คู่มือเศรษฐีของหมอหญิงบ้านนา ตอนที่ 559
ตอนที่ 1117 ออกทะเล
เสี่ยวชิงเห็นเรือเล็กมีขนาดเล็กลงกับตาตัวเอง ตอนนี้ได้เห็นมันค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดก็คือท่อเป่าลมที่นางช่วยไป๋จื่อทำหรือนี่
เมื่อเป่าลมเรือเล็กเรียบร้อย มันก็มีขนาดใหญ่กว่าก่อนหน้านี้มากทีเดียว
วัสดุของเรือยางชูชีพพิเศษมาก สามารถขยายได้ใหญ่มาก และสามารถหดเล็กลงเป็นพิเศษได้ด้วย มันเป็นวัสดุรูปแบบใหม่ชนิดหนึ่ง หาได้ทั่วไปในศตวรรษที่ยี่สิบสาม
พื้นที่ภายในเรือยางกว้างมาก เพียงพอที่จะบรรทุกพวกเขาสามคน และยังมีที่ว่างวางข้าวของอย่างอื่นอีกด้วย
“มันคืออะไรกันแน่” ซาหยวนเดินวนรอบเรือยาง ลูบทางซ้าย คลำทางขวา
ไป๋จื่อยิ้มว่า “มันคือเรือที่ข้าพูดถึง สร้างด้วยวัสดุพิเศษ ไม่มีทางจม แต่จะแตกไม่ได้ แตกแล้วก็จบเห่”
ซาหยวนฉลาดมาก นึกถึงเหตุผลบางอย่างได้แล้ว ย่อมรู้ว่าหากมันแตกแล้วจะเป็นอย่างไร ตอนที่จับมันจึงระมัดระวังขึ้นมาก
“แม้จะมีเรือเล็กแล้ว แต่ก็ต้องมีคนพายเรือด้วย อย่างนั้นพวกเราตัดต้นไม้มาทำพายสามคู่ ฝึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยออกเดินทาง เป็นอย่างไร” ไป๋จื่อเสนอ
ซาหยวนเห็นพ้องทันที “ตกลง ทำตามนั้น พวกเราพายเรือด้วยกันจะต้องออกจากที่นี่ได้ก่อนพายุมาถึงแน่นอน”
ไป๋จื่อชะงัก “พายุ? เจ้ารู้หรือว่าจะมีพายุเมื่อใด”
“ก่อนหน้านี้ข้าบอกเจ้าแล้ว ไม่ไกลจากตรงนี้มีตาพายุ จะมีพายุในทุกวัน ขอเพียงแล่นเรือเร็วพอก็จะเลี่ยงไปได้ก่อนที่พายุจะมาถึง” ซาหยวนว่า
ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง ท่าทางพวกนางจะได้เจอกับพายุนั่นตอนที่มาถึงเกาะนี้เมื่อวาน
ซาหยวนสร้างเรือไม่เป็น แต่การทำไม้พายกลับเป็นคนละเรื่องกัน ต่อให้ปกติไม่เคยทำไม้พาย ทว่าเขาก็เคยเห็นพวกมันมามาก
บวกกับกริชที่คบกริบของเสี่ยวชิง ไม่นานนักก็ทำไม้พายสามคู่เสร็จสิ้น
ซาหยวนคล้ายกับชอบกริชของเสี่ยวชิงมาก มองแล้วมองอีก จับแล้วจับอีก ชื่นชมในความประณีตและความคมของมัน เพราะมันดีกว่ากริชที่อาณาจักรอูซุนของพวกเขามาก
เสี่ยวชิงทำเป็นมองไม่เห็นสายตาชื่นชมและชื่นชอบของเขา เมื่อเขาทำไม้พายเสร็จ นางก็เก็บมันกลับมาทันที
นี่เป็นกริชที่คุณชายมอบให้นาง ต่อให้คนอื่นชอบมันเพียงใดนางก็ไม่มีทางยกให้ ไม่จำเป็นต้องคิดเลย
ซาหยวนถามไป๋จื่อ “กริชของแผ่นดินจงหยวนพวกเจ้าล้วนใช้ดีเช่นนี้หมดเลยหรือ”
ไป๋จื่อยิ้ม “นี่ก็แค่กริชธรรมดา ยังมีที่ดีกว่านี้อีก”
ซาหยวนยิ่งอยากไปที่แผ่นดินจงหยวนสักครั้ง ที่นั่นเป็นสถานที่อย่างไรกันแน่
