่าแต่ด้อยคุณภาพเลย เพราะเทียบกันไม่ได้โดยสิ้นเชิง ระหว่างทางมาที่นี่ ข้าไม่เห็นบ้านที่เป็นรูปเป็นร่างเลยสักหลัง ถนนหนทางขรุขระ ไม่มีร้านค้าให้เห็นอีกต่างหาก เทียบกับความรุ่งเรืองของแคว้นฉู่แล้ว ช่างห่างชั้นกันลิบลับจริงๆ”
……….
ตอนที่ 1138 ส่งคนมารับนางหรือ
ซาหยวนเข้าไปในโถง กล่าวกับไป๋จื่อที่กำลังลงหมากว่า “ไป๋จื่อ เจ้าเดาสิว่าข้าพาใครมาพบเจ้า”
เสี่ยวชิงที่ถือพัดคอยพัดลมให้ไป๋จื่อหันไปมองข้างนอก ทว่านางมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ได้ยินเพียงเสียงคุยกับอื้ออึง ไม่แน่ใจว่ากำลังคุยอะไรกัน
ไป๋จื่อใช้ปืนใหญ่ของฝั่งตัวเองบนกระดานหมาก กินหมากของฝ่ายตรงข้าม พลางกล่าวโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “รุก!”
นายท่านซ่างอีเห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าทันที “ไม่นับๆ เจ้าเดินตานี้ผิดแล้ว ต้องโทษซาหยวน หากไม่ใช่เพราะจู่ๆ เขาก็เข้ามา ข้าไม่มีทางลงหมากผิดแน่ ถอยๆ”
ไป๋จื่อถอนใจเสียงหนึ่ง “ท่านปู่ ท่านจะถอยอีกกี่ครั้งกัน ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป ต่อให้วันนี้เล่นกันจนถึงเที่ยงวันก็ไม่มีทางจบสิ้นแน่”
“ไม่ได้ๆ ถอยไปก่อน ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายแล้ว เล่นอีกครั้งหนึ่ง!” ชายชรายึดกระดานหมากกลับไปอย่างไม่อาย
เด็กสาวจนใจ จึงหันไปมองซาหยวน “เจ้าพาใครมากัน หรือว่าพบผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือแล้ว” สามปีแล้ว สามปีเต็มๆ นางรู้ว่าตั้งความหวังกับช่างต่อเรื่องในโรงต่อเรือไม่ได้แล้ว จึงให้ซาหยวนไปตามหาช่างต่อเรือที่เก่งกาจมาจากที่อื่น
หรือว่าจะพบตัวแล้ว
ซาหยวนส่ายหน้า “ไม่ใช่ แต่เจ้าออกมาแล้วก็จะรู้เอง” เขาพูดพลางก้าวเข้าไป หมายจะจูงมือไป๋จื่อ
เสี่ยวชิงเห็นดังนั้นก็ขวางไว้ทันที “จะพูดก็พูดเถอะ ไม่ต้องจับไม้จับมือ” สามปีมานี้เสี่ยวชิงเรียนพูดภาษาอูซุนกับไป๋จื่อ แม้จะยังไม่นับว่าคล่องปากมาก ทว่าก็สื่อสารในชีวิตประจำวันได้ไม่มีปัญหา
ในสายตาของเสี่ยวชิง ไป๋จื่อคือคนที่คุณชายชอบพอ แล้วจะปล่อยให้บุรุษคนอื่นแตะต้องตัวนางได้ตามใจชอบได้อย่างไร
ซาหยวนจนใจมาก เสี่ยวชิงเป็นเช่นนี้เสมอ ตอนที่เขาคิดจะเข้าใกล้ไป๋จื่อ นางจะโผล่ออกมาทุกครั้ง ขวางระหว่างเขากับไป๋จื่อเอาไว้ ไม่ให้เขาสนิทสนมกับไป๋จื่อมากไปกว่านี้
ในที่สุดไป๋จื่อก็ได้โอกาสออกจากหมากกระดานนี้ เมื่อได้ยินคำพูดของซาหยวน นางก็วางหมากในมือลงทันที แล้วกล่าวกับนายท่านซ่างอีด้วยรอยยิ้ม “ท่านปู่ ข้าจะออกไปสักหน่อย อีกเดี๋ยวจะกลับมาเล่นหมากรุกกับท่าน”
นายท่านซ่างอีกำลังคิดจะเดินหมากต่อ เขาไม่รู้จะเดินหมากอย่างไรอยู่พอดี หากไป๋จื่อออกไป ส่วนเขาขยับหมากสักตัวก็เท่ากับทางสะดวก เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็เอ่ยอย่างเบิกบานใจว่า “ได้สิ เจ้ารีบไปนะ แล้วต้องกลับมาเล่นหมากรุกกับข้าด้วย”
ไป๋จื่อลุกขึ้นยืน ก่อนจะตามซาหยวนออกจากโถงรับแขกไปพร้อมกับเสี่ยวชิง
ภายในสวนด้านนอกโถงรับแขกมีคนยืนอยู่มากมาย เป็นชาวจงหยวนผิวเหลืองที่หน้าตาคุ้นเคย
ไป๋จื่อและเสี่ยวชิงต่างก็ชะงัก จนกระทั่งเสียงของใต้เท้าอู่ดังขึ้น พกวนางถึงจะคืนสติกลับมา
“แม่นางทั้งสองคนมาจากแผ่นดินจงหยวนหรือ” ใต้เท้าอู่ประสานมือคารวะไป๋จื่อ พร้อมกับเอ่ยถามอย่างมีมารยาท
ครั้นไป๋จื่อได้ยินสำเนียงของเขา ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนแคว้นฉู่ จึงถามในทันใด “เจ้ามาจากแคว้นฉู่หรือ”
ใต้เท้าอู่ยิ้มแป้น “ดูท่าทางแม่นางก็เป็นคนแคว้นฉู่เช่นเดียวกันกระมัง” เขาพิจารณาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า นางอายุสิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตางดงามเป็นอย่างยิ่ง ขณะนี้นางสวมเสื้อผ้าของแคว้นอูซุน รวบผมยาวสีดำขึ้นสูง ไม่ได้สวมเครื่องประดับอะไร ทว่าบนตัวนางกลับฉายความงามออกมาอย่างน่าประหลาดยิ่ง
ไป๋จื่อเองก็พิจารณาบุรุษที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน เขาอายุสี่สิบต้นๆ รูปร่างท้วม สวมชุดทำงานสีเขียวเข้มทั้งตัว ดูแล้วเหมือนจะเป็นชุดที่คนทั่วไปสวมใส่ แต่ไป๋จื่อตาไว เหลือบเห็นลวดลายงูเหลือมที่ซ่อนอยู่ตรงแขนเสื้อของเขา ข้างใต้เสื้อยังมีลายกระเรียนเซียนที่แจ่มชัดอีกด้วย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นลายปักที่จะมีได้เฉพาะบนเสื้อผ้าของเหล่าขุนนางในราชสำนัก
เขาไม่ใช่พ่อค้าทั่วไป แต่เป็นขุนนางของราชวงศ์ฉู่
ฉู่เยี่ยนรู้ร่องรอยของนางแล้ว จึงส่งคนมารับนางหรือ