คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 572
ตอนที่ 1143 เมาเรือ
“แม่นางไป๋เล่า” ใต้เท้าอู่เห็นกู้ปั๋วหยางยืนอยู่นอกห้องของไป๋จื่อจึงถาม
กู้ปั๋วหยางเอ่ย “เพิ่งอาเจียนไปอีกรอบ ร่างกายอ่อนแอมาก ตอนนี้นางหลับไปแล้ว ใต้เท้ามีธุระอะไรหรือ”
ใต้เท้าอู่มีสีหน้าผิดหวัง พลางส่ายหน้า “ไม่มีอะไร จู่ๆ เมื่อครู่ข้าก็รู้สึกไม่สบายอยู่บ้าง เดิมทีอยากขอให้นางช่วยตรวจข้าหน่อย แต่ในเมื่อนางเองก็ไม่สบายเช่นกัน เช่นนั้นก็ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
กู้ปั๋วหยางร้องอ๋อเสียงหนึ่ง ยังคงยืนตรงแหน็ว ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน
ความคิดที่อยากจะเข้าไปเยี่ยมนางของใต้เท้าอู่พลันหายวับ จึงกล่าวถามกู้ปั๋วหยางแทน “วันนั้นข้าเห็นเจ้าเล่นสิ่งของสีดำชิ้นหนึ่ง มันแปลกดีทีเดียว มันเป็นสิ่งของของอาณาจักรอูซูนหรือ”
ทันใดนั้นกู้ปั๋วหยางพลันจับที่เอว ปืนพกเหน็บอยู่ตรงขอบกางเกง
ใต้เท้าอู่หมายถึงมันกระมัง
เขาจึงพยักหน้า “ใช่ เป็นสิ่งของของอาณาจักรอูซุน แผ่นดินจงหยวนไม่มีหรอก”
“ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่” ใต้เท้าอู่ถาม
กู้ปั๋วหยางนำปืนพกออกมาในทันที แล้วส่งมันให้ใต้เท้าอู่ “ใต้เท้าเชิญดู”
ทีแรกใต้เท้าอู่คิดว่ามันน่าจะมีน้ำหนักเบา ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อถือไว้ในมือแล้ว มันกลับหนักทีเดียว แม้รูปทรงจะแปลกประหลาด แต่ก็ทำออกมาได้อย่างกะทัดรัด เป็นสิ่งของที่พิเศษอย่างยิ่ง แต่เหตุใดตอนอยู่ที่แคว้นอูซุนเขากลับไม่เคยเห็นมัน
หากถวายสิ่งนี้ให้ฮ่องเต้ พระองค์ต้องโปรดปรานเป็นแน่
“มันมีประโยชน์อะไรหรือ” ใต้เท้าอู่ถาม
กู้ปั๋วหยางยิ้ม “ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง” ปืนที่ไม่มีกระสุนก็ไม่ต่างอะไรกับของเล่นที่ไม่มีประโยชน์
ใต้เท้าอู่ยิ่งเล่นปืนพกก็ยิ่งรู้สึกสนใจ จึงกล่าวกับกู้ปั๋ยวหยางว่า “น้องกู้ มิสู้เจ้าขายมันให้ข้าเถอะ”
ขายให้เจ้า? กู้ปั๋วหยางเลิกคิ้ว ก่อนจะนึกถึงตอนที่เขาเพิ่งมาถึงโลกใบนี้ เขาไม่รู้จักทาง แม้แต่จะกินอะไรก็ล้วนเป็นปัญหา เกือบจะหิวตายที่ข้างถนนอยู่แล้ว เป็นเถ้าแก่ร้านอัญมณีที่ช่วยเขาเอาไว้ อีกทั้งมอบค่ากินค่าอยู่ในเขาอยู่หลายเดือนเต็มๆ เพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ เขาจึงมอบปืนพกให้กับอีกฝ่ายไป
คิดไม่ถึงเลยว่าสิบปีให้หลัง ปืนพกนี้จะกลับมาอยู่ในมือของเขาอีก
การเป็นล่ามให้ใต้เท้าอู่ในครั้งนี้ เขาได้รับประโยชน์อยู่บ้าง แต่เขารู้ว่าหากจะอยู่ที่นี่ต่อไป ประโยชน์พวกนี้ไม่มีทางพอ
เขาต้องการมากกว่านี้
“ตกลง ในเมื่อใต้เท้าอู่ต้องการ เช่นนั้นใต้เท้าอู่ก็เสนอราคามาเถอะ”
ใต้เท้าอู่ก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะตรงไปตรงมาเช่นนี้ ทีแรกยังคิดว่าเขาจะตัดใจไม่ลงเสียอีก
“ห้าร้อยตำลึง เจ้าคิดเห็นอย่างไร”
กู้ปั๋วหยางเลิกคิ้ว “ตำลึงทอง?”