หลังจากฝึกพายเรือตลอดทั้งเช้า พายุใกล้จะมาถึงแล้ว พวกเขาจึงเก็บข้าวของและหลบเข้าไปในป่า
พวกเขากินปลาทะเล รวมถึงมะพร้าวสามลูกเป็นมื้อกลางวันและมื้อเย็น
เห็นเสี่ยวชิงปีนต้นมะพร้าวอย่างคล่องแคล่ว ซาหยวนก็ทั้งชื่นชมและตกใจ “หากข้าทำได้เช่นนั้น ข้ายังต้องกลัวจะอดตายบนเกาะร้างแห่งนี้อีกหรือ”
จากการสังเกตการณ์ของซาหยวน พายุจะมาตรงเวลาในทุกวัน ช่วงเวลาประมาณตีหนึ่ง
หากต้องการออกจากเกาะนี้และอยู่ให้ห่างจากตาพายุ อย่างน้อยต้องเดินหน้าด้วยความเร็วเต็มที่เป็นเวลาสี่ชั่วโมง
เพื่อความปลอดภัย พวกเขาต้องออกเดินทางล่วงหน้าอย่างน้อยสองชั่วโมง
นั่นเท่ากับออกเดินทางตอนตีห้า
เสี่ยวชิงเก็บมะพร้าวและสาลี่ทะเลเท่าที่นางจะเก็บได้ ส่วนไป๋จื่อย่างปลาและกุ้งที่ซาหยวนจับมาให้แห้ง จากนั้นค่อยใส่น้ำมะพร้าวลงในถุงเลือดทั้งหมดเจ็ดถุง เนื้อมะพร้าว ปลา และกุ้งกองอยู่ตรงมุมของเรือเล็ก สิ่งเหล่านี้คืออาหารระหว่างเดินทางอยู่ในทะเลของพวกเขา เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย ในที่สุดก็ถึงเวลาเช้าตรู่ พวกเขาถือโอกาสตอนที่ท้องฟ้าเพิ่งทอแสงได้ไม่ทันไร รีบร้อนออกทะเลไปในทันที
……….
ตอนที่ 1118 ออกห่างจากตาพายุ
พวกเขาพายเรืออย่างสุดชีวิต ไม่กล้าหยุดรั้งรอเลยแม้สักเค่อเดียว ด้วยกลัวว่าก่อนที่พายุจะมาถึง พวกเขาจะยังคงอยู่ในอาณาเขตนั้น และถูกพายุพัดกลับไปที่เกาะร้างอีก
ไป๋จื่อเหนื่อยจนขยับไม่ได้เป็นคนแรก เดิมทีนางก็ไม่ได้มีแรงมากเท่าสองคนนั้น แต่นางก็อดทนเต็มที่ พายมาจนถึงตอนนี้ได้ก็นับว่าใช้พลังงานของนางทั้งหมดแล้ว
ซาหยวนเองก็ประหลาดใจมาก เพราะไป๋จื่อดูแข็งแรงกว่าที่เขาเห็นจากภายนอก
แม่นางน้อยผู้นี้มีความกล้าหาญของบุรุษ มีความเมตตาของสตรี มีความฉลาดเฉียบแหลมของปัญญาชน และมีความมั่นใจของผู้กล้า
ช่างเป็นเด็กสาวที่พิเศษจริงๆ
“ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะออกห่างจากตาพายุแล้ว” ซาหยวนก็หยุดเช่นกัน เขาลุกขึ้นยืนชี้ไปยังเมฆดำที่อยู่ไกลออกไป
ไป๋จื่อและเสี่ยวชิงต่างก็หันกลับไปมอง เห็นท้องฟ้าบริเวณนั้นมีเมฆสีดำที่แทรกไว้ด้วยสายฟ้า ราวกับดวงตาที่กลางฟ้า ดวงตาของภูตผี
ดูท่าทางพวกเขาจะพ้นจากอันตรายแล้วจริงๆ
ไป๋จื่อถอนใจด้วยความโล่งอก หากถูกพายุนั่นพัดกลับไปก็ยังพอว่า แต่หากถูกดูดเข้าไปในตาพายุ พวกเขาก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว
นางไม่อยากตาย กว่าจะรอดมาได้ไม่ใช่เรื่องง่าย นางจะตายเช่นนี้ไม่ได้
“ที่นี่ห่างจากแคว้นของอูซุนเท่าไร” ไป๋จื่อถาม
ซาหยวนส่ายหน้า “พูดยากเหมือนกัน เพราะยากนักจะระบุตำแหน่งบนผิวทะเลได้ ข้าไม่เคยมาที่นี่มาก่อน ทำได้แค่เดินทางตามความรู้สึกแล้ว”
ไป๋จื่อไม่ได้พูดอะไรมาก สิ่งที่ไม่ควรมอบให้เขาที่สุดในตอนนี้คือความกดดัน บางทีความรู้สึกของบุรุษอาจจะอ่อนไหวกว่าสตรีก็เป็นได้
พวกเขาพายเรือทั้งวันทั้งคืน น้ำและอาหารบนเรือร่อยหรอลงเรื่อยๆ ทว่าตรงหน้ายังคงมีแต่น้ำทะเลที่ไม่มีสิ้นสุด
เสี่ยวชิงและไป๋จื่อตากแดดในทะเลจนหน้าแดง ผิวขาวละเอียดก่อนหน้านี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว
ซาหยวนดีกว่าพวกนางมากทีเดียว ผิวกายของเขาแดงขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้รุนแรงเหมือนพวกนาง
“ใบหน้าของพวกเจ้า...ยังไหวอยู่ใช่หรือไม่” ซาหยวนเป็นกังวลมาก กลัวว่าแม่นางทั้งสองคนจะทนไม่ไหว
ไป๋จื่อจับใบหน้าที่เริ่มเจ็บเพราะแสงแดด ยิ้มอย่างขมขื่น “ไม่เป็นไร เสียโฉมก็ไม่เป็นไร ยังมีชีวิตรอดอยู่ก็พอแล้ว” แน่นอนว่าไม่มีทางเสียโฉม นางเป็นหมอชื่อดัง หากถึงขั้นนั้นจริง นางเสาะหาสมุนไพรจีนมาทาหน้าก็ดีขึ้นแล้ว
เสี่ยวชิงยิ่งไม่สนใจเรื่องพวกนี้ นางฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ฝึกฝนจิตใจ เรียนรู้การต่อสู้ จึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก และแม้กระทั่งไป๋จื่อยังไม่ใส่ใจ สาวใช้อย่างนางจะต้องกังวลอะไรอีกเล่า
ซาหยวนพลันรู้สึกละอายใจ “ข้าไม่ดีเองที่ไม่อาจหนทางกลับไปได้ ทำให้พวกเจ้าต้องทรมานเช่นนี้”
ไป๋จื่อโบกมือ “พูดเช่นนั้นไม่ได้หรอก พวกข้าตัดสินใจกลับไปกับเจ้าเอง หาทางได้หรือไม่ต้องดูบัญชาฟ้า ต่อให้ข้าตายก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า”
ซาหยวนส่ายหน้า “ไม่ ข้าไม่มีทางให้เจ้าตาย ไม่มีวัน” เขาลุกขึ้นยืน มองผิวทะเลยามค่ำคืน วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ต่อให้เป็นเวลากลางคืน ผิวทะเลมืดมิด นอกจากคลื่นสีฟ้าที่กระเพื่อมอยู่แล้ว เขาคล้ายกับยังมองเห็นดาวอยู่บ้าง
ดาว? เป็นไปไม่ได้ แสงดาวจะปรากฏอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร นั่นไม่ใช่แสงดาวแล้ว
เขาเรียกเสี่ยวชิงและไป๋จื่อมาพายเรือด้วยกัน พายเรือไปทางแสงดาวเหล่านั้น ยิ่งพายเรือเข้าใกล้ พวกเขาก็ยิ่งมองเห็นชัดเจน
นั่นเป็นแสงดาวที่ไหนกัน มันเป็นเกาะแห่งหนึ่งชัดๆ และแสงนั้นยังเป็นแสงไฟอีกต่างหาก
ถูกต้อง แสงไฟ
โลกทางตะวันตกในเวลานี้ยังไม่เริ่มมีความทันสมัย สิ่งที่พวกเขาใช้ส่องแสงไม่ใช่ตะเกียงน้ำมันเช่นที่แผ่นดินจงหยวน แต่เป็นเตาถ่านอย่างง่ายที่สุด