คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 575
ตอนที่ 1149 โรคทางใจ
ไห่จื่อหัวเราะแหะๆ “มีพ่อบุญธรรมอยู่ ข้าจะเป็นอะไรได้เล่า พ่อบุญธรรม นี่ก็แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เซียวกุ้ยเหรินบอกแล้วว่าหากฮ่องเต้ไม่เลือกป้าย นางย่อมไม่กล่าวโทษข้า ถึงอย่างไรเสียฮ่องเต้ก็ไม่เลือกป้ายอยู่แล้ว”
ตลอดสองปีมานี้ หญิงงามถูกส่งตัวเข้าวังคนแล้วคนเล่า ทว่าฮ่องเต้กลับไม่เคยเหลียวแลพวกนางเลยสักครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเลือกป้าย คิดยิ่งไม่ต้องคิด
ฝูกงกงส่ายหน้า ก่อนจะถลึงตาใส่ไห่จื่อครั้งหนึ่ง “ใครสอนให้เจ้าพูดเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้ไม่เลือกป้าย ก็หมายความว่าต่อจากนี้ก็จะไม่เลือกไม่ใช่หรือ ตอนนี้แม่ทัพเซียวทำศึกอยู่ที่ชายแดน เซียวกุ้ยเหรินเป็นบุตรีหัวแก้วหัวแหวนของเขา ฮ่องเต้รับขนมที่นางส่งมาให้ แล้วพระองค์จะเลือกป้ายของนางหรืออย่างไร”
ไห่จื่อเบิกบานใจ “นั่นไม่ยิ่งดีหรือขอรับ พวกเราไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เงินก็ได้รับมาแล้ว อีกทั้งทำให้เซียวกุ้ยเหรินรู้สึกดีกับพวกเราอีก โยนหินลูกเดียวได้นกสองตัว!”
ฝูกงกงยื่นมือไปตีไห่จื่อครั้งหนึ่ง เอ่ยด้วยโทสะว่า “เจ้าต่างหากที่เป็นนกตัวนั้น พูดจาอะไรไม่รู้จักคิด จะแย่ก็แย่ตรที่เจ้ารับเงินของเซียวกุ้ยเหรินมาแล้ว หากเรื่องนี้แดงขึ้นมาก เจ้าจะรอดพ้นไปได้หรือ”
เมื่อเห็นพ่อบุญธรรมยังคงมีสีหน้าคร่ำเคร่งในเวลานี้ ในที่สุดไห่จื่อก็รู้สึกแปลกๆ ในใจเริ่มรู้สึกเสียใจ เขาไม่ยับยั้งกิเลสของตนเองขนาดนี้ได้อย่างไร
จะทำอย่างไรดี
ครั้นเห็นไห่จื่อมองตนเองอย่างงุนงง ฝูกงกงก็มีสีหน้าเสียดายที่ศิษย์ไม่อาจเป็นคนดี ทีแรกเขาตาบอด ถูกใจคนเช่นไห่จื่อไปได้อย่างไร แถมยังให้เขาเรียกตนเองว่าพ่อบุญธรรมอีกต่างหาก
“เอาละๆ อย่ามามองข้าเช่นนั้น ข้าไม่ติดกับเจ้าหรอก กลับไปก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นแล้วค่อยว่ากัน” เขายกแขนเสื้อขึ้นสะบัด ก่อนจะกลับไปที่ห้องทรงอักษร
ฮ่องเต้กำลังพักผ่อนอยู่บนเก้าอี้ เคราใต้คางมีให้เห็นชัดเจน เรียวคิ้วน่ามองขมวดเป็นปมแน่น ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว บริเวณหน้าผากมีเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมาบางเบา
ฝูกงกงถอนใจเสียงหนึ่ง ฮ่องเต้ปวดใจขึ้นมาอีกแล้ว
ตั้งแต่กลับจากท่าเรือเจียงเป่ยเมื่อสามปีก่อน เขาก็เป็นโรคหัวใจ
ตอนนั้นฮ่องเต้ยังคงเป็นเพียงจิ้นอ๋อง วันๆ เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในจวนอ๋อง ไม่พบใคร เหมือนตายทั้งเป็น
จนกระทั่งไท่ซ่างหวงล้มป่วย ต้องการมอบทั้งแคว้นฉู่ให้เขาดูแล เขาถึงได้หยัดยืนขึ้นมาอีกครั้งได้
แต่โรคหัวใจนั้นกลับไม่เคยปล่อยเขา
“ฝ่าบาท ไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ฝูกงกงก้าวเข้าไป รับพัดจากมือของนางกำนัล แล้วพัดลมให้ฮ่องเต้อย่างเต็มแรง
ฉู่เยี่ยนตอบรับเสียงเบา เม็ดเหงื่อไหลลงจากหน้าผาก