ใต้เท้าอู่ลอบสูดหายใจเข้าลึก ห้าร้อยตำลึงเงินก็เป็นราคาที่สูงมากแล้ว แต่เขายังขอเป็นตำลึงทองหรือนี่ ของสิ่งนี้มีค่ามากมายถึงเพียงนั้นเลยหรือ
สำหรับเขาแล้ว ห้าร้อยตำลึงเงินไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย
ใต้เท้าอู่คำนวณอยู่ครู่หนึ่ง หากเขากลับไปทันงานเลี้ยงฉลองขึ้นครองราชย์ ก็มอบของสิ่งนี้เป็นของขวัญให้แก่ฮ่องเต้ได้ไม่ใช่หรือ
หากฮ่องเต้พอพระทัย ห้าร้อยตำลึงทองนี้ก็เสียไปอย่างคุ้มค่าแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว ใต้เท้าอู่พลันกัดฟัน กล่าวกับกู้ปั๋วหยางว่า “ได้ ตกลง”
ดังนั้นกู้ปั๋วหยางจึงได้ตั๋วทองจำนวนเงินสองร้อยตำลึง ส่วนใต้เท้าอู่ได้ปืนพกที่ไม่มีกระสุนหนึ่งกระบอก
ไม่รู้เหมือนกันว่าใครได้เปรียบกว่ากัน
ไป๋จื่อไม่ได้กินอะไรมาสามวันแล้ว แม้แต่น้ำที่ดื่มไปก็อาเจียนออกมาจนเกลี้ยง เห็นอาหารก็รู้สึกคลื่นไส้ ทรมานเสียจนนางคิดอยากตายโดยเร็วจริงๆ
กู้ปั๋วหยางยกโจ๊กขาวที่เพิ่งต้มเสร็จเข้ามา “กินสักหน่อยเถอะ อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้ก็จะถึงแล้ว อดทนอีกหน่อยนะ”
ไป๋จื่อยันกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะสะกิดเสี่ยวชิงที่อยู่ข้างๆ “เจ้าเองก็กินหน่อยเถอะ ทรมานอย่างไรก็ต้องกลืนลงไป พวกเราถึงจะมีชีวิตรอดลงจากเรือลำนี้ไปได้”
……….
ตอนที่ 1144 ยำแตงกวา
กู้ปั๋วหยางยกยำแตงกวาจานหนึ่งมาจากข้างหลังเหมือนกับเล่นมายากล เสริมทัพด้วยบะหมี่แห้ง กลิ่นเปรี้ยวสดชื่นสายหนึ่งเตะจมูกไป๋จื่อเข้าอย่างจัง นางได้กลิ่นแล้วจึงอยากอาหารขึ้นมา
“แตงกวามาจากที่ใด” ตั้งแต่ขึ้นเรือลำนี้ นางกินอาหารที่นำมาจากอาณาจักรอูซุนตลอดทาง เกาะที่ผ่านตามทางหากไม่มีเผ่าโบราณที่ไร้อารยธรรมเหล่านั้นก็ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย จึงไม่เจออาหารสดใหม่อะไรโดยสิ้นเชิง
“ข้านำแตงกวาที่ปลูกที่อาณาจักรอูซุนก่อนหน้านี้ขึ้นเรือมาด้วย หลายวันก่อนมันออกผล วันนี้กินได้พอดีจึงเด็ดออกมา” กู้ปั๋วหยางกล่าว
ตอนที่ขึ้นเรือมาในวันนั้น เดิมทีเขาหอบกระถางที่มีต้นอ่อนขึ้นมาด้วย ตอนนั้นยังคิดถามเขาว่ามันคืออะไร สุดท้ายก็หลงลืมไปเสียสนิท ไม่คิดว่ามันจะเป็นแตงกวา
เมื่อได้กินแตงกวาที่กรอบและมีรสชาติเปรี้ยวเผ็ด ไป๋จื่อกลับกินโจ๊กขาวได้อีกสองถ้วย ส่วนเสี่ยวชิงกินไปสามถ้วย
หลังจากกินยำแตงกวาจนเกลี้ยงจานแล้ว พวกนางก็ไม่อยากอาเจียนอีก แม้กระทั่งรู้สึกสดชื่นขึ้นมากทีเดียว
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะปลูกผักเป็นด้วย” ไป๋จื่อยิ้ม
กู้ปั๋วหยางถอนใจเสียงหนึ่ง “ก่อนหน้านี้ข้าปลูกไม่เป็นหรอก แต่หลังจากติดอยู่บนเกาะนั้น อยากจะมีอาหารกินก็ต้องหาวิธี คนพวกนั้นกินแต่ปลาทะเล ปลูกผักอะไรไม่เป็น ข้าอยากกินก็ทำได้แต่เพียงปลูกเอง”
ทันทีที่นึกถึงความยากลำบากที่หนึ่งวันเหมือนสิบปีของเขา ไป๋จื่อก็ถอนหายใจยาวๆ เสียงหนึ่ง “นับว่าหลุดพ้นจากความยากเข็ญแล้ว เจ้าวางใจเถอะ จะต้องหาทางกลับไปได้แน่ เจ้าจะต้องได้กลับไปอยู่กับภรรยาและลูก”
“ต้องเป็นเช่นนั้น” กู้ปั๋วหยางพยักหน้า
เสี่ยงชิงไม่เข้าใจ จึงถามขึ้นมา “ยังไม่กลับไปที่แคว้นฉู่อีกหรือ ยังต้องหาวิธีอะไรกลับไปอีก หรือว่าพี่ใหญ่กู้จะไม่ใช่คนแคว้นฉู่”
กู้ปั๋วหยางยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร เพียงยกจานเปล่าลุกขึ้น แล้วกะโผลกกะเผลกเดินจากไป
เขาไม่เคยจากไปจริงๆ ห้องพักอยู่ในสายตาของเขาเสมอ ไป๋จื่อและเสี่ยวชิงล้วนเป็นสตรี ทว่าบนเรือลำนี้กลับมีแต่บุรุษเกือบร้อยคน
แต่ละคนแข็งแรงกำยำ จากบ้านมาเป็นเวลานาน หากเขาไม่จับตาดูไว้สักหน่อย ก็ไม่แน่ว่ากะลาสีเรือที่เมาสุราเหล่านั้นจะทำอะไรบ้าง
หลายครั้งที่มีคนคิดถือโอกาสเวลากลางคืน คลำทางมาทางห้องพักของพวกนาง แต่ก็ถูกเขาไล่ตะเพิดกลับไปทั้งสิ้น ตั้งแต่ตอนนั้น เขาก็ไม่กล้าประมาทอีกเลย
โชคดีที่ใต้เท้าอู่ดูแลพวกนางอย่างดี ไม่เช่นนั้นการเดินทางครั้งนี้คงจะไม่สงบสุขแล้ว
และเพราะการดูแลเช่นนี้ ในใจเขากลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
ตอนใกล้เที่ยงวันในวันเดียวกัน ใต้เท้าอู่ส่งลูกน้องมาบอกไป๋จื่อและกู้ปั๋วหยางว่าใกล้ถึงแล้ว กำลังเตรียมจะเข้าท่าเรือ ให้พวกเขาเก็บข้าวของให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมลงจากเรือ
ไป๋จื่อและเสี่ยวชิงเก็บของเรียบร้อยตั้งนานแล้ว พวกนางไม่ได้มีข้าวของอะไรมาก จะมีก็เพียงเสื้อหนึ่งห่อ ของจุกจิกหนึ่งกล่อง และเหรียญเงินอีกสองกล่อง
หนึ่งกล่องในนั้นเป็นทรัพย์สินที่ไป๋จื่อสะสมเอาไว้ตลอดสามปี ส่วนอีกหนึ่งกล่องเป็นค่านายหน้าที่ได้จากการขายขี้ผึ้งทาหน้าให้อาณาจักรอูซุนจนหมดเกลี้ยงในคราวเดียว
หลังจากเรือสินค้าเทียบท่า ผู้คนที่อยู่ตรงท่าเรือก็คึกคักขึ้นมา ในบรรดาคนเหล่านั้น ส่วนใหญ่เป็นญาติของพวกกะลาสีเรือ แต่ละวันพวกเขาล้วนคอยท่าอยู่ที่นี่ วันนี้นับว่าสามีหรือบุตรชายของพวกนางกลับมาได้เสียที
เหล่ากะลาสีเรือขนถ่ายสินค้าอย่างไม่รอช้า เมื่อกระโดดขึ้นฝั่งเรียบร้อย พวกเขาก็ไปรวมตัวกับครอบครัวก่อน จนกระทั่งใต้เท้าอู่เร่งเร้าถึงได้แยกจากพวกนางอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วทำงานที่ยังไม่เสร็จสิ้นต่อไป
กู้ปั๋วหยางเห็นดังนั้นก็เศร้าใจอย่างมาก ภรรยาของเขาจะต้องเหมือนกับสตรีพวกนี้แน่ๆ รอคอยสามีที่นานวันยังไม่กลับมาเสียทีที่ท่าเรือ