เขาเคยชินกับความเจ็บปวดเช่นนี้แล้ว มันมักจะกำเริบขึ้นมาอยู่เสมอ ขอเพียงเขานึกถึงคนผู้นั้น นึกถึงคนที่ใจร้ายทิ้งเขาไป เขาก็จะรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมารอบหนึ่ง
เด็กสาวใจดำผู้นั้นบอกว่าจะเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเขา บอกว่าจะไม่มีวันแยกจากเขาไป แต่แล้วตอนนี้นางไปอยู่ที่ใด
“ฝ่าบาท ให้บ่าวประคองพระองค์ไปพักเถอะพ่ะย่ะค่ะ” ฝูกงกงยื่นมือออกไป หมายจะประคองฮ่องเต้ลุกขึ้นจากเก้าอี้
ทว่าฉู่เยี่ยนโบกมือ “ไม่ต้อง เจ้าออกไปเถอะ”
ฝูกงกงได้แต่รับคำ ขณะกำลังจะหมุนกาย หางตาของเขาเหลือบเห็นถาดที่วางอยู่บนโต๊ะ ในถาดวางป้ายหยกสลักเอาไว้มากมาย ด้านหน้าของป้ายหยกงดงามอย่างยิ่ง อีกทั้งสลักลวดลายที่แตกต่างกันเอาไว้ แต่ละลวดลายต่างก็บ่งบองถึงตำหนักต่างๆ ส่วนอีกด้านหนึ่งของป้ายหยกสลักชื่อของสตรีนางนั้นเอาไว้
สายตาของฝูกงกงตกลงที่ป้ายหยกตรงกลางถาด บนหน้าป้ายสลักดอกโบตั๋นจีนเอาไว้ เขาจำได้ว่าอีกด้านหนึ่งของดอกไม้จะเขียนชื่อของคนผู้นั้นด้วย
และอีกด้านหนึ่งของดอกโบตั๋นจีน ก็เป็นชื่อของเซียวกุ้ยเหริน
เมื่อคิดถึงเรื่องของไห่จื่อเมื่อครู่ เขาก็พลันกลัดกลุ้ม อยากจะเตะอีกฝ่ายให้ตายไปเสีย
……….
ตอนที่ 1150 จัวซีเอ๋อร์
แต่ถึงอย่างไรเสียไห่จื่อก็เป็นลูกบุญธรรมของเขา เรื่องที่ลูกบุญธรรมทำ ต่อให้พ่อบุญธรรมเช่นเขาไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย แต่ก็ต้องมีพัวพันบ้างไม่มากก็น้อย
กว่าเขาจะปีนมาสู่ตำแหน่งนี้ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ย่อมไม่อาจให้เด็กหนุ่มผู้นั้นมาทำลายอนาคตของเขา
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว ฝูงกงกงก็หยุดฝีเท้า หมุนกายไปทูลฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท เมื่อครู่เซียวกุ้ยเหรินส่งคนมาสอบถามว่าน้ำแกงและขนมที่ส่งมาให้ก่อนหน้านี้ถูกปากพระองค์หรือไม่ หากฝ่าบาทโปรดปราน พรุ่งนี้นางจะส่งมาให้อีกพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนยังไม่ได้กินสักคำ แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ชอบกินของหวาน นอกเสียจากว่าเป็นของหวานที่ไป๋จื่อทำ อะไรที่คนอื่นทำ เขาไม่กิน
ปกติแล้วฝูกงกงไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้เท่าไร วันนี้เขาเป็นอะไรไป
ฉู่เยี่ยนลืมตาขึ้นมองฝูกงกง “เจ้าคิดจะพูดอะไรกันแน่”
ฝูกงกงสูดหายใจลึก ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉู่เยี่ยน เพื่อพูดสิ่งที่เขาอยากพูดออกมาจนหมดเปลือก แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่กล้า
“ฝ่าบาท กระหม่อมรู้ว่าในใจของพระองค์มีแต่คุณหนูไป๋ แต่ฝ่าบาท คุณหนูไป๋นาง...” เมื่อเห็นสีหน้าฮ่องเต้ดำคล้ำ เขาพลันกลืนคำพูดที่เกือบจะหลุดปากออกมากลับไป เรียบเรียงคำพูดใหม่ว่า “ฝ่าบาท พระองค์เป็นถึงฮ่องเต้ ความรุ่งเรืองและรุ่งโรจน์ของทั้งแคว้นฉู่ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของพระองค์ หากวังหลังไม่มีใครได้ตั้งครรภ์ หาทายาทสืบราชวงศ์ รากฐานของแคว้นจะมั่นคงได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
เรื่องนี้มีใครในใต้หล้าไม่รู้บ้าง ฉู่เยี่ยนเป็นถึงฮ่องเต้ แล้วเขาจะไม่รู้ความสำคัญของราชวงศ์ได้อย่างไร
แต่นอกจากไป๋จื่อแล้ว เขาไม่ต้องการใครทั้งนั้น
“ไม่ต้องพูดมาก ออกไปเสีย”
ฝูกงกงยังอยากโน้มน้าวอีก ทว่าไห่จื่อกลับย่องเบาเข้ามาในเวลานี้ ครั้นเห็นพ่อบุญธรรมคุกเข่าอยู่ข้างๆ ฮ่องเต้ เขาก็พลันใจเสีย หน้าซีดเผือดในทันใด พาให้เขาเข่าอ่อนจนแทบจะคุกเข่าลง โชคดีที่ฝูงกงกงลุกขึ้นและมองตาขวางใส่เขาเสียก่อน เขาถึงไม่ได้เสียกิริยา
“มีธุระอะไร” ฝูกงกงถามไห่จื่อ
ไห่จื่อรีบเอ่ย “คุณหนูจัวมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ บัดนี้รออยู่นอกตำหนัก”
คุณหนูจัวเข้าวังมาได้ครึ่งปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีตำแหน่งอะไรเลย ทำให้นางโมโหอยู่ไม่น้อย ก่อเรื่องในวังหลังมากมายทีเดียว ส่วนฮ่องเต้กลับทำเป็นมองไม่เห็น ไม่เคยตำหนินาง และไม่เคยเอ่ยว่าจะส่งนางออกนอกวัง บางครั้งยังรับสั่งให้นางมารับประทานอาหารด้วยกันด้วย
คนนอกต่างก็คิดว่าฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับเหวยหย่วนโหว ถึงได้หลับตาข้างหนึ่งกับบุตรีของอีกฝ่าย และที่ไม่แต่งตั้งตำแหน่งใดให้นาง เป็นเพราะเขาอยากแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮา
มีแต่ฝูงกงกงที่รูอยู่แก่ใจ เหตุผลที่ฝ่าบาทใจกว้างปานนี้ เป็นเพราะคุณหนูจัวหน้าตาคล้ายกับคุณหนูไป๋อยู่หลายส่วน
ฝูกงกงมองฮ่องเต้ “ฝ่าบาทจะพบนางหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่เยี่ยนหลับตาลงอีกครั้ง ตอบรับว่า ‘อืม’ เบาๆ เสียงหนึ่ง
ความหมายของฮ่องเต้คืออนุญาต ฝูงกงกงเข้าใจดี เขาจึงพยักหน้าให้ไห่จื่อ
ไห่จื่อลอบปาดเหงื่อ ก่อนจะรีบร้อนออกไป ไม่นานนักเขาก็นำสตรีที่สวมชุดกระโปรงสีเหลืองเหมือนนกขมิ้นคนหนึ่งเข้ามา นางมัดมวยเซียนโบยบิน ประดับเครื่องประดับทับทิมทั้งชุด ตรงเอวแขวนพู่ทรงกลมที่ส่งเสียงกุ๊งกิ๊งตามการเคลื่อนไหวของนาง
กลิ่นแป้งสายหนึ่งเตะจมูกฉู่เยี่ยน ทำให้เขาขมวดเรียวคิ้วคมทันที
แม้ซีเอ๋อร์จะคล้ายคลึงกับไป๋จื่ออยู่หลายส่วน แต่ความชอบของพวกนางกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ไป๋จื่อชอบความสมถะ เรียบง่าย ทว่าซีเอ๋อร์ชอบสิ่งของงดงามและหรูหราเป็นอย่างยิ่ง
นี่คือสาเหตุที่ถึงแม้เขาจะเก็บซีเอ๋อร์ไว้ ทว่าก็ไม่ได้ให้นางเข้าเฝ้าบ่อยนัก
เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ใช่คนคนเดียวกัน!
“ซีเอ๋อร์ถวายบังคมฝ่าบาท!” จัวซีเอ๋อร์เอ่ยปากเสียงหวาน คำนับฮ่องเต้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ยามเงยหน้าขึ้น นางก็พิจารณาใบหน้าหล่อเหลาหาใครเทียบของเขาด้วย
ตั้งแต่นางได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ นางก็ตัดสินใจว่าจะแต่งให้เพียงเขาเท่านั้น มีเพียงบุรุษเช่นนี้ถึงจะคู่ควรกับนางจัวซีเอ๋อร